- หน้าแรก
- ศึกชิงเจ้าแห่งลอร์ด: พรสวรรค์ของข้าคือนิ้วทองคำ
- ตอนที่ 78 : ฟางเส้นสุดท้าย
ตอนที่ 78 : ฟางเส้นสุดท้าย
ตอนที่ 78 : ฟางเส้นสุดท้าย
ตอนที่ 78 : ฟางเส้นสุดท้าย
หลังจากได้ยินคำตอบของเล่ยเซียวแล้ว ผู้ติดตามทุกคนก็ขมวดคิ้วและอดครุ่นคิดไม่ได้
หลังากผ่านไปสักพัก หนานซิงก็กะพริบตา ก้มหัวให้กับเล่ยเซียวด้วยความเคารพ และแสดงความสงสัยออกมา
“นายท่าน ตามที่นายท่านได้สั่งการไว้ ในช่วงบ่ายหลังจากที่พวกเราซื้อเสบียงเสร็จแล้ว ข้าและคนอื่นๆ ก็ได้ไปรวบรวมข้อมูลจากภายในเมืองเช่นกัน และได้รู้ว่าสงครามระหว่างสองอาณาจักรนั้นดำเนินมาได้สักพักหนึ่งแล้ว”
“ในระหว่างนี้ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเปิดสงครามกันที่ชายแดน แต่เพราะความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีมากมายอะไร ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ และไม่มีฝ่ายไหนที่ถือครองความได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จเลย ซึ่งมันก็ทำให้เกิดสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ขึ้นมา”
“เนื่องจากนายท่านต้องการจะใช้อาณาจักรเซิ่งเย่เพื่อดึงดูดความสนใจของอาณาจักรเหลิ่งเหยียนไป งั้นพวกเราต้องทำยังไงถึงจะทำให้อาณาจักรเซิ่งเย่ดึงดูดความสนใจของอาณาจักรเหลิ่งเหยียนไปได้?”
เมื่อหนานซิงพูดจบ หนานเยว่ก็ดูจะเห็นด้วยและยืนขึ้นมา “ใช่แล้วเจ้าค่ะนายท่าน ไม่ว่าข้าจะคิดยังไง อาณาจักรเซิ่งเย่ก็คงจะไม่ร่วมมือกับพวกเราแน่”
เล่ยเซียวยิ้มอย่างลึกลับและพยักหน้าให้สองแฝด
“หลังจากผ่านศึกอันยาวนานมา ทั้งสองกองทัพก็เรียกได้ว่าหมดแรงแล้ว แต่มันก็ไม่มีฝ่ายไหนที่มีกำลังพอจะทำลายล้างอีกฝ่ายได้โดยสมบูรณ์ ดังนั้นสิ่งที่พวกเราต้องทำนั้นก็ง่ายมาก”
แววตาของเล่ยเซียวเปล่งประกายขึ้นในขณะที่เขาอธิบายต่อ “นั่นคือการเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำให้หลังอูฐของกองทัพเหลิ่งเหยียนหักลงมาและลอบช่วยเหลืออาณาจักรเซิ่งเย่ให้ชนะในสงคราม”
“ข้าเข้าใจแล้ว นายท่านฉลาดยิ่งนัก!”
เสียงของชวนกู่ดังขึ้นอีกครั้ง
“ตราบใดที่พวกเราลอบให้การช่วยเหลืออาณาจักรเซิ่งเย่ อาณาจักรเหลิ่งเหยียนก็จะต้องส่งกำลังเสริมไปที่ชายแดนอย่างแน่นอน”
“มิฉะนั้น หากกองทัพของอาณาจักรเซิ่งเย่บุกเข้ามาในอาณาจักรเหลิ่งเหยียนได้ อาณาจักรเหลิ่งเหยียนก็คงจะต้องสูญเสียมากกว่าแค่เมืองเล็กๆ อย่างเมืองคงชิงแน่นอน”
“ข้ามั่นใจดีว่าคนของอาณาจักรเหลิ่งเหยียนจะต้องรับรู้ดีถึงความสำคัญของเรื่องนี้”
เมื่อชวนกู่พูดจบ ผู้ติดตามคนอื่นๆ ก็เริ่มพากันพยักหน้าออกมา
ด้วยวิธีนี้ ตราบใดที่อาณาจักรเซิ่งเย่เป็นฝ่ายได้เปรียบ อาณาจักรเหลิ่งเหยียนก็คงจะไม่มีเวลามาสนใจเขาอย่างแน่นอน
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง แผนการขั้นต่อไปของพวกเราก็คือการไปสร้างปัญหาให้กับชายแดนสงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายสินะ?”
เย่ชางถูมือเข้าด้วยกันและกล่าวว่า “พูดตามตรงนะ ข้าถือว่าเชี่ยวชาญในการทำให้สถานการณ์สับสนวุ่นวายเป็นที่สุดอยู่แล้ว”
“หมอนี่ยังเป็นนักบวชอยู่รึเปล่าเนี่ย?”
เมื่อมองไปยังเย่ชางที่กำลังตื่นเต้น เล่ยเซียวก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “งั้นข้าจะแจกจ่ายงานเลยละกันนะ”
“อย่างแรก หู่จาง เย่ชาง หนานซิง หนานเยว่ และเฉาเหยียน พวกเจ้าไปที่ชายแดนกับข้า”
เล่ยเซียวพยักหน้าให้กับผู้ติดตามทั้งห้าที่มีระดับสามขึ้นไปทุกคน จากนั้นก็พูดต่อ “สอง หน้าที่ในการปกป้องดินแดนจะถูกส่งมอบให้กับไป่จื่อ กังซ่ง และเหล่าหัวหน้ากลุ่ม”
หลังจากพูดจบ เล่ยเซียวก็หันไปหาครึ่งเอลฟ์สาวและกล่าวเสริม “ไป่จื่อ การปกป้องดินแดนถือว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าแล้ว แผนการในการเปิดพื้นที่ฝึกฝนจะถูกชะลอเอาไว้ก่อน นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้าจงทำงานร่วมกับกังซ่งและพรรคพวกเพื่อสร้างกันชนทั้งสามชั้นให้สมบูรณ์ตามที่ข้าได้สั่งเอาไว้”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ! วางใจได้เลยนายท่าน!”
ไป่จื่อและเหล่าหัวหน้ากลุ่มแตะหน้าอกและพูดออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน
“สุดท้าย ชวนกู่ ข้าขอมอบหมายให้เจ้าคอยผลิตชุดเกราะหนังและธนูยาว รวมถึงการฝึกฝนพลทหารสำรองด้วย อย่ามัวชักช้าล่ะ”
“นอกจากนี้ให้เริ่มการเพาะปลูกอาหารด้วย ถ้ามีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้น กองพลสำรองของพวกเราจะต้องพร้อมสู้ศึกได้ทุกเมื่อ”
เล่ยเซียวเดินไปที่หน้าต่างข้างประตู และด้วยความช่วยเหลือของความสามารถด้านการมองเห็นในที่มืดของพรแห่งกางเขนใต้ เขาก็สามารถมองเห็นเหล่าผู้พิทักษ์ปฐพีที่กำลังลาดตระเวนอยู่ไม่ไกลนักได้
“วางใจได้เลยขอรับนายท่าน”
ชวนกู่ตอบกลับทันที
“ดีมาก งั้นก็เอาตามนี้ละกัน”
หลังจากพูดจบ เล่ยเซียวก็เปิดประตูที่พัก และทำให้สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดเข้ามา
เล่ยเซียวเดินออกไปจากที่พัก และโบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนเดินออกมา จากนั้นเขาก็เพ่งความคิด และกองสิ่งของก็ปรากฏขึ้นหน้าประตู
เล่ยเซียวชี้ไปที่สิ่งของต่างๆ ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบบนพื้น จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “นี่คือสิ่งของที่เราซื้อมาในช่วงบ่าย ให้ทุกคนมาขนไปละกัน ส่วนอันที่ยังไม่ได้ใช้ก็ให้เก็บเอาไว้ในอาคารเอนกประสงค์เอาไว้ก่อน”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ! ขอบคุณมากขอรับ/เจ้าค่ะนายท่าน!”
ผู้ติดตามทั้งสิบรับคำสั่งและลงมือทันที
ไม่นานนัก ณ บริเวณทางเข้าที่พักของลอร์ด มันก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมา
ทุกคนต่างได้พากันมารับเสื้อผ้าและของใช้ในชีวิตประจำวันกัน
ในขณะที่เหล่าผู้ติดตามพากันยิ้มแย้ม แววตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความชื่นชมในขณะที่พวกเขามองมาที่เล่ยเซียว และพวกเขาก็อดก้มหัวทักทายเขาไม่ได้
ทันใดนั้น ข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหูของเล่ยเซียว
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามระดับหนึ่งสองดาวของท่าน—กังซ่งได้เกิดความเคารพอย่างแรงกล้าต่อท่าน ความภักดีของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 100 หน่วย และเขาก็ตัดสินใจว่าจะภักดีต่อท่านจนวันตาย!]
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามระดับหนึ่งสองดาวของท่าน—ตู้จงได้เกิดความเคารพอย่างแรงกล้าต่อท่าน ความภักดีของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 100 หน่วย และเขาก็ตัดสินใจว่าจะภักดีต่อท่านจนวันตาย!]
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามระดับหนึ่งสองดาวของท่าน—ฮงเหลียนได้เกิดความเคารพอย่างแรงกล้าต่อท่าน ความภักดีของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 100 หน่วย และเขาก็ตัดสินใจว่าจะภักดีต่อท่านจนวันตาย!]
[ขอแสดงความยินดีด้วย! ผู้ติดตาม…]
…
เมื่อเห็นว่าค่าความจงรักภักดีของผู้ติดตามระดับหนึ่งกว่า 80 คนได้เพิ่มขึ้นเป็น 100 หน่วย และกลายเป็นผู้ติดตามที่จะจงรักภักดีต่อเขาจนวันตาย เล่ยเซียวก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ด้วยวิธีนี้ ประสิทธิภาพในการทำงานของทุกคนก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ
จากนั้นมันก็มีเสียงการแจ้งเตือนดังขึ้นอีก
[ขอแสดงความยินดีด้วย เผ่าพระจันทร์ขาวรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของท่าน และอัตราการยอมจำนนของอีกฝ่ายเพิ่มขึ้น 3 หน่วย กลายเป็น 82 หน่วย]
“อัตราการยอมจำนนโดยรวมเพิ่มขึ้นอีก 3 หน่วยเหรอ? ถ้ามันแปลงเป็นค่าความจงรักภักดี ความจงรักภักดีของพวกครึ่งเอลฟ์ก็น่าจะสูงมากแล้วใช่ไหม?”
ในขณะที่เล่ยเซียวกำลังคิดด้วยความประหลาดใจอยู่นั้น เสียงข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง