เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 95 : กองกำลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้

ตอนที่ 95 : กองกำลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้

ตอนที่ 95 : กองกำลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้


ตอนที่ 95 : กองกำลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้

ณ ที่ไหนสักแห่งในสนามรบ บนสะพานหินโค้งขนาดใหญ่เก่าๆ ที่มีรอยด่าง มันก็มีเสียงตะโกนฆ่าฟันกันดังก้องไปทั่ว และการต่อสู้ครั้งใหญ่เพื่อยึดสะพานก็ดำเนินไปอย่างดุเดือด

“ท่านผู้บัญชาการ หน่วยทหารราบเกราะหนัก 3 หน่วยที่ทำหน้าที่เป็นแนวหน้าถูกจัดการไปอีกแล้ว! หัวหน้าหน่วยทั้งสามต่างก็ถูกสังหารไปจนหมดแล้วขอรับ”

บนสะพานที่กว้างกว่า 20 เมตร คนส่งสารในชุดเกราะลวดลายสีน้ำเงินเดินเซเข้ามาหาผู้บัญชาการกองทัพเซิ่งเย่วัยกลางคนและรายงานเสียงดัง

“บัดซบ วิสเคานต์ฟูสือ กองพันทั้งสองของพวกเราเสียหายหนักเกินไปแล้ว ข้าคิดว่าพวกเราควรจะถอนทัพก่อนจะดีกว่านะ”

ผู้บัญชาการอีกคนที่มีหนวดเครารุงรังเช็ดเลือดออกจากหน้าของเขาและดูไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“อืม เจ้าพูดถูก นี่เป็นทางเดียวที่พวกเราจะทำได้แล้ว พลหน้าไม้หนักของศัตรูแข็งแกร่งมากจริงๆ นอกจากนี้ ผู้บัญชาการของพวกมันยังเป็นพลธนูระดับสามที่ไม่เคยโจมตีพลาดเป้าทั้งสองคนเลยด้วย”

ผู้บัญชาการหนวดสั้นอีกคนที่มีบาดแผลจากลูกศรที่ไหล่ซ้ายถ่มน้ำลายออกมาและพูดออกมาด้วยความไม่เต็มใจ “ถ้าเราถูกทั้งสองคนนี้โจมตีที่จุดสำคัญพร้อมกัน แม้ว่าพวกเราจะเป็นนักรบระดับสาม แต่พวกเราก็อาจจะตายคาที่ได้เลย!”

“แจ้งให้ทุกคนทราบว่าพวกเราจะถอนทัพ!” จากนั้นผู้บัญชาการกองทัพเซิ่งเย่ทั้งสองก็พูดกับคนส่งสารที่อยู่ข้างๆ

“ขอรับ…!” คนส่งสารที่เพิ่งจะยืดร่างขึ้นมาก็ถูกลูกศรอันคมกริบพุ่งทะลุผ่านหมวกเกราะ และตรึงของเขาเอาไว้กับราวสะพานที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

ด้วยเหตุนี้มันจึงต้องเป็นผู้บัญชาการทั้งสองที่เป็นคนนำกองทัพที่เหลือล่าถอยไปยังพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว

ในเวลานั้น ณ บริเวณที่อยู่ไม่ไกลกันนักก็มีเศษฝุ่นฟุ้งขึ้นมา

ไม่นานหลังจากนั้น กองทัพใหม่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของคนทั้งคู่

“เป็นบารอนเยี่ยซือนี่เอง”

เมื่อเห็นผู้มาใหม่ ผู้บัญชาการทั้งสองก็ก้าวออกมาทักทาย

“วิสเคาน์ฟูสือ บารอนหงเกิน ขอบคุณมากสำหรับความพยายามของพวกท่าน”

เมื่อมองไปยังสองขุนนางที่เป็นนักรบระดับสามที่มีชื่อเสียงมานานแล้วในอาณาจักรเซิ่งเย่ เยี่ยซือก็ทำความเคารพด้วยความสุภาพและกล่าวว่า “การโจมตีสะพานรอบต่อไปปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกองทัพของข้าเถอะ”

“ผู้อาวุโสทั้งสองไปพักกันก่อนเถอะ ข้าจะทิ้งกลุ่มนักบวชเอาไว้ให้คอยช่วยดูแลไพร่พลของพวกท่านเอง”

หลังจากพูดจบ เยี่ยซือก็ยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ จากนั้นเขาก็นำทัพมุ่งหน้าไปยังสะพานหินโดยไม่หันกลับมามอง

“เดี๋ยว! วิธีการของศัตรูช่างร้ายกาจยิ่งนัก มันคงจะดีกว่าถ้าพวกเราสามกองทัพร่วมมือกัน…”

ก่อนที่ผู้บัญชาการหนวดสั้นจะทันได้พูดจนจบ เยี่ยซือก็ได้หายตัวไปแล้ว

ผู้บัญชาการหนวดสั้นส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และกล่าวว่า “เห้อ หนุ่มสาวทุกวันนี้ช่างไม่รู้จักประมาณตนจริงๆ แม้ว่าจะอยากได้ผลงาน แต่มันก็ควรจะพิจารณาความสามารถของตัวเองหน่อยไหม?”

“เจ้าพูดถูก แม้แต่กองทัพของพวกเรายังไม่อาจยึดสะพานได้เลย แล้วกองทัพของเขาจะทำอะไรได้?”

อีกด้านหนึ่ง ผู้บัญชาการที่ไว้หนวดเครายาวก็แสดงสีหน้าดูถูกออกมาและหัวเราะเยาะ “ฮ่าฮ่า ดูเหมือนว่ามันจะอีกไม่นานแล้วก่อนที่เด็กนั่นจะร้องไห้กลับมาให้ตาลุงสองคนอย่างพวกเราช่วย”

หลังจากพวกเขาพูดจบ ทั้งสองก็เริ่มหัวเราะออกมา

ไม่นานหลังจากนั้น หน่วยสอดแนมในชุดเกราะเบาหลายคนก็วิ่งมาจากทางสะพาน

ผู้นำของพวกเขาลงจากม้าและวิ่งเข้ามาหาผู้บัญชาการทั้งสอง “ท่านผู้บัญชาการ กองทัพของบารอนเยี่ยซือสามารถยึดสะพานและสังหารผู้บัญชาการระดับสามทั้งสองคนของศัตรูได้แล้วขอรับ!”

“อะไรนะ?!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้บัญชาการที่ไว้หนวดเครายาวก็พ่นน้ำที่กำลังดื่มอยู่ออกมาทันที เขาสำลักอย่างรุนแรงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

จากนั้นเขาก็หันไปมองผู้บัญชาการอีกคนที่ตกใจไม่แพ้กัน

ตัดกลับมาที่อีกด้าน

ด้วยความช่วยเหลือของเล่ยเซียวกองทัพของเยี่ยซือและคาร่าจึงไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้เลย

ดังที่เล่ยเซียวคาดไว้ในตอนแรก ด้วยการแทรกแซงที่แข็งแกร่งของเขา ความสมดุลอันบอบบางที่รักษาไว้ระหว่างกองทัพทั้งสองก็ค่อยๆ ถูกทำลายลง

บนสมรภูมิใหญ่ ตาชั่งแห่งชัยชนะก็เริ่มเอียงไปทางฝั่งของกองทัพเซิ่งเย่ที่กำลังโจมตีสวนกลับอย่างช้าๆ

ณ ที่ไหนสักแห่งในสนามรบ บริเวณฐานทัพหลักของกองทัพเหลิ่งเหยียน ณ เต็นท์กองทัพกลาง

มันมีเต็นท์สีดำอันไม่สะดุดตาจำนวนมากกว่าสิบหลังล้อมรอบเต็นท์ของแม่ทัพใหญ่เอาไว้

ภายในเต็นท์สีดำแต่ละหลังนั้นจะมีนักเวทกลุ่มหนึ่งนั่งหลับตา ตั้งสมาธิ และจ่ายพลังเวทมนตร์ให้กับคริสตัลเวทมนตร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศตรงกลางอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณาจากออร่าของพวกเขา ความแข็งแกร่งของนักเวทเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับสอง และมีบางส่วนที่อยู่ในระดับสองขั้นสุดยอดเลยทีเดียว

เมื่อมองดูใกล้ๆ พื้นดินรอบๆ คริสตัลเวทมนตร์เหล่านี้ก็จะถูกปกคลุมไปด้วยเส้นสีฟ้าแปลกๆ ซึ่งนำไปสู่เต็นท์กลางและเต็นท์สีดำอื่นๆ โดยตรง

โล่ป้องกันขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นและหายไปกำลังสั่นไหวอย่างเลือนรางอยู่เหนือเต็นท์ตรงกลางและเต็นท์สีดำอื่นๆ

นี่เป็นวงเวทป้องกันขนาดใหญ่

ภายในเต็นท์ของผู้บัญชาการตรงกลาง มันก็มีชายชราที่มีผมสีขาวและไว้หนวดเครากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ด้านบนสุด

เขาหลับตาอยู่และกำลังตั้งสมาธิ

เขาสวมชุดเกราะหนักสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งมีน้ำหนักอย่างน้อยหนึ่งร้อยกิโลกรัม และเมื่อพิจารณาจากสีสันอันแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากมัน มันก็เห็นได้ชัดว่ามันต้องเป็นชุดเกราะระดับสูงอย่างแน่นอน

ด้านล่างของเขามีกลุ่มนักรบอันทรงพลังที่ติดอาวุธครบมือและแผ่ออร่าอันน่าเกรงขามออกมา

คนที่อ่อนแอที่สุดนั้นอยู่ในระดับสามแล้ว และผู้นำสองคนก็มีระดับสูงถึงระดับสี่ ซึ่งถือว่าเป็นขอบเขตที่คนส่วนใหญ่ไม่อาจไปถึงได้เลยตลอดชั่วชีวิต

แม้ว่าเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว มันจะไม่มีความผันผวนของพลังงานแผ่ออกมาจากร่างของชายชราเลย

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมองเห็นจากสายตาอันเคารพนับถือของฝูงชนว่าเขาเป็นผู้นำสูงสุดของที่นี่

“ท่านไป่ สถานการณ์บนสมรภูมิดูเหมือนจะแปลกๆ”

นักรบระดับสามวัยกลางคนที่มีแผลเป็นบนใบหน้าและสวมชุดเกราะหนังยืนขึ้นและพูดออกมา “ข้าเพิ่งได้รับรายงานมาว่ากองกำลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ของกองทัพเซิ่งเย่ได้สังหารผู้บัญชาการระดับสามของพวกเราไปสองคน ณ ชัยภูมิสะพานหินขอรับ”

“หลังจากชัยภูมินั้นแล้ว กองกำลังของศัตรูก็สามารถยึดฐานที่มั่นสำคัญของพวกเราได้อีก และเหล่าทหารที่คอยรักษาการฐานที่มั่นนั้นก็ถูกสังหารไปจนหมดสิ้นขอรับ!”

“อะไรนะ?”

หลังจากได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน

“งั้นกองกำลังผสมของศัตรูก็สามารถสังหารผู้บัญชาการระดับสามของพวกเราไปได้ถึงเจ็ดคนแล้วใช่ไหม? หนุ่มสาวสองคนที่เพิ่งเลื่อนระดับเป็นระดับสามได้ไม่นานจะมีความแข็งแกร่งเช่นนั้นได้ยังไง?”

“หรือว่า… อีกฝ่ายได้ส่งยอดฝีมือระดับสี่มาเป็นกำลังเสริม?”

“เป็นไปไม่ได้! สายข่าวทุกคนไม่มีรายงานมาเลยว่ามียอดฝีมือระดับสี่ปรากฏตัวขึ้นบนสมรภูมิ!”

“นอกจากนี้ จำนวนยอดฝีมือระดับสี่ของทั้งสองฝ่ายยังเท่าเทียมกันด้วย พวกเรามียอดฝีมือระดับสี่ฝั่งละสามคน และต่างฝ่ายก็ดูเชิงกันอยู่ ตราบใดที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกล้าส่งยอดฝีมือระดับสี่ออกไปเพียงลำพัง อีกฝ่ายก็จะล้อมสังหารคนผู้นั้นทันที”

“ใช่แล้ว อีกฝ่ายคงจะเหมือนเราที่ไม่กล้าส่งยอดฝีมือระดับสี่ออกไปตามอำเภอใจแน่ๆ!”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นมันเกิดอะไรขึ้น?!”

จบบทที่ ตอนที่ 95 : กองกำลังที่ไม่อาจหยุดยั้งได้

คัดลอกลิงก์แล้ว