เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 65 : กลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิต

ตอนที่ 65 : กลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิต

ตอนที่ 65 : กลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิต


ตอนที่ 65 : กลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิต

หลังจากที่กลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตหยุดชะงักไปชั่วขณะจนกระทั่งมีบางคนได้สติกลับมา เหตุการณ์ทั้งหมดก็เปลี่ยนจากความเงียบไปเป็นความโกลาหลอีกครั้ง และบรรยากาศก็เต็มไปด้วยเสียงดังอึกทึกราวกับฝูงชนที่กำลังรอชมเรื่องสนุก

พ่อค้า ทหารรับจ้าง และทหารที่กำลังมองดูการต่อสู้อยู่รอบๆ ต่างก็พากันอึ้ง สับสน และกระทั่งหัวเราะออกมา

ในขณะที่มองมาทางเล่ยเซียว พวกเขาก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน

“เห้ พ่อหนุ่มไม่รู้ที่มาคนนั้นกล้าแตะต้องกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตงั้นเหรอ? ช่างใจกล้าซะจริงๆ”

“ใช่ๆ เมื่อดูจากความแข็งแกร่งของเขาแล้ว เขาก็น่าจะอยู่ในระดับหนึ่งก้าวดาวใช่ไหม? น่าเสียดายที่เขาอายุยังน้อย ข้าเดาว่าเขาน่าจะถูกกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตทุบตีจนพิการแน่ๆ มันจะพอเหลือแขนหรือขาเอาไว้ได้สักข้างไหมนะ?”

“อ่า พวกคนจากกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตทั้งโหดเหี้ยมและป่าเถื่อน แต่พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน เพราะพวกมันมีผู้สนันสนุนที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลัง!”

“เหอะ! พวกนายอยากตายเหรอ? แค่มองดูสนุกๆ ก็พอ ระวังตัวกันด้วย หน้าต่างมีหู ประตูมีตานะ! ครั้งก่อนนายจ้างของข้าเกือบตายแน่ะเพราะทำดินกระเด็นไปเปื้อนพวกมัน!”

“พวกเจ้าน่าจะลดเสียงลงหน่อยและหาชามาดื่มกันนะ! ไม่ใช่ว่ามันสุดยอดไปเลยเหรอถ้าจะได้ดื่มชาพร้อมกับดูอะไรสนุกๆ แบบนี้? ชานมธรรมชาติจากภูเขาไป๋ปู้ราคาเพียง 10 เหรียญเงินต่อแก้วเท่านั้น! สินค้ามีจำกัด มาก่อนได้ก่อน!”

“ฮี่ฮี่ ครั้งก่อนข้าถูกกระทืบจนเกือบตายแหนะเพราะข้าทำดินกระเด็นไปเปื้อนพวกมัน คราวนี้ข้าอยากจะเห็นเหมือนกันว่าเด็กคนนั้นจะรอดไหม!”

เมื่อเห็นว่าตนเป็นจุดสนใจของฝูงชนแล้ว เล่ยเซียวก็เบ้ปากอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อครู่ลูกเตะของหนานเยว่รวดเร็วเกินไป เมื่อชายโชคร้ายคนนั้นกระเด็นออกไป ฝูงชนก็มองมาที่เขาแล้ว

นอกจากนี้ผู้ติดตามทั้งสี่ของเขายังได้ข่มออร่าของตัวเองเอาไว้ให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด และเนื่องจากช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่ง ทหารรับจ้างเหล่านี้ที่อย่างมากก็อยู่ในระดับสองจึงไม่มีทางรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกเขาเลย

ดังนั้นเขาที่อยู่ในระดับหนึ่งเก้าดาวจึงกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนทั้งห้าในสายตาของทุกคน

ดังนั้นทุกคนจึงย่อมคิดว่าเขาเป็นคนที่เตะอีกฝ่าย

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เล่ยเซียวก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ “บ้าเอ้ย ฉันแค่อยากจะเข้าเมืองไปเฉยๆ ทำไมมันยากขนาดนี้นะ?”

เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบจากฝูงชนที่อยู่รอบๆ ใบหน้าของหู่จาง เย่ชาง หนานซิง และหนานเยว่ก็ดูบูดบึ้งขึ้นมาทันที

มันไม่เป็นไรถ้าคนพวกนี้พูดถึงเรื่องอื่น แต่พวกมันกลับกล้าพูดถึงนายท่าน นี่ย่อมเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้!

“ถ้าข้าไม่สามารถรับมือกับคำวิจารณ์เล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ได้ ข้าจะเป็นเจ้านายของพวกเจ้าได้ยังไงกัน?”

เล่ยเซียวส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามของตัวเองใจเย็นลงและครุ่นคิด

ในตอนนี้ เล่ยเซียวก็ไม่สงสัยเลยว่าตราบใดที่ลอร์ดอย่างเขาออกคำสั่ง ที่แห่งนี้ก็คงจะเงียบไปตลอดกาลในเวลาไม่นานแน่

แต่การทำเช่นนั้นย่อมไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เพราะสำหรับเขาที่ยังไม่คุ้นเคยกับพื้นที่บริเวณนี้ มันย่อมเป็นการขัดต่อแผนการก่อนหน้านี้ของเขาเท่านั้น

เป็นไปได้ว่าถ้าเขาลงมือในตอนนี้ มันก็คงจะทำให้กองกำลังต่างๆ ในเมืองจะต้องตื่นตัวและเคลื่อนไหวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และผลที่ตามมาก็ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

สำหรับคำพูดของคนที่อยู่รอบๆ เล่ยเซียวก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจเลย

เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมและเขามีพลังในมือ คนเหล่านี้ก็คงจะก้มหัวให้กับเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

ในขณะที่เล่ยเซียวกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ทหารรับจ้างสามคนที่มีสีหน้าดุร้ายก็ได้พุ่งเข้ามาหาพวกเขาแล้ว

คนเหล่านี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพรรคพวกของทหารรับจ้างโชคร้ายที่ถูกเตะไปก่อนหน้านี้ซึ่งกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู้ระหว่างการต่อสู้ของทหารรับจ้างสองกลุ่ม

เล่ยเซียวไม่ได้สนใจมองทหารรับจ้างที่กำลังพุ่งเข้ามาเลย และเบนสายตาไปอีกทาง

เขามองเห็นว่ากลุ่มทหารรับจ้างที่อ่อนแอกว่านั้นถูกจัดการไปแล้ว

มันมีสามคนที่กำลังนอนอยู่บนพื้นโดยไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย และอีกสองคนที่เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งซึ่งอยู่ในสภาพบาดเจ็บและแทบจะยืนไม่ไหวแล้วซึ่งมันก็มีสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตสองคนที่เอามีดจ่อคอของพวกเขาเอาไว้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถขยับตัวได้เลย

เมื่อมองไปที่ทหารรับจ้างสาวที่คุ้นหน้า เล่ยเซียวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “รู้สึกเหมือนเคยเจอเธอมาก่อนเลย”

“นายท่าน ทหารรับจ้างสาวคนนั้นเป็นทหารรับจ้างที่รอดชีวิตมาได้ที่เดินทางมาพร้อมกับคุนปู้เจ้าค่ะ ดูเหมือนว่าเธอจะชื่อ… ซานไนเจ้าค่ะ”

หนานซิงก้าวออกมาหนึ่งก้าวและกระซิบกับเล่ยเซียว

“เป็นเธอนี่เอง”

เล่ยเซียวพยักหน้ารับ

ทันใดนั้นทหารรับจ้างสามคนที่พุ่งเข้ามานั้นก็ได้สร้างวงล้อมเป็นรูปครึ่งวงกลม

ภายใต้ดวงอาทิตย์สองดวง ดาบอันคมกริบสามเล่มที่มีคราบเลือดติดอยู่ก็เปล่งแสงเย็นๆ ออกมาราวกับว่ามันเป็นลางบอกเหตุของการสังหารที่กำลังจะเกิดขึ้น

เมื่อเห็นเช่นนี้ เหล่าพ่อค้าและทหารรับจ้างที่มุงดูอยู่รอบๆ ด้วยความตื่นเต้นก็ได้ก้าวถอยไป และทำให้เกิดวงล้อมใหม่ขึ้นมา

ชั่วขณะหนึ่ง สายตาทุกคู่ต่างก็มองมาที่คนทั้งห้า

มันต้องรู้ว่ากลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตนั้นมียอดฝีมือระดับสองผู้มากประสบการณ์ถึงสองคน รวมถึงนักสู้ระดับหนึ่งที่กำลังจะก้าวไปสู่ระดับสองอีกหนึ่งคนด้วย

ส่วนเด็กคนนั้น (เล่ยเซียว) ก็เป็นแค่คนในระดับหนึ่งเก้าดาวเท่านั้น แม้ว่ามันจะมีคนอีกสี่คนที่แต่งตัวแปลกๆ แต่พวกเขาก็น่าจะไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย

ด้วยช่องว่างด้านความแข็งแกร่งขนาดนี้ ผลลัพธ์ก็ย่อมชัดเจนอยู่แล้ว

ในเวลานั้น หลายๆ คนก็จินตนาการภาพชัยชนะของกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตไปแล้ว

ในไม่ช้าชายร่างใหญ่ที่สวมเกราะเบาสีเทาและถือขวานด้ามยาวก็ได้ก้าวออกมาจากกลุ่มทหารรับจ้าง

เขาสามารถแกว่งขวานในมือที่ดูจะมีน้ำหนักกว่าร้อยปอนด์ได้อย่างง่ายดายและเหวี่ยงมันลงบนพื้นที่อยู่ตรงหน้าอย่างหนักหน่วง ทำให้ผู้คนที่มองอยู่อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

“นั่นมันสุ่ยหมาง รองหัวหน้าของกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตหนิ! ข้าได้ยินมาว่าเขาอยู่ในระดับสองห้าดาวแล้ว และเคยสังหารมังกรดินหุ้มเกราะที่อยู่ในระดับสองหกดาวด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว!”

“ผิวหนังของมังกรดินหุ้มเกราะนั้นเทียบได้กับเกราะหนักระดับสองชั้นยอดเลยไม่ใช่เหรอ? งั้นพลังโจมตีของสุ่ยหมางก็เทียบได้กับยอดฝีมือระดับสองขั้นสูงสุดแล้วสิ? อีกฝ่ายจะต้องตายอย่างแน่นอน”

“เห้อ ทำไมคนนอกพวกนี้จะต้องไปวุ่นวายกับพวกกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิตด้วยนะ!”

เมื่อฟังเสียงอุทานของคนที่ดูอยู่รอบๆ ชายร่างใหญ่นามว่าสุ่ยหมางก็ดูภาคภูมิใจขึ้นมา

เขามองไปที่หนานซิงและหนานเยว่อยู่นาน จากนั้นเขาก็ถือขวานไว้ในแนวนอน เผยท่าทีคุกคามออกมา และพูดกับเล่ยเซียวอย่างเคร่งขรึม “เด็กน้อย เจ้ากล้าทำร้ายคนของกลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิต ข้าไม่สนว่าเจ้าจะตั้งใจหรือไม่ แต่วันนี้เจ้าคงไม่อาจออกไปจากเมืองคงชิงได้แล้ว!”

เมื่อได้ยินประโยคคลาสสิคของเหล่าร้ายที่ปรากฏขึ้นอยู่บ่อยๆ ตามภาพยนตร์และนิยาย เล่ยเซียวก็อดเบ้ปากไม่ได้ และแทนที่จะกลัว เขากลับรู้สึกว่ามันน่าหัวเราะซะมากกว่า

“พระเจ้าช่วย ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับเหตุการณ์แบบนี้ด้วยตัวเองบ้าง”

จบบทที่ ตอนที่ 65 : กลุ่มทหารรับจ้างแมงป่องโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว