เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 72 : สามขุมกำลังหลักในเมือง

ตอนที่ 72 : สามขุมกำลังหลักในเมือง

ตอนที่ 72 : สามขุมกำลังหลักในเมือง


ตอนที่ 72 : สามขุมกำลังหลักในเมือง

ความตั้งใจต่อไปของเล่ยเซียวคือการเดินทางไปหาคุนปู้ที่เป็นประธานหอการค้าเมืองคงชิงที่เขาได้บังเอิญช่วยเอาไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน

เล่ยเซียวเข้าใจดีว่าหากไม่ได้เจอกับอีกฝ่าย เขาก็คงจะไม่ได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับป่าเงาปีศาจซึ่งดินแดนของเขาตั้งอยู่เร็วถึงเพียงนี้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลที่ว่ามีสองอาณาจักรกำลังทำสงครามกันอยู่

แน่นอนว่ายังมีเรื่องยาควบแน่นพลังปราณระดับสองและรถม้าที่อีกฝ่ายทำหายไปด้วย

ด้วยความสัมพันธ์ของพวกเขา ถ้าเขาอยากจะทำความเข้าใจกับข้อมูลต่างๆ ภายในเมืองคงชิง คุนปู้ก็ถือว่าเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมเลยทีเดียว

เนื่องจากคุนปู้ก็ถือว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงอยู่พอตัว ดังนั้นหลังจากการสอบถามไม่นาน เล่ยเซียวและหู่จางก็มาถึงร้านค้าที่มีชื่อว่า ‘ลำนำนกไนติงเกล’ ได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามนัก

แม้ว่าขนาดของร้านจะเล็กกว่าร้านซางลู่มาก แต่มันก็ยังเป็นร้านที่สะดุดตาอยู่เมื่อเทียบกับร้านค้ารอบๆ

“เข้าไปกันเถอะ” เล่ยเซียวพยักหน้าให้หู่จางและเดินเข้าไปในร้าน

“ยินดีต้อนรับสู่ลำนำนกไนติงเกลขอรับ!”

ในทันทีที่เล่ยเซียวเดินเข้ามา ชายหนุ่มที่ดูมีอายุประมาณ 20 ปีก็เข้ามาทักทายเขาในทันที

เขาพูดกับเล่ยเซียวและหู่จางอย่างสุภาพด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูราวกับว่าเขารู้ทุกเรื่อง “ร้านของพวกเราขายผลิตภัณฑ์ผ้าถัก ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม และผลิตภัณฑ์จากแก้วเป็นหลักขอรับ พวกเราจำหน่ายทั้งแบบค้าส่งและค้าปลีก และมีบริการเสริมอื่นๆ อีกด้วย แขกทั้งสองเชิญเลือกชมได้เลยขอรับ”

“พวกเราไม่ได้มาซื้อของ หัวหน้าของเจ้าอยู่ไหม?”

เล่ยเซียวโบกมือและตรงเข้าประเด็น

“ใครมาหาข้ากัน?”

ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้ตอบ ชายวัยกลางคนพุงโตที่แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมก็เดินออกมาจากห้องภายในร้าน

คนผู้นี้คือคุนปู้นั่นเอง

เมื่อเขาเข้ามาใกล้ คุนปู้ก็มองเล่ยเซียวและหู่จางที่ปลอมตัวอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า และใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความสงสัย “พวกเจ้ารู้จักข้างั้นเหรอ?”

เมื่อมองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนของอีกฝ่าย เล่ยเซียวก็ยิ้มออกมาบางๆ และถอดผ้าคลุมมายาออก เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเขา

“เป็นท่านนั่นเอง! เชิญครับ!”

คุนปู้จำเล่ยเซียวที่เป็นผู้ช่วยชีวิตของเขาได้ในทันที เขาทั้งดีใจและประหลาดใจมาก

แน่นอนว่าเหตุผลที่คุนปู้ดูกระตือรือร้นขนาดนี้ก็เป็นเพราะสถานะอันสูงส่งที่เล่ยเซียวได้เผยออกมาเมื่อครั้งก่อน

ชายหนุ่มที่มีองครักษ์เป็นยอดฝีมือระดับสามย่อมต้องเป็นคนใหญ่คนโตอย่างแน่นอน และพ่อค้าอย่างคุนปู้ก็ย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะผูกมิตรกับอีกฝ่ายเอาไว้

หลังจากนำทางเล่ยเซียวและหู่จางไปยังห้องรับรองหรูแล้ว คุนปู้ก็รินชาให้กับพวกเขาและถามเล่ยเซียว “ท่านมาเยี่ยมข้าวันนี้มีเรื่องอะไรให้ข้ารับใช้งั้นเหรอ?”

“เจ้าก็สุภาพเกินไปแล้ว ข้าไม่ได้มีอะไรให้เจ้าช่วยหรอก แต่ตอนนี้ข้าพอมีเงินอยู่บ้างและอยากจะดูว่าสภาพแวดล้อมโดยรวมของเมืองนี้เป็นเช่นไร เผื่อว่าเป็นไปได้ ข้าก็อยากจะทำธุรกิจเล็กๆ ที่นี่บ้าง”

เล่ยเซียวยิ้มออกมาบางๆ และตอบกลับด้วยคำพูดที่เขาเตรียมเอาไว้นานแล้ว “เพราะข้าเป็นคนหัวโบราณและไม่เคยต่อสู้ในศึกที่ไม่เคยได้เตรียมตัวมาก่อน โดยเฉพาะปัจจัยด้านความปลอดภัยโดยรวมและความมั่นคงของเมือง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ข้าต้องคำนึงถึง ดังนั้นข้าจึงอยากจะขอความเห็นจากเจ้าหน่อย”

“ฮ่าฮ่า ท่านถามได้ถูกคนแล้ว! ข้าเองก็ต้องชื่นชมในวิสัยทัศน์ของท่านเหมือนกัน!”

แววตาของคุนปู้เปล่งประกายขึ้นมา และเขาก็รู้ว่ามันได้เวลาที่เขาจะได้แสดงฝีมือแล้ว

คุนปู้ถูมือเข้าด้วยกันด้วยความตื่นเต้นและเริ่มอธิบาย

“พูดตามตรงนะขอรับ ขนาดและความแข็งแกร่งของเมืองคงชิงนั้นถือได้ว่าอยู่ในมาตรฐานของเมืองขนาดเล็กแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าเมืองคนปัจจุบันก็กลัวที่จะต้องเสียภาษีให้กับราชวงศ์มากขึ้น ดังนั้นจึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ”

“ส่วนเรื่องความปลอดภัยของเมืองนั้น ท่านก็วางใจได้เลย เพราะมันมีกองกำลังทหารมากกว่า 2,000 คนอยู่ภายใต้คำสั่งของเจ้าเมือง”

“นอกจากนี้ภายใต้คำสั่งของเจ้าเมือง มันก็ยังมียอดฝีมือระดับสามที่ทรงพลังอยู่อีกหลายคนด้วย รวมถึงตัวเจ้าเมืองเอง…”

เล่ยเซียวได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากคำอธิบายของคุนปู้

ไพล่พลของเมืองคงชิงนั้นน่าประทับใจไม่น้อยเลย และตัวเจ้าเมืองก็ยังเป็นยอดฝีมือระดับสามเก้าดาว

ดูเหมือนว่าออร่าของยอดฝีมือระดับสามขั้นสุดยอดที่อยู่ ณ กลางเมืองที่หู่จางสัมผัสได้จะเป็นเจ้าเมืองผู้นี้อย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากนี้ เจ้าเมืองผู้นี้ยังสามารถสั่งการยอดฝีมือระดับสามได้อีกสามคน

หนึ่งในนั้นคอยรับหน้าที่ดูแลการป้องกันของเมืองพร้อมกับกองทัพทหาร 2,000 คนซึ่งประกอบไปด้วยทหารระดับหนึ่งเป็นหลัก

อีกคนคอยเป็นองครักษ์ส่วนตัวให้กับเจ้าเมือง และคอยควบคุมทหารหัวกะทิระดับสูงที่มีจำนวนประมาณ 100 คน

ส่วนคนสุดท้ายนั้น เขาถูกส่งตัวไปยังสนามรบบริเวณชายแดนอาณาจักรพร้อมกับทหารอีกประมาณ 1,000 คน

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งคิดเรื่องยอดฝีมือระดับสามและทหารระดับหนึ่งอีกประมาณ 1,000 คนละกัน”

“ตอนนี้กำลังรบหลักของเมืองนี้ เมื่อรวมกับตัวเจ้าเมืองด้วยก็จะมียอดฝีมือระดับสามจำนวน 3 คน ทหารระดับสองจำนวน 100 คน และทหารระดับหนึ่งอีก 2,000 คน…”

หลังจากได้ทราบข้อมูลจากคุนปู้ เล่ยเซียวก็พยักหน้าอย่างใช้ความคิด

“แต่นอกจากกองกำลังของเมืองแล้ว มันยังมีอีกสองกองกำลังที่สำคัญภายในเมืองขอรับ”

คุนปู้พูดต่อในขณะที่เติมชาให้กับเล่ยเซียว “พวกเขาคือกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มสำคัญและสมาคมการค้าซางลู่”

“โอ้? ร้านซางลู่ก็นับรวมด้วยเหรอ?”

เล่ยเซียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ

“ดูเหมือนว่าท่านจะพอรู้จักสมาคมการค้าซางลู่อยู่บ้าง”

คุนปู้วางแก้วชาลงและพยักหน้า “ตระกูลซางลู่เป็นหนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งภายในอาณาจักร พวกเขามียอดฝีมือระดับสามประจำการอยู่ภายในเมืองคงชิงสองคน และมีเหล่าองครักษ์ที่น่าจะมีจำนวนเกือบ 100 คนได้”

“ส่วนยอดฝีมือระดับสามทั้งสองคนนั้น คนหนึ่งก็คือประธานสาขา และอีกคนก็คือหัวหน้านักประเมินราคาฟางไห่”

คุนปู้เว้นจังหวะไปเล็กน้อยและพูดต่อ “ว่ากันว่าประธานสาขาคงชิงเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลสาขาของตระกูลซางลู่ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีจากตระกูลเท่าไร และถูกมอบหมายให้มาประจำการอยู่ในเมืองอันห่างไกลอย่างเมืองคงชิงเช่นนี้”

“เข้าใจแล้ว”

เล่ยเซียวพยักหน้าและถามพร้อมกับขมวดคิ้ว “แล้วกองกำลังทหารรับจ้างล่ะ?”

“พูดตามตรงนะครับ กองกำลังทหารรับจ้างภายในเมืองนี้ค่อนข้างซับซ้อนอยู่บ้าง”

คุนปู้จิบชาและอธิบายต่อ

“มันมีทหารรับจ้างอยู่ภายในเมืองประมาณ 1,000 คน รวมถึงทหารรับจ้างประมาณ 200 คนที่นำโดยกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิต ซึ่งพวกเขาได้ลงเรือลำเดียวกันกับเจ้าเมืองแล้ว”

“เมื่อทหารประจำเมืองไม่สะดวกที่จะลงมือ คนพวกนั้นก็จะคอยทำงานสกปรกให้กับเจ้าเมือง”

“ด้วยการสนับสนุนจากเจ้าเมืองและผู้นำของกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตที่เป็นยอดฝีมือระดับสามที่มีชื่อเสียง คนพวกนั้นจึงสามารถทำตัวอวดเบ่งภายในเมืองได้ ทำให้แม้ว่าทุกคนจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรอยู่ดี”

คุนปู้ถอนหายใจเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าออกมาและพูดต่อ “ว่าแต่ข้าเพิ่งได้ยินมาว่ารองหัวหน้าของกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตสุ่ยหมางดูเหมือนจะอาหารเป็นพิษ…”

“บางทีมันอาจเป็นการแก้แค้นก็ได้”

เล่ยเซียวส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ และถามคุนปู้อีกครั้ง “ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของเจ้าเมืองจะไม่ค่อยดีเท่าไรเลยนะ?”

จบบทที่ ตอนที่ 72 : สามขุมกำลังหลักในเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว