- หน้าแรก
- เสียงในใจเปลี่ยนชะตา
- บทที่ 14 เผชิญหน้ากับความจริง
บทที่ 14 เผชิญหน้ากับความจริง
บทที่ 14 เผชิญหน้ากับความจริง
หลินเชียนเชียนขบกรามแน่น ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มแล้วเอ่ยขึ้น
"เรื่องเมื่อวาน... ช่างน่าหวาดกลัวนักนะเจ้าคะ"
"นั่นสิเจ้าคะพี่หญิง เป็นสตรีก็ควรต้องรู้จักระวังป้องกันตัวเอาไว้บ้าง เพราะเราไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าภัยร้ายจะมาถึงตัวเมื่อใด"
หลินอวี่ซินเอ่ยตอบ พลางจ้องมองหลินเชียนเชียนด้วยแววตาที่มีความนัยแอบแฝง
วาจานั้นทำเอาหลินเชียนเชียนใจกระตุกวูบ นางเอ่ยตะกุกตะกัก
"นะ... น้องหญิงพูดถูกแล้ว ถ้าเช่นนั้น... เราก็อย่าออกไปข้างนอกกันเลย อยู่แต่ในจวนนี่แหละ เดี๋ยวพี่หญิงจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเอง ดีหรือไม่?"
หลินอวี่ซินเลิกคิ้วมองนาง
'ยังไม่ยอมแพ้อีกรึ! ได้ งั้นมาดูกันว่าใครจะเล่นงานใคร!'
"ก็ได้เจ้าค่ะ! ตามใจพี่หญิงเลย!"
นางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระแล้วเลิกสนใจอีกฝ่าย
หลินอวี่ซินวางแผนจะถางที่ดินว่างเปล่าหลังเรือนเพื่อปลูกสมุนไพร เจตนาคือต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ และหาข้ออ้างนำของวิเศษออกมาจากมิติส่วนตัวให้ดูสมเหตุสมผล
หลินอวี่ซินรับจอบจากสาวใช้แล้วมุ่งหน้าไปยังลานหลังเรือน เดิมทีสวนหลังเรือนของนางมีดอกไม้ปลูกอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก เพียงพอให้ดูเจริญหูเจริญตาเท่านั้น
นางลงมือตัดดอกไม้เหล่านั้นจนเกลี้ยง แบ่งจัดใส่แจกันอย่างสวยงาม แล้วสั่งเสี่ยวเตี๋ยว่า
"เจ้าเอาดอกไม้พวกนี้ไปส่งที่เรือนท่านแม่ เรือนพี่ใหญ่ พี่รอง แล้วก็น้องสามด้วยนะ"
"เจ้าค่ะ!"
เสี่ยวเตี๋ยรับคำ ประคองแจกันดอกไม้แล้วเดินออกไป
"น้องหญิง เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ? ตัดดอกไม้ทิ้งทำไมกัน?"
หลินเชียนเชียนที่เดินตามหลังมาติดๆ เห็นการกระทำของนางก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจ
"อ๋อ ข้าจะเคลียร์พื้นที่ตรงนี้เพื่อปลูกอย่างอื่นน่ะเจ้าค่ะ"
หลินอวี่ซินตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ พลางหันไปเริ่มพรวนดินต่อ
"น้องหญิง ทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ? สวนนี้ท่านแม่ตั้งใจจัดเตรียมให้เจ้าเชียวนะ หากเจ้าทำลายมันแบบนี้ ท่านแม่ต้องเสียใจแน่! อีกอย่าง ที่นี่คือจวนเสนาบดีซ่างซู การมาปลูกของไร้สาระพวกนี้มันไม่สมฐานะเลยสักนิด"
หลินเชียนเชียนกรอกตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน
'สมกับเป็นเด็กบ้านนอกจริงๆ วันๆ ทำแต่เรื่องไม่งามหน้า'
"เรื่องนั้นพี่หญิงไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะ ว่าแต่... ไหนพี่หญิงบอกว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนข้าวันนี้ไม่ใช่หรือ?"
หลินอวี่ซินเริ่มรำคาญเสียงนกเสียงกา แต่แล้วนัยน์ตาก็เป็นประกายเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากขณะเริ่มขุดหลุมพรางดักอีกฝ่าย
"ชะ... ใช่!"
หลินเชียนเชียนสังหรณ์ใจไม่ดีแต่ก็จำต้องกัดฟันรับคำ
"พี่หญิงดีที่สุดเลย! ดูสิเจ้าคะ อุตส่าห์มาเล่นกับข้าทั้งที แต่ข้ายังมีงานต้องทำอีกตั้งเยอะ ในเมื่อพี่หญิงอยู่ตรงนี้แล้ว งั้นช่วยข้าทำงานหน่อยนะเจ้าคะ!"
พูดจบ หลินอวี่ซินก็ยัดจอบใส่มือหลินเชียนเชียน แล้วคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่นไม่เปิดโอกาสให้หนี
"หลินอวี่ซิน บังอาจนัก! ข้าเป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่ จะให้มาทำงานของพวกบ่าวไพร่ได้อย่างไร?"
หลินเชียนเชียนพยายามถอยหนีแต่ถูกจับไว้แน่นจนดิ้นไม่หลุด นางโกรธจนหน้าแดงตะคอกใส่อีกฝ่ายเสียงดัง
"พี่หญิง ยังดูไม่ออกอีกหรือเจ้าคะ? คุณหนูตัวจริงของจวนหลินแห่งนี้คือข้าต่างหาก ส่วนท่าน... ก็แค่ตัวปลอมที่ถูกสลับตัวไปผิดฝาผิดตัว แม้แต่พ่อแม่ที่แท้จริงเป็นใครท่านยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ในจวนแห่งนี้ ท่านก็แค่อาศัยใบบุญคนอื่นเขาอยู่... เป็นแค่คนนอก"
"อีกอย่าง ท่านเป็นคนเสนอตัวจะมาอยู่เป็นเพื่อนข้าเอง ตอนนี้ข้าต้องการให้ท่านช่วยทำงาน ถ้าทำได้ก็อยู่ ถ้าทำไม่ได้ก็ไสหัวไป"
หลินอวี่ซินกรอกตามองบน วาจาเผ็ดร้อนไร้ความเกรงใจ เพราะผู้หญิงคนนี้ยังไม่รู้จักสถานะตัวเองเสียที
"เจ้าพูดบ้าอะไร! ข้าคือ...!!"
หลินเชียนเชียนเดือดดาลจนลืมตัวตะโกนลั่น แต่แล้วก็นึกถึงคำกำชับของมารดาขึ้นมาได้กะทันหัน จึงรีบกลืนคำพูดลงคอ
ท่านแม่ส่งข่าวมาเมื่อคืนว่าได้ของสิ่งนั้นมาแล้ว และกำชับให้นางหาจังหวะลงมือ ส่วนเรื่องชาติกำเนิดที่เป็นลูกสาวของท่านพ่อ ท่านแม่บอกว่ายังไม่ถึงเวลาเปิดเผย
ต้องรอให้ท่านพ่อยึดสินเดิมของนังแก่จ้าฮูหยินมาให้หมด แล้วหย่าขาดกับนางเสียก่อน จัดการนังเด็กเหลือขอนี่ให้สิ้นซาก ถึงตอนนั้น... นางจะเป็นคุณหนูแห่งจวนหลินแต่เพียงผู้เดียว
"ท่านคืออะไรหรือ?"
หลินอวี่ซินเลิกคิ้วมอง แววตาคมกริบราวกับจะทิ่มแทงให้ทะลุถึงตับไตไส้พุง
สายตานั้นทำเอาหลินเชียนเชียนเสียวสันหลังวาบ รู้ตัวว่าเกือบหลุดปากความลับสำคัญไป จึงรีบแก้ตัว
"น้องหญิง พี่ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น อ้อ... จริงสิ พี่นึกได้ว่ามีธุระ พี่ไปก่อนนะ!"
ว่าแล้วนางก็รีบหันหลังวิ่งหนีไปทันที
หลินอวี่ซินมองตามหลังร่างที่วิ่งหนีไปพลางแสยะยิ้มอย่างสมเพช ก่อนจะก้มหน้าก้มตาพรวนดินต่อโดยไม่ใส่ใจ
หลายวันต่อมา หลินเชียนเชียนยังคงเพียรพยายามมานั่งเฝ้าที่เรือนทุกวัน แม้หลินอวี่ซินจะทำเมินเฉย แต่นางก็ไม่ลดละ ความหน้าหนาของนางช่างน่านับถือ หลินอวี่ซินเองก็ไม่ได้ขัดข้อง บางครั้งยังแกล้งเปิดช่องว่างให้โอกาสนางลงมือเสียด้วยซ้ำ
สามวันผ่านไป ในที่สุดแปลงสมุนไพรของหลินอวี่ซินก็เสร็จสมบูรณ์
นางเลือกสมุนไพรบางชนิดจากในมิติออกมาปลูก เว้นแต่พวกสมุนไพรล้ำค่าหายากที่ยังไม่กล้านำออกมา เพราะเกรงว่าจะเลี้ยงไม่รอดในสภาพแวดล้อมภายนอก
วันนี้หลินอวี่ซินว่างเว้นจากภารกิจ จึงคิดจะไปเยี่ยมมารดา
นางรีบทานมื้อเช้าแล้วมุ่งหน้าไปเรือนจ้าฮูหยินทันที ชิงตัดหน้าก่อนที่ตัวน่ารำคาญอย่างหลินเชียนเชียนจะโผล่มา
"ท่านแม่!"
เสียงหวานใสดังมาก่อนตัว
"ฮ่าๆ ยัยหนูคนนี้ หายหน้าหายตาไปหลายวันเชียวนะ ได้ข่าวว่ารื้อสวนหลังเรือนจนเหี้ยนเตียนเลยรึ?"
จ้าฮูหยินยิ้มร่าเมื่อเห็นหน้าบุตรสาว เอ่ยหยอกเย้าด้วยความเอ็นดู
"ลูกแค่ตัดดอกไม้ทิ้ง แล้วเปลี่ยนมาปลูกสมุนไพรแทนเจ้าค่ะ"
หลินอวี่ซินตอบตามตรง เรื่องที่นางรู้วิชาแพทย์ อย่างไรเสียวันหน้าทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดี
"เอาเถอะ เจ้าอยากทำอะไรก็ทำ ว่าแต่ช่วงนี้หลินเชียนเชียนไปวุ่นวายกับเจ้าทุกวันเลยหรือ? นางไปสร้างปัญหาอะไรให้เจ้าหรือไม่?"
จ้าฮูหยินได้ยินบ่าวรายงานว่าหลินเชียนเชียนขยันไปเรือนอวี่ซินจนผิดสังเกต จึงอดห่วงไม่ได้
"นางบอกว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนลูก ก็เลยมานั่งแช่อยู่ที่เรือนทุกวันเจ้าค่ะ"
หลินอวี่ซินยักไหล่ตอบ แต่ในใจกลับคิดว่า
'มาอยู่เป็นเพื่อนแค่ข้ออ้าง หาเรื่องใส่ร้ายป้ายสีสิของจริง ไม่รู้ป่านนี้แอบเอาของมาซุกไว้เรียบร้อยหรือยัง อุตส่าห์เปิดทางสะดวกให้ขนาดนี้ ถ้ายังไม่รีบคว้าโอกาสไว้ ก็อย่ามาโทษกันทีหลังนะ!'
จ้าฮูหยินได้ยินความคิดของบุตรสาว เห็นว่าลูกรู้ทันและมีแผนรับมือ ก็เบาใจลงเปราะหนึ่ง
"เช่นนั้นก็ดี อ้อ จริงสิ แม่เพิ่งได้รับข่าวมาว่าฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้องค์รัชทายาทกับไป๋เว่ยเว่ยแล้วนะ"
จ้าฮูหยินนึกขึ้นได้ และคิดว่าลูกสาวน่าจะสนใจเรื่องนี้
"จริงหรือเจ้าคะ?"
หลินอวี่ซินตาเป็นประกาย ข่าวนี้ช่างดีต่อใจยิ่งนัก
'คราวนี้ไป๋เว่ยเว่ยก็มายุ่งกับพี่ใหญ่ไม่ได้แล้วสินะ! แต่ก็ประมาทไม่ได้ พวกมันอาจจะมีลูกไม้อื่นอีก ต้องระวังตัวไว้!'
จ้าฮูหยินแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย
"อวี่ซิน! แม่หาอาจารย์มาสอนมารยาทให้เจ้าได้แล้วนะ ต่อไปนี้เจ้าต้องเรียนรู้ขนบธรรมเนียมกุลสตรีให้เชี่ยวชาญ"
"หา? ลูกเพิ่งเรียนไปไม่ใช่หรือเจ้าคะ ทำไมต้องเรียนอีกแล้วล่ะ?"
หลินอวี่ซินหน้าเหวอตกใจกับคำประกาศสายฟ้าแลบ
'ม่ายยยย!!! ทำไมหนีไปไหนก็หนีการเรียนไม่พ้นเนี่ย! ไม่เอาแล้ว ไม่เรียนแล้ว! ใครก็ได้ช่วยที!!!'
"แม่ทำเพื่อเจ้าทั้งนั้น เรียนไปก่อนเถอะน่า ถ้าไม่ไหวค่อยว่ากันอีกที ตกลงไหม?"
จ้าฮูหยินยิ้มปลอบใจ แต่ในใจกลับคิดหนัก 'ถ้าไม่จับเจ้ามาขัดเกลากิริยามารยาทเสียบ้าง ขืนใครมาได้ยินความคิดห่ามๆ ของเจ้าเข้า มีหวังชาตินี้คงขายไม่ออกกันพอดี!'
"ก็ได้เจ้าค่ะ!"
เสียงในใจของหลินอวี่ซินห่อเหี่ยวลงทันตา แต่ก็ไม่อยากขัดใจมารดา
"เด็กดี!"
หลินอวี่ซินขามาเดินตัวปลิวอย่างร่าเริง แต่ขากลับไหล่ตกเดินคอตกกลับไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก