เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 77 : อาณาจักรเหลิ่งเหยียนและอาณาจักรเซิ่งเย่

ตอนที่ 77 : อาณาจักรเหลิ่งเหยียนและอาณาจักรเซิ่งเย่

ตอนที่ 77 : อาณาจักรเหลิ่งเหยียนและอาณาจักรเซิ่งเย่


ตอนที่ 77 : อาณาจักรเหลิ่งเหยียนและอาณาจักรเซิ่งเย่

ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงจันทร์สองดวงก็ปรากฏขึ้นมา

ภายในห้องรับร้อง ณ ที่พักของลอร์ด ห้องทั้งห้องสว่างไสวไปด้วยศิลาคริสตัลที่ไม่ต่างจากไฟ LED เลย

เล่ยเซียวนั่งอยู่บนเก้าอี้ และเหลือบมองไปข้างๆ

ทางด้านซ้ายของเขาประกอบไปด้วยหู่จาง เย่ชาง หนานซิง หนานเยว่ และเฉาเหยียน

ส่วนทางขวาก็คือหัวหน้ากลุ่มทั้งสี่ รวมถึงครึ่งเอลฟ์ไป่จื่อและกังซ่งด้วย

เพื่อฟังความเห็นของคนอื่นๆ เล่ยเซียวยังได้เปิดใช้งานการสื่อสารทางจิตเพื่อเชื่อมต่อไปหาหัวหน้าเผ่าครึ่งเอลฟ์ชวนกู่ด้วย

“นักสู้ระดับห้า 1 คน นักสู้ระดับสี่ 1 คน นักสู้ระดับสาม 3 คน และเรนเจอร์ครึ่งเอลฟ์ระดับสองเจ็ดดาวอีก 1 คนงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าเพื่อเป็นการเสริมกำลังรบของพวกเรา พวกเราคงจะต้องเร่งฝึกฝนไป่จื่อให้กลายเป็นยอดฝีมือระดับสามซะแล้ว”

เล่ยเซียวพยักหน้าอย่างใช้ความคิดและเรียกสติของตัวเองกลับมา จากนั้นเขาก็พูดออกมาอย่างจริงจังว่า “เอาล่ะ อย่ามัวมากพิธีกันเลย ตรงเข้าประเด็นกันดีกว่า”

“สถานการณ์ที่ดินแดนของพวกเรากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้คือ…”

จากนั้นเล่ยเซียวก็เล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขาไปที่เมืองคงชิงให้ทุกคนฟัง รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับเมืองคงชิง และการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายในตอนนี้ด้วย

หลังจากได้ฟังข้อมูลจากเล่ยเซียวแล้ว ผู้ติดตามทุกคนก็เผยสีหน้าจริงจังออกมา

มันสามารถจินตนาการได้เลยว่าถ้าเจ้าเมืองผู้มีนิสัยโหดเหี้ยมผู้นั้นได้บุกมาที่นี่พร้อมกับกองทัพทั้งหมด แม้ว่าพวกเขาจะสามารถจัดการกับศัตรูได้ แต่พวกเขาเองก็คงจะเสียหายไม่น้อยเลย

เพราะถ้านับรวมกองกำลังทหารรับจ้างในเมืองด้วย อีกฝ่ายก็จะมียอดฝีมือระดับสามไม่ต่ำกว่า 5 คน ทหารระดับสองเกือบ 200 คน และทหารระดับหนึ่งอีกกว่า 3,000 คน

และนี่ก็เป็นกรณีที่ยอดฝีมือระดับสามทั้งสองคนจากสมาคมการค้าซางลู่ยังไม่ลงมือด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเนื่องจากเวลามีจำกัด และฝ่ายของพวกเขาก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่ด้วยไหม

ถ้าอีกฝ่ายสามารถขอกำลังเสริมจากเมืองอื่นได้ล่ะ? หรือถ้ามียอดฝีมือระดับห้าที่คอยปกป้องอาณาจักรอยู่แถวๆ นี้?

สงครามย่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และเมื่อมันเริ่มขึ้นแล้ว มันก็จะมาพร้อมกับการนองเลือดเสมอ

จากสิ่งนี้ มันก็ไม่ยากเลยที่จะเห็นได้ว่าเมื่อดินแดนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอย่างดินแดนของพวกเขาต้องทำสงครามกับอีกฝ่าย มันก็ย่อมจะต้องประสบกับความสูญเสียอย่างไม่อาจรับไหวหรืออาจถึงขั้นเป็นหายนะร้ายแรงเลยก็ได้

“สถานการณ์ร้ายแรงมากจริงๆ”

ในขณะที่ทุกคนกำลังขมวดคิ้ว น้ำเสียงของชวนกู่ก็ดังออกมาจากที่ไหนก็ไม่ทราบ

“สิ่งเดียวที่ขวางกั้นดินแดนของพวกเรากับศัตรูในตอนนี้ก็คือแม่น้ำที่เชี่ยวกรากเท่านั้น”

“และถ้าอีกฝ่ายมีนักเวทปฐพีระดับสามที่ทรงพลังซึ่งสามารถสร้างสะพานได้ หรือนักเวทปฐพีระดับสองอยู่หลายๆ คน แม่น้ำนี้ก็จะไม่สามารถขัดขวางอีกฝ่ายได้อีกต่อไป”

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือในฐานะฝ่ายท้องถิ่น ดังนั้นพวกมันก็ย่อมคุ้นเคยกับชัยภูมิโดยรอบเป็นอย่างดี ดังนั้นดูเหมือนว่าสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้จะร้ายแรงมากจริงๆ”

เมื่อชวนกู่พูดจบ บรรยากาศภายในห้องก็ทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

ชวนกู่เว้นจังหวะไปเล็กน้อย จากนั้นก็พูดต่อ “อย่างไรก็ตาม จากสิ่งที่นายท่านพูดออกมาก่อนหน้านี้ มันก็ไม่ยากเลยที่จะบอกว่านายท่านคงจะมีแผนการอยู่ภายในใจแล้วใช่ไหมขอรับ?”

“ข้าคงจะปิดบังอะไรคนอย่างเจ้าไม่ได้เลยสินะ”

เมื่อเห็นว่าทุกคนตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาได้เลย เล่ยเซียวก็แกว่งแก้วน้ำในมือและยิ้มออกมาบางๆ

ทันใดนั้นเขาก็ได้เล่าให้ทุกคนฟังถึงแผนการที่ได้หารือกับหู่จาง ซึ่งประกอบไปด้วยแผนการทำลายล้างอำนาจของฝ่ายตรงข้ามจากภายในและปฏิบัติการตัดหัวตัวหัวหน้า รวมถึงความกังวลของเขาเกี่ยวกับวิธีปกป้องเมืองในอนาคต

“นายท่านช่างไม่ธรรมดาจริงๆ! สองแผนการนั้นถือว่าเป็นแผนการที่ดีที่สุดในตอนนี้จริงๆ!”

หลังจากใช้โอกาสนี้เพื่อประจบเล่ยเซียวแล้ว ชวนกู่ก็พูดออกมาอีกครั้ง “เรียนตามตรงนะขอรับ ตอนที่ข้ายังเด็ก ข้าเคยพเนจรและผจญภัยอยู่ภายในอาณาจักรของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งสองอาณาจักรนี้มาก่อน”

“อาณาจักรที่เมืองคงชิงสังกัดอยู่นั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของป่า มันมีชื่อว่าอาณาจักรเหลิ่งเหยียน ในขณะที่อาณาจักรที่เมืองเย่เหอซึ่งอยู่ไกลออกไปทางทิศตะวันออกสังกัดอยู่นั้นคืออาณาจักรเซิ่งเย่”

“ผู้ปกครองของทั้งสองอาณาจักรนี้แทบจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องของเมืองอื่นๆ ยกเว้นก็แค่เมืองหลวงและเมืองที่อยู่ใกล้ๆ เท่านั้น เป็นผลทำให้เจ้าเมืองทั้งหลายมีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย และชาวเมืองเป็นจำนวนมากต่างก็ประสบกับเคราะห์ภัยเพราะเหตุนี้”

“แต่ตราบใดที่ขุนนางและเจ้าเมืองเหล่านี้เลือกที่จะเชื่อฟังราชวงศ์ จ่ายภาษี และปฏิบัติตามภาระหน้าที่บางประการ เช่น การระดมพล พวกเขาก็จะได้รับการคุ้มครองจากราชวงศ์อยู่ดี”

“ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาอำนาจของราชวงศ์ แม้ว่าทั้งสองอาณาจักรจะกำลังทำสงครามกันอย่างดุเดือด แต่เมื่อพวกเราเข้ายึดเมืองคงชิง มันก็มีเพียงผลลัพธ์เดียวเท่านั้น”

“นั่นคืออาณาจักรเหลิ่งเหยียนจะโกรธมาก พวกเขาจะระดมกองทัพเพื่อโจมตีพวกเราและจะไม่หยุดจนกว่าจะจัดการกับพวกเราได้”

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของชวนกู่ก็ดูจริงจังมากยิ่งขึ้น และเขาก็พูดต่อ “ดังนั้นที่นายท่านเป็นกังวลถึงเรื่องการป้องกันเมืองก็สมเหตุสมผลแล้ว”

“เข้าใจแล้ว”

เย่ชางดันกรอบแว่นสีทองและพยักหน้าอย่างใช้ความคิด

“หากเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องอาณาจักรเหลิ่งเหยียนได้ แม้ว่านายท่านจะสามารถกำจัดภัยคุกคามในตอนนี้ได้ แต่มันก็น่าจะทำให้เกิดพายุที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมตามมา”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้ติดตามทุกคนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิโดยรอบดูจะต่ำลงไปมาก

“ดังนั้นเรื่องสำคัญในตอนนี้ก็มีอยู่สองเรื่อง”

“เรื่องแรกคือการเอาชนะใจประธานสาขาร้านซางลู่และใช้ชื่อเสียงของเธอเพื่อสลายขั้วอำนาจภายในเมืองและดำเนินการสร้างเสถียรภาพภายในเมืองต่อไป”

“เรื่องที่สองคือการแก้ปัญหาเรื่องกองทัพของอาณาจักรเหลิ่งเหยียนที่อาจจะตามมาได้”

เสียงอันแหบพร่าของชวนกู่ดังขึ้นอีกครั้ง

“ตามที่คาดไว้จากผู้นำเฒ่า การวิเคราะห์ของเจ้าช่างแม่นยำจริงๆ”

เล่ยเซียววางแก้วในมือลง จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นและกล่าวว่า “ใช่แล้ว พวกเราต้องเตรียมการทั้งสองเรื่องนี้เอาไว้”

“นายท่านมีแผนการยังไงเหรอ?”

เฉาเหยียนที่อยู่ในอาการมึนงงยกหางม้าขึ้นและพูดด้วยสีหน้าสับสน

“ง่ายมาก นั่นก็คือการใช้สถานการณ์นี้เป็นเครื่องมือคลี่คลายทางตัน”

เล่ยเซียวเดินไปหาเหล่าผู้ติดตามของเขาและยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ใช้สถานการณ์นี้เป็นเครื่องมือคลี่คลายทางตันงั้นเหรอ?”

หลังจากได้ยินคำตอบของเล่ยเซียว ผู้ติดตามทุกคนก็พากันครุ่นคิดและเริ่มคิดตามสิ่งที่เล่ยเซียวพูด

“ด้วยความแข็งแกร่งของดินแดนของพวกเราในตอนนี้ มันย่อมไม่สามารถต่อกรกับกำลังรบของอาณาจักรได้เลย ดังนั้นมันจึงมีสิ่งเดียวเท่านั้นที่พวกเราทำได้ ซึ่งก็คือการใช้พลังที่ทัดเทียมกับอาณาจักรเหลิ่งเหยียนเพื่อทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถหันมาสนใจดินแดนของพวกเราได้”

เล่ยเซียวมองไปที่ทุกคนและพูดต่อ “ไม่ใช่ว่าคำตอบก็ชัดเจนแล้วเหรอ?”

“นายท่านหมายความว่าเราจะใช้ประโยชน์จากการที่อาณาจักรเหลิ่งเหยียนและอาณาจักรเซิ่งเย่กำลังทำสงครามกันอยู่เพื่อทำให้อาณาจักรเหลิ่งเหยียนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้ได้งั้นเหรอขอรับ?!”

หู่จางขมวดคิ้วและคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นในที่สุดเขาก็คิดอะไรบางอย่างออกมาได้

“ใช่แล้ว”

เล่ยเซียวยิ้มออกมาบางๆ ด้วยแววตาที่เป็นประกาย

จบบทที่ ตอนที่ 77 : อาณาจักรเหลิ่งเหยียนและอาณาจักรเซิ่งเย่

คัดลอกลิงก์แล้ว