เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 หรือว่าเธอพลาดข้าวไปตั้งเยอะ?

บทที่ 4 หรือว่าเธอพลาดข้าวไปตั้งเยอะ?

บทที่ 4 หรือว่าเธอพลาดข้าวไปตั้งเยอะ?


เมื่อคิดได้ดังนี้ ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมเด็กสาวตัวน้อยคนนั้นขึ้นมาบ้าง

ลู่เป่ยเฉินแค่นเสียงอย่างเย็นชา แสร้งทำเป็นไม่ยี่หระและกล่าวว่า "ถ้าเธอไม่สน ก็คือไม่สน ใครจะอยากนับญาติกับเธอกันล่ะ?"

พูดจบ เขาก็พาเพื่อนๆ ไปเล่นต่อ ทว่าตลอดเวลาที่เหลือ ใจเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แม้ปากจะบอกว่าไม่สน แต่ใบหน้าที่เหมือนกับเขาอย่างกับแกะ ทว่าดูหัวอ่อนและใสซื่อกว่ามาก กลับคอยผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดหย่อน

ใบหน้าของลู่เป่ยเฉินทะมึนลง เขาพยายามสะบัดภาพใบหน้านั้นออกจากหัวอย่างบ้าคลั่ง!

หลังจากลู่เสี่ยวชาและอาเยว่ออกจากคลับเฮาส์ เธอหยุดเดินและนั่งยองๆ อยู่หน้าแผงขายน้ำตาลปั้น

ดวงตากลมโตสีดำขาวตัดกันชัดเจนจ้องมองน้ำตาลปั้นในมือเด็กเจ็ดขวบข้างๆ อย่างละห้อย ขนตายาวงอนกระพริบปริบๆ ยามนั่งยองๆ อยู่กับพื้น เธอดูตัวเล็กและน่าสงสารจับใจ

เล่นเอาเด็กน้อยข้างๆ รู้สึกทำตัวไม่ถูก

"พี่สาว อยากกินสักคำไหมครับ?"

เห็นพี่สาวหน้าตาสะสวยดูน่าสงสารขนาดนี้ เด็กชายตัวน้อยจึงตัดสินใจแบ่งปันอย่างใจกว้าง ยอมให้เธอกัดสักคำ

ลู่เสี่ยวชาพยักหน้าหงึกหงัก อ้าปากกว้าง แล้วงับหัวมังกรน้ำตาลปั้นของเขาเข้าไปคำเบ้อเริ่ม

กร๊อบ หัวมังกรน้ำตาลปั้นหายไปทั้งแถบ

เด็กชายตัวน้อยจ้องมองมังกรในมือตาค้าง ก่อนจะเบะปาก ตาแดงก่ำ แล้วปล่อยโฮออกมา

"ฮือๆๆ... ไม่ใช่ให้กัดตรงนั้นสักหน่อย! ผมจะให้พี่กัดตรงหางต่างหากเล่า"

ลู่เสี่ยวชายกมือปิดปาก มองเด็กน้อยด้วยสายตาไร้เดียงสา "ก็น้องบอกให้พี่กัดไม่ใช่เหรอ? แล้วร้องไห้ทำไมล่ะ?"

เมื่ออาเยว่ตามมาเจอลู่เสี่ยวชาที่กำลังถือแก้วชานมไข่มุก เขาก็เห็นเธอกำลังรังแกเด็กที่อายุน้อยกว่ามาก เขาจึงรีบขอโทษขอโพยแม่ของเด็กชายเป็นการใหญ่ พร้อมจ่ายเงินซื้อน้ำตาลปั้นรูปมังกรอันใหม่ให้เพื่อเป็นการปลอบขวัญ

ตอนเดินออกมา ลู่เสี่ยวชาถือน้ำตาลปั้นเต็มกำมือ สีหน้าเปี่ยมสุข แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ชานมในมือเขา เป็นภาพที่อธิบายสำนวน "กินในถ้วย มองในหม้อ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อาเยว่จนปัญญาจริงๆ ถึงแม้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าจะยากจน แต่พวกเขาก็ไม่เคยปล่อยให้เธออดอยาก แล้วทำไมเธอถึงได้กลายเป็นคนหวงของกินและตะกละขนาดนี้ได้นะ?

"เสี่ยวชา เธอไม่อยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับคุณชายน้อยคนนั้นจริงๆ เหรอ?"

ลู่เสี่ยวชาเลียน้ำตาลปั้นในมือแล้วกระพริบตาปริบๆ "ไม่อะ"

อาเยว่เงียบไปสองวินาที "หน้าตาเธอเหมือนเขาเปี๊ยบเลยนะ ถ้าเป็นสายเลือดเดียวกันจริงๆ เธออาจจะไม่ต้องอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกต่อไปแล้วก็ได้"

บรรยากาศในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของพวกเขาถือว่าดีมาก แม่ครูใหญ่เปรียบเสมือนแม่ของเด็กๆ ทุกคน และความสัมพันธ์ระหว่างเด็กๆ ก็กลมเกลียวกันดี แต่ถึงจะดีแค่ไหน มันก็ยังเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่ดี

เด็กกำพร้าคนไหนบ้างไม่อยากมีบ้านที่แท้จริง?

อาเยว่ถามย้ำ "เสี่ยวชา เธอไม่อยากออกจากที่นี่เหรอ?"

ลู่เสี่ยวชาเลียลูกอม "ไม่อะ"

เธอตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

อาเยว่รู้สึกซาบซึ้งใจ คิดในใจว่า ถึงปกติเสี่ยวชาจะทำตัวไม่สนโลก แต่เธอก็คงผูกพันกับที่นี่มากสินะ

ด้วยความอยากรู้ เขาจึงถามต่อ "ทำไมถึงไม่อยากไปล่ะ?"

สีหน้าของลู่เสี่ยวชาจริงจังขึ้นมาทันที "ข้าวกับขนมที่ซ่อนไว้ใต้เตียงยังกินไม่หมดเลย"

เพล้ง...

เหมือนมีอะไรแตกสลาย อาเยว่กุมหน้าอก "เอาความซาบซึ้งเมื่อกี้คืนมาเลยนะ!"

อาเยว่ตั้งสติอยู่พักใหญ่กว่าจะพูดออกมาได้ "ของที่เธอซ่อนไว้นิดหน่อยแค่นั้น—ถ้าไปอยู่บ้านตระกูลลู่ เธอจะซื้อมากินเท่าไหร่ก็ได้!"

ฝีเท้าที่เคยเบาสบายของลู่เสี่ยวชาค่อยๆ หนักอึ้งและหยุดชะงักลงทันที เธอหันมามองหน้าอาเยว่อย่างจริงจัง

"พี่คิดว่าถ้าหนูกลับไปยอมรับญาตอนนี้ยังทันไหม?"

อาเยว่: "..."

เหนื่อยใจเหลือเกิน

ลู่เสี่ยวชารู้สึกเจ็บปวดใจ "นี่หนูเพิ่งพลาดข้าวไปตั้งเยอะเลยเหรอ?!"

ทั้งสองกลับมาถึงสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แม่ครูใหญ่ที่กำลังสอนเด็กๆ ทำงานฝีมือเห็นเข้าก็คิดว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น

ยิ่งเห็นรอยฝ่ามือบนหน้าอาเยว่ที่ยังไม่จางหาย หัวใจของแม่ครูใหญ่ก็หล่นวูบ

"เกิดอะไรขึ้น? อาเยว่ หน้าเธอไปโดนอะไรมา?"

อาเยว่แตะแก้มข้างที่โดนตบแล้วยิ้มแห้งๆ "ผมไม่เป็นไรครับ"

ลู่เสี่ยวชารีบแฉทันควัน "พี่อาเยว่โดนตบมาค่ะ"

แม่ครูใหญ่พูดด้วยความกังวล "มานี่เร็ว เดี๋ยวแม่ประคบให้ ไปโดนใครตบมาฮึ?"

ลู่เสี่ยวชานั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กข้างๆ เด็กๆ ที่กำลังทำงานฝีมือต่างกรูเข้ามามุง หลายคนมองน้ำตาลปั้นในมือลู่เสี่ยวชาตาละห้อย

ลู่เสี่ยวชา: "..."

รู้งี้กินให้หมดก่อนกลับมาก็ดี จะให้ก็ทำใจไม่ได้ เธอหวงของกินจะตาย แต่ครั้นจะไม่ให้แล้วโดนเด็กๆ รุมจ้องตาเป็นมันแบบนี้ มันก็สะกิดต่อมมโนธรรมของเธออยู่นิดหน่อย

"พี่มีลูกอมนะ มาเอาสิ"

โชคดีที่อาเยว่เตรียมพร้อมไว้แล้ว เขารู้นิสัยลู่เสี่ยวชาดี จึงหยิบอมยิ้มสองห่อที่ซื้อมาแจกจ่ายให้เด็กๆ

ต่อมมโนธรรมของลู่เสี่ยวชาสงบลงทันที เธอกินของในมืออย่างมีความสุข ถึงเธอจะหวงของกิน แต่ก็หวงแค่ของตัวเอง ของคนอื่นเธอไม่สนหรอก

ไม่เพียงแต่ไม่สน เธอยังไปต่อแถวกับพวกเด็กๆ เพื่อรับลูกอมอีกต่างหาก

มุมปากอาเยว่กระตุก แต่ก็ยอมยื่นให้เธออันหนึ่ง

แม่ครูใหญ่ประคบน้ำแข็งให้อาเยว่พลางบ่น "ใครมันทำเธอ? เดี๋ยวแม่จะไปคิดบัญชีกับมัน! อย่าให้ใครมาคิดว่าคนของสถานรับเลี้ยงเราเป็นเป้านิ่งให้รังแกง่ายๆ เชียว!"

ลู่เสี่ยวชากินน้ำตาลปั้นหมดแล้ว เลียนิ้วขาวเนียนจนสะอาดเกลี้ยง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้อาเยว่แล้วกระซิบถาม

"พี่อาเยว่ ชานมแก้วนั้นพี่ยังจะกินอยู่ไหม?"

อาเยว่หัวเราะพลางส่งชานมให้เธอ "พี่ตั้งใจซื้อให้เธอตั้งแต่แรกแล้ว"

ลู่เสี่ยวชารีบรับมาอย่างดีใจ ตบหน้าอกรับประกันแข็งขัน "จากนี้ไปหนูจะปกป้องพี่อาเยว่เอง ใครมารังแกพี่ บอกหนูได้เลย"

พูดจบ เธอก็หันไปบอกแม่ครูใหญ่ "แม่ครูคะ ไม่ต้องไปตามหาคนทำหรอกค่ะ หนูตบไอ้หัวแดงนั่นคืนไปแล้ว"

แม่ครูใหญ่รีบคว้ามือน้อยๆ ของลู่เสี่ยวชามาดู "ตบยังไงลูก? เจ็บมือไหม?"

มุมปากอาเยว่กระตุก คิดในใจว่า แม่ครูครับ แม่ครูน่าจะถามมากกว่าว่าคนที่โดนตบตอนนี้เป็นตายร้ายดียังไง

ลู่เสี่ยวชาตอบพลางดูดชานม "ไม่เจ็บค่ะ คนนั้นอ่อนแอจะตาย หนูออกแรงแค่นิดเดียวเขาก็ปลิวแล้ว ยืนยังแทบไม่อยู่เลย"

พูดจบ เธอยังทำหน้าดูแคลนประกอบ

แม่ครูใหญ่ไม่ได้สงสัยอะไร เพียงแต่กำชับให้ดูแลตัวเองดีๆ อย่าให้ใครรังแก ฯลฯ ลู่เสี่ยวชาถือแก้วชานม แก้มตุ่ยขณะดูดดื่ม นั่งเรียบร้อยบนเก้าอี้ตัวเล็กพลางพยักหน้าหงึกหงัก แต่ใจลอยไปไกลแล้ว พรุ่งนี้เช้ากินอะไรดีนะ? อ้อ จริงสิ พรุ่งนี้มีนมหรือเปล่านะ?

คฤหาสน์ตระกูลลู่... ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางทั้งสนามหญ้า ป่าโปร่ง และแนวป่าเขา ตัวคฤหาสน์หรูหราโอ่อ่า เป็นสถานที่ที่เศรษฐีหลายคนใฝ่ฝัน แต่ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเข้ามาอยู่อาศัย

ลู่เป่ยเฉินกลับถึงบ้านด้วยใจที่พะวักพะวน เห็นคฤหาสน์ตระกูลลู่อันกว้างใหญ่เงียบเหงาและเยือกเย็น เขาก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที

"คุณชาย กลับมาแล้วหรือครับ"

พ่อบ้านหนุ่มรูปงามมีรอยยิ้มพอเหมาะบนริมฝีปาก ดูเป็นสุภาพบุรุษและมีมารยาท ชนะใจผู้คนได้ง่ายดาย

ลู่เป่ยเฉินทิ้งตัวลงบนโซฟา กอดหมอนอิงไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

"พวกเขาล่ะ?"

"นายท่านกับคุณนายไปงานเลี้ยงครับ ท่านกำชับไว้ว่าให้คุณชายอย่าลืมดื่มนมตอนกลับมาด้วย"

ลู่เป่ยเฉินหลุบตาลง เสียงดังขึ้นเล็กน้อย "ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ! เรื่องแค่นี้ทำไมต้องฝากบอกด้วย มาบอกเองไม่ได้หรือไง?"

จบบทที่ บทที่ 4 หรือว่าเธอพลาดข้าวไปตั้งเยอะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว