เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 71 : ผ้าคลุมมายา

ตอนที่ 71 : ผ้าคลุมมายา

ตอนที่ 71 : ผ้าคลุมมายา


ตอนที่ 71 : ผ้าคลุมมายา

เมื่อกลับมาถึงล็อบบี้ชั้นหนึ่งแล้ว เมดสาวคนอื่นๆ ที่แผนกต้อนรับก็เห็นหัวหน้านักประเมินราคาอย่างชางไห่ที่มักจะมีสีหน้าเย็นชาและจริงจังปรากฏตัวออกมาด้วย

เขาได้เดินออกมาส่งเล่ยเซียวและพรรคพวกด้วยตัวเองด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเคารพ ทำให้เหล่าเมดสาวอดปิดปากด้วยความเหลือเชื่อไม่ได้

มันกระทั่งมีสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาที่มองไปยังเมดสาวที่ได้ให้บริการเล่ยเซียว เพราะเธอคงจะได้ต้อนรับลูกค้าคนสำคัญเข้าให้แล้ว

“คุณลูกค้า ถ้าสนใจลองไปเยี่ยมชมพื้นที่ VIP บนชั้นสองของพวกเราได้นะ เพราะท่านมีบัตร VIP ระดับสูงสุด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร ท่านก็จะได้รับส่วนลด 20%”

“อ้อ เมื่อไม่นานมานี้ พวกเราเพิ่งได้รับงานศิลปะของศิลปินผู้มีชื่อเสียงภายในอาณาจักรมาชุดหนึ่ง มันมีทั้งงานอัศวินศักดิ์สิทธิ์ในสนามรบ ราชาผู้กล้าข้ามร้อยขุนเขา ทหารยามใต้ป้อมปราการ และเรือรบเหยี่ยวอัคคีกับสัตว์ประหลาดทะเลมืด…”

ฟางไห่ที่มีใบหน้าแดงระเรื่อเอ่ยชวนเล่ยเซียว

“ไม่เป็นไร พวกเรามีเรื่องสำคัญต้องไปทำต่อ” เล่ยเซียวโบกมือและปฏิเสธไปด้วยรอยยิ้ม

เล่ยเซียวเข้าใจดีว่าเขากำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนาดินแดนและย่อมไม่มีเวลาเหลือพอไปชื่นชมผลงานศิลปะจากต่างโลกเหล่านี้

ทันใดนั้น เล่ยเซียวก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และถามออกมา “ว่าแต่เจ้ามีไอเท็มที่สามารถบิดบังใบหน้าได้ไหม?”

หลังจากได้ยินคำพูดของเล่ยเซียว ฟางไห่ก็คิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบกลับทันที “ร้านของพวกเราย่อมมีทุกสิ่งที่ท่านต้องการอยู่แล้วขอรับ”

หลังจากพูดจบ ฟางไห่ก็หันไปสั่งนักประเมินราคาวัยกลางคนในทันที “รีบไปเอาไอเท็มหมายเลข 027 มาเร็ว”

“ขอรับ” นักประเมินราคาวัยกลางคนก้มหัวลงและจากไปในทันที

หลังจากผ่านไปสักพัก นักประเมินราคาวัยกลางคนก็กลับมาพร้อมกับอาการหอบ เขาถือกล่องสีดำที่ใหญ่กว่ากล่องรองเท้าเล็กน้อยและดูหรูหราเอาไว้

หลังจากรับกล่องนั้นมาแล้ว ฟางไห่ก็ยิ้มและเดินเข้ามาหาเล่ยเซียว

จากนั้นเขาก็เปิดกล่องผ้าไหมเบาๆ ด้วยมือที่มีรอยด้านของเขาและอธิบายอย่างละเอียด “ภายในนี้มีผ้าคลุมมายาอยู่ห้าชุดขอรับ ผ้าคลุมนี้ถูกสลักเอาไว้ด้วยความสามารถในการอำพรางกายของนักมายาระดับสี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักร”

“เมื่อสวมใส่มัน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ เสื้อผ้า และรูปร่างก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลงแบบสุ่ม เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นยอดฝีมือที่อยู่เหนือกว่าระดับสี่ คนธรรมดาก็ย่อมไม่อาจตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงได้เลย”

“แน่นอนว่าเนื่องจากผ้าคลุมทั้งห้าเป็นไอเท็มชุดเดียวกัน มันจึงไม่มีผลกับผู้สวมผ้าคลุมมายาเหมือนกันขอรับ”

หลังจากได้ฟังรายละเอียดจากฟางไห่ เล่ยเซียวก็มองไปยังผ้าคลุมผ้าไหมที่มีความบางพอๆ กับปีกจั๊กจั่นภายในกล่อง และรู้สึกได้ถึงความผันผวนของพลังงานอันเลือนรางในนั้น ทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมา

“ของดีจริงๆ! น่าเสียดายก็แต่มันดูจะไม่สามารถเปลี่ยนเสียงได้”

เล่ยเซียวรับกล่องผ้าไหมมาโดยไม่ลังเลและเก็บมันเข้าไปในสร้อยข้อมือคันฉ่องจันทรา จากนั้นก็ถามออกมา “ขอบใจมาก ว่าแต่มันราคาเท่าไรกัน?”

ใบหน้าของฟางไห่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเขาก็ตอบกลับไป “ถือว่าเป็นของขวัญของพวกเราละกันขอรับ ข้าหวังว่าพวกเราจะมีโอกาสได้ทำธุรกิจกันอีกในอนาคต”

“ของขวัญงั้นเหรอ?!”

นักประเมินราคาวัยกลางคนผงะไปในทันที จากนั้นเขาก็อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

มันต้องรู้ว่าผ้าคลุมมายานั้นมีราคามากถึง 5,000 เหรียญทองเลยทีเดียว!

หลังจากได้สติกลับมาเล็กน้อย นักประเมินราคาวัยกลางคนก็กระซิบกับฟางไห่ “หัวหน้า ท่านประธานไม่อยู่ในเมืองและยังไม่กลับมาเลย เรื่องใหญ่แบบนี้ พวกเรารอให้ท่านประธานกลับมาก่อนไหม…”

“เจ้าพูดบ้าอะไร? ถ้าท่านประธานไม่อยู่ที่นี่ก็ฟังคำสั่งข้าก็พอ”

หลังจากเหลือบมองไปยังนักประเมินราคาวัยกลางคนแล้ว ฟางไห่ก็หันกลับมาหาเล่ยเซียวและยิ้ม “ไม่ต้องเกรงใจขอรับ”

“งั้นข้าจะรับน้ำใจของเจ้าไว้ละกัน”

เล่ยเซียวย่อมไม่ปฏิเสธเรื่องดีๆ แบบนี้อยู่แล้ว จากนั้นเขาก็ดึงฟางไห่เข้ามาและกระซิบ “จำเสียงของข้าไว้ให้ดีล่ะ ข้าเชื่อว่าพวกเราจะได้พบกันอีกในไม่ช้า”

หลังจากเขาพูดจบ ก่อนที่ฟางไห่จะทันได้เข้าใจความหมายในคำพูดนี้ เล่ยเซียวก็เดินไปหาเมดสาวแล้วและกล่าวว่า “ข้าพอใจมากกับบริการของเจ้า นี่ถือว่าเป็นรางวัลจากข้าละกัน”

เขายื่นเหรียญทองให้อีกฝ่ายจำนวนหนึ่ง และเดินจากไปพร้อมกับเหล่าผู้ติดตาม

หลังจากนั้น เล่ยเซียวและเหล่าผู้ติดตามก็หายตัวไปท่ามกลางฝูงชนบนถนน

เมื่อเห็นเช่นนี้ นักประเมินราคาวัยกลางคนก็เดินกลับมาหาฟางไห่และถามเบาๆ “หัวหน้า แขกพวกนั้นจู่ๆ ก็โผล่มา พวกเราต้องส่งคนไปตามสะกดรอยพวกเขาไหมเพื่อดูว่าพวกเขามาจากไหนกัน?”

“ตามบิดาของเจ้าสิ เจ้าอยากตายเหรอ?”

ฟางไห่ถลึงตาใส่นักประเมินราคาวัยกลางคนด้วยสีหน้าจริงจัง

จากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพูดออกมาเบาๆ “เจ้ายังไม่เข้าใจอีกเหรอ? ยกเว้นก็แต่ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำกลุ่มซึ่งอยู่ในระดับหนึ่งเก้าดาว คนอื่นๆ อีกสี่คนนั้นข้าไม่อาจจับออร่าของพวกเขาได้เลย เจ้าคิดว่าคนที่กล้าขายของแบบนี้จะมาพร้อมกับผู้ติดตามระดับหนึ่งแค่สี่คนงั้นเหรอ?”

“หัวหน้าหมายความว่า…?!”

เมื่อมองเห็นสีหน้าจริงจังของฟางไห่ นักประเมินราคาวัยกลางคนก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้และไม่อาจพูดได้จนจบประโยค

แม้ว่านักประเมินราคาวัยกลางคนจะหัวช้า แต่เขาก็รู้ตัวแล้วว่าเขาเกือบไปทำให้ตัวตนที่ลึกลับและไม่อาจคาดเดาได้ไม่พอใจเอาซะแล้ว

“แล้วก็ไปกำชับคนของพวกเราให้ดี ถ้ามีใครแพร่งพรายเรื่องในวันนี้ออกไป ข้าเกรงว่าพวกเราทุกคนจะต้องมีปัญหาแน่ๆ”

ฟางไห่โบกมือให้นักประเมินราคาวัยกลางคนออกไป และสีหน้าของเขาก็ดูจริงจังขึ้นมาเรื่อยๆ

“ข้าหวังว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีการอะไรบางอย่างเพื่อปิดบังความแข็งแกร่งของตัวเองนะ…”

“เพราะถ้าพวกเขาฝืนปิดบังออร่าจนที่แม้แต่ข้ายังมองไม่ออกได้ ข้าก็เกรงว่าความแข็งแกร่งของคนกลุ่มนี้จะน่ากลัวเกินไปแล้ว”

หลังจากออกมาจากร้านซางลู่และเจอมุมเงียบๆ แล้ว เล่ยเซียวก็ทำการแจกจ่ายผ้าคลุมมายาให้ทุกคนทันที

จากนั้นเมื่อพวกเขาสวมใส่มัน พวกเขาก็กลายเป็นเหมือนชาวบ้านทั่วไปในทันที

แม้แต่หู่จางที่มีรูปร่างสูงโดดเด่นก็ยังกลายเป็นตาลุงวัยกลางคนที่ดูธรรมดาๆ ไปด้วย

“จากนี้ไปให้หู่จางคอยอยู่กับข้า ส่วนพวกเจ้าก็แยกย้ายกันไปจัดการธุระละกัน ถ้ามีเรื่องอะไรก็ส่งกระแสจิตมาหาข้าทันที”

“ส่วนของที่ซื้อมาก็ให้ขนย้ายไปยังโกดังที่พวกเราเช่าเอาไว้ชั่วคราว ข้าจะไปเก็บให้เอง”

เล่ยเซียวพยักหน้าให้กับเหล่าผู้ติดตามของเขา และอธิบายรายละเอียดของสิ่งของที่พวกเขาต้องซื้อ รวมถึงแจกจ่ายถุงเงินให้กับแต่ละคนด้วย

“เอาล่ะ แยกย้ายกันได้”

หลังจากพูดจบ เขาก็มอบอาวุธระดับสูงคืนไปให้กับผู้ติดตามแต่ละคน จากนั้นเล่ยเซียวและหู่จางก็เดินออกมาจากซอย

จบบทที่ ตอนที่ 71 : ผ้าคลุมมายา

คัดลอกลิงก์แล้ว