- หน้าแรก
- เสียงในใจเปลี่ยนชะตา
- บทที่ 8 วางยาพิษ
บทที่ 8 วางยาพิษ
บทที่ 8 วางยาพิษ
“เอาล่ะ เจ้ามีน้ำใจมากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ!”
จ้าฮูหยินพยักหน้าด้วยความพอใจ พลางเร่งเร้าให้หลินอวี่ซินรีบไปพักผ่อน
“เจ้าค่ะ!”
เมื่อหลินอวี่ซินเดินออกมา พี่ชายรองของนางก็ยังคงยืนรออยู่
“ไปกันเถอะ พี่จะพาเจ้าไปส่งที่เรือน!”
หลินเส้าหยางเอ่ยกับหลินอวี่ซิน
“อิอิ ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่รอง!”
หลินอวี่ซินยิ้มตาหยี ตอบรับด้วยความยินดี
หลินอวี่ซินเดินตามหลินเส้าหยางกลับมายังเรือนพักของตนที่ชื่อว่า ‘เรือนทิงอวี่’ ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของเรือนมารดา ท่านแม่บอกว่าให้นางอยู่ใกล้ๆ จะได้อุ่นใจกว่า
หลินอวี่ซินไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด นางนอนที่ไหนก็ได้ จึงตามใจมารดา
หลินเส้าหยางเดินมาส่งนางถึงหน้าเรือนเล็ก กำชับอะไรบางอย่างเล็กน้อย แล้วจึงขอตัวกลับไป
หลินอวี่ซินเดินตามสาวใช้เข้ามาภายในเรือน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือบ่อปลาขนาดกะทัดรัด ที่มองเห็นปลาคาร์ปแหวกว่ายไปมาอย่างเพลิดเพลิน
ทางด้านซ้ายมือมีการจัดสวนหินจำลอง ดูราวกับภาพวาดทิวทัศน์ย่อส่วน
หลินอวี่ซินเม้มปากยิ้ม ดูท่าท่านแม่จะใส่ใจนางมากจริงๆ
นางเดินตรงเข้าสู่ห้องนอน นอกจากทิวทัศน์ในสวนแล้ว ภายในห้องยังตกแต่งได้อย่างวิจิตรบรรจง เครื่องเรือนทำจากไม้ฮวาหลีคุณภาพเยี่ยม ข้าวของเครื่องใช้ล้วนถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน
หลินอวี่ซินนั่งลงบนตั่งพลางเท้าคางครุ่นคิด สองวันที่ผ่านมาตั้งแต่กลับมาถึงจวน นางแทบไม่เห็นคนในตระกูลหลินรุมล้อมเอาใจคุณหนูตัวปลอมนั่นเลย!
กลับกลายเป็นเหมือนศัตรูคู่อาฆาตกันเสียมากกว่า ทำไมเหตุการณ์ถึงดูแปลกๆ ชอบกล?
หรือว่านางจะข้ามภพมาผิดเรื่อง? หรือการมาของนางทำให้เนื้อเรื่องเปลี่ยนไป?
แต่การเปลี่ยนแปลงนี้มันออกจะพลิกหน้ามือเป็นหลังมือไปหน่อยไหม!
ไม่สิ หากคำนวณดูแล้ว อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะมีงานเลี้ยงในวังช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ได้ยินว่าจะมีคณะทูตจากต่างแคว้นเดินทางมาท้าประลองกับแคว้นเซี่ย ในนิยาย แคว้นเซี่ยโชคดีที่เอาชนะการประลองนั้นมาได้
ทว่าในคืนงานเลี้ยงนั้น กลับเกิดเหตุลอบสังหารขึ้น
หากนางมีโอกาสได้ไปร่วมงาน ก็จะได้พิสูจน์ดูว่าพล็อตเรื่องเดิมเปลี่ยนไปจริงหรือไม่
หลังจากจัดการความคิดเรียบร้อย หลินอวี่ซินก็แตะรอยประทับบนข้อมือ พริบตาเดียว ร่างของนางก็หายวับไปจากตรงนั้น
หลินอวี่ซินเข้ามาใน ‘มิติส่วนตัว’ นอกจากห้องที่มีชั้นหนังสือเรียงราย ซึ่งนางอ่านจบไปหมดแล้ว ยังมีป่าไม้อีกแห่งหนึ่ง
ในป่านั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด ต่อให้ขุดออกไป ต้นใหม่ก็จะงอกขึ้นมาเอง
มิตินี้มาจากหยกพกประจำตระกูลในชาติภพก่อน นางค้นพบมิตินี้โดยบังเอิญ และได้อ่านตำราในนั้นจนหมดสิ้น เรียนรู้สรรพวิชาต่างๆ จนแตกฉาน
ทักษะความรู้ทั้งหมดของนาง ล้วนมาจากการศึกษาด้วยตนเองในที่แห่งนี้
นางจัดแจงข้าวของในมิติ ตั้งแต่ข้ามภพมาจนรู้ว่ามิตินี้ติดตามมาด้วย นางก็ยังไม่มีเวลาเข้ามาดูเลย วันนี้ฤกษ์ดี จึงเข้ามาเตรียมยาสมุนไพรเผื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
กว่าหลินอวี่ซินจะจัดการทุกอย่างเสร็จ ก็ล่วงเข้ากลางดึก นางจึงออกจากมิติและเข้านอนทันที
...
หลายวันต่อมา หลินอวี่ซินไม่ได้ออกไปไหน นางอยู่ติดจวนคอยอยู่เป็นเพื่อนจ้าฮูหยิน
จ้าฮูหยินเคี่ยวเข็ญให้นางเรียนรู้มารยาทของกุลสตรีชนชั้นสูง โดยอ้างว่ากลัวนางจะขายหน้าต่อหน้าคนภายนอก
หลินอวี่ซินเห็นด้วยกับมารดา จึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างขะมักเขม้นอยู่หลายวัน
ล่วงเข้าวันที่ห้า พี่ชายคนที่สามที่เดินทางไปราชการต่างเมืองก็กลับมาถึง
“ท่านแม่ ลูกกลับมาแล้วขอรับ!”
หลินอวี่ซินที่กำลังนั่งคัดอักษรอยู่ในเรือนของมารดา ได้ยินเสียงบุรุษดังขึ้น
นางหันไปมอง คาดว่าคงเป็นพี่ชายคนที่สาม เขาดูสุภาพเรียบร้อย หน้าตาหล่อเหลา ท่าทางสมกับเป็นคุณชายเจ้าสำราญ
'นี่น่ะหรือพี่สาม? หล่อเหลาเอาการเชียว มิน่าล่ะสาวๆ ถึงได้ติดตรึม ถึงพี่สามคนนี้จะต้องตายเพราะผู้หญิงก็คงไม่เสียชาติเกิดแล้วล่ะมั้ง!'
หลินซื่อเซียวที่กำลังก้าวเข้ามาถึงกับชะงักกึก ใครพูดน่ะ? ตาย? หมายถึงเขาหรือ?
เขากวาดตามองไปรอบๆ จนกระทั่งสายตามาหยุดอยู่ที่หลินอวี่ซิน
“อาเซียว กลับมาแล้วหรือลูก!”
จ้าฮูหยินเองก็ได้ยินเสียงความคิดของหลินอวี่ซิน จึงรีบเอ่ยเรียกบุตรชายคนเล็ก
หลินซื่อเซียวได้ยินเสียงมารดาเรียก จึงรีบก้าวเข้าไปทำความเคารพ
“คารวะท่านแม่ขอรับ!”
“ดี... ดี กลับมาก็ดีแล้ว มานี่สิ แม่จะแนะนำให้รู้จัก นี่คือน้องสาวของเจ้า หลินอวี่ซิน”
จ้าฮูหยินดีใจมากที่เห็นลูกชายกลับมา แต่ก็ไม่ลืมแนะนำลูกสาว
“อวี่ซิน นี่พี่สามของเจ้า!”
“พี่สาม สวัสดีเจ้าค่ะ!”
หลินอวี่ซินทักทายพี่ชายด้วยรอยยิ้ม
“อืม สวัสดีน้องหญิง!”
หลินซื่อเซียวตอบรับอย่างสุภาพ แม้เขาจะรู้ข่าวเรื่องการสลับตัวบุตรสาว แต่ก็ยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดี ทว่าเมื่อได้เห็นเด็กสาวที่ดูสดใสร่าเริง กำลังกะพริบตาปริบๆ มองมาที่เขา
เขากลับรู้สึกผูกพันอย่างประหลาด นี่สินะที่เขาเรียกว่าสายเลือดเดียวกัน?
หลินซื่อเซียวรู้สึกประทับใจในตัวน้องสาวคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น
'ว้าว! พี่สามหล่อจริงๆ ได้ความงามของท่านแม่มาเต็มๆ เลยนะเนี่ย! หล่อบาดใจสุดๆ!'
หลินซื่อเซียวตัวแข็งทื่อ คราวนี้เขาหูไม่ฝาดแน่ ได้ยินคนพูดจริงๆ พี่สาม?
เขามองน้องสาวผู้เรียบร้อยตรงหน้า เมื่อครู่นางพูดหรือ? แต่ปากนางไม่ขยับเลยนี่นา? มันเกิดอะไรขึ้น?
'จะว่าไป ดวงเรื่องความรักของพี่สามนี่ก็แปลกประหลาดพิลึก ไปที่ไหนก็มีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหา มีสารพัดรูปแบบ บางทีพี่สามก็หลบไม่พ้น นานวันเข้าคนเลยลือกันไปทั่วว่าพี่สามเป็นเสือผู้หญิง'
'แต่พี่สามก็เก่งนะ อายุแค่นี้ได้ทำงานในกรมอาญาแล้ว น่าเสียดายที่ต้องมาพังเพราะพ่อสารเลวนั่น! ไอ้พ่อเฮงซวยดันไปสมคบกับคนนอกวางกับดักพี่สาม จนพลาดท่าไปนอนกับนางสนมของอ๋องรุ่ย ถูกจับได้คาหนังคาเขา โดนท่านอ๋องรุ่ยสั่งตอน จนต้องฆ่าตัวตายหนีความอัปยศ'
หลินอวี่ซินมองพี่ชายพลางทอดถอนใจด้วยความเสียดาย
ในขณะที่หลินซื่อเซียวหายจากอาการตกใจและเริ่มเข้าใจสถานการณ์ นั่นคือเสียงในใจของน้องสาว พ่อสารเลวที่น้องพูดถึง หมายถึงท่านพ่อหลินสยงอันอย่างนั้นรึ? แล้วก็อ๋องรุ่ย?
แววตาของหลินซื่อเซียวไหววูบเมื่อคิดตาม แต่แล้วเขาก็รู้สึกเสียววาบที่ช่วงล่างขึ้นมาดื้อๆ
สีหน้าของจ้าฮูหยินพลันเย็นเยียบเมื่อได้ยิน หลินสยงอัน! หลินสยงอัน แม้แต่เสือร้ายยังไม่กินลูกตัวเอง เจ้ามันเลวทรามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก
“น้องหญิง นี่ของขวัญต้อนรับที่พี่เตรียมไว้ให้เจ้า! รับไปสิ”
หลินซื่อเซียวดึงสติกลับมา หยิบของขวัญที่เตรียมไว้ออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้หลินอวี่ซิน
“ขอบคุณเจ้าค่ะ พี่สาม!”
หลินอวี่ซินไม่คิดจะเกรงใจ รับกล่องมาเปิดดูด้วยความดีใจ ภายในเป็นปิ่นหยกสีแดงสดใสงดงาม
'สวยจัง สวยมาก แต่ปิ่นปักผมข้ามีเยอะจนล้นแล้ว ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมให้ปิ่นกันนักนะ?? หัวข้ามีอยู่หัวเดียว จะให้ปักหมดได้ยังไงกัน!!'
หลินอวี่ซินบ่นอุบในใจ แต่ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้ม!
“แค่เจ้าชอบก็พอ!”
มุมปากของหลินซื่อเซียวมุกระตุก ช่วยไม่ได้ ก็ให้ไปแล้วนี่ จะให้ขอคืนแล้วเปลี่ยนอันใหม่ก็กระไรอยู่
หลินซื่อเซียวนั่งคุยอยู่ครู่หนึ่งก็ขอตัวกลับ เพราะต้องรีบกลับไปรายงานตัวที่กรมอาญา
ทันทีที่เขาคล้อยหลังไป หลินเชียนเชียนก็โผล่เข้ามา
“ท่านแม่ นี่น้ำแกงที่ลูกตุ๋นเองกับมือ ท่านแม่ลองชิมดูไหมเจ้าคะ?”
หลินเชียนเชียนเอ่ยเสียงอ่อนเสียงหวาน เปิดกล่องอาหารที่หิ้วมา หยิบชามน้ำแกงออกมาประคองส่งให้จ้าฮูหยิน
'ในน้ำแกงนี่คงไม่มียาพิษหรอกนะ? กลิ่นมันตุๆ ชอบกล! ไม่ได้การ จะให้ท่านแม่กินไม่ได้เด็ดขาด!'
ใบหน้าของหลินอวี่ซินบึ้งตึงทันทีที่เห็นชามน้ำแกง จังหวะที่นางกำลังจะลุกขึ้นไปปัดชามให้คว่ำ ก็ได้ยินเสียงดัง—
"เคร้ง!"
“ว้าย!”
มือของจ้าฮูหยินสั่นเทาขณะรับชามน้ำแกง จนชามร่วงหล่นแตกกระจายเต็มพื้น
หลินเชียนเชียนอุทานด้วยความตกใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย
'ดี... ดีแล้ว! โชคดีที่ท่านแม่ไม่ได้กิน แต่นังหลินเชียนเชียนกับแม่ของนางนี่โหดเหี้ยมอำมหิตจริงๆ พอเห็นข้ากลับมาเป็นก้างขวางคอ ก็เริ่มวางยาพิษกันแล้วรึ?'
จ้าฮูหยินมองหลินเชียนเชียนที่กำลังตื่นตระหนกด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบว่า
“แตกก็แตกไป กลับไปเสียเถอะ!”
“ท่านแม่ ลูกสะเพร่าเอง ท่านแม่อย่าโกรธเลยนะเจ้าคะ ไว้คราวหน้าลูกจะทำมาให้ใหม่ดีไหมเจ้าคะ?”
เมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของจ้าฮูหยิน หลินเชียนเชียนจึงรีบเอ่ยเอาอกเอาใจ