- หน้าแรก
- เสียงในใจเปลี่ยนชะตา
- บทที่ 16 ช่วยเหลือเด็กน้อย
บทที่ 16 ช่วยเหลือเด็กน้อย
บทที่ 16 ช่วยเหลือเด็กน้อย
นับตั้งแต่ล่วงรู้ว่าตนสามารถได้ยินเสียงความคิดของหลินอวี่ซิน เขาก็พยายามพาตัวเองเข้าไปใกล้ชิดนางอยู่เสมอไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวคือเขาต้องการล่วงรู้ความลับอีกหลายเรื่อง
วันนี้เมื่อได้ยินหวังอวี่รายงานว่าแม่นางน้อยผู้นี้แอบหนีไปยังหอคณิกาหงส์แดง แม้จะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจตามมา
ที่เขามาก็เพราะเกรงว่าหากนางเป็นอะไรไป เขาคงพลาดโอกาสที่จะได้ล่วงรู้ความลับอื่นๆ ในภายภาคหน้า และดูเหมือนว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะถูกต้อง เพราะวันนี้เขาได้ยินเรื่องราวมากมายเหลือเกิน
หลินอวี่ซินนั่งดื่มสุราเคล้าคลอไปกับเหล่าโฉมงามอยู่ราวหนึ่งชั่วยาม
จากนั้นจึงแสร้งทำเป็นขอตัวไปปลดทุกข์ แล้วเดินโซซัดโซเซออกมาจากวงเหล้า
เมื่อลับตาผู้คน นางก็ล้วงหยิบยาเม็ดหนึ่งออกมาจากอกเสื้อโยนเข้าปาก เพียงครู่เดียวสติสัมปชัญญะที่พร่าเลือนก็กลับคืนมา นางหมุนตัวมุ่งหน้าตรงไปยังลานหลังเรือนทันที
หลินอวี่ซินเดินลัดเลาะค้นหา ไม่นานก็พบห้องครัวของหอหงส์แดง ทว่ายังไม่ทันจะไปถึงหน้าประตู เสียงด่าทอและทุบตีดก็ดังลอดออกมาให้ได้ยิน
"เจ้าเด็กโง่เง่า! ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาพอไปวัดไปวาได้บ้าง ข้าคงไม่ซื้อเจ้ามาหรอก ให้ทำอาหารแค่นี้ก็ทำไม่ได้เรื่อง! ข้าจะตีให้ตายคามือเลยคอยดู เจ้าตัวไร้ประโยชน์!"
"เพียะ! เพียะ!"
เสียงทุบตีดังสนั่นมาจากด้านใน
หลินอวี่ซินรีบวิ่งเข้าไปใกล้ ย่อตัวลงซ่อนใต้บานหน้าต่างแล้วลอบมองเข้าไป
ภายในห้อง เด็กชายตัวน้อยกำลังถูกหญิงร่างท้วมทุบตีอย่างหนัก
เด็กน้อยยกมือกุมศีรษะ กัดฟันแน่นไม่ส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เมื่อหลินอวี่ซินเห็นภาพนั้นชัดเจน คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันทันที
'นี่หรือคือโอรสสวรรค์ที่พลัดพรากมาใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน? ช่างน่าเวทนานัก! เด็กคนนี้ชะตาอาภัพยิ่ง ถูกสลับตัวตั้งแต่เกิดไปอยู่กับครอบครัวแซ่ชิว'
'แต่หัวหน้าครอบครัวนั่นดันเป็นผีพนัน พอเขาอายุห้าขวบก็ถูกพ่อเลี้ยงตีจนตายเพราะหนี้สิน เจ้าหนี้เลยยึดตัวเด็กคนนี้มาขัดดอก เห็นว่าหน้าตาดีเลยขายต่อให้หอหงส์แดง'
'เพราะยังเด็กเกินไปเลยถูกส่งมาทำงานก้นครัว รอจนอายุสิบแปดฮ่องเต้ถึงจะมารับตัวกลับ แต่เพราะเติบโตในหอคณิกาจึงถูกเขี่ยทิ้งจากศึกชิงบัลลังก์'
'ใครจะไปรู้ว่าคนผู้นี้แหละที่จะได้ขึ้นครองราชย์ในที่สุด สิ่งแรกที่เขาทำหลังขึ้นครองบัลลังก์คือสั่งทำลายหอหงส์แดงจนราบคาบ บวกกับสิ่งที่เคยเจอมา ทำให้อารมณ์แปรปรวนยากคาดเดา เผลอหน่อยเดียวอาจสั่งตัดหัวคนได้ง่ายๆ'
'แต่ก็เป็นเขาผู้นี้นี่แหละที่นำพาแคว้นเซี่ยขึ้นเป็นผู้นำแห่งสี่แคว้น นับเป็นบุคคลที่เป็นที่ถกเถียงกล่าวขานจริงๆ! ถ้าข้าช่วยเขาตอนนี้ แล้ววันหน้าเขาได้เป็นฮ่องเต้ เขาจะช่วยคุ้มครองตระกูลหลินบ้างไหมนะ?'
คิดได้ดังนั้น หลินอวี่ซินก็ล้วงหนังสติ๊กออกมาจากอกเสื้อ หยิบยาเม็ดอีกชนิดหนึ่งขึ้นมา แล้วเล็งยิงใส่หญิงร่างท้วมคนนั้นทันที
เม็ดยาแตกกระจายกลางอากาศ ไร้สีไร้กลิ่น
"หนึ่ง สอง สาม!"
"ตึง!"
สิ้นเสียงนับ ร่างท้วมก็ล้มตึงลงกระแทกพื้น
หลินอวี่ซินรีบใช้ผ้าปิดจมูกและปาก ผลักประตูเข้าไปอุ้มเด็กน้อยที่กองอยู่กับพื้น แล้ววิ่งหนีออกทางประตูหลังอย่างรวดเร็ว
หลี่เซียวเฉินมองตามหลังหลินอวี่ซินไป ความตกตะลึงเรื่องชาติกำเนิดของเด็กคนนั้นยังไม่ทันจางหาย ก็ต้องมาเห็นนางอุ้มเด็กวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตา
สตรีนางนี้คิดจะเข้าไปแทรกแซงการสืบทอดราชบัลลังก์หรืออย่างไร? หรือนางไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหนกัน?
หลี่เซียวเฉินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไล่ตามนางไป
เมื่อวิ่งพ้นออกมาจากหอหงส์แดง หลินอวี่ซินก็เริ่มเอะใจว่าทุกอย่างดูราบรื่นเกินไปหรือไม่?
'ด้วยฐานะของเด็กคนนี้ อยู่ข้างนอกคงไม่ปลอดภัย พาหมอนี่กลับไปก่อนดีกว่า! รอให้แผลหายดีแล้วค่อยให้เขาตัดสินใจเอง!'
นางก้มมองเด็กชายในอ้อมแขน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจวิ่งมุ่งหน้ากลับจวนตระกูลหลิน
หลี่เซียวเฉินเฝ้าดูจนแน่ใจว่าหลินอวี่ซินกลับเข้าจวนตระกูลหลินอย่างปลอดภัยแล้ว จึงอาศัยความมืดเร้นกายกลับตำหนักผู้สำเร็จราชการ
"ท่านอ๋อง!"
หวังอวี่เห็นผู้สำเร็จราชการกลับมาเสียทีจึงรีบเข้าไปต้อนรับ
หลี่เซียวเฉินผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ เดินออกมาจากหลังฉากกั้นแล้วนั่งลงที่โต๊ะทรงงาน นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ ผ่านไปเนิ่นนานจึงเอ่ยขึ้นว่า
"หวังอวี่ ไปสืบประวัติคนผู้หนึ่งมาให้ข้าที!"
...
อีกด้านหนึ่ง หลินอวี่ซินลัดเลาะกลับมายังเรือนพักของตน วางร่างเด็กน้อยลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง แล้วยื่นมือไปจับชีพจร
'อดข้าวมากี่วันแล้วเนี่ย? ถึงขั้นเป็นลมเพราะหิวโซ บวกกับขาดสารอาหารมานาน แถมยังมีแผลฟกช้ำไปทั้งตัว ยังมีชีวิตอยู่ได้นี่ปาฏิหาริย์ชัดๆ'
ตรวจดูแล้วชีพจรอ่อนแรงแต่ไม่มีโรคร้ายแรงอื่น ร่างกายที่ทรุดโทรมต้องค่อยๆ ฟื้นฟู
นางนำสมุนไพรออกมาจากมิติส่วนตัว ต้มยาป้อนให้เขาดื่ม จากนั้นจึงฝังเข็มเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด และทายาตามบาดแผลบนร่างกาย กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จ ฟ้าก็เกือบสาง
หลินอวี่ซินไม่คิดจะนอนต่อแล้ว จึงสั่งสาวใช้ให้เตรียมอาหารเช้ามาให้ที่ห้อง
เมื่อทานเสร็จก็กำชับให้เสี่ยวเตี๋ยคอยดูแลเด็กน้อย ส่วนตัวเองก็ลุกเดินไปยังเรือนของมารดา
"ท่านแม่เจ้าขา!!!"
เสียงหวานเจื้อยแจ้วดังมาก่อนตัว
"ข้าหูฝาดไปหรือเปล่า?"
หลินเส้าหยางส่ายหน้าถามอย่างงุนงง
"ไม่หรอก แต่น้องเล็กหนีออกจากบ้านไปไม่ใช่หรือ จะกลับมาเช้าขนาดนี้เชียว?"
หลินเฉินเลี่ยเองก็ส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ใครจะไปคิดว่าคนที่เพิ่งหนีออกจากบ้านไปเมื่อคืน จะกลับมาหลังจากผ่านไปเพียงคืนเดียว?
แต่หลินอวี่ซินก็กลับมาแล้วจริงๆ อีกอย่างไม่มีใครรู้ว่านางหนีออกจากบ้าน นางจึงแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง อยู่กันพร้อมหน้าเลยหรือเจ้าคะ!!"
หลินอวี่ซินวิ่งถลารีบเข้าไปทักทาย
'พี่ใหญ่นี่พักหลังจะว่างงานเกินไปแล้วกระมัง? พี่รองกิจการไม่ดีหรือไง ทำไมถึงอยู่ติดบ้านได้ทุกวี่ทุกวัน?'
มุมปากของพี่ชายทั้งสองกระตุกยิกๆ ยกมือลูบจมูกแก้เก้อ พวกเขาก็มีงานมีการทำนะ เข้าใจไหม?
จ้าฮูหยินยิ้มมองลูกสาว ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว เอ่ยถามเสียงนุ่มว่า
"ทานข้าวเช้ามาหรือยังลูก? มาทานด้วยกันไหม?"
"ทานมาแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ วันนี้ข้ามามีเรื่องจะคุยด้วย คือว่า... เมื่อคืนข้าออกไปข้างนอกมา แล้วบังเอิญช่วยคนมาคนหนึ่ง ข้าขอเลี้ยงเขาไว้ได้ไหมเจ้าคะ?"
หลินอวี่ซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
"ช่วยคน? ใครกันรึ?"
จ้าฮูหยินถามด้วยความฉงน
"เอ่อ! ก็แค่เด็กที่ถูกทารุณกรรมน่ะเจ้าค่ะ ข้าทนดูไม่ได้จริงๆ"
หลินอวี่ซินอธิบายรวบรัด ไม่กล้าบอกว่าตัวเองไปหอคณิกามา
'ก็แค่โอรสฮ่องเต้ แถมยังเป็นว่าที่ฮ่องเต้ในอนาคต ตำแหน่งใหญ่โตพอไหมล่ะ!'
หลินเฉินเลี่ยกับหลินเส้าหยางสะดุ้งโหยง แม้แต่จ้าฮูหยินเองก็ยังตกใจจนขวัญเสีย
ทำไมรู้สึกว่าลูกสาวคนเล็กชักจะใจกล้าบ้าบิ่นขึ้นทุกวัน ถึงขั้นกล้าเข้าไปพัวพันกับเชื้อพระวงศ์เชียวหรือ?
"แล้ว... อวี่ซิน เจ้าวางแผนจะทำอย่างไรต่อไป?"
จ้าฮูหยินผู้ผ่านโลกมามากรีบตั้งสติ แล้วเงยหน้าถามบุตรสาว
"ข้าอยากจะให้เขาอยู่ที่นี่ เลี้ยงดูเขาไปก่อน เด็กคนนี้เจอเรื่องร้ายๆ มาเยอะ น่าสงสารมากเจ้าค่ะ"
หลินอวี่ซินทำท่าครุ่นคิดก่อนตอบ
'ต้องเก็บเด็กคนนี้ไว้ ถึงในอนาคตเขาจะเป็นทรราช แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาจะเป็นกษัตริย์ผู้ปรีชา เรื่องอนาคตค่อยว่ากัน ตอนนี้เลี้ยงไว้ก่อน เผื่อจะมีประโยชน์อะไรบ้าง'
"เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นก็ให้อยู่ที่นี่ไปก่อน"
จ้าฮูหยินเห็นลูกสาวมีแผนการในใจจึงไม่ขัด อีกอย่างด้วยฐานะของเด็กคนนั้น จะให้ไล่ตะเพิดออกไปตอนนี้ก็คงทำไม่ได้
"ตกลงเจ้าค่ะท่านแม่ งั้นข้ากลับก่อนนะเจ้าคะ เด็กคนนั้นยังนอนอยู่ที่เรือนข้า เดี๋ยวต้องกลับไปดูอาการหน่อย"
เมื่อมารดาอนุญาต หลินอวี่ซินก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ
"เด็กคนนี้... บทจะทำอะไรก็ปุบปับเสียจริง"
จ้าฮูหยินยิ้มอย่างอ่อนใจ มองตามแผ่นหลังของลูกสาวที่เดินจากไป