- หน้าแรก
- เสียงในใจเปลี่ยนชะตา
- บทที่ 5 ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ
บทที่ 5 ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ
บทที่ 5 ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ
ไม่นานนัก หวังอวี่ก็กลับมา เขารายงานด้วยความเคารพ "ท่านอ๋อง ข้าน้อยสืบทราบมาแล้วขอรับ ห้องข้างๆ คือคุณชายรองจวนซ่างซู หลินเส้าหยาง กับน้องสาวของเขาขอรับ"
"อืม"
หลี่เซียวเฉินขานรับด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาอ่านยาก ก่อนจะโบกมือไล่อีกฝ่ายออกไป
ในขณะเดียวกัน หลินอวี่ซินหารู้ไม่ว่าตนเองได้สร้างความสงสัยให้แก่ผู้อื่นเข้าแล้ว นางกำลังเพลิดเพลินอยู่กับเรื่องซุบซิบ! ส่วนพี่รองที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้แต่เหงื่อตกกับความคิดของน้องสาว
'น้องเล็ก! ต่อให้เจ้ารู้ความลับมากมายแค่ไหน แต่ถ้าขืนแพร่งพรายออกไป มีหวังโดนสั่งเก็บแน่!'
'ยังดีที่น้องเล็กไม่ได้พูดออกมา แค่บ่นพึมพำในใจเท่านั้น'
'การวิพากษ์วิจารณ์เชื้อพระวงศ์มีโทษถึงประหารเชียวนะ!'
หลินอวี่ซินมองไปที่คนผู้หนึ่งซึ่งดึงดูดความสนใจของนาง แล้วหันไปถามพี่รองว่าเขาคือใคร
"พี่รอง คนที่สวมชุดสีเขียวเข้มตรงนั้นคือใครหรือเจ้าคะ?"
หลินอวี่ซินชี้ไปที่ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่ทางซ้ายสุด ขนาบข้างด้วยสตรีทั้งซ้ายขวา ดูท่าทางไม่ใช่คนดีนัก
"เขาหรือ? เขาชื่อหลินซื่อเซียว ปกติเราก็เข้ากันได้ดีนะ"
หลินเส้าหยางตอบน้องสาวหลังจากมองเห็นคนผู้นั้นชัดเจน
'หลินซื่อเซียว?? นั่นมันลูกเมียน้อยของพ่อสารเลวนี่นา! ตายจริง ข้าต้องหาโอกาสเตือนพี่รองเสียแล้ว พี่รองต้องระวังตัวให้ดีนะ หลินซื่อเซียวคนนี้ไม่ใช่คนดี! เขาหลอกใช้พี่รองมาตลอด ด้วยแผนการชั่วของพ่อสารเลว สินเดิมของท่านแม่ นอกจากจะเอาไปให้ยัยชาเขียวนั่นแต่งเข้าจวนองค์ชายหกแล้ว ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ให้หมอนี่แหละ แถมเขายังเป็นประเภทที่พร้อมจะถีบหัวส่งคนอื่นให้ไปตายแทนหากมีภัยมาถึงตัวอีกด้วย'
หลินเส้าหยางฟังความคิดของน้องสาวแล้วก็นั่งนิ่งอึ้ง ทันใดนั้นก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งไขสันหลัง ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก!
แม้สิ่งที่น้องสาวคิดในใจจะดูเหลือเชื่อราวกับนางล่วงรู้ทุกอย่าง แต่สัญชาตญาณของเขากลับบอกว่าทุกอย่างที่นางคิดคือความจริง
เขาไม่เคยรู้เลยว่าบิดาผู้เข้มงวดจะมากเล่ห์เพทุบายถึงเพียงนี้ ถึงขั้นคิดกำจัดลูกในไส้ของตัวเอง
"พี่รอง วันข้างหน้าท่านอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับหลินซื่อเซียวคนนี้ให้มากนักเลยนะเจ้าคะ ข้าดูแล้วเขาไม่ใช่คนดี"
หลินอวี่ซินเอียงคอเอ่ยเตือนหลินเส้าหยางด้วยความจริงใจ
'ในเมื่อข้าบอกความจริงกับพี่รองไม่ได้ ก็ได้แต่เตือนอ้อมๆ หวังว่าพี่รองจะจำใส่ใจนะ ถ้าเตือนแล้วไม่ฟัง ข้าคงต้องหาทางจัดการไอ้เจ้าหลินซื่อเซียวนั่นให้พิการไปซะ'
"ได้ พี่รองเข้าใจแล้ว"
หลินเส้าหยางรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ น้องสาวคนนี้ยังเป็นห่วงเป็นใยเขา
งานชุมนุมบทกวีเบื้องล่างใกล้จะจบลงแล้ว หลินอวี่ซินดูเรื่องสนุกจนพอใจแล้วจึงลุกขึ้น เอ่ยกับหลินเส้าหยางว่า "พี่รอง เรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ เริ่มเย็นแล้ว"
"อืม ไปเถอะ!"
สองพี่น้องลุกขึ้นเดินออกจากห้องส่วนตัว ทันใดนั้น ประตูห้องข้างๆ ก็เปิดออกเช่นกัน ร่างสูงสง่าปรากฏขึ้นที่หน้าประตู
สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคืออาภรณ์สีขาวนวลราวแสงจันทร์ ร่างสูงโปร่งสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตร ดูสุภาพอ่อนโยนดั่งหยก สูงส่งและบริสุทธิ์
มีเพียงสีหน้าที่เย็นชาไร้อารมณ์เท่านั้นที่ขัดกัน แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งหลินอวี่ซินจากการชื่นชมบุรุษรูปงามได้
'ว้าว! หล่อวัวตายควายล้ม!'
ร่างสูงชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงนั้น เสียงนี้อีกแล้วหรือ?
"อาเฉิน ทำไมไม่เดินต่อล่ะ?"
ฟู่เป่ยอินถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นหลี่เซียวเฉินยืนนิ่งอยู่ที่ประตู เขาจึงชะโงกหน้าออกมาดูและเห็นคนสองคนยืนอยู่ด้านนอก
"ถวายบังคมท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ ท่านใต้เท้าฟู่!"
หลินเส้าหยางได้ยินเสียงในใจของน้องสาวแล้วรีบหันขวับไปมอง ใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย รีบถวายความเคารพทันที
พร้อมกันนั้น เขาก็ดึงมือน้องสาวที่กำลังยืนตะลึงตาค้างให้มายืนข้างๆ
'ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ? นั่นคือหลี่เซียวเฉิน ผู้กุมอำนาจล้นฟ้าแต่สุดท้ายถูกใส่ร้ายจนตายอย่างน่าอนาถคนนั้นน่ะหรือ? หล่อขนาดนี้แท้ๆ! เสียดายที่ต้องมาตายเร็ว!'
หัวใจของหลินเส้าหยางเต้นระรัว 'น้องเล็ก! เจ้าช่วยเพลาๆ ลงหน่อยเถอะ หัวใจพี่รองไม่ค่อยแข็งแรง รับไม่ไหวแล้วนะ'
เขารีบกระตุกแขนเสื้อน้องสาวแรงขึ้นอีกนิด แล้วเรียกเตือนสติ "น้องเล็ก รีบคารวะท่านอ๋องเร็วเข้า"
"อ๊ะ! อ๋อ... อ๋อ ถวายบังคมเพคะ ท่านอ๋อง!"
หลินอวี่ซินเพิ่งได้สติ รีบย่อกายคารวะอย่างเก้ๆ กังๆ
ทว่าหลี่เซียวเฉินกลับไม่เอ่ยคำใด เขาเพียงแค่จ้องมองหลินอวี่ซินเขม็ง เมื่อครู่นางพูดหรือ? แต่เขาไม่เห็นนางขยับปากเลยนี่นา? หรือจะเป็นเสียงในใจของนาง? ถ้าอย่างนั้นคำพูดที่เขาได้ยินตอนอยู่ในห้องนั่นก็ของนางด้วยหรือ? ผู้หญิงคนนี้รู้อะไรมาอีก?
เขาจะตายงั้นรึ? เป็นไปได้อย่างไร?!
เนิ่นนานกว่าหลี่เซียวเฉินจะเอ่ยปาก "คนตระกูลหลินรึ?!"
"พะย่ะค่ะ กระหม่อมหลินเส้าหยาง บุตรชายคนรองของเสนาบดีกรมโยธาตระกูลหลิน ส่วนนี่คือน้องสาวของกระหม่อม หลินอวี่ซินพะย่ะค่ะ"
"หลินอวี่ซิน? ทำไมข้าจำได้ว่าบุตรสาวของจวนซ่างซูชื่อหลินเชียนเชียนล่ะ?"
ฟู่เป่ยอินที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินเข้าจึงถามด้วยความสงสัย
"เรียนใต้เท้าฟู่ น้องสาวของกระหม่อมถูกสลับตัวตั้งแต่เกิดไปเติบโตที่ชนบท เพิ่งจะทราบความจริงและรับกลับมาเมื่อเร็วๆ นี้เองพะย่ะค่ะ"
"อ๋อ... เช่นนั้นแม่นางหลินอวี่ซินผู้นี้ ก็คือคุณหนูตัวจริงของตระกูลหลินสินะ!"
ฟู่เป่ยอินเอ่ยอย่างสนใจ
"พะย่ะค่ะ"
หลินเส้าหยางตอบรับด้วยความนอบน้อม
"ไปกันเถอะ"
จู่ๆ หลี่เซียวเฉินก็เอ่ยขึ้น แล้วหันหลังเดินจากไป
"เฮ้! อาเฉิน รอข้าด้วยสิ!"
ฟู่เป่ยอินได้สติรีบวิ่งตามไป
เมื่อครู่เขาเห็นหลี่เซียวเฉินจ้องมองหลินอวี่ซินตาไม่กระพริบ นึกว่าจะสนใจเสียอีก ไหงบทจะไปก็ไปดื้อๆ เสียอย่างนั้น
"น้องเล็ก! ต่อไปเจ้าจะทำตัวสะเพร่าในเมืองหลวงไม่ได้แล้วนะ คนที่เจ้าห้ามล่วงเกินเด็ดขาดในเมืองหลวงนี้ก็คือท่านอ๋องหลี่เซียวเฉินผู้นี้แหละ วันหน้าวันหลังถ้าเจอเขาให้รีบหลบให้ไกล ไม่อย่างนั้นต่อให้มีสิบจวนตระกูลหลินก็ช่วยเจ้าไม่ได้"
หลินเส้าหยางถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อสองผู้ยิ่งใหญ่จากไป แล้วหันมาเตือนน้องสาวด้วยความจริงจัง
แม้คำพูดส่วนใหญ่ของน้องสาวจะเป็นเพียงการบ่นในใจ แต่เนื้อหาช่างเป็นภัยต่อความมั่นคงเหลือเกิน หากวันดีคืนดีนางเผลอหลุดปากออกมา มีหวังจบเห่กันหมด
ตอนนี้เขาเริ่มกลุ้มใจแล้วที่ได้ยินความคิดของน้องสาว มีแต่เขาคนเดียวนี่แหละที่ต้องมานั่งอกสั่นขวัญแขวน!
"พี่รอง ทำไมหรือเจ้าคะ? เขาน่ากลัวมากเลยหรือ?"
หลินอวี่ซินฟังแล้วก็รีบถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นตามประสาขาเม้าท์
"ท่านอ๋องผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาโหดเหี้ยม การกระทำเด็ดขาดรุนแรง หากในอดีตเขาไม่แอบช่วยเหลือไว้ ใครจะรู้ว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะเป็นใคร! ตอนนี้เขาเป็นรองเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น เปรียบเสมือนดาบของฮ่องเต้ ชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้"
หลินเส้าหยางกระซิบอธิบายข้างหูนาง
"เก่งกาจขนาดนั้นเชียว! แล้วอีกคนล่ะเจ้าคะ?"
หลินอวี่ซินอุทานด้วยความทึ่ง
'ที่แท้ก็มีผู้ทรงอิทธิพลที่แตะต้องไม่ได้อยู่ทุกที่สินะ!'
"อีกคนคือใต้เท้าฟู่ หัวหน้าศาลต้าหลี่ บิดาของเขาคืออ๋องหวยหยาง มีศักดิ์เป็นถึงเสด็จอาของฮ่องเต้"
หลินเส้าหยางอธิบายอย่างระมัดระวัง
"สุดยอดไปเลย!"
หลินอวี่ซินตาเป็นประกายวิบวับ มีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้น!
"จำไว้นะ ต่อไปถ้าเจอคนใหญ่คนโตพวกนี้ ให้เดินเลี่ยงไปเลย เข้าใจไหม! กลับบ้านกันเถอะ!"
หลินเส้าหยางเตือนน้องสาวอย่างจนใจ ก่อนจะชวนกลับบ้าน
"เจ้าค่ะ!"
...
เมื่อทั้งสองกลับถึงบ้าน ก็สัมผัสได้ทันทีว่าบรรยากาศของพวกบ่าวไพร่ดูแปลกไป สองพี่น้องสบตากันแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนของมารดา
"ท่านแม่!"
"แม่จ๋า!"
ทั้งสองก้าวเข้าไปเห็นจ้าฮูหยินกำลังตรวจดูบัญชีด้วยสีหน้าเรียบเฉย จึงถอนหายใจโล่งอก ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น
"กลับมากันแล้วหรือ อวี่ซิน สนุกไหมลูก?"
จ้าฮูหยินเห็นลูกๆ กลับมาก็รีบเงยหน้าถามด้วยรอยยิ้ม
"ท่านแม่ วันนี้พี่รองพาข้าไปงานชุมนุมบทกวี สนุกมากเลยเจ้าค่ะ"
หลินอวี่ซินยิ้มหวานตอบ
"เจ้ามีความสุขแม่ก็ดีใจ"
จ้าฮูหยินยื่นมือไปลูบศีรษะหลินอวี่ซินเอ่ยอย่างอ่อนโยน
"ท่านแม่ วันนี้ที่บ้านเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ? บรรยากาศดูแปลกๆ ชอบกล!"
หลินอวี่ซินเอียงคอถามด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่จัดการบ่าวไพร่ไปไม่กี่คนเท่านั้น"
จ้าฮูหยินตอบอย่างไม่ใส่ใจ
'ไม่ตรวจสอบก็ไม่รู้ พอตรวจสอบเข้าถึงได้เห็นว่าจวนซ่างซูนี่เต็มไปด้วยคนของหลินสยงอัน สินเดิมของข้าแทบจะถูกพวกมันผลาญจนเกลี้ยง! มันจะมากเกินไปแล้ว!!!'