- หน้าแรก
- อ้อมกอดวายร้าย
- บทที่ 6 ตระกูลลู่มาเยือน
บทที่ 6 ตระกูลลู่มาเยือน
บทที่ 6 ตระกูลลู่มาเยือน
"บัดซบ!"
ชายหนุ่มที่สวมเครื่องประดับหมุดโลหะออกแรงจนสุดตัว แต่ก็ไม่อาจขยับท่อนไม้ในมือของเด็กสาวตัวน้อยได้เลยแม้แต่นิดเดียว สายตาที่นิ่งสงบและแน่วแน่ของเธอทำให้เขาขนลุกชันไปทั้งศีรษะ
เพื่อกลบเกลื่อนความหวาดกลัว เขาจึงได้แต่ตะโกนด่าทอออกมา
พรรคพวกของเขาที่ไม่รู้สถานการณ์ยังคงหัวเราะเยาะอย่างไม่ไว้หน้า
"ฮ่าๆๆ... นี่จางซาน แกอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอวะ? อย่าบอกนะว่าแกแกล้งอ่อนข้อให้เพราะเห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่ะ"
"แหม แสดงได้สมจริงซะด้วยนะ"
"เฮ้ย จางซาน ถ้าไม่ไหวก็หลบไป ให้ฉันจัดการเอง"
"ถุย... พวกคนแก่ คนป่วย แล้วก็คนพิการ อุตส่าห์ให้เวลาเตรียมตัวย้ายออกก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้วนะ อย่าให้ต้องใช้ไม้แข็ง"
ชายหนุ่มหน้าตอบแก้มลิงถุยน้ำลายลงพื้นแล้วก้าวออกมาทำท่าจะคว้าตัวคน
จังหวะนั้นเอง อาเยว่ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจากด้านนอก "พวกแกจะทำอะไร?! ฉันแจ้งตำรวจแล้วนะโว้ย!"
"เหอะ... พวกชอบแส่..." คำพูดสองคำสุดท้ายยังไม่ทันหลุดจากปาก
หัวหน้าแก๊งอันธพาลก็รู้สึกเหมือนมีวัตถุบางอย่างพุ่งผ่านข้างกายไป
เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลงนับร้อยเท่าในชั่วพริบตานั้น หัวหน้าแก๊งสาบานได้เลยว่าเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนเราจะถูกเตะปลิวได้ไกลขนาดนี้ ร่างของเขาลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งสวยงามก่อนจะกระแทกเข้ากับกำแพงเสียงดังสนั่น
ลู่เสี่ยวชายังคงจับท่อนไม้ของหนุ่มหมุดโลหะไว้ด้วยมือข้างเดียว เธอค่อยๆ ชักเรียวขาที่ไม่ได้ยาวมากนักกลับมา ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของไทยมุงที่อ้าปากกว้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ ลูกตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
แม้ขาข้างนั้นจะดูบอบบางราวกับกิ่งก้านบุปผา แต่กลับแฝงไปด้วยพละกำลังมหาศาล!
ไอ้หน้าลิงตอนนี้ลงไปนอนดิ้นพราดๆ ร้องโอดโอยอยู่บนพื้น แรงกระแทกเมื่อครู่ แค่คนมองยังรู้สึกเจ็บแทน ไม่ต้องพูดถึงเจ้าตัวที่โดนเข้าไปเต็มๆ
"อึก..."
ใครบางคนกลืนน้ำลายดังเอือก ชายหนุ่มหมุดโลหะที่ยังจับปลายอีกด้านของท่อนไม้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้นได้ดีที่สุด เมื่อสบเข้ากับสายตาของลู่เสี่ยวชา เขาก็กลัวจนเข่าอ่อน รีบปล่อยมือแล้วถอยกรูดไปสองก้าว ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น
แม่ครูใหญ่และเด็กคนอื่นๆ มองเธอด้วยความงุนงงระคนตกใจ แต่ต่างจากความหวาดกลัวของพวกนักเลง เมื่อตั้งสติได้ ปฏิกิริยาของพวกเขากลับกลายเป็นความดีใจและชื่นชม
"ว้าว..."
เด็กคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงเทิดทูน ดวงตาของเด็กคนอื่นๆ เป็นประกายวิบวับยามจ้องมองเด็กสาวผู้มีรูปลักษณ์น่ารักน่าเอ็นดูแต่กลับมีพละกำลังดุจเทพเจ้า
อาเยว่: "..."
เขาลืมไปได้ยังไงนะว่ายัยหนูคนนี้มันปีศาจชัดๆ?
เขาจึงพูดใส่โทรศัพท์ที่ยังไม่ได้วางสายไปตามสัญชาตญาณว่า "เอ่อ... ดูเหมือนทางนี้จะเรียบร้อยดีแล้วครับ"
แล้วเขาก็วางสายไปดื้อๆ
ตำรวจปลายสาย: "..."
แต่ฟังจากเสียงแล้วไม่น่าจะเรียบร้อยเลยนะ
หัวหน้าแก๊งถลึงตาอย่างดุร้าย "บัดซบ กลัวอะไรวะ?! มันก็แค่เด็กเปรตคนเดียว! พวกเรามีตั้งกี่คน จะมาแพ้เด็กได้ยังไง?!"
อาเยว่: ...ฟังดูมีเหตุผลชะมัด โทรกลับไปหาตำรวจตอนนี้ยังทันไหมนะ?
ทันทีที่พวกนักเลงกำลังจะลงมือ ประตูรั้วสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ถูกผลักเปิดออกกว้าง บอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำหลายคนเดินเรียงแถวเข้ามา
ตอนนั้นเองที่ทุกคนสังเกตเห็นรถหรูราคาหลายสิบล้านหลายคันจอดเรียงรายอยู่ด้านนอก ไม่รู้ว่ามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่
และทันทีที่บอดี้การ์ดเหล่านี้มาถึง พวกเขาก็เข้าล้อมกรอบพวกนักเลงไว้ สายตาดุร้ายราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ
พวกนักเลงในตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือ ดูอ่อนแอและน่าสมเพชสุดขีด
"ตึก ตึก ตึก..."
หญิงสาวในชุดเดรสหรูหราก้าวลงมาจากรถ คำจำกัดความสั้นๆ ที่เหมาะกับเธอก็คือ...
งดงามและสง่าผ่าเผย ดูออกทันทีว่าเป็นคุณนายจากตระกูลผู้ดีมีเงิน
ด้านหลังเธอ ชายวัยกลางคนในชุดสูทเข้ารูปสีดำที่ดูเย็นชาและสูงส่งเดินตามลงมา ท่วงท่าของเขาแตกต่างจากเหล่าบอดี้การ์ดโดยสิ้นเชิง
"เดินช้าๆ หน่อย"
สีหน้าของเขาเย็นชาและแผ่อำนาจกดดันตามธรรมชาติ แต่ยามที่สายตาตกกระทบร่างของหญิงสาว แววตานั้นกลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
หญิงสาวก้าวเท้าฉับๆ เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังกึกก้อง ดูขัดกับภาพลักษณ์อันสูงส่งของเธออยู่บ้าง แต่เธอกลับไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจสถานที่แห่งนี้เลย ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปที่เด็กสาวซึ่งยืนอยู่กลางลานสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างไม่วางตา ราวกับกลัวว่าถ้ากะพริบตาแล้วเธอจะหายวับไป
"คุณพ่อ คุณแม่ รอผมด้วยสิครับ!"
เด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งตามออกมาจากด้านหลัง นายน้อยผู้สูงศักดิ์คนนี้ก็คือคนเดียวกับที่พวกเขาเจอที่คลับเมื่อคืน
อาเยว่คิดในใจ 'ว่าแล้วเชียว มีคนตามมาหาเธอจริงๆ ด้วย'
หญิงสาวเดินส้นสูงตึกตักราวกับลมพัด เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่เสี่ยวชาอย่างรวดเร็ว ขอบตาของเธอแดงระเรื่อ มีหยาดน้ำตาคลอหน่วย เธอยกนิ้วขึ้นเหมือนอยากจะสัมผัสใบหน้าเด็กน้อยแต่กลับลังเล
"หนู... หนูชื่ออะไรจ๊ะ?"
เผยอันหรานถามอย่างระมัดระวัง สายตาจับจ้องเด็กน้อยอย่างหิวกระหาย
ชายร่างสง่าที่ยืนอยู่ข้างกายก็มองเธอเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นของภรรยา เขาดูสุขุมกว่ามาก ใบหน้าเรียบเฉยดูไม่ออกว่ายินดีที่ได้พบลูกสาว แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามือที่วางอยู่ข้างลำตัวนั้นกำแน่นด้วยความประหม่า
ลู่เสี่ยวชามองดูคู่สามีภรรยาตรงหน้า แล้วเหลือบมองไปทางเด็กหนุ่มที่วิ่งตามมาหยุดยืนอยู่ไม่ไกล เขาดูเหมือนอยากจะเข้ามาหาแต่ก็ลังเลใจอะไรบางอย่างจึงไม่ได้เดินเข้ามา
"หนูชื่อลู่เสี่ยวชา"
ลู่เสี่ยวชาตอบกลับไปตามตรง
คำตอบของเธอทำให้รูม่านตาของผู้ใหญ่ทั้งสองหดเกร็ง แทบจะหลุดปากถามออกมาพร้อมกันว่า "ท... ทำไมถึงชื่อลู่เสี่ยวชาล่ะ?"
ลู่เสี่ยวชาทำหน้างง 'ถามหนูแล้วหนูจะไปถามใคร'
จังหวะนั้นแม่ครูใหญ่ก็ก้าวออกมา "เอ่อ... ชื่อเสี่ยวชาตั้งตามตัวอักษรที่ปักอยู่บนเสื้อของแกน่ะค่ะ"
หลังจากความตื่นเต้นผ่านพ้นไป เมื่อได้เห็นหน้าของลู่เสี่ยวชาชัดๆ ทั้งคู่ก็มั่นใจแล้วว่านี่คือลูกสาวสุดที่รักที่ถูกขโมยไปจากโรงพยาบาล น้องสาวฝาแฝดของลู่เป่ยเฉิน
ลู่จ้านตบไหล่ภรรยาเบาๆ "คุณพาเสี่ยวชากับครูใหญ่เข้าไปคุยข้างในเถอะ ทางนี้ผมจัดการเอง"
เผยอันหรานย่อมเต็มใจอยู่แล้ว แต่เมื่อกี้เธอเห็นเจ้าพวกสวะพวกนี้พยายามจะรังแกลูกสาวสุดที่รักของเธอ
เผยอันหรานตวัดสายตามองกลุ่มนักเลงที่ยืนตัวสั่นงันงก ประกายเย็นเยียบพาดผ่านใบหน้าสวยสะพรั่ง เสียงรองเท้าส้นสูงดังกึกก้องขณะที่เธอเดินตรงเข้าไปแล้วกระทืบพวกมันเต็มแรง
เธอเปลี่ยนจากคุณนายผู้สง่างามและอ่อนหวานเมื่อครู่ กลายเป็นขุนพลหญิงผู้ดุดันในชั่วพริบตา
ทุกคนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า: "!!!"
พวกเขายืนอ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบหลุด
ทว่าสีหน้าของคนตระกูลลู่และเหล่าบอดี้การ์ดยังคงนิ่งสนิท เห็นได้ชัดว่าชินชากับพฤติกรรมนี้แล้ว
ดวงตาของลู่เสี่ยวชาเป็นประกายขึ้นมาทันที ถ้าคนคนนี้เป็นแม่ของร่างนี้ล่ะก็ เธอชอบ!
"กล้าดียังไงมารังแกลูกสาวตระกูลลู่ของฉัน รนหาที่ตายนักนะ!"
พวกนักเลงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดขณะถูกสั่งสอน เผยอันหรานหมุนตัวกลับมาอย่างงดงาม กลายเป็นคุณนายผู้สูงศักดิ์และสง่างามดังเดิม
หลังจากระบายอารมณ์ไปแล้ว เธอก็เริ่มกังวล 'ตายล่ะ ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ซะได้ ถ้าลูกสาวสุดที่รักคิดว่าฉันเป็นคนอารมณ์ร้อนแล้วไม่อยากกลับบ้านด้วยจะทำยังไงดี?'
เธอลอบมองลู่เสี่ยวชาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่กลับได้สบเข้ากับดวงตาเป็นประกายวิบวับที่มองตอบมา
เผยอันหราน: 'เรียบร้อย!'
'นี่แหละลูกสาวของฉันกับพี่จ้านตัวจริงเสียงจริง!'
ลู่จ้านมองภรรยาด้วยสายตาอ่อนใจ "คุณไม่น่าไปทำให้รองเท้าเปื้อนเลย"
เผยอันหราน: "ถ้าไม่ได้ตีพวกมันฉันคงอกแตกตายแน่"
พูดจบ เธอก็รีบเดินเข้าไปหาลูกสาวสุดที่รัก
'ลูกสาวของเธอทำไมถึงได้สวยและน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้นะ?'