- หน้าแรก
- เสียงในใจเปลี่ยนชะตา
- บทที่ 9 พี่ใหญ่หลินเฉินเลี่ย
บทที่ 9 พี่ใหญ่หลินเฉินเลี่ย
บทที่ 9 พี่ใหญ่หลินเฉินเลี่ย
"น้องหญิง เจ้าช่างไม่ระวังตัวเอาเสียเลย แต่คราวหน้าหากเจ้าจะส่งอะไรมา รบกวนช่วยส่งเผื่อข้าสักถ้วยได้ไหมเจ้าคะ น้องเองก็อยากชิมบ้าง!"
หลินอวี่ซินก้าวเข้าไปจับมือหลินเชียนเชียนแล้วตบเบาๆ พลางเอ่ยขึ้น
"หากน้องหญิงชอบ คราวหน้าข้าจะส่งไปให้เจ้าสักที่ก็แล้วกัน"
หลินเชียนเชียนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูแคลน ยัยบ้านนอกนี่มันบ้านนอกจริงๆ แค่น้ำแกงไก่ถ้วยเดียวยังไม่เคยกิน ถึงกับต้องมาแย่งชิงกันขนาดนี้ เชอะ!
"อืม แม่ดีใจมากที่พวกเจ้ารักใคร่กลมเกลียวกันเช่นนี้ ไปเถอะ!"
น้ำเสียงของจ้าฮูหยินอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเอ่ยปาก
"เช่นนั้นลูกขอตัวเจ้าค่ะ"
หลังจากหลินเชียนเชียนเดินจากไป หลินอวี่ซินมองตามแผ่นหลังนั้นพลางกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ
'นังชาเขียวเอ๊ย เงียบไปได้ไม่กี่วัน พอโผล่หัวมาก็วางยาพิษเลยรึ? ชอบวางยานักไม่ใช่หรือ? คืนนี้แม่จะจัดให้สาสมเลยคอยดู'
จ้าฮูหยินมองบุตรสาวอย่างงุนงง ดูท่าทางอวี่ซินคงไปก่อเรื่องอะไรไว้แน่ๆ ใช่หรือไม่? มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย... ความรู้สึกที่ได้รับการปกป้องจากลูกสาวนี่มันช่างดีเหลือเกิน
ค่ำคืนนั้น ณ เรือนชุ่ยอวี้ของหลินเชียนเชียน
หลังจากอาบน้ำเสร็จ หลินเชียนเชียนก็รู้สึกคันคะเยอไปทั่วทั้งตัว นางเริ่มเกา แต่ยิ่งเกาเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่หายคัน
ท้ายที่สุด ร่างกายของหลินเชียนเชียนก็เต็มไปด้วยรอยเล็บข่วนจนเลือดซิบ
แม้แต่ตามหมอมารักษาก็ไร้ผล
เช้าวันรุ่งขึ้น...
"กรี๊ดดด...!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากเรือนชุ่ยอวี้ แม้แต่หลินอวี่ซินที่อยู่ไกลถึงเรือนทิงอวี้ยังได้ยิน
"สมน้ำหน้า!"
หลินอวี่ซินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
ในขณะเดียวกัน จ้าฮูหยินก็เริ่มดำเนินการสืบสวนเรื่องการวางยาพิษ ในเมื่ออีกฝ่ายเริ่มลงมือแล้ว นางจะมัวนั่งนิ่งดูดายไม่ได้อีกต่อไป
"โม่ยวี่!"
"ขอรับนายหญิง!"
เงาร่างดำทมึนปรากฏขึ้นในห้องอย่างฉับพลัน ยืนนิ่งด้วยความเคารพเบื้องหน้าจ้าฮูหยิน
"ข้ามีเรื่องจะไหว้วานเจ้า ช่วยไปสืบให้ข้าที!"
จ้าฮูหยินมองโม่ยวี่แล้วเอ่ยเสียงเบา
"ขอรับ!"
สิ้นเสียง ร่างนั้นก็วูบหายไปไร้ร่องรอย
นี่คือองครักษ์ลับที่ท่านพ่อมอบให้ตอนนางแต่งงาน โดยกำชับว่าเขาจะมีประโยชน์ในสักวันหนึ่ง
นางไม่เคยคาดคิดเลยว่า ผ่านไปกว่าสิบปี ครั้งแรกที่นางเรียกใช้เขา กลับเป็นการสืบเรื่องสามีของตัวเอง
จ้าฮูหยินยิ้มเยาะให้กับชะตาชีวิต
...
เวลาล่วงเลยไปอีกสองวันอย่างรวดเร็ว หลินอวี่ซินอุดอู้อยู่แต่ในจวนมาหลายวัน การเรียนมารยาทก็จวนจะจบหลักสูตรแล้ว
นางทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงวิ่งไปอ้อนมารดาขออนุญาตออกไปเดินเล่นข้างนอก
จ้าฮูหยินเพียงกำชับให้ระวังตัว แล้วก็อนุญาตให้ไป!
หลินอวี่ซินออกจากจวนด้วยจิตใจเบิกบาน
...
"ไปเถอะเสี่ยวเตี๋ย ไปดูร้านต่อไปกัน"
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินอวี่ซินได้ออกมาเที่ยวเล่นตามลำพัง นางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จูงมือสาวใช้มุ่งหน้าไปยังร้านถัดไป
ทันใดนั้น ขอทานน้อยคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาชนหลินอวี่ซินอย่างจัง จนเกือบทำให้เซถลา
"คุณหนู ระวังเจ้าค่ะ!!"
เสี่ยวเตี๋ยร้องเสียงหลง รีบปรี่เข้าไปประคองคุณหนูของตน
เมื่อหลินอวี่ซินทรงตัวได้มั่นคง นางมองขอทานน้อยตรงหน้า เตรียมจะเอ่ยถามไถ่ แต่อีกฝ่ายกลับก้มหน้าก้มตาวิ่งหนีไปเสียดื้อๆ
ทีแรกหลินอวี่ซินยังตั้งตัวไม่ทัน แต่แล้วนางก็รู้สึกคุ้นเคยกับเหตุการณ์นี้อย่างประหลาด
"แย่แล้ว!"
หลินอวี่ซินได้สติ รีบคลำถุงเงินที่เอว... มันหายไปแล้ว!!!
"เสี่ยวเตี๋ย รีบตามไปเร็ว มันขโมยถุงเงินข้า!"
พูดจบหลินอวี่ซินก็วิ่งไล่ตามไปทางที่ขอทานน้อยหนีไป
"คุณหนู รอข้าด้วยเจ้าค่ะ!"
เสี่ยวเตี๋ยเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตามไปติดๆ
'บ้าเอ๊ย ประมาทไปหน่อย มัวแต่สบายใจเฉิบอยู่บ้านหลายวันจนลืมพล็อตเรื่องไปซะสนิท คราวนี้ถุงเงินโดนขโมย เป็นแผนของนังเมียน้อยพ่อสารเลวที่สั่งให้คนมาขโมยถุงเงิน แล้วเอาไปสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายว่าข้าลักลอบคบชู้ เพื่อทำลายชื่อเสียงข้าให้ป่นปี้'
หลินอวี่ซินกัดฟันวิ่งไล่ตาม แม้นางจะมีวรยุทธติดตัวบ้าง แต่เรี่ยวแรงก็มีจำกัด
หลี่เซียวเฉินที่อยู่บนชั้นสองเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี และยังได้ยินความคิดของหลินอวี่ซินอีกด้วย เขามองตามร่างเล็กที่วิ่งห่างออกไปพลางสั่งเสียงเย็น
"ไปช่วยนาง!"
"ห๊ะ?"
หวังอวี่ที่ยืนรออยู่ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก! ช่วย? ช่วยใคร?
แต่เมื่อสบสายตาเย็นเยียบของหลี่เซียวเฉิน
หวังอวี่ก็ตัวแข็งทื่อ ก้มหน้าลงรับคำ
"ขอรับ!"
แล้วหันหลังเดินออกจากประตูไป
หลินอวี่ซินไล่ตามขอทานน้อยเข้าไปจนถึงตรอกเปลี่ยว
"แฮ่ก... แฮ่ก... อย่าหนีนะ เอาของข้าคืนมา! ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้ารังแกเด็กนะ!"
หลินอวี่ซินหอบหายใจ ยืนพิงกำแพงขู่ฟ่อ แต่ด้วยความที่นางหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ต่อให้ทำท่าดุแค่ไหน ก็ยังดูน่ารักน่าชังอยู่ดี
เจ้าเด็กนั่นไม่มีทีท่าหวาดกลัวนางสักนิด ส่ายหน้าปฏิเสธที่จะคืนของให้
หลินอวี่ซินขมวดคิ้ว เตรียมจะหยิบเข็มเงินออกมา กะว่าจะจิ้มสั่งสอนให้เจ้าเด็กนี่หลับสักตื่น
"ปึก!"
จู่ๆ เจ้าเด็กนั่นก็ล้มตึงลงไปกองกับพื้น
"หือ???"
'เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจู่ๆ ก็ล้มไปล่ะ?'
หลินอวี่ซินเดินเข้าไปดู พบว่าเด็กคนนั้นถูกตีจนสลบเหมือด มีคนแอบช่วยนางหรือนี่?
หลินอวี่ซินมองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่พบใคร ช่างเถอะ หลินอวี่ซินหยิบถุงเงินของตัวเองคืนมา แล้วเตรียมจะเดินกลับ
เดินไปได้เพียงสองก้าว นางก็นึกอะไรขึ้นได้ รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะหันกลับไปมองขอทานน้อย
'อยากได้ถุงเงินนักใช่ไหม เอ้านี่!'
หลินอวี่ซินล้วงเข้าไปในอกเสื้ออยู่นาน สองนาน ในที่สุดก็ควักถุงเงินที่มีลวดลายเหมือนกันเปี๊ยบออกมา แล้วยัดใส่มือขอทานน้อย
จากนั้นนางก็หันหลังเดินจากไป ไม่นานนักก็เห็นเสี่ยวเตี๋ยวิ่งตามหาตัวนางจนเจอ
"คุณหนู! เป็นอะไรไหมเจ้าคะ?"
เสี่ยวเตี๋ยถามด้วยความเป็นห่วง
"ข้าไม่เป็นไร กลับบ้านกันเถอะ"
หลินอวี่ซินยังคงอารมณ์ดี นางพาสาวใช้เดินกลับจวนอย่างสบายใจ
เงามืดร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ปรายตามองถุงเงินในมือขอทานน้อยที่นอนอยู่บนพื้น ดีดหินใส่ร่างนั้นหนึ่งที แล้วหันหลังเดินจากไป
ขอทานน้อยสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา มองไปรอบๆ ด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นถุงเงินยังอยู่ในมือ ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนีไปทางหนึ่ง
ตำหนักอ๋องผู้สำเร็จราชการ...
"ท่านอ๋อง หลินอวี่ซินกลับไปแล้วขอรับ แต่นางทิ้งถุงเงินปลอมไว้!"
หลี่เซียวเฉินไม่แม้แต่จะเงยหน้า ยังคงก้มหน้าอ่านเอกสารราชการในมือ พลางเอ่ยเสียงเรียบ
"ออกไปได้!"
"ขอรับ!"
หวังอวี่รับคำแล้วถอยออกไป
...
หลังจากหลินอวี่ซินกลับถึงบ้านได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงบ่าวเข้ามารายงาน
"ฮูหยินเจ้าคะ ฮูหยินไป๋แห่งจวนอัครเสนาบดีส่งเทียบเชิญมาเจ้าค่ะ เชิญฮูหยินกับคุณหนูไปร่วมงานเลี้ยงเจ้าค่ะ"
"จวนอัครเสนาบดี?"
จ้าฮูหยินชะงักไปเล็กน้อย นางไม่ได้ไปมาหาสู่กับจวนอัครเสนาบดีเท่าใดนัก ปกติก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกัน ไฉนคราวนี้ถึงเจาะจงเชิญตระกูลหลิน?
"เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไปเถอะ!"
จ้าฮูหยินโบกมือไล่บ่าวรับใช้
'จวนอัครเสนาบดี? ถ้าจำไม่ผิด ไป๋เว่ยเว่ย ลูกสาวอัครเสนาบดี คือคนรักของพี่ใหญ่นี่นา แต่สุดท้ายนางถูกโจรจับตัวไป แล้วพี่ใหญ่ก็บุกเดี่ยวไปช่วยนาง จนต้องเสียขาไปทั้งสองข้าง ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้าง'
'ถ้าแม่นางไป๋นั่นเป็นคนดีก็ว่าไปอย่าง แต่ทว่าไป๋เว่ยเว่ยนั่นดันเป็นหมากที่พ่อสารเลวกับองค์รัชทายาทวางไว้ เพื่อใช้จัดการพี่ใหญ่ หวังจะฮุบอำนาจทางทหารในมือพี่ใหญ่ต่างหาก'
ใบหน้าของจ้าฮูหยินซีดเผือดลงทันที ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกนางที่หน้าประตู
"ท่านแม่ ลูกกลับมาแล้วขอรับ"
หลินอวี่ซินหันไปตามเสียง เห็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลาคมคาย มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์
"อา... เลี่ยเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือลูก คราวนี้จะอยู่กี่วันล่ะ?"
จ้าฮูหยินเห็นลูกชายที่ไม่ได้เจอกันกว่าเดือน ก็รีบปรับสีหน้าจากความตื่นตระหนกเมื่อครู่ แล้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
"คราวนี้ลูกจะอยู่บ้านสักหลายวันหน่อย จะได้อยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ด้วย"
หลินเฉินเลี่ยยิ้มให้มารดา
"นี่คงเป็นน้องหญิงของข้าสินะ!"
เขาหันไปมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อครู่ตอนเดินมาถึงหน้าประตู เขาได้ยินชื่อไป๋เว่ยเว่ย
เขาไม่ได้รีบร้อนเข้ามา เพียงแค่แอบฟังคร่าวๆ เสียงนั้นเรียกเขาว่า 'พี่ใหญ่' ดังนั้นก็น่าจะเป็นน้องสาวคนนี้ที่พูด แต่เขาไม่แน่ใจว่าเป็นภาพหลอนหรือเรื่องจริง เพราะเมื่อกี้เขาไม่เห็นน้องสาวขยับปากพูดเลยสักนิด
ดังนั้น เรื่องที่เขาได้ยินเมื่อครู่... คงต้องหาทางพิสูจน์ให้กระจ่าง