เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 หย่าร้าง

บทที่ 17 หย่าร้าง

บทที่ 17 หย่าร้าง


"ท่านแม่ เรื่องนี้...!" หลินเฉินเลี่ยลังเลที่จะเอ่ยปาก

"เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถิด! เราต้องจัดการธุระในจวนให้เรียบร้อยเสียก่อน" จ้าฮูหยินรู้ดีว่าบุตรชายต้องการจะพูดอะไร แต่ตอนนี้ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าต้องเร่งจัดการ

"ขอรับ แต่ตอนนี้น้องหญิงกลับมาแล้ว เรื่องในครอบครัวคงปิดบังนางไม่ได้แล้วกระมัง?" หลินเฉินเลี่ยนึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามด้วยความกังวล

"ไม่เป็นไร นางรู้เข้าสักวันก็ต้องรู้อยู่ดี อวี่ซินไม่ใช่ลูกนกในกรงทอง เด็กคนนั้นใจกล้าดั่งมังกร" จ้าฮูหยินไม่ได้กังวลแต่อย่างใด สาเหตุที่นางยังไม่บอกอวี่ซินก่อนหน้านี้ ก็เพราะไม่อยากให้ลูกต้องมารับรู้เรื่องราวน่าปวดหัวตั้งแต่วันแรกที่กลับมา แม้ว่าสุดท้ายอวี่ซินก็ต้องรู้อยู่ดีก็ตาม

อย่างไรเสีย หัวอกคนเป็นพ่อแม่ย่อมอยากมอบสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดให้ลูก เรื่องวุ่นวายพวกนี้นางจะเป็นคนแบกรับไว้เอง!

"ท่านแม่ คนที่ลูกส่งไปติดตามดูเขา กลับมารายงานว่าเมื่อวานเขาเริ่มเทขายของออกไปหลายอย่างแล้วขอรับ" หลินเส้าหยางเอ่ยแทรกขึ้น แจ้งข่าวที่ตนทราบมา

"นึกไม่ถึงว่าเขาจะใจร้อนขนาดนี้ แต่คราวนี้กลับไม่บากหน้ามาขอเงินแม่หรือ??" จ้าฮูหยินแค่นหัวเราะ นับตั้งแต่นางรู้ธาตุแท้ของหลินสยงอันว่าหักหลังนาง นางก็ส่งองครักษ์เงาไปสืบเรื่องราวของเขามาโดยตลอด

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน พวกเขาก็ขุดคุ้ยเรื่องราวได้ไม่น้อย ดังนั้นนางจึงให้เส้าหยางวางแผนล่อลวงลูกนอกสมรสของเขาให้ติดการพนัน จนตอนนี้ติดหนี้สินรุงรัง

เมื่อวานนี้ เมียน้อยของเขาได้ส่งข่าวไปบอกหลินสยงอันแล้ว อยู่ที่ว่าหลินสยงอันจะตัดสินใจทำอย่างไรต่อไป

"ท่านแม่ ลูกคิดว่าเขาคงไม่ยอมปล่อยท่านไปง่ายๆ แน่" หลินเส้าหยางเอ่ยเสียงต่ำ แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่บิดาของพวกเขาช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน

"อืม แม่รู้ แม่แค่กำลังรอให้เขามาหา" จ้าฮูหยินเคาะนิ้วอย่างใจเย็น

หลินอวี่ซินกลับมาที่เรือนทิงอวี่ ก็เห็นว่าเด็กหนุ่มคนนั้นฟื้นแล้ว นางรีบเดินเข้าไปถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง "เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บตรงไหนอยู่หรือไม่?"

เด็กหนุ่มจ้องมองพี่สาวตรงหน้าตาค้าง ไม่ยอมพูดจา

ที่นี่คือที่ไหน? เขาตายไปแล้วหรือ?

"ไม่ต้องกลัว ข้าช่วยเจ้าออกมาจากหอนางโลม ต่อจากนี้ไปเจ้าพักอยู่ที่บ้านข้าเถอะ รอให้โตแล้วค่อยไป หรือถ้าเจ้าไม่อยากอยู่ ข้าจะให้เงินเจ้าก้อนหนึ่ง รักษาตัวหายดีแล้วเจ้าก็ไปได้เลย" หลินอวี่ซินเห็นท่าทีระแวดระวังของเขา จึงอธิบายและยื่นข้อเสนอให้สองทางเลือก

เด็กหนุ่มฟังคำพูดของหลินอวี่ซิน แต่ยังคงมองนางด้วยสายตาหวาดระแวง ไม่ยอมตอบคำถาม

หลินอวี่ซินไม่รีบร้อน เห็นว่าเด็กหนุ่มปลอดภัยดีแล้วจึงเอ่ยเสียงนุ่ม "เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ ลองคิดทบทวนดู หายดีเมื่อไหร่ค่อยให้คำตอบข้าก็ได้"

พูดจบ หลินอวี่ซินก็ลุกเดินออกจากห้องไป เพราะเกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายอึดอัด

จากนั้นหลินอวี่ซินก็ไปดูแลแปลงสมุนไพรที่หลังเรือน

พอถึงมื้อเที่ยง นางป้อนยาให้เด็กหนุ่มจนเสร็จ เห็นเขาหลับไปแล้ว จึงเดินไปทานมื้อกลางวันกับมารดาที่เรือนใหญ่

เมื่อเช้าจ้าฮูหยินเพิ่งเปรยว่ากำลังรอหลินสยงอันอยู่ ตกบ่ายหลินสยงอันก็โผล่หัวมาจริงๆ

หลังมื้อเที่ยง หลินอวี่ซินยังไม่กลับเรือน นางตั้งใจจะมาอ้อนวอนขอยกเลิกคลาสเรียนมารยาท จึงนั่งต่อรองกับจ้าฮูหยินอยู่นานสองนาน

ความจริงจ้าฮูหยินก็เริ่มเสียใจตั้งแต่ลูกสาวหนีออกจากบ้านคราวนั้น ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความสุขของลูก ลูกสาวอุตส่าห์กลับมาแล้ว นางไม่อยากบีบคั้นลูกอีก

ที่นางยังไม่ยอมรับปาก ก็แค่ต้องการหยอกเย้าลูกเล่นเท่านั้น

จังหวะนั้นเอง หลินสยงอันก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาอย่างร้อนรน

"ฮูหยิน! ช่วยด้วย!!!" เสียงหลินสยงอันดังมาก่อนตัว

'อ๊ะ! พ่อสารเลวมาแล้ว! ช่วงนี้มัวแต่เรียนเลยไม่ค่อยได้เจอหน้า ทำไมดูโทรมขนาดนี้ล่ะ? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่ข้าไม่รู้หรือเปล่าเนี่ย?'

หลินอวี่ซินมองหลินสยงอันด้วยความประหลาดใจ สภาพเขาดูไม่เหมือนเจ้าบ้านตระกูลหลินผู้ภูมิฐานเลยสักนิด หนวดเครารุงรัง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ราวกับไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน

"มีอะไรหรือ?" จ้าฮูหยินปรายตามองเรียบๆ แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว

"ฮูหยิน เพราะมีเหตุสุดวิสัย ข้าเลยติดหนี้คนอื่นอยู่ห้าพันตำลึง ข้าเอาเงินเก็บออกมาหมดแล้วก็ยังไม่พอ ข้าจำได้ว่าเจ้ายังมีสินเดิมอยู่ ขอยืมให้สามีเอาไปใช้แก้ขัดก่อนได้หรือไม่??" หลินสยงอันไม่อ้อมค้อม รีบบอกจุดประสงค์ทันที

เขาไม่รู้ว่าช่วงนี้เกิดบ้าอะไรขึ้น ทำอะไรก็ซวยไปหมด แผนให้ไป๋เว่ยเว่ยไปยั่วยวนหลินเฉินเลี่ยก็ล่มไม่เป็นท่า แถมยังไปกระตุกหนวดเสืออย่างองค์รัชทายาทเข้าอีก

หวังซือฉินก็ยังไม่ได้ลงมือจัดการนังเด็กหลินอวี่ซิน ลูกชายตัวดีดันไปก่อหนี้พนันก้อนโตไว้อีก จะให้เขาไปหาเงินที่ไหนมาใช้คืน???

ช่วงนี้เขาหัวหมุนไปหมดแล้ว

"ท่านพี่ ข้าไม่มีเงินหรอก สินเดิมของข้าถูกพวกท่านผลาญไปจนเกลี้ยงแล้ว จะเหลืออะไรอีก?" จ้าฮูหยินปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย

"เจ้า... ไม่สิ ฮั่นหยา สินเดิมของเจ้าอีกครึ่งหนึ่งยังอยู่ที่เจ้าไม่ใช่หรือ? อย่างน้อยก็น่าจะมีสักสองพันตำลึง! ให้ข้ายืมหมุนก่อนเถอะ เราเป็นผัวเมียกัน ยังต้องมาคิดเล็กคิดน้อยกันอีกหรือ?" หลินสยงอันทำหูทวนลมกับคำประชดประชันของจ้าฮูหยิน เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่านางจะไม่มีเงิน

เขาแค่อยากได้เงินไปใช้หนี้ตอนนี้ให้จบๆ ไป ไม่งั้นลูกชายสุดที่รักของเขาคงแย่แน่

"ข้าไม่มีเงิน" จ้าฮูหยินนั่งหน้านิ่ง จ้องมองชายตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า

"ไม่มี? ข้าว่าเจ้าไม่อยากช่วยข้ามากกว่า! จ้าฮั่นหยา เราเป็นสามีภรรยากันนะ เจ้าจะใจดำขนาดนี้เชียวหรือ?" หลินสยงอันเห็นจ้าฮูหยินยืนกรานเสียงแข็ง ก็ตวาดลั่นด้วยความโมโห

"สองพันตำลึง ไม่มี แต่ถ้าห้าร้อยตำลึง พอไหว ทว่าข้ามีเงื่อนไข" จ้าฮูหยินเอ่ยเสียงเรียบ

"เงื่อนไขอะไร?" หลินสยงอันถามด้วยความกระตือรือร้นเมื่อเห็นช่องทาง

แม้จะได้แค่ห้าร้อยตำลึง แต่เขาก็จะหาทางตะล่อมเอาส่วนที่เหลือมาจากนางให้ได้อยู่ดี

"ข้าต้องการหนังสือหย่า!" จ้าฮูหยินเน้นเสียงทีละคำชัดเจน

"อะไรนะ??" หลินสยงอันตะลึงงัน นึกว่าหูฝาด จึงถามย้ำอีกครั้งเสียงเบาหวิว

'เกิดอะไรขึ้น? ทำไมท่านแม่ถึงขอหย่า? ในพล็อตเรื่องไม่มีฉากนี้นี่นา?? มีอะไรที่ข้าไม่รู้ หรือพล็อตมันเปลี่ยนไปแล้ว?? แต่หย่าก็ดี เก็บผู้ชายพรรค์นี้ไว้ทำปุ๋ยรึไง! รีบเขี่ยทิ้งไปเร็วๆ ยิ่งดี!'

หลินอวี่ซินเองก็ตกตะลึงกับฉากนี้ แต่พอตั้งสติได้ก็นึกดีใจ อย่างน้อยท่านแม่จะได้หลุดพ้นจากนรกขุมนี้เสียที

"ข้าต้องการหย่า! แค่ท่านเขียนหนังสือหย่ามา ข้าจะให้เงินห้าร้อยตำลึงนี้ทันที!" จ้าฮูหยินมองหลินสยงอันด้วยสายตาเย็นชา

"เป็นไปไม่ได้? ข้าไม่หย่า! เจ้าอย่าได้ฝันไปเลย เป็นคนของข้า ตายก็ต้องเป็นผีบ้านสกุลหลิน!! วันนี้ไม่ว่าเจ้าจะเต็มใจหรือไม่ เจ้าต้องเอาเงินออกมาให้ข้า!" หลินสยงอันของขึ้นทันทีที่ได้ยินคำว่า "หย่า" ใบหน้าบิดเบี้ยวตะคอกใส่จ้าฮูหยินอย่างเกรี้ยวกราด

"ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้น? ลองคิดดูสิ! ถ้าท่านไม่ตกลง ท่านจะไม่ปวดใจแย่หรือหากลูกชู้ของท่านต้องโดนตัดแขนตัดขา?"

"อ้อ แล้วไหนจะหวังซือฉินกับหลินเชียนเชียนอีก เมื่อไหร่พวกนางจะได้เชิดหน้าชูตาเสียที? คนหนึ่งไร้ชื่อไร้สถานะ อีกคนก็เป็นแค่ลูกเลี้ยง น่าสงสารออกนะ" จ้าฮูหยินมองดูอาการเดือดดาลของหลินสยงอันแล้วหัวเราะเบาๆ

"เจ้า... เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไร? ข้าไปมีลูกนอกสมรสที่ไหน? ข้ากับหวังซือฉินเกี่ยวข้องกันตรงไหน? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเชียนเชียน? ข้าว่าเจ้าบ้าไปแล้ว!" หลินสยงอันถูกแทงใจดำ ตะโกนด่ากลบเกลื่อนความผิด

"ข้าพูดเพ้อเจ้อหรือไม่ ท่านรู้อยู่แก่ใจ หากท่านเจ้ากรมยังอยากรักษาเก้าอี้ไว้ ก็เขียนหนังสือหย่ามาซะ มิฉะนั้น นอกจากลูกชู้ของท่านจะหมดอนาคตแล้ว เก้าอี้ขุนนางของท่านก็อาจจะสั่นคลอนไปด้วย"

จ้าฮูหยินแผ่รังสีอำมหิตกดดันเต็มที่ นางไม่สนว่าเขาจะยอมรับหรือไม่ ขอเพียงบรรลุเป้าหมายเป็นพอ

จบบทที่ บทที่ 17 หย่าร้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว