เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 สามโฉดครบองค์ประชุม

บทที่ 7 สามโฉดครบองค์ประชุม

บทที่ 7 สามโฉดครบองค์ประชุม


"ท่านน้าฉิน พูดจริงหรือเจ้าคะ? ถ้าอย่างนั้นข้าขออันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้ด้วย อ้อ... อันนี้ข้าก็ชอบเจ้าค่ะ"

ทันทีที่ได้ยินดังนั้น ความเศร้าโศกของหลินอวี่ซินก็มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง นางก้าวเข้าไปหาโดยไม่รอให้หวังซือฉินเอ่ยปากอนุญาต แล้วเริ่มลงมือปลดข้าวของออกจากศีรษะ มือ และตามตัวของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

"เฮ้ย! นี่! ทำอะไรของเจ้าน่ะ!"

หวังซือฉินพยายามจะขัดขวาง แต่ก็เปล่าประโยชน์ เรี่ยวแรงของนางหรือจะสู้แรงของเด็กสาวอย่างหลินอวี่ซินได้

ปิ่นปักผม ต่างหู กำไลข้อมือ แม้กระทั่งจี้หยกห้อยเอว ไม่มีสิ่งใดหลุดรอดไปได้ หลินอวี่ซินกวาดเรียบทุกชิ้น

จากนั้นนางก็ฉีกยิ้มกว้างให้หวังซือฉิน พลางเอ่ยว่า

"ขอบคุณท่านน้าฉินมากเจ้าค่ะ ท่านน้าฉินใจดีจริงๆ ทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านเลย"

หวังซือฉินแทบจะเป็นลมล้มพับ เนื้อตัวนางตอนนี้โล่งโจ้งไร้เครื่องประดับ สภาพดูไม่จืดเหมือนคนตกยากไม่มีผิด

"จะ... เจ้า...!"

หวังซือฉินชี้หน้าหลินอวี่ซินด้วยมือที่สั่นเทา ปากพะงาบๆ พูดคำว่า "เจ้า" ซ้ำไปซ้ำมา ฟังไม่ได้ศัพท์ ด้วยความโกรธจนตัวสั่น

แววตาของจ้าฮูหยินฉายแววขบขัน ส่วนหลินเส้าหยางก้มหน้าลง ไหล่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ทันใดนั้น หลินสยงอันก็เดินเข้ามาพร้อมกับหลินเชียนเชียน พอเห็นบรรยากาศแปลกๆ ในห้อง เขาก็เอ่ยถามด้วยความงุนงง

"เกิดอะไรขึ้น?"

หลินเชียนเชียนที่เดินตามหลังมาเห็นสภาพของหวังซือฉินเข้าพอดี นางอุทานด้วยความตกใจ รีบเข้าไปประคองหวังซือฉินแล้วถามด้วยความเป็นห่วง

"ท่านน้าฉิน ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"

พอเห็นหลินสยงอันมา หวังซือฉินก็เหมือนได้ที่พึ่ง ขอบตาแดงระเรื่อขึ้นทันที นางมองหลินสยงอันด้วยน้ำตานองหน้า พลางฟ้องว่า

"พี่สงอาน... อวี่ซินนางมาขอของรับขวัญ ข้าก็เลยบอกให้นางเลือกเอาตามใจชอบ ใครจะไปนึกว่า... ฮึก... พี่สงอาน เรื่องนี้ไม่ใช่อวี่ซินผิดหรอกเจ้าค่ะ เป็นข้าเองที่พูดไม่เคลียร์ในฐานะผู้ใหญ่"

'นังชาเขียวแก่ ชาเขียวเด็ก แถมด้วยตัวพ่อสารเลว ครบองค์ประชุมสามโฉดเลยวุ้ย!'

หลินอวี่ซินถือของที่เพิ่งยึดมาได้ไว้ในมือ แล้ววางลงบนโต๊ะข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ เตรียมตัวรอชมงิ้วโรงใหญ่

'อื้ม! วันหลังต้องพกเม็ดแตงมาด้วยแล้วสิ ดูละครไม่มีของว่างมันขาดอรรถรสพิกล'

"นังลูกทรพี! กล้าทำเรื่องบัดซับพรรค์นี้ได้ยังไง? น้าฉินเป็นผู้ใหญ่ของเจ้านะ ไปปล้นของเขามาจนหมดตัวแบบนั้น ใช้กิริยามารยาทแบบไหนกัน? รีบเอาไปคืนน้าฉินเดี๋ยวนี้!"

หลินสยงอันตวาดใส่หลินอวี่ซินเสียงดังลั่น

"นางให้เองไม่ใช่หรือ? นี่มันปล้นกันชัดๆ! ดูสภาพซือฉินสิ แล้วดูของบนโต๊ะกับในมือนั่น สมกับเป็นพวกบ้านนอกคอกนา ไร้การอบรมสั่งสอนสิ้นดี!"

หลินสยงอันไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เขารู้แค่ว่าของในมือจ้าฮูหยินเป็นของเขา และของในมือหวังซือฉินก็เป็นของเขาเช่นกัน การที่นังเด็กนี่บังอาจมาขโมยของเขาไปถือว่าเป็นการงัดข้อกับเขา

จ้าฮูหยินรู้อยู่แล้วว่าหลินสยงอันเห็นแก่ตัว แต่ไม่คิดว่าจะใจดำอำมหิตถึงเพียงนี้

"หลินสยงอัน ตกลงข้าเป็นเมียท่าน หรือนางเป็นเมียท่านกันแน่? ทำไมถึงได้ปกป้องนางออกนอกหน้าขนาดนี้?"

จู่ๆ จ้าฮูหยินก็เลิกโกรธ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"เจ้า... พูดจาเหลวไหลอะไรของเจ้า!"

หลินสยงอันตวาดกลบเกลื่อนด้วยความร้อนตัว ราวกับวัวสันหลังหวะ

จ้าฮูหยินมองดูชายที่นางใช้ชีวิตร่วมมานานนับสิบปี จู่ๆ ก็รู้สึกว่างเปล่า แม้การแต่งงานครั้งนี้จะมีเหตุผลบางอย่างแอบแฝง และนางก็ไม่ได้มีใจรักใคร่เขามากนัก แต่นางก็ตั้งมั่นที่จะเป็นภรรยาและแม่ที่ดีมาตลอด

ทว่านางเพิ่งตระหนักได้ว่า ความจริงใจของนางเหมือนเทน้ำรดหัวตอ ชายผู้นี้ช่างเหลือขอเกินเยียวยา

สองวันที่ผ่านมา นางได้ยินความคิดของอวี่ซินและได้รับรู้ความจริงหลายอย่าง แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ให้แน่ชัด นางจึงคิดว่าหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก ก็จะพยายามประคับประคองชีวิตคู่นี้ต่อไป

แต่ตอนนี้ดูเหมือนนางต้องหาทางทวงสินเดิมคืนมาให้หมด แล้วค่อยหย่าขาดจากเขา ส่งให้เขาออกไปตัวเปล่าเล่าเปลือย มิฉะนั้นลูกๆ ของนางคงต้องพังพินาศเพราะน้ำมือเขาแน่

เมื่อจ้าฮูหยินคิดได้ดังนั้น ความกลัดกลุ้มก็มลายหายไป ร่างกายเบาสบายขึ้นทันตา

'เอ๊ะ? ทำไมท่านแม่ดูอารมณ์ดีขึ้นผิดหูผิดตา? หรือเพราะข้าเพิ่งฉกเครื่องประดับนังชาเขียวมา ท่านแม่เลยสะใจ? งั้นข้าควรราดน้ำมันเข้ากองไฟอีกหน่อยดีไหม ท่านแม่จะได้ยิ่งเบิกบาน?'

ดวงตาของหลินอวี่ซินกลอกกลิ้งอย่างเจ้าเล่ห์ นางเอียงคอมองสามคนตรงหน้า แล้วแสร้งถามด้วยความสงสัย

"ท่านพ่อ ไม่จริงหรือเจ้าคะ? ลองดูสิ พี่เชียนเชียนกับท่านน้าฉินหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันเปี๊ยบ พวกท่านสามคนยืนด้วยกันแบบนี้ ดูเหมือนพ่อแม่ลูกครอบครัวเดียวกันเลยนะเจ้าคะ ว่าไหม?"

สิ้นเสียงคำพูด สามคนตรงหน้าก็ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความตื่นตระหนกทันที

ใครมีตาดีก็ย่อมดูออกว่ามีพิรุธ

เสียงของหลินสยงอันเริ่มสั่นเครือ เขาตวาดลั่นด้วยความลนลาน

"นังลูกไม่รักดี! กล้าใส่ร้ายพ่อบังเกิดเกล้าเยี่ยงนี้เชียวรึ! วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!"

พูดจบเขาก็พุ่งเข้าหาหลินอวี่ซิน เงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบหน้านางให้ฉาดใหญ่

"อวี่ซิน!"

"น้องหญิง!"

หลินอวี่ซินล้วงเข็มเงินออกมาจากอกเสื้อ เตรียมจะจิ้มสกัดจุดให้เขาเป็นอัมพาตเสีย แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมือ...

จ้าฮูหยินตาไวมือไว คว้าข้อมือหลินสยงอันไว้แน่น แล้วเตะเสยเข้าที่หน้าท้องของเขาเต็มแรงจนร่างกระเด็นลอยละลิ่ว

"โอ๊ย!"

"กรี๊ด! พี่สงอาน!"

"ท่านพ่อ!"

เสียงร้องระงมดังขึ้นพร้อมกัน หลินสยงอันถูกเตะกระเด็นไปนอนจุกอยู่ที่พื้น ลุกไม่ขึ้นไปพักใหญ่

"หลินสยงอัน ตราบใดที่ข้ายังอยู่ อย่าหวังจะได้แตะต้องนาง!"

จ้าฮูหยินจ้องมองหลินสยงอันที่นอนกองอยู่กับพื้นด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

"พี่หญิงหลิน ทำไมท่านถึงได้ลงมือหนักขนาดนี้? เขาเป็นสามีท่านนะ! พี่สงอาน ท่านเป็นอะไรมากไหมเจ้าคะ?"

หวังซือฉินรีบปรี่เข้าไปพยุงหลินสยงอันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พลางหันมาถลึงตาใส่จ้าฮูหยินเชิงต่อว่า

ท่าทางที่เป็นห่วงเป็นใยหลินสยงอันของนางนั้น ราวกับว่าสามีของตัวเองถูกทำร้ายก็ไม่ปาน

"หลินสยงอัน ท่านรู้ฝีมือข้าดีตั้งแต่ตอนแต่งงานกันแล้ว ข้าไม่เรียกร้องอะไรจากท่านมาก แต่ถ้าท่านกล้าแตะต้องลูกข้า ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะลากท่านลงนรกไปด้วยกัน!"

คราวนี้จ้าฮูหยินไม่ไว้หน้าอีกต่อไป ประกาศจุดยืนชัดเจน

"เจ้า...! นังแม่มด! ฝากไว้ก่อนเถอะ!"

หลินสยงอันที่โดนเตะจนจุก ประกอบกับเริ่มหวั่นเกรงในความโหดของภรรยา หลังจากที่หวังซือฉินและหลินเชียนเชียนช่วยพยุงขึ้นมา เขาก็ทิ้งท้ายคำอาฆาตไว้แล้วสะบัดก้นหนีไปทันที

หลังจากพวกนั้นจากไป จ้าฮูหยินก็นั่งลงบนเก้าอี้เงียบๆ ไม่พูดไม่จา

"ท่านแม่ เป็นอะไรไปเจ้าคะ?"

หลินอวี่ซินเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของมารดาจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

"เปล่าหรอกลูก แม่แค่รู้สึกว่าโชคชะตามันเล่นตลกสิ้นดี!"

จ้าฮูหยินเห็นสายตาเป็นห่วงของลูกทั้งสอง ก็ส่ายหน้ายิ้มขื่นๆ พลางเอ่ยปลอบ

"ท่านแม่ อย่าไปสนใจท่านพ่อเลยเจ้าค่ะ จริงสิ ท่านแม่... ลูกเตะเมื่อกี้นี้เท่สุดๆ ไปเลย! ท่านแม่เป็นวรยุทธ์ด้วยหรือเจ้าคะ?"

หลินอวี่ซินรีบเปลี่ยนเรื่อง มองจ้าฮูหยินด้วยสายตาชื่นชม

"ใช่จ้ะ แม่เรียนมาจากท่านตาของเจ้า สมัยก่อนท่านตายังเคยพาแม่ไปออกรบฆ่าศัตรูด้วยนะ!"

ยามเอ่ยถึงความหลัง แววตาของจ้าฮูหยินก็เปล่งประกายเจิดจ้าอย่างปิดไม่มิด

'เฮ้อ! ท่านแม่เป็นถึงพญาอินทรี กลับต้องมาติดอยู่ในกรงขังเล็กๆ ในบ้านหลังนี้ น่าเสียดายจริงๆ วันข้างหน้าข้าจะหาทางช่วยให้ท่านแม่ได้สยายปีกบินอย่างอิสระอีกครั้ง'

หลินเส้าหยางเองก็มองมารดาด้วยความปวดใจเช่นกัน

"เอาล่ะ ดึกมากแล้ว พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ!"

หลังจากผ่านเรื่องวุ่นวายมา จ้าฮูหยินก็รู้สึกอ่อนเพลีย จึงไล่ให้ลูกๆ กลับไปนอน

หลินอวี่ซินสังเกตเห็นความเหนื่อยล้านั้น นางเดินเข้าไปประคองมารดาไปที่เตียง แล้วหยิบถุงหอมออกมาจากอกเสื้อ สอดไว้ใต้หมอนของจ้าฮูหยิน

"ท่านแม่ นี่เป็นถุงหอมช่วยให้จิตใจสงบเจ้าค่ะ เอาไว้ใต้หมอนจะช่วยให้ท่านหลับสบายขึ้น พรุ่งนี้ตื่นมา ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเองเจ้าค่ะ"

จบบทที่ บทที่ 7 สามโฉดครบองค์ประชุม

คัดลอกลิงก์แล้ว