เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 : สถานการณ์ร้ายแรง

ตอนที่ 32 : สถานการณ์ร้ายแรง

ตอนที่ 32 : สถานการณ์ร้ายแรง


ตอนที่ 32 : สถานการณ์ร้ายแรง

ในขณะที่เวทมนตร์ถูกร่าย พลังงานความร้อนอันรุนแรงก็แผ่ออกมาจากร่างอันเพรียวบางของเฉาเหยียนในทันที

เปลวไฟหมุนวนอยู่รอบปลายนิ้วสีขาวของเธอ และแม้แต่คัมภีร์เวทมนตร์ในมือของเธอที่เคยเปล่งแสงสีเขียวออกมาก็ได้ถูกโอบล้อมไปด้วยแสงสีแดงเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นมาในทันที

ไม่นานหลังจากนั้น มันก็มีเสียงคล้ายกระจกแตกดังขึ้น

เหนือผืนหญ้าที่ถูกย้อมไปด้วยเลือด ในขณะที่มิติโดยรอบกำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ทางเข้าของบาเรียก็เปิดออกและปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเล่ยเซียวในอึดใจต่อมา

แม้ว่าเขาจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อมองดูใกล้ๆ เขาก็มองเห็นความโกลาหลและความไม่สงบค่อยๆ ปรากฏออกมาเหมือนกับปากที่เปื้อนเลือด

เล่ยเซียวอดกลืนน้ำลายไม่ได้และรู้สึกได้ถึงความดันโลหิตของเขาที่พุ่งพล่านขึ้นมา

ภาพอันน่ามหัศจรรย์นี้น่าตื่นตาตื่นใจซะยิ่งกว่าการได้ชมภาพยนตร์ IMAX ซะอีก และมันก็ไม่จำเป็นต้องสวมแว่นตาสามมิติด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเล่ยเซียวไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังรอยแยกนั้นด้วย

บางทีหากก้าวเข้าไป ก้าวแรกเขาก็อาจจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก้าวต่อไป เขาก็อาจจะต้องตายก็ได้

“แต่เพื่อความอยู่รอด เพื่อดินแดนและผู้ติดตาม ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”

เล่ยเซียวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพยายามข่มอารมณ์ด้านลบเอาไว้ภายในใจ

เขาตบไหล่ของเฉาเหยียนเพื่อให้กำลังใจ จากนั้นก็ชักดาบออกมาจากเอว และพยักหน้าให้กับทุกคน “อย่ามัวเสียเวลาเลย ให้หู่จางเป็นผู้นำ เฉาเหยียนและข้าจะอยู่ตรงกลาง ส่วนหนานซิงและหนานเยว่ พวกเจ้าคอยคุ้มกันในแนวหลัง”

หลังจากเว้นจังหวะไปเล็กน้อย เล่ยเซียวก็จับด้านดาบไว้แน่นและกล่าวเสริม “ถ้าพบกับศัตรูก็ให้สังหารพวกมันในทันทีโดยไม่ต้องลังเล ไปกันเถอะ”

“ขอรับนายท่าน!”

ออร่ารอบๆ ร่างของหู่จางเพิ่มระดับขึ้นทันที และดาบพิฆาตมังกรที่อยู่ในมือของเขาก็ถูกฟาดออกไปพร้อมกับสายลมอันรุนแรง จากนั้นหู่จางก็เชิดศีรษะขึ้นและก้าวเข้าไปในรอยแยกตรงหน้า

“ไปกันเถอะ”

เล่ยเซียวไม่ลังเลอีก เขากัดฟันและเดินเข้าไปพร้อมกับเฉาเหยียนที่มีสีหน้าอันจริงจัง

ส่วนหนานซิงและหนานเยว่ก็ตามหลังมาติดๆ และแววตาของพวกเธอก็ไม่มีร่อยรอยของความลังเลอยู่เลย

หลังจากหลับตาลงและก้าวเข้าไปยังรอยแยกแล้ว เล่ยเซียวก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าเขาไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัวเลย กลับกัน ร่างของเขารู้สึกเบามากราวกับว่าเขาได้หลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วง

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกอันน่าอัศจรรย์นี้ก็หายไปในไม่ช้า และทุกอย่างก็กลับคืนสู่ปกติ

เมื่อรู้สึกได้ถึงความมั่นคงที่ฝ่าเท้า เล่ยเซียวก็เข้าใจว่าเขาได้มาถึงภายในเขตแดนเวทมนตร์แล้ว

อย่างไรก็ตาม เล่ยเซียวที่เพิ่งลืมตาขึ้นมาก็ต้องผงะไปกับภาพตรงหน้าและเขาก็หลั่งเหงื่อเย็นออกมาทันที

ในเวลาเดียวกัน เล่ยเซียวก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าผู้ติดตามทั้งสี่ของเขากำลังตัวสั่นเช่นกัน และเห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังตกใจมาก

ภายในเขตแดนเวทมนตร์นี้ พวกเขาก็ได้พบกับสถานการณ์ร้ายแรงเข้าให้แล้ว!

เมื่อมองไปรอบๆ คนทั้งห้าก็ยังยืนอยู่ในพื้นที่โล่งกลางป่าก่อนที่จะเข้ามายังภายในเขตแดน

มันไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย แม้กระทั่งรอยแยกมิติก็ไม่มี

เมื่ออยู่ในภวังค์ คนเราอาจจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนกำลังเดินจากโลกแห่งความจริงมาสู่โลกในกระจก

แต่เมื่ออยู่ภายในกระจกแล้ว มันกลับมีอันตรายแอบซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง

เบื้องหน้าของพวกเขานั้นมีกองทัพออร์คล้อมเอาไว้ และเห็นได้ชัดว่าพวกมันได้มารออยู่ที่นี่นานแล้ว

ภายใต้แสงแดดที่ส่องกระทบ เกราะเหล็กของพวกมันกลับดูน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง และดาบอันคมกริบนับพันที่เรียงกันอยู่อย่างหนาแน่นก็ได้สะท้อนแสงออกมา

ขบวนทัพของศัตรูนั้นเหมือนกับที่เล่ยเซียวได้เห็นเมื่อคืนนี้เลย

ทหารราบเกราะหนักอยู่ด้านหน้า ทำให้เกิดกำแพงโล่อันแข็งแกร่งที่ล้อมรอบพื้นที่โดยรอบเอาไว้และไม่มีทางหนีไปไหนได้เลย

ทหารราบเกราะเบาอยู่ตรงกลาง พวกมันวางหอกไว้บนโล่ขนาดใหญ่ของทหารราบเกราะหนักแถวหน้า และปลายหอกของพวกมันก็ชี้ตรงมาที่เล่ยเซียวและผู้ติดตามแต่ละคนของเขา

สุดท้าย มันก็ยังมีนักธนูอีกเป็นจำนวนมากที่รั้งคันธนูรออยู่แล้ว ใบหน้าหยาบกระด้างของพวกมันนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเต็มเปี่ยม

และนี่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด…

ในป่าที่อยู่ด้านหลังกองทัพของศัตรูนั้น มันก็มีกลุ่มเงาแปลกๆ และธงที่กำลังโบกสะบัดอยู่

ในระยะไกลนั้น มันก็ยังมีร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามปรากฏให้เห็นอีกมากมาย

บางร่างนั้นก็มีออร่าที่เทียบเคียงได้กับหู่จางที่อยู่ในระดับห้าได้เลย!

จากสิ่งนี้ มันก็สามารถบอกได้เลยว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของศัตรูนั้นเหนือกว่าสิ่งที่พวกมันเปิดเผยออกมาเยอะมาก

“กับดักเหรอ?”

เมื่อรู้สึกถึงแรงกดดันที่น่าอึดอัดตรงหน้า เล่ยเซียวก็อึ้งไปชั่วขณะ และสุดท้ายก็ได้สติกลับมา

นี่คือสิ่งที่เขาเป็นกังวลที่สุดจริงๆ

เป้าหมายของกองทัพออร์คกลับกลายเป็นเขาได้!

อย่างที่ทุกคนรู้ ดินแดนของเขาได้ถูกปกป้องเอาไว้โดยกำแพงป้องกัน

และอีกฝ่ายก็ไม่รู้ว่ากำแพงป้องกันนั้นจะหายไปเมื่อไหร่ ดังนั้นพวกมันจึงได้วางแผนล่อเสือออกมาจากถ้ำ!

ในขณะที่เล่ยเซียวกำลังคิดด้วยความตื่นตระหนกนั้น ฝ่ามือของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทุกสิ่งที่อีกฝ่ายทำตั้งแต่เมื่อคืนนั้นก็เป็นไปเพื่อล่อเขาให้มาติดกับดักนี้!

“ไม่ ฉันคิดมากเกินไป หลังจากคิดดูให้ดีแล้ว เรื่องแบบนี้ก็คงจะเป็นไปไม่ได้”

ดวงตาของเล่ยเซียวมองไปทางซ้ายและขวาเพื่อคอยจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ในขณะที่สมองของเขากำลังทำงานอย่างรวดเร็ว

กลยุทธ์การล่อศัตรูออกมาของอีกฝ่ายที่ดูสมเหตุสมผลนั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่มากมาย

เพราะถ้าเขาไม่มีนักเวทอันทรงพลังที่สามารถเปิดบาเรียได้ หรือถ้าเขาไม่ได้คิดจะเข้ามายังเขตแดนเวทมนตร์ การกระทำเช่นนี้ของอีกฝ่ายจะไม่เป็นการเสียเวลาเปล่าเหรอ?

สิ่งที่น่าฉงนยิ่งกว่านั้นก็คือในเมื่ออีกฝ่ายมียอดฝีมือระดับห้าอยู่เช่นนี้ด้วย งั้นก็ไม่ใช่ว่าเขาจะถูกเปิดเผยตัวออกมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วเหรอ?

ทำไมอีกฝ่ายไม่ลงมือตั้งแต่เมื่อคืน และมั่นใจว่าเขาจะมาติดกับดักในวันนี้?

พฤติกรรมอันน่าสับสนของอีกฝ่ายเป็นเรื่องที่ไม่อาจเข้าใจได้เลย

กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันไม่สมเหตุสมผลเลย

“งั้นจะอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ว่ายังไงดี? เหตุใดสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลเหล่านี้ถึงได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของฉัน?”

เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้ เล่ยเซียวก็รู้สึกว่าจิตใจของเขาสับสนไปหมดและเขาก็ไม่อาจคิดหาเหตุผลได้เลย

ปัญหาอยู่ตรงไหนกัน?

“นายท่านโปรดวางใจได้เลย ข้าจะช่วยนายท่านฝ่าวงล้อมออกไปเองแม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตของข้าก็ตาม!”

ในขณะที่เล่ยเซียวกำลังสับสนอยู่นั้น เขาก็เห็นว่าหู่จางซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูนั้นมีสีหน้าเคร่งขรึมแต่ไม่หวั่นไหว และกำลังจ้องไปยังทิศทางของท้องฟ้า

“พี่หู่จางพูดถูก ถ้าพวกมันอยากจะเข้าใกล้นายท่าน พวกมันก็ต้องคลานข้ามศพของพวกข้าไปก่อน!”

หนานซิงและหนานเยว่ที่มีสีหน้าอันเยือกเย็นพูดออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน

“ข้าเองก็จะสู้ด้วยเหมือนกัน! นายท่านถอยมาจากไอ้ตัวเหนียวพวกนั้นก่อนเถอะ!”

เฉาเหยียนเองก็มีสีหน้าจริงจัง และเธอก็พูดออกมาด้วยความมุ่งมั่น

เมื่อได้ยินคำพูดที่หนักแน่นของเหล่าผู้ติดตาม เล่ยเซียวก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากและกำลังจะให้กำลังใจเหล่าผู้ติดตามเพื่อเตรียมต่อสู้จนตัวตายพร้อมกับเหล่าผู้ติดตามของเขา แต่ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็หยุดนิ่งไปในทันใด

จู่ๆ เล่ยเซียวก็ตระหนักได้ว่าคำพูดและการกระทำของผู้ติดตามเมื่อครู่นั้นดูแปลกๆ

ประการแรกก็คือหู่จาง แม้ว่าศัตรูจะอยู่บนพื้น แต่เขาก็เอาแต่จับจ้องไปบนท้องฟ้า

ส่วนหนานซิงและหนานเยว่ แม้ว่าคำว่า ‘คลาน’ จะหมายถึงการข้ามศพของเขาไป แต่มันก็ดูไม่เหมาะสมเท่าไรที่จะใช้คำๆ นี้

และสิ่งที่เข้าใจได้ยากที่สุดก็คือเฉาเหยียน

ตัวเหนียวงั้นเหรอ? พวกออร์คตัวเหนียวงั้นเหรอ?

เล่ยเซียวเพิ่งปะติดปะต่อเรื่องราวได้ แต่ศัตรูที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็นบางสิ่งและเริ่มลงมือแล้วภายใต้คำสั่งของออร์คชาร์แมน

ท่ามกลางจิตสังหารอันรุนแรง ทหารโล่ออร์คและพลหอกที่อยู่ในแนวหน้าก็ได้คำรามออกมา พวกมันชูอาวุธขึ้น และเริ่มตีวงล้อมเข้ามาทันที

พร้อมกันนั้นห่าลูกศรก็ถูกปลดปล่อยออกมา

ในชั่วพริบตา เล่ยเซียวและผู้ติดตามก็ถูกล้อมเอาไว้ด้วยจิตสังหารและเสียงตะโกนที่ดังก้องมาจากทั่วทุกทิศทาง

การโจมตีของศัตรูเริ่มขึ้นแล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 32 : สถานการณ์ร้ายแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว