เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 97 : บนสมรภูมิ

ตอนที่ 97 : บนสมรภูมิ

ตอนที่ 97 : บนสมรภูมิ


ตอนที่ 97 : บนสมรภูมิ

บนทุ่งราบสีเขียวมรกตอันกว้างใหญ่เหนือสนามรบ สายลมโฉบเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์ที่สาดซัดเข้าใส่ทหารทุกคน

ผ่านช่องว่างบนหมวกเกราะเต็มใบ เล่ยเซียวก็สัมผัสได้ถึงลมแรงที่พัดตลอดเวลา

ในตอนนี้ เล่ยเซียวที่อยู่ทางปีกขวาของกองทัพกลางก็สังเกตเห็น

เนื่องจากความกดอากาศที่สูงขึ้นจากภูเขาโดยรอบ มันจึงทำให้เกิดช่องลมขนาดใหญ่ขึ้นบนที่ราบอันกว้างใหญ่ผ่านหุบเขาที่มีความสูงต่างกันนี้

นี่ทำให้มีสายลมแรงพัดไปมา ทำให้ธงรบของทั้งสองฝ่ายโบกสะบัดอย่างต่อเนื่อง และกระทั่งเสียงตะโกนของเหล่าทหารที่อยู่ในแนวหน้าก็ถูกกลบไปจนเกือบหมด

ทันใดนั้นเล่ยเซียวก็หรี่ตาลงและเริ่มมองไปยังตำแหน่งกลางสมรภูมิ

เนื่องจากตำแหน่งปัจจุบันของเขาอยู่ค่อนไปทางด้านหน้า ดังนั้นเขาจึงสามารถมองเห็นสถานการณ์ในปัจจุบันบนสมรภูมิได้อย่างชัดเจน

ภายใต้ทิศทางลมที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ กองทัพทั้งสองจึงล้มเลิกที่จะใช้การโจมตีจากนักธนูและนักเวท และเริ่มปะทะกันแบบตรงๆ

กลางสมรภูมินั้น สิ่งแรกที่ทั้งสองฝ่ายได้สัมผัสคือส่วนประกอบหลักของกองทหารของตนเอง ซึ่งก็คือไพร่พลทหารราบเกราะเบานั่นเอง

ทหารราบเกราะเบาจำนวนมากที่ถือดาบหรือขวานต่างก็คำรามออกมาและพุ่งเข้าใส่ศัตรู

มันเหมือนกับคลื่นยักษ์ที่พุ่งเข้ามาบรรจบกันอย่างรวดเร็ว และแสงแวววาวจากอาวุธก็ก่อให้เกิดคลื่นโลหิตตามมาอีกระลอก

ในทันใดนั้น กลิ่นเลือดที่คละคลุ้งพร้อมกับสายลมที่หวีดหวิวก็โชยเข้าสู่จมูกของไพร่พลทุกคนบนสมรภูมิ ทำให้บรรยากาศบนสมรภูมิทั้งหมดทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้นไปอีก

แม้ว่าทหารกลุ่มแรกที่เข้าปะทะกันจะเป็นไพร่พลระดับหัวกะทิของทั้งสองฝ่าย แต่ไม่นานหลังจากที่สงครามเริ่มขึ้น ทหารกลุ่มนี้ก็ถูกจัดการไปจนหมด

มิหนำซ้ำ ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตายเพราะศัตรู แต่พวกเขาล้มลงไปกับพื้นเพราะอาการบาดเจ็บหรือไม่ก็สูญเสียสมดุล และถูกทหารที่ตามหลังมาเหยียบจนตาย

เมื่อมองไปยังสงครามขนาดใหญ่จากระยะไกล เล่ยเซียวที่ถูกล้อมเอาไว้ด้วยผู้ติดตามอันทรงพลังทั้งห้าก็ตกใจขึ้นมา

สิ่งที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดก็คือสถานการณ์บนสนามรบที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

“หู่จาง สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”

หลังจากตั้งสติได้แล้ว เล่ยเซียวก็ถอนสายตากลับมาอย่างช้าๆ และถาม

“ฝ่าบาท แม้ว่าแนวหน้าของทั้งสองฝ่ายจะมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกัน แต่ยอดฝีมือระดับสามของฝั่งตรงข้ามก็ลดลงไปเป็นอย่างมาก ดังนั้นความแข็งแกร่งโดยรวมของพวกเราจึงเหนือกว่าอีกฝ่าย และยังไม่นับรวมมือที่สามอย่างพวกเราด้วยขอรับ”

หู่จางหลับตาลงเล็กน้อยและขยายการรับรู้ของเขาออกไปจนถึงขีดสุด จากนั้นก็พูดต่อ “ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าพวกเราจะไม่ลงมือ แต่ถ้าไม่มีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้น มันก็น่าจะยังเป็นกองทัพเซิ่งเย่ที่ได้รับชัยชนะอยู่ดีขอรับ”

“เยี่ยม ทุกอย่างเป็นไปตามที่นายท่านพูดเอาไว้เลย”

อีกด้านหนึ่ง เฉาเหยียนที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าคลุมและกอดคัมภีร์เวทมนตร์ระดับสามเอาไว้แน่นก็พูดออกมาด้วยความตื่นเต้น “ดูเหมือนว่าฟางเส้นสุดท้ายนี้คงจะทำให้อูฐตัวใหญ่อย่างกองทัพเหลิ่งเหยียนล้มลงไปได้แล้ว!”

“นายท่าน พวกเราจะเอายังไงกันต่อเหรอ?”

หู่จางที่ยืนอยู่ข้างๆ หลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิและถามออกมาเบาๆ

“สถานการณ์บนสมรภูมิกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นพวกเราก็รอต่ออีกหน่อยเถอะ”

หลังจากลังเลอยู่สักพัก แววตาของเล่ยเซียวที่อยู่ใต้หมวกเกราะก็เปล่งประกายขึ้นมา และเขาก็พูดอย่างใช้ความคิด “ข้าคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้เรื่องนี้แล้ว ถ้าพวกมันอยากจะพลิกสถานการณ์ มันก็มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น”

เล่ยเซียวยิ้มออกมาบางๆ และพูดต่อ “นั่นคือการส่งยอดฝีมือระดับสี่ทั้งสามคนรวมถึงผู้บัญชาการสูงสุดออกมา ดังนั้นก่อนที่ยอดฝีมือระดับสี่ของพวกเราจะลงมือ พวกเราก็ควรที่จะสังหารยอดฝีมือระดับสามของพวกเราให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ให้ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายกลับมาสมดุลกันอีกครั้ง”

“นายท่านจะบอกว่าอีกฝ่ายจะลงมือก่อนงั้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของหู่จางก็เปลี่ยนไปทันที

“ใช่ พวกเจ้ารอดูได้เลย”

เล่ยเซียวพยักหน้าเล็กน้อย และหันเหความสนใจกลับไปยังสมรภูมิที่อยู่ไม่ไกล

ไม่นานหลังจากนั้น มันก็เป็นไปตามที่เล่ยเซียวคาดไว้

กลางกองทัพเหลิ่งเหยียน เหล่าทหารม้าเกราะเบาและทหารม้าเกราะหนักที่ประจำการอยู่ทั้งสองปีกต่างเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

จากนั้นกองพันเกือบ 10 หน่วยของศัตรูก็บุกเข้าหากองทัพแนวหน้าที่กำลังต่อสู้ระยะประชิดกันอยู่

หน่วยทหารม้า 6-7 หน่วยทางปีกซ้ายและปีกขวาหลีกเลี่ยงสนามรบอันโกลาหลตรงกลางและควบม้าตรงไปยังกองทัพส่วนกลางซึ่งเล่ยเซียวอยู่เหมือนก้ามปูขนาดใหญ่คู่หนึ่ง

แม้ว่ามันจะยังมีระยะห่างระหว่างศัตรูอยู่บ้าง แต่เสียงร้องของม้าและเสียงกีบม้ากระทบพื้นก็ดังก้องไปทั่ว

ในเวลาเดียวกัน กองทัพเซิ่งเย่ก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

เสียงแตรดังขึ้นเบาๆ และหน่วยทหารม้าที่ประจำการอยู่ทั้งสองปีกก็เริ่มบุกโจมตีด้วยเช่นกัน

ในสถานการณ์เช่นนี้ มันก็มีแค่ทหารม้าเท่านั้นที่สามารถหยุดทหารม้าได้ ดังนั้นกองพันผสมของเล่ยเซียวที่อยู่ในตำแหน่งกำลังสำรองจึงไม่ได้เข้าร่วมกับการต่อสู้นี้ด้วย

ในพริบตา พร้อมด้วยเสียงตะโกนและเสียงกรีดร้องอันสั่นดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งสองฝ่ายก็เข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น เศษเกราะจำนวนมากและเลือดสีแดงก็สาดกระเซ็นออกมา

ท่ามกลางความโกลาหล มันก็มีพลทหารม้าที่ถูกแทงจนตกจากหลังม้าอย่างต่อเนื่อง

แต่เพียงชั่วอึดใจต่อมา ทหารม้าประมาณ 3 หน่วยก็ฝ่าวงล้อมออกมาได้และมุ่งหน้าตรงมาหาเล่ยเซียวและพรรคพวก

เมื่อเห็นเช่นนี้ เยี่ยซือและคาร่าก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน พวกเขาจัดพลทหารม้าเพื่อตอบโต้ทันที

อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นเอง มันก็มีเรื่องแปลกประหลาดบังเกิดขึ้น

ทันใดนั้น กองกำลังทหารม้าของศัตรูที่กำลังควบม้าเข้ามาก็ระเบิดพลังอันทรงพลังมหาศาลออกมา

จากนั้นก็มีร่างสีดำร่างหนึ่งพุ่งออกมาในทันใดและพุ่งตรงมาทางเล่ยเซียว

ในเวลาเดียวกัน เสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์และจองหองก็ดังขึ้นในหูของทุกคน “แค่พวกเจ้าเพียงไม่กี่คนกลับสามารถสังหารยอดฝีมือของกองทัพเหลิ่งเหยียนของข้าได้มากมายขนาดนี้เลยเหรอ? ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะเป็นแค่คนโชคดีเท่านั้นเองนะ! ข้าจะเป็นคนเด็ดหัวของพวกเจ้าเอง!”

“ยอดฝีมือระดับสี่?!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงออร่าอันแข็งแกร่งของอีกฝ่าย เยี่ยซือและคาร่าก็บังเกิดความกลัวขึ้นมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้

พวกเขาต่างรู้ดีว่าช่องว่างระหว่างยอดฝีมือระดับสามและระดับสี่นั้นราวกับหุบเหวที่ไม่อาจข้ามผ่านได้เลย

นอกจากนี้ ยอดฝีมือระดับสี่ทั้งสามคนของฝ่ายตรงข้ามยังเป็นเทพสังหารที่ผ่านศึกมานับร้อยครั้งแล้วด้วย

ในตอนนี้ แม้ว่าทั้งสองจะร่วมมือกัน แต่มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะต้านทานการโจมตีของอีกฝ่ายได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

แม้แต่หัวหน้าเฉินซาที่มีการคุ้มครองจากยอดฝีมือระดับสามก็อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย!

ท่ามกลางความตื่นตระหนกนั้น เยี่ยซือและคาร่าก็หันไปมองเล่ยเซียวที่ยืนอยู่ข้างๆ โดยไม่รู้ตัว

อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าอีกฝ่ายได้ถอดหมวกเกราะออกมาแล้วและไม่ได้แสดงร่องรอยของความหวาดกลัวใดๆ ออกมาเลย

กลับกัน แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นซะอีก

เขายิ้มออกมาราวกับนักล่าที่ซุ่มอยู่นานแล้ว และในที่สุดก็ได้พบเหยื่อซะที

จบบทที่ ตอนที่ 97 : บนสมรภูมิ

คัดลอกลิงก์แล้ว