เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 รอบตัดสิน! ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน

บทที่ 78 รอบตัดสิน! ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน

บทที่ 78 รอบตัดสิน! ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน


เหล่าผู้อาวุโสตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างประจักษ์ถึงความตื่นตระหนกในแววตาซึ่งกันและกัน

ในสำนักชิงเยวียน มีซางอู่ที่ชอบการทะเลาะวิวาท ก็สร้างความปั่นป่วนให้มากพออยู่แล้ว หากมีผู้ที่สองปรากฏกายขึ้นอีกเล่า...

พวกเขาต่างถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหล่าผู้อาวุโสต่างถอยร่นออกไปอย่างระมัดระวัง

สิ่งเดียวที่พอจะปลอบใจได้คือ แม้หลี่โม่จะเก่งกาจในเชิงยุทธ์ แต่ยามปกติเขากลับมีอารมณ์ขันและเป็นมิตรกับผู้อื่น การที่เขาลงมืออย่างรุนแรงในครานี้ ก็เพราะอีกฝ่ายยั่วยุก่อน

“เซวี่ยจิง เจ้าเด็กคนนี้เป็นหลานศิษย์ของเจ้าใช่หรือไม่?” เฉียนปู้ฟ่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“อืม...หลี่ต้าหลงเคยเป็นศิษย์สายตรงของเฒ่าผู้นี้มาก่อน” เซวี่ยจิงทอดสายตามองด้วยแววตาที่ซับซ้อนยิ่ง

“เพียงแต่ภายหลังประสบอาการบาดเจ็บ จึงขอลาออกและกลับไปยังบ้านเกิด”

“เช่นนั้นต่อไป เจ้าคงต้องรุดไปยังศาลาชิวสุ่ยบ่อยครั้งแล้ว”

“ถูกต้องแล้ว การอบรมบ่มเพาะความคิดของศิษย์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน” เหล่าผู้อาวุโสเริ่มวางแผนการอบรมสั่งสอนหลี่โม่แล้ว

“นี่มันศิษย์ข้า!” ซางอู่เชิดจมูกขึ้นเล็กน้อย แล้วฮึ่มฮัมว่า

“พวกแก่เฒ่าไร้ประโยชน์ เมื่อครู่ยังสงสัยในการอบรมสั่งสอนของข้าอยู่เลย”

เหล่าผู้อาวุโส “...”

วิชาฝึกฝนร่างกายและวิชาดาบของเขาเกี่ยวอันใดกับเจ้ากัน?

นี่มันพรสวรรค์ส่วนตัวของเขาโดยแท้จริงเลยมิใช่รึ?

การที่สามารถบรรลุระดับนี้ภายใต้การอบรมสั่งสอนของซางอู่ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าหลี่โม่นั้นเป็นเพชรในตม น่าเสียดายที่พรสวรรค์ของหลี่โม่ ทำให้พวกเขาล้วนลำบากใจในตอนแรก ไม่รู้ว่าการที่เขาคาราวะซางอู่เป็นอาจารย์ นับเป็นการพลิกโอกาสเป็นวิกฤติหรือไม่...

“เขาได้ครอบครองกระบี่เพลิงสีชาดแล้ว วิชาดาบก็ย่อมมิได้ด้อยตามไปด้วย”

“หากมีระดับการฝึกฝนร่างกายเยี่ยงนั้น...เขากับอิ๋งปิง อาจจะสามารถมอบการประลองที่ดุเดือดราวกับมังกรและพยัคฆ์ให้พวกเราได้ประจักษ์เป็นแน่”

“ฮ่าๆๆ ! สำนักชิงเยวียนของเรามีหงส์อมตะอุบัติขึ้นแล้ว ยังมีมังกรซ่อนเร้นถือกำเนิดขึ้นมาอีกผู้หนึ่ง”

ด้วยระดับที่หลี่โม่สำแดงออกมาบนเวทีประลอง เขาที่อายุเพียง 16 ปี หากผนวกกับวิถีกระบี่ที่ยอดเยี่ยมด้วยแล้ว ก็จัดอยู่ในกลุ่มอัจฉริยะโดยแท้! เหล่าผู้อาวุโสเหลียวมองไปยังผู้คนจากสำนักใหญ่เล็กเหล่านั้น ด้วยแววตาที่คล้ายจะแย้มยิ้มทว่าแฝงนัย

คิดว่าสำนักชิงเยวียนเสื่อมถอยแล้วกระนั้นรึ? อยากจะลองหยั่งเชิงขีดความสามารถของสำนักเรากระนั้นรึ?

พวกเขาต่างพากันเหงื่อตกเลยทีเดียว

“ว่าแต่ เฉียนปู้ฟ่าน เจ้าขึ้นไปสั่งยุติการประลองเสียเถิด”

“โอ้ ข้าก็คิดจะกระทำเช่นนั้นพอดี อายุล่วงเลยขนาดนี้ ย่อมมีอาการหลงลืมเป็นธรรมดา”

การประลองครั้งนี้จบลงแล้ว ผลลัพธ์ย่อมมิต้องเอ่ยถึง ทั้งยังน่าจดจำอย่างยิ่ง ด้วยนี่เป็นครั้งแรกในการประลองเก้ายอดเขา ที่มีผู้ถูกหามออกไปด้วยเปล

หากไม่ใช่เพราะหวังฮ่าวยังคงมีอาการกระตุกยามที่ถูกหามออกไป ทุกคนคงคิดว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว

หลายคนต่างจับจ้องไปยังอิ๋งปิง ทว่าเด็กสาวยังคงจิบชาอย่างใจเย็น มิได้แสดงความแปลกใจแม้แต่น้อย นางเคยสอนกระบี่ให้หลี่โม่ ย่อมหยั่งรู้ความสามารถของเขาดีอยู่แล้ว

สำหรับความสามารถด้านวิถีกระบี่ของหลี่โม่นั้น การฝึกฝนร่างกายเป็นเพียงการเสริมส่งทักษะให้ดียิ่งขึ้น

ครั้นทุกคนคิดได้ ก็พลันโล่งใจ ทั้งสองต่างอาศัยอยู่ร่วมกัน ย่อมต้องหยั่งรู้ความสามารถของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี การไม่แสดงความแปลกใจจึงเป็นเรื่องปกติวิสัย เพียงแต่ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า...ยามนี้ผู้ใดแข็งแกร่งกว่ากัน?

การประลองเก้ายอดเขาของสำนักยังคงดำเนินต่อไป ทว่าขั้นตอนการประลองหลังจากนั้น กลับมิได้น่าสนใจเท่าใดนัก การประลองของอิ๋งปิงสามารถสรุปได้ว่า

‘ขึ้นเวทีแล้ว ก็สามารถโค่นคู่ต่อสู้ได้ในพริบตาเดียว’

ทว่า...บางคนกลับไม่ได้ออกแม้แต่กระบวนท่าเดียวด้วยซ้ำ

ในการประลองระหว่าง 4 คนสุดท้ายเพื่อเข้าสู่รอบชิงชระเลิศ คู่ต่อสู้ของหลี่โม่กลับกลายเป็นคนรู้จักกันอีกครา ศิษย์ของท่านผู้อาวุโสเซวี่ยแห่งยอดเขาตันติ่ง ผู้เป็นเด็กรับใช้ที่เคยต้อนรับหลี่โม่และอิ๋งปิง ณ โรงหมอในวันนั้นเอง

“ฮิฮิ ศิษย์น้องหลี่ พบกันอีกคราแล้วนะ” ในแววตาที่ยิ้มแย้มของเด็กรับใช้ ปรากฏความรู้สึกมากมายพรั่งพรูออกมา

“ในวันนั้นที่ข้าพบเจอเจ้า เจ้ายังมิได้เปิดเส้นชีพจรเลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นข้าเองก็อยู่ในขั้นสุราหยกแล้ว ใครจะคิดว่าในวันนี้เจ้าจะมายืนหยัดอยู่ตรงข้ามกับข้า”

“ศิษย์พี่…” หลี่โม่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย

“หืม?”

“หากท่านจะกล่าวว่ายืนอยู่ตรงข้าม ท่านก็ควรจะขึ้นสู่เวทีประลองเสียก่อนสิ” เมื่อเห็นเด็กรับใช้ยังคงยืนอยู่ใต้เวที หลี่โม่ก็เผยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกออกมา

“อ่อ...ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่ยอดเขาตันติ่งยังคงปรุงยาค้างอยู่ ข้าขอตัวไปก่อนนะ มิต้องรบกวนแล้ว”

ขณะที่ก้าวเดิน สายตายังคงวนเวียนอยู่ระหว่างอิ๋งปิงและหลี่โม่ ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้หลี่โม่เป็นเชิงส่งกำลังใจ

“สู้ ๆ นะศิษย์น้องหลี่ ข้าจะคอยเป็นกำลังใจให้เจ้าอย่างเต็มที่!”

หลี่โม่ “?”

เอาเถอะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็มิต้องลงมือ

นี่เป็นการประลองครั้งสุดท้ายแล้ว เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นว่าเบื้องหน้าบันไดนั้น อิ๋งปิงอยู่ในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่แนบชิดกับเรือนร่างอันบอบบาง

ดวงตาที่ดุจดังบ่อน้ำพุใสสะอาด ในที่สุดก็มีอารมณ์ความรู้สึกผุดพรายขึ้นมา นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน ว่าในการประลองเก้ายอดเขาครั้งนี้ ผู้ที่จะมาหยุดยืนอยู่ตรงข้ามนางในรอบชิงจะเป็นหลี่โม่ เด็กหนุ่มผู้ซึ่งในชาติภพก่อนเลือนหายไปในหมู่ผู้คนอย่างรวดเร็ว ชายผู้ที่เป็นเพียงคนธรรมดาสามัญเท่านั้น

แต่ในชาติภพนี้ เขาไม่ลังเลที่จะกระโดดเข้าสู่หุบเขาชิงเยวียนพร้อมกับนาง ไม่ลังเลที่จะมอบแสงแห่งหงส์สวรรค์แก่นาง และหลังจากนั้นก็ยังสำแดงพรสวรรค์ในวิถีกระบี่อันน่าทึ่ง ซึ่งเกือบจะทัดเทียมกับเจียงชูหลงเลยทีเดียว

เป็นเพราะเขา ชีวิตของนางในชาติภพนี้จึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทุกวันมีอาหารรสโอชา มีผู้คนมาพูดคุยวิถีกระบี่ อีกทั้งบางครา ก็ยังได้ยินเด็กหนุ่มเอ่ยคำพูดแปลกใหม่และน่าสนใจออกมา ความรู้สึกเช่นนี้...ก็มิได้เลวร้ายเลยนี่นา?

“ขอบคุณเจ้ามาก ที่ทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นมาถึงเพียงนี้ ข้าจะไม่ยั้งมือนะ” หลี่โม่แย้มยิ้มเล็กน้อย

รางวัลที่ได้จากสตรีผู้นี้มิต้องเอ่ยถึงเลย การที่ได้ซึมซับทุกวัน ยิ่งทำให้เขามีโอกาสที่ความฝันจะกลายเป็นความจริง นั่นคือการได้เป็นจอมกระบี่ผู้สง่างาม

“มิต้องขอบคุณข้าหรอก ขอบคุณความพยายามของตนเองก็พอแล้ว” มุมปากที่งดงามของอิ๋งปิงยกขึ้น ปรากฎเป็นรอยยิ้มบางๆ ซึ่งนางเองก็มิได้ทันสังเกตเห็น

“ให้ข้าได้ประจักษ์ว่าผลลัพธ์ของการฝึกฝนของเจ้าในช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

“รับรองว่าต้องทำให้เจ้าประหลาดใจเป็นแน่” หลี่โม่ยิ้มกว้าง

การประลองกับยอดฝีมือในฐานะนักดาบ ความรู้สึกเช่นนี้ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง

“หากเจ้าก้าวหน้าขึ้นมาก ข้าก็ยินดีกับเจ้าด้วยเช่นกัน” วิถีกระบี่ของเขานั้น เป็นสิ่งที่นางได้สอนเองกับมือ ครั้นมีผลงาน ย่อมแน่นอนว่านางต้องยินดี การแพ้หรือชนะ กลับเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อย

ผู้ชม: “?”

เหล่าผู้อาวุโส: “?”

เดี๋ยวก่อน พวกเจ้าจะต่อสู้กันมิใช่รึ!

ผู้อื่นขึ้นเวทีประลอง หากไม่พูดจายั่วยุหรือดูถูกกัน ก็ถือว่ามีมารยาทสูงส่งมากแล้ว แต่พวกเจ้าสองคนกลับมาแสดงความยินดีซึ่งกันและกันเยี่ยงนี้? เช่นนั้นพวกเรากลับไปเสียเลยดีไหม?

ยังดีที่ทั้งสองมิได้เอ่ยสิ่งใดไปมากกว่านี้

หลี่โม่กำกระบี่เพลิงสีชาดในฝ่ามือแน่น พลางผ่อนลมหายใจให้เบาลง อิ๋งปิงรวบผมสีดำขลับมัดเป็นหางม้าสูงด้วยมือเดียว ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย

และแล้ว…การประลองในรอบชิงชนะเลิศก็เริ่มขึ้น!

ศิษย์น้องหลี่เป็นฝ่ายลงมือก่อน ปลายกระบี่เพลิงสีชาดสะบัดพลิ้ว พลันปรากฎปราณสังหารอันแหลมคม ที่เกือบจะรวมตัวกันเป็นรูปร่างขนนกกระเรียนพุ่งทะยานออกไป แต่ละสายล้วนคมกริบพอจะทะลวงทองคำและแยกหินได้อย่างง่ายดาย

เขาไม่เคยเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อที่จะได้สื่อสารกับธิดาแห่งลิขิตฟ้าทั้งสองอย่างราบรื่น เขาจึงรุดไปยังหอคัมภีร์ ค้นหาวิชากระบี่และทฤษฎีดาบมากมายมาศึกษาเพิ่มเติม ใช้ความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ไปเกือบครึ่งค่อน ซึ่งทำให้เขาก้าวหน้าไปมากบนเส้นทางที่จะเข้าถึงแก่นแท้

“ใช้ปราณสังหารแทนที่ปราณภายใน…ไม่เลวเลย” อิ๋งปิงเอ่ยชมเบา ๆ

แสงกระบี่สีขาวสว่างของกระบี่น้ำค้างสวรรค์เคลื่อนผ่านไป นางมิได้ใช้ปราณภายใน ทว่ากระบวนท่าดาบที่พลิ้วไหว กลับสลายปราณสังหารที่แหลมคมไปได้อย่างไร้ร่องรอยและแม่นยำ ทั้งยังมีพลังเหลือเฟือ

ท่ากระบี่นั้นบดขยี้ปราณรูปขนนกกระเรียน และพลันพุ่งเข้าใส่หลี่โม่ในทันที!

ในวินาทีต่อมา ร่างของหลี่โม่ก็พลันหายวับไปจากจุดเดิม

วิชาฝ่าเท้าจับวายุ!

“วิชากระบี่เสาะบุปผาสามารถเร่งพลังได้ด้วยท่าวายุฝนโหมกระหน่ำ”

“การหลีกเลี่ยงเพียงอย่างเดียว จะยิ่งทำให้พลังกระบี่ของข้าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ” เสียงอันเย็นใสของอิ๋งปิงพลันดังขึ้น

หลี่โม่เข้าสู่ห้วงแห่งภวังค์ นี่ก็เป็นวิชาดาบระดับสุดยอดเช่นเดียวกัน ไฉนจึงเป็นเช่นนี้เล่า?

พลันเขาก็เลิกครุ่นคิดถึงวิชาดาบกระเรียนเพลิงนับพัน และกลับไปพิจารณาถึงที่มาของวิชาดาบเพลิงล้างทุ่งแต่เดิม?

ผู้ชมที่อยู่ใต้เวทีต่างตกอยู่ในความเงียบงัน

ทั้งสองผู้นี้แข็งแกร่งหรือไม่? ต้องบอกว่าแข็งแกร่งยิ่งนัก!

ไม่ว่าจะเป็นหลี่โม่หรืออิ๋งปิง วิชาดาบของพวกเขาล้วนเกินกว่าจินตนาการไปมากแล้ว

แต่ทว่าให้ตายเถอะ!  นี่มันไร้ซึ่งบรรยากาศของการชิงอันดับหนึ่งโดยสิ้นเชิง!

นี่เรียกว่าการประลองรึ? กำลังฝึกซ้อมกันอยู่ชัดๆ!

ศิษย์สายตรงหลี่ พลังที่เจ้ากดหวังฮ่าวซ้อมอย่างบ้าคลั่งนั้น หายไปไหนเสียแล้ว?

ศิษย์สายตรงอิ๋ง ท่าทีที่ไร้เทียมทานในการจัดการคู่ต่อสู้ในพริบตานั้น หายไปไหนเสียแล้ว?

เมื่อก่อนพวกเจ้าไม่เห็นเคยเป็นเช่นนี้เลย! กำลังล้อเล่นกันอยู่กระนั้นรึ?!

จบบทที่ บทที่ 78 รอบตัดสิน! ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน

คัดลอกลิงก์แล้ว