- หน้าแรก
- ศึกชิงเจ้าแห่งลอร์ด: พรสวรรค์ของข้าคือนิ้วทองคำ
- ตอนที่ 62 : มุ่งหน้าสู่เมืองคงชิง
ตอนที่ 62 : มุ่งหน้าสู่เมืองคงชิง
ตอนที่ 62 : มุ่งหน้าสู่เมืองคงชิง
ตอนที่ 62 : มุ่งหน้าสู่เมืองคงชิง
ในเวลาเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหูของเล่ยเซียวอีกครั้ง
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามระดับสี่ห้าดาวของท่าน—เย่ชางเกิดความเคารพต่อท่านอย่างแรงกล้า ความจงรักภักดีของเขาเพิ่มขึ้น 9 หน่วย กลายเป็น 69 หน่วย]
“ว้าว ในที่สุดก็เพิ่มขึ้นมาถึง 69 หน่วยแล้วเหรอ?”
“ดูเหมือนว่าความจงรักภักดีของผู้ติดตามระดับสูงจะเพิ่มขึ้นไม่ง่ายเลย”
เล่ยเซียวถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากที่เย่ชางแนะนำตัวเสร็จแล้ว หู่จางและพรรคพวกก็ตอบรับด้วยความสุภาพ นอกจากนี้ แม้ว่าเย่ชางจะเป็นคนเก็บตัว แต่เขาก็เป็นคนช่างพูดเช่นกัน
ดังนั้นมันจึงใช้เวลาไม่นานก่อนที่พวกเขาจะคุ้นเคยกัน
ในระหว่างนี้ ทุกคนก็ทำตัวปกติกันมาก และมีแค่เฉาเหยียนเท่านั้นที่เบิกตากว้างเล็กน้อยและจากนั้นก็หรี่ตาลงราวกับว่าเธอกำลังจมอยู่กับโลกของตัวเองอีกครั้ง
“แม้แต่อาชีพหายากอย่างนักบวชทมิฬยังถูกนายท่านอัญเชิญออกมาได้ นายท่านช่างสุดยอดเหมือนเคย!”
หลังจากมองไปที่เล่ยเซียวด้วยความเคารพแล้ว ตาแพนด้าของเฉาเหยียนก็มองมาที่เย่ชาง
“นักบวชทมิฬงั้นเหรอ? ข้าจำได้ว่าเมื่อตอนศึกษาอยู่ในหอคอย พวกผู้เฒ่าเคยบอกว่าอาชีพนี้มีต้นกำเนิดเดียวกันกับนักบวชแสงศักดิ์สิทธิ์”
“ว่ากันว่านี่เป็นอาชีพพิเศษที่แยกย่อยออกมาจากอาชีพนักบวชเพื่อให้สามารถต่อสู้กับกองกำลังแห่งความชั่วร้ายได้ดียิ่งขึ้น”
เฉาเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อยและนึกย้อนกลับไป
“สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือก่อนที่นักบวชธรรมดาจะเปลี่ยนอาชีพเป็นนักบวชทมิฬได้ มันก็มีขั้นตอนที่สำคัญและอันตรายเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาต้องใช้เคล็ดวิชาลับเพื่อแสร้งทำเป็นจมดิ่งลงสู่โลกแห่งความมืดเพื่อรับพลังต้องห้าม เคล็ดวิชาลับนี้ต้องอาศัยศรัทธาและความตั้งใจอันแรงกล้าของผู้เปลี่ยนอาชีพเพื่อต้านทานความมืดมิดให้ได้”
“เพราะเหตุนี้จึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้ ดังนั้นคนที่สามารถเปลี่ยนอาชีพเป็นนักบวชทมิฬได้สำเร็จจึงถือว่าเป็นหัวกะทิในหมู่หัวกะทิของเหล่านักบวชเลย”
เฉาเหยียนขยี้ตาคล้ำๆ ของเธอ และคิดต่อ
“ต่อมามันก็เกิดสงครามขึ้นระหว่างนักบวชทมิฬและนักบวชแสงศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าความแข็งแกร่งส่วนบุคคลของนักบวชทมิฬจะเหนือกว่านักบวชแสงศักดิ์สิทธิ์ในระดับเดียวกันมาก แต่พวกเขาก็ยังแพ้ทางอีกฝ่ายอยู่ดี ดังนั้นพวกเขาจึงถูกขับไล่ออกไปจากสายตาของผู้คนและกลายเป็นศัตรูของนักบวชแสงศักดิ์สิทธิ์มาจนถึงปัจจุบันนี้”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สายตาของเฉาเหยียนก็มองไปยังสร้อยคอกระโหลกของเย่ชาง
“สร้อยนี้น่ารักจัง สงสัยจังว่าลุงกล้ามโตคนนี้จะยอมให้ข้าสัมผัสไหม?”
“แต่สร้อยของนายท่านก็ยังงดงามยิ่งกว่า มันดูเหมือนว่ามีดวงดาวเปล่งประกายอยู่ภายในนั้นเลย…”
ในเวลาเดียวกัน มันก็มีเสียงการแจ้งเตือนดังขึ้นในหูของเล่ยเซียว
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามระดับสามหนึ่งดาวของท่าน—เฉาเหยียนสัมผัสได้ถึงอำนาจของท่าน ความจงรักภักดีของเธอเพิ่มขึ้น 5 หน่วย กลายเป็น 90 หน่วย]
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามระดับสามหนึ่งดาวของท่าน—เฉาเหยียนมีความจงรักภักดีถึง 90 หน่วยและปลดล็อคทักษะใหม่—ปีกบัวแดง!]
“ไม่คิดเลยว่าความจงรักภักดีของเฉาเหยียนจะเพิ่มขึ้นด้วย”
เล่ยเซียวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและเปิดหน้าต่างข้อมูลของอีกฝ่ายขึ้นมาดู
[ชื่อ: เฉาเหยียน]
[อาชีพ: จอมเวทเพลิง]
[ระดับ: ระดับสาม หนึ่งดาว]
[ความจงรักภักดี: 90]
[ทักษะ 1: ลูกศรเพลิง (ทักษะเรียกใช้งาน) (การโจมตีเป้าหมายเดี่ยวด้วยเวทมนตร์ธาตุไฟพร้อมกับเอฟเฟกต์เผาไหม้และเอฟเฟกต์สาดกระเซ็น)]
[ทักษะ 2: ปีกบัวแดง (ทักษะเรียกใช้งาน) (การโจมตีวงกว้างด้วยเวทมนตร์ธาตุไฟพร้อมกับเอฟเฟกต์เผาไหม้และเอฟเฟกต์ห้ามรักษา)]
[ทักษะอื่นๆ ไม่สามารถดูได้เนื่องจากความจงรักภักดีไม่เพียงพอ]
“ดูเหมือนว่าค่าความจงรักภักดี 100 หน่วยจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว”
หลังจากปิดหน้าต่างข้อมูลไป เล่ยเซียวเองเผยความยินดีออกมา
หลังจากผ่านไปสักพัก เล่ยเซียวก็ตั้งสติ กระแอมออกมาเล็กน้อย และพูดกับทุกคน “เอาล่ะทุกคน กลับไปทำงานกันได้แล้ว ไว้ค่อยคุยกันใหม่”
ในเวลานั้นเอง สองแฝดสาวหนานเยว่และหนานซิงก็มองหน้ากันราวกับว่าพวกเธอมีบางสิ่งอยากจะพูด
ทันใดนั้น หนานซิงก็ก้าวออกมาและก้มหัวลงด้วยความลังเล “นายท่าน ข้ามีเรื่องอยากจะขอ ข้าขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัวได้ไหมเจ้าคะ?”
“ว่ามาได้เลย ที่นี่ไม่มีคนนอกหรอก”
เมื่อเห็นสีหน้าลังเลของหนานซิง เล่ยเซียวก็ทำหน้าสงสัย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฝาแฝดคู่นี้ร้องขออะไรบางอย่างออกมา
“นายท่าน ถ้าเป็นไปได้ ข้าอยากจะซื้อเสื้อผ้าเพิ่มอีกสักหน่อยเจ้าค่ะ ถ้าไม่ได้ แค่ชุดชั้นในก็ยังดี…”
ใบหน้าอันงดงามของหนานซิงแดงก่ำขึ้นมา และเธอก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
เดิมทีหนานซิงอยากจะคุยเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว แต่เนื่องจากเล่ยเซียวพูดออกมาแบบนั้น ดังนั้นแม้ว่ามันจะลำบากใจอยู่เล็กน้อย แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพูดออกมาตรงๆ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เล่ยเซียวก็อึ้งไปชั่วขณะ และจากนั้นเขาก็มองไปที่หนานซิงที่กำลังทำหน้าไม่ถูก
“โอ้ ข้าไม่คิดเลยว่าจะเป็นเรื่องนี้ ขอโทษทีนะที่ทำให้เจ้าต้องพูดออกมากลางวงเช่นนี้”
เล่ยเซียวยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ และทำหน้าครุ่นคิดอีกครั้ง
มันไม่มีรายการผลิตเกี่ยวกับเสื้อผ้าอยู่ในหน้าต่างการผลิตเลย แต่เสื้อผ้าก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตจริงๆ
แม้ว่าเหล่าครึ่งเอลฟ์จะสามารถผลิตพวกมันได้ แต่ผลผลิตก็ต่ำมาก
นอกจากนี้ ดินแดนของเขายังขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเช่นเครื่องปรุงรสด้วย
เมื่อประกอบกับมาตรการป้องกันดินแดนโดยรอบที่ค่อนข้างปลอดภัย และมีผู้พิทักษ์อย่างนักธนูครึ่งเอลฟ์นับร้อยรวมถึงผู้พิทักษ์ปฐพีคอยเฝ้าดินแดนอยู่ พวกเขาก็สามารถรับมือกับภัยคุกคามทั้งหมดในป่าได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
และแม้ว่าจะมีภัยคุกคามต่อดินแดนอย่างกะทันหันเมื่อเขาและเหล่าผู้ติดตามหลักไม่อยู่ที่นี่ เขาก็ยังสามารถใช้คริสตัลกลับเมืองเพื่อกลับมาที่ดินแดนได้ในทันที
ดังนั้นมันจึงดูเหมือนว่ามันจะได้เวลาออกไปซื้อสิ่งของนอกดินแดนแล้ว ซึ่งเขาก็สามารถขนส่งของทั้งหมดด้วยสร้อยข้อมือคันฉ่องจันทราได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใช้โอกาสนี้ช่วยให้เขาเข้าใจรายละเอียดของกองกำลังโดยรอบได้ดีขึ้น และวางรากฐานสำหรับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ เรียกได้ว่ามันเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว
“จากข้อมูลของคุนปู้ก่อนหน้านี้ ดินแดนของมนุษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุดคือเมืองคงชิงบนที่ราบทางฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำทางทิศตะวันตกของป่า มันอยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณ 8 กิโลเมตร งั้นก็เลือกที่แห่งนั้นกันเถอะ”
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เล่ยเซียวก็ยิ้มออกมาบางๆ และพูดกับคนตรงหน้า “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ออกไปซื้อของกันเถอะ”
หลังจากพูดจบ เล่ยเซียวก็ลังเลอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็พูดต่อ “คราวนี้ให้หู่จาง เย่ชาง หนานซิง และหนานเยว่ติดตามข้าไปละกัน”
“เฉาเหยียน ไป่จื่อ และกังซ่ง พวกเจ้าคอยดูแลดินแดนอยู่ที่นี่ละกัน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ให้รายงานให้ข้าทราบทันทีผ่านการสื่อสารทางจิต”
“ขอรับ/เจ้าค่ะนายท่าน!”
หลังจากได้ยินคำสั่งของเล่ยเซียว ผู้ติดตามทุกคนก็พูดออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน
หลังจากนั้นพวกเขาก็นับจำนวนไอเท็มที่ทุกคนต้องการและจัดเตรียมของ
จากนั้นเล่ยเซียวก็พาเหล่าผู้ติดตามเดินออกไปทางประตูเล็กของดินแดนทางฝั่งทิศตะวันตก