เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 70 : คนผู้นี้เป็นใครกัน?

ตอนที่ 70 : คนผู้นี้เป็นใครกัน?

ตอนที่ 70 : คนผู้นี้เป็นใครกัน?


ตอนที่ 70 : คนผู้นี้เป็นใครกัน?

หลังจากประหลาดใจอยู่ชั่วขณะ ฟางไห่ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงอย่างรวดเร็ว

ในฐานะช่างตีเหล็กระดับสาม เขาย่อมเคยเจอผู้นำฝ่ายหรือบุคคลที่ทรงอำนาจอยู่หลายๆ คน และในบรรดาคนเหล่านี้ มันก็มีแม้กระทั่งยอดฝีมือในระดับสี่ด้วย

ดังนั้นแม้ว่าเขาจะไม่ทันได้ตั้งตัว แต่พอลองคิดให้ดีๆ แล้ว มันก็มีอยู่หลายฝ่ายเหมือนกันที่สามารถขายไอเท็มระดับสามพร้อมกันหลายอันได้ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย

เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว หน้าผากที่เหี่ยวย่นของฟางไห่ก็ผ่อนคลายลงและกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

เขาสงบใจลงก่อน จากนั้นก็เริ่มตรวจสอบอาวุธระดับสามของเล่ยเซียว

“หอกเหล็กนี้ถูกทำขึ้นมาอย่างประณีตเลยทีเดียว วัสดุที่ใช้ผลิตนั้นก็มีคุณภาพสูงมากเช่นกัน และถือว่าผ่านมาตรฐานของอาวุธระดับสามอย่างสมบูรณ์”

หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ฟางไห่ก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดกับเล่ยเซียว “คุณลูกค้า หอกนี้สามารถใช้งานได้ง่ายกว่าธนูยาวอันก่อนมาก ดังนั้นข้าสามารถรับซื้อไว้ได้ในราคา 7,900 เหรียญทองขอรับ”

คราวนี้ฟางไห่ก็ไม่ได้กดราคาแล้ว และบอกราคาไปตามความจริง

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากลุ่มคนที่สามารถขายไอเท็มระดับสามได้พร้อมกันหลายอันและมีมิติเก็บของอยู่กับตัว แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะดูธรรมดา แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าพวกเขาต้องมีกองกำลังที่คอยหนุนหลังอยู่แน่ๆ

ถ้าหากเขาต้องบาดหมางกับคนกลุ่มนี้เพราะเงินไม่กี่สตางค์ มันก็คงจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ อาวุธเหล่านี้ยังเป็นของที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลย และเมื่อพิจารณาจากเทคนิคการรังสรรค์เพียงอย่างเดียวแล้ว มันก็เหนือกว่าฝีมือของเขาซะด้วย

มันมีกองกำลังเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นในเมืองคงชิงและบริเวณโดยรอบตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ในขณะที่ฟางไห่กำลังลอบคิดอยู่นั้น เล่ยเซียวก็พยักหน้าและยิ้มอย่างใจเย็น “ขอบใจเจ้ามาก รบกวนด้วยล่ะ”

“ฮ่าฮ่า ท่านก็สุภาพเกินไปแล้ว มันถือเป็นเกียรติของข้าแล้วที่ได้พบกับชายหนุ่มที่มากพรสวรรค์เช่นท่าน”

ใบหน้าที่หยิ่งผยองเล็กน้อยของฟางไห่เผยความเคารพออกมา และเขาก็ตอบกลับไปด้วยความสุภาพ

กองกำลังเช่นนี้ย่อมเพียงพอแล้วที่จะดึงดูดความสนใจของเขาได้

มันต้องรู้ว่าแม้จะเป็นคนที่มีเงิน แต่ไอเท็มระดับสามเช่นนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถซื้อหากันได้ง่ายๆ

จากนั้นเมื่อฟางไห่คิดว่าการประเมินราคาครั้งนี้น่าจะมาถึงบทสรุปแล้ว เล่ยเซียวก็พูดออกมาอีกครั้ง “ข้ามีเรื่องสงสัยหน่อย ร้านของเจ้าสามารถรับซื้ออาวุธระดับสามได้สักกี่อันกัน?”

ในทันทีที่เขาพูดจบ ทั้งห้องก็เงียบไปในทันที

ยกเว้นก็แต่เล่ยเซียวและเหล่าผู้ติดตามของเขาเท่านั้น คนอื่นๆ ต่างก็พากันคิดตามคำพูดของเล่ยเซียวและสงสัยว่าพวกเขาได้ยินผิดไปรึเปล่า

หรือว่าสุภาพบุรุษท่านนี้จะมีไอเท็มระดับสามมากกว่าสามอัน?!

หลังจากผ่านไปสักพัก ฟางไห่ก็เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากโดยไม่รู้ตัว และเขาก็ถามออกมาด้วยความไม่แน่ใจ “ท่านหมายความว่า… ท่านมีไอเท็มระดับสามมากกว่านี้งั้นเหรอ?”

“ใช่แล้ว แต่ก่อนหน้านั้น ข้าขอถามอะไรสักหน่อย”

“มันจะไม่มีคนอื่นที่รู้เรื่องการประเมินราคาครั้งนี้ใช่ไหม?”

เล่ยเซียวดึงผ้าคลุมศีรษะลงเล็กน้อยและถามออกมาอย่างระมัดระวัง

“วางใจได้เลยขอรับ”

ใบหน้าของฟางไห่เผยความภาคภูมิใจออกมาทันที และเขาก็ตอบว่า “ท่านอาจจะไม่รู้ว่าร้านซางลู่ของพวกเรานั้นมีความผูกพันธ์กับตระกูลซางลู่ซึ่งเป็นตระกูลที่มั่งคั่งภายในอาณาจักร และอิทธิพลของตระกูลนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วอาณาจักรเล่งหยานแล้วขอรับ”

ราวกับว่าฟางไห่กลัวว่าเล่ยเซียวจะยังมีความกังวลอยู่ ดังนั้นเขาจึงกล่าวเสริม “ผู้นำตระกูลซางลู่ในตอนนี้คือดยุคหานสุ่ย ไม่เพียงแต่เขาจะเป็นยอดฝีมือระดับสี่เท่านั้น แต่เขายังมีบทบาทสำคัญต่ออาณาจักรด้วย แม้แต่เจ้าเมืองในท้องถิ่นก็ต้องให้ความเคารพต่อสาขาของเราและไม่อาจแทรกแซงเราได้ไม่ว่าจะในทางไหนก็ตาม”

“งั้นข้าก็วางใจได้แล้ว”

เล่ยเซียวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็พูดออกมา “ข้าอยากจะขายไอเท็มระดับสามทั้งสามประเภทอย่างละสิบอัน พวกเจ้าจะรับซื้อไว้ทั้งหมดไหม?”

หลังจากพูดจบ เล่ยเซียวก็โบกมือ

ทันใดนั้น อาวุธกว่า 30 อันที่เปล่งประกายเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นบนเคาน์เตอร์ยาว และส่องสว่างไปทั่วห้อง

ทันใดนั้น ทั้งห้องรับรองก็เต็มไปด้วยกลิ่นที่ชวนน้ำลายสอและเย้ายวน ซึ่งก็คือกลิ่นเงินนั่นเอง

เหตุการณ์เช่นนี้เกินกว่าที่ทุกคนจะคิดไปไกลมาก

แม้แต่หู่จางและเหล่าผู้ติดตามที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อดประหลาดใจออกมาไม่ได้เหมือนกัน

ในบรรดาคนเหล่านี้ ผู้ติดตามใหม่อย่างเย่ชางที่ยังมีค่าความจงรักภักดีไม่เต็มก็มีค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้นมาอีก 6 หน่วย กลายเป็น 80 หน่วย

อีกด้านหนึ่ง เหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสี่ที่ตาเบิกโพลงก็แทบจะยืนไม่อยู่แล้ว

มันไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก เพราะการได้เห็นภาพฉากนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาคุยโวเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวงเหล้าไปในตลอดชีวิตแล้ว

ส่วนเมดสาวก็ตกใจมากจนใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดง และถ้าหนานเยว่ไม่ช่วยประคองเอาไว้ เธอก็คงจะล้มฟุบไปกับพื้นแล้ว

ส่วนที่อีกด้านของเคาน์เตอร์ ขากรรไกรของนักประเมินราคาวัยกลางคนก็แทบจะตกลงมาที่พื้นแล้ว และลูกตาของเขาก็แทบจะถลนออกมาจากเบ้าเลย

การที่สามารถหยิบเอาไอเท็มระดับสามกว่า 30 อันออกมาได้พร้อมกันเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย และเป็นสิ่งที่กองกำลังที่อยู่ในเมืองอันห่างไกลเช่นนี้ย่อมไม่สามารถทำได้

งั้นคนผู้นี้มาจากตระกูลที่มั่งคั่งในอาณาจักรตระกูลไหนกัน? หรือว่าเขาเป็นนายน้อยจากขั้วอำนาจไหนกันแน่?

ส่วนฟางไห่นั้น เขาก็ไม่เหลือความเย่อหยิ่งอีกแล้ว

เขาเข้าใจได้อย่างชัดเจนแล้วว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้าของเขาย่อมเป็นบุคคลสำคัญที่เขาไม่อาจละเลยได้เลย!

“เร็วเข้า รีบไปตรวจสอบจำนวนเงินที่เหลืออยู่ในคลังเร็ว”

ฟางไห่รีบตบหลังของนักประเมินราคาวัยกลางคนและตะโกนสั่งเหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเมดสาวที่ยืนอยู่ภายในห้อง “พวกเจ้ามัวยืนนิ่งอยู่ทำไม? รีบไปเตรียมของหวานและชาที่ดีที่สุดมาเร็ว!”

หลังจากผ่านความวุ่นวายมาเล็กน้อย ในที่สุดเล่ยเซียวก็ได้รับเงินทั้งหมด 240,000 เหรียญทองจากการขายอาวุธระดับสามจำนวน 30 อัน และในเวลาเดียวกัน เขาก็สามารถทำให้คลังเก็บเงินของอีกฝ่ายว่างเปล่าไปด้วย

ด้วยเหตุผลบางประการ บางทีอาจเป็นเพราะปริมาณที่มาก ราคาต่อหน่วยของอาวุธจึงเพิ่มขึ้นมาด้วยเล็กน้อย ทำให้เขาพึงพอใจมาก

ส่วนเหตุผลที่เขาเลือกนำไอเท็มจำนวนมากออกมาขายในทีเดียวนั้นก็มีอยู่สองประการ

ประการแรกคือเขาต้องการเงินทุนจำนวนมากสำหรับการซื้อทรัพยากร

ประการที่สองคือเขาต้องการดูว่าช่างตีเหล็กฟางไห่ที่เป็นเป้าหมายของเขานั้นมีปฏิกิริยาเช่นไร และเห็นได้ชัดว่าผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพอใจมาก

“ดูเหมือนว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ช่างตีเหล็กระดับสามคนนี้ก็น่าจะได้เปลี่ยนงานใหม่แล้ว”

เล่ยเซียวยิ้มออกมาบางๆ และจากนั้นก็เดินออกมาจากห้อง

จบบทที่ ตอนที่ 70 : คนผู้นี้เป็นใครกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว