- หน้าแรก
- ศึกชิงเจ้าแห่งลอร์ด: พรสวรรค์ของข้าคือนิ้วทองคำ
- ตอนที่ 31 : ร่ำรวย
ตอนที่ 31 : ร่ำรวย
ตอนที่ 31 : ร่ำรวย
ตอนที่ 31 : ร่ำรวย
“ว่าแต่เฉาเหยียน เจ้าใช้อาวุธอะไรอยู่เหรอ?” หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เล่ยเซียวก็ถามออกมา
“นายท่าน อาวุธของข้าทรงพลังมาก มันคือไม้กายสิทธิ์คริสตัลระดับสองที่ได้รับการส่งต่อมาจากบรรพบุรุษของข้า มันถือว่าเป็นของล้ำค่าเลยเจ้าค่ะ!”
เล่ยเซียวเห็นเฉาเหยียนทำท่าทางมีความสุขในขณะที่สัมผัสเอวอันเรียวบางของเธอ แต่หลังจากสัมผัสขึ้นลงเป็นเวลานาน เธอก็ไม่พบอะไรเลย
หลังจากอึ้งไปอยู่นาน เฉาเหยียนก็พูดกับเล่ยเซียวพร้อมด้วยน้ำตาที่รื้นออกมา “ข้าขอโทษเจ้าค่ะนายท่าน ข้าตื่นเต้นมากตอนที่ยอมรับการอัญเชิญ ดังนั้นข้าจึงดูเหมือนว่าจะลืมนำอาวุธของข้ามาด้วย”
“เจ้านี่ก็นะ” เล่ยเซียวดูจนปัญญาและพาอีกฝ่ายไปยังกล่องเก็บของที่อยู่บริเวณประตูที่พักในทันที
เมื่อยืนอยู่หน้ากล่องเก็บของ เล่ยเซียวก็พลิกมือขึ้น จากนั้นคัมภีร์เวทมนตร์ที่แผ่ออร่าสีเขียวมรกตก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขาในทันที
[อาวุธระดับสาม: คัมภีร์แห่งชีวิต]
ในตอนนี้มันคืออาวุธเวทมนตร์เพียงอันเดียวภายในกล่องเก็บของของเขา
เล่ยเซียวเบ้ปากเล็กน้อยและยื่นคัมภีร์เวทมนตร์นี้ให้กับเฉาเหยียน “เจ้าใช้คัมภีร์เวทมนตร์นี้ไปละกัน ดินแดนของพวกเราเพิ่งเริ่มพัฒนาได้ไม่เท่าไร ทำผลงานให้ดีล่ะ แล้วข้าจะมอบของที่ดีกว่านี้ให้”
หลังจากเขาพูดจบ พิมพ์เขียวที่ทอประกายสีทองก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามืออีกข้างของเล่ยเซียว
[พิมพ์เขียวอาวุธระดับสี่: ไม้เท้าทูตสวรรค์]
“คัมภีร์เวทมนตร์ระดับสามเหรอ? และยังมีพิมพ์เขียวไม้เท้าระดับสี่ด้วย?!”
เฉาเหยียนกะพริบตากลมโตของเธอซ้ำๆ และเลียริมฝีปากของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ
เธอรีบรับคัมภีร์เวทมนตร์มาจากเล่ยเซียวด้วยมือทั้งสองข้างราวกับว่าเธอกลัวว่าเล่ยเซียวจะกลับคำพูด
แม้ว่าคัมภีร์เวทมนตร์นี้จะเป็นไอเท็มสายรักษา และเธอสามารถใช้พลังของมันได้อย่างมากแค่ 70% แต่นี่ก็เป็นอาวุธระดับสาม อาวุธระดับสามที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องหวาดกลัวจนต้องร้องไห้ออกมาได้เลย!
แม้ว่าเธอจะไม่สามารถใช้พลังของมันได้อย่างเต็มที่ แต่มันก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าไม้กายสิทธิ์ที่ได้รับการส่งต่อมาจากท่านปู่ของเธอหลายเท่าตัว!
เมื่อรู้สึกถึงพลังเวทมนตร์ที่พุ่งพล่านออกมาจากคัมภีร์เวทมนตร์อย่างต่อเนื่อง ปากเล็กๆ ของเฉาเหยียนก็แทบจะยิ้มออกมาถึงหู
ถ้าเธอถือคัมภีร์นี้เดินไปรอบๆ หอเวทมนตร์ ไม่ใช่ว่าอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ จะอิจฉาเธอจนตายงั้นเหรอ? เพราะมันต้องรู้ว่ามูลค่าของคัมภีร์อันนี้เทียบได้กับห้องวิวทะเลเป็นอย่างน้อยเลย!
สิ่งที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่านั้นก็คือท่านลอร์ดยังมีพิมพ์เขียวไม้เท้าระดับสี่ด้วย
แม้แต่พวกผู้เฒ่าทั้งหลายก็ยังต้องรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นของล้ำค่าเช่นนี้!
เธอจำได้ว่าเมื่อเธอเรียนอยู่ที่หอเวทมนตร์ เธอก็เคยเห็นแต่ของปลอมคุณภาพสูงเท่านั้น และหนึ่งในผู้เฒ่าก็ยังต้องหยิบมันออกมาใช้อย่างระมัดระวัง
ในตอนนั้น เธอทำได้เพียงแค่ถือโอกาสที่ผู้เฒ่ากำลังดื่มชาและแตะมันเบาๆ เท่านั้น แต่อีกฝ่ายกลับถลึงตาใส่เธอและลงโทษให้เธอต้องทำความสะอาดห้องสมุดที่ห้องใต้หลังคาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม
“แล้วทำไมท่านลอร์ดถึงมอบอาวุธล้ำค่าให้กับข้าในทันทีแบบนี้ล่ะ?”
“ท่านมอบของแบบนี้ให้กับข้า พี่สาวผมสั้นคนสวยจะไม่โกรธข้าใช่ไหม? ท่านลอร์ดยังบอกอีกว่าเขาจะสร้างไม้เท้าระดับสี่ให้กับข้า พี่สาวผมสั้นคนสวย พี่จะไม่รังแกข้าใช่ไหมถ้าได้รู้แบบนี้?”
ในขณะที่เฉาเหยียนกำลังดีใจและคิดไปเองอยู่นั้น…
เล่ยเซียวก็เพ่งความคิดเล็กน้อย และมีดสั้นเหมันต์เริงระบำระดับสามที่เปล่งประกายอันเย็นยะเยือกก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
อาวุธนี้ก็เหมือนกับคัมภีร์เวทมนตร์ที่ถูกอัพเกรดจากระดับหนึ่งขึ้นเป็นอาวุธระดับสาม ซึ่งมันก็มาจากอาวุธที่หู่จางขนมาจากรถม้าของคุนปู้
เล่ยเซียวมองดูมีดสั้นในมือที่เปล่งประกายอันเย็นยะเยือก และพูดกับหนานซิง “หนานซิง เจ้าเก็บอาวุธนี้ไว้ป้องกันตัวเองด้วยละกัน เพราะเมื่อศัตรูเข้าประชิดตัว หน้าไม้ก็อาจจะไม่สามารถใช้งานได้”
“ขอบคุณสำหรับความห่วงใยเจ้าค่ะนายท่าน!” หนานซิงรับอาวุธไปด้วยมือทั้งสองข้าง และแววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความดีใจ
“ไม่เป็นไร” เล่ยเซียวยิ้มออกมาบางๆ และดาบมือเดียวระดับสามก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาอีกครั้ง นี่คืออาวุธระดับสามอันสุดท้าย—ดาบแห่งแสงที่มีอยู่ในกล่องเก็บของ
ก่อนหน้านี้เล่ยเซียวไม่ได้ใช้อาวุธนี้เพราะมันไม่ได้มีน้ำหนักเบาเท่ากับดาบจันทราโปรยปรายและมันก็ต้องใช้แรงมากกว่าเมื่อใช้งาน
แต่ในตอนนี้ หลังจากที่ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นแล้ว เขาก็สามารถใช้มันได้อย่างง่ายดาย
หลังจากลองกวัดแกว่งดูเล็กน้อย เล่ยเซียวก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
แม้ว่าเขาจะยังเป็นมือใหม่เรื่องการใช้ดาบ แต่ด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นและความช่วยเหลือจากอาวุธระดับสูง อย่างน้อยมันก็ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอดให้กับเขาได้
เพราะสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าในอนาคตย่อมต้องเป็นสมรภูมิที่โหดร้ายอย่างแน่นอน
“ดูเหมือนว่าหลังจากที่พายุลูกนี้สงบลงแล้ว ฉันคงต้องให้หู่จางช่วยสอนวิชาดาบให้กับฉันซะแล้ว”
หลังจากตัดสินใจได้แล้ว เล่ยเซียวก็เก็บดาบ จากนั้นก็โยนดาบจันทราโปรยปรายกลับเข้าไปในกล่องเก็บของ
ข้างๆ เล่ยเซียว เฉาเหยียนที่ได้เห็นอาวุธระดับสามที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นทีละอัน เธอก็รู้สึกสับสนไปหมดและดวงตากลมโตของเธอก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เธอตัวแข็งทื่อไปหมดแล้ว
ไม่นานหลังจากนั้น มันก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหูของเล่ยเซียว
[ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ติดตามจอมเวทเพลิงระดับสามหนึ่งดาว—เฉาเหยียนสัมผัสได้ถึงความใจกว้างของท่าน ค่าความจงรักภักดีเพิ่มขึ้น 15 หน่วยเป็น 85 หน่วย]
…
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เล่ยเซียวก็ทานมื้อเช้าแบบง่ายๆ พร้อมกับผู้ติดตาม จากนั้นก็ประชุมงานเล็กๆ น้อยๆ กับกังซ่งและหัวหน้ากลุ่มคนอื่นๆ
เล่ยเซียวเข้าใจดีว่าผู้ติดตามระดับหนึ่งเหล่านี้ยังอ่อนแอเกินไปและยังไม่ได้รับการฝึกที่เป็นระบบ ดังนั้นความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาจึงต่ำเตี้ยมาก
นอกจากนี้ แผนการของเขายังต้องดำเนินการไปแบบลับๆ ถ้าเขาพาคนไปด้วยเยอะเกินไป มันก็อาจจะไม่เป็นผลดีได้
เมื่อพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เล่ยเซียวจึงได้ตัดสินใจมอบหมายให้ผู้ติดตามระดับหนึ่งเหล่านี้สร้างกำแพงไม้ให้แข็งแกร่งและสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้รอบๆ พื้นที่หลักของดินแดน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการหายไปของกำแพงป้องกันในวันพรุ่งนี้
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เล่ยเซียวที่ถูกอุ้มโดยหู่จางก็พาหนานซิงและเฉาเหยียนมุ่งหน้าไปยังเขตแดนเวทมนตร์
ในขณะที่กำลังเดินทางนั้น เล่ยเซียวก็สังเกตเห็นว่าแม้เฉาเหยียนจะรู้สึกตื่นตะลึงเล็กน้อย แต่ความแข็งแกร่งของเธอก็ไม่ธรรมดาจริงๆ
เธอสามารถควบแน่นปีกเวทมนตร์สีแดงคู่หนึ่งขึ้นมาได้และใช้เวทมนตร์เพื่อบินในระดับความสูงที่ต่ำได้ ทำให้ความเร็วของเธอเทียบเคียงได้กับความเร็วของหนานซิงเลยทีเดียว
หลังจากผ่านไปเพียงไม่นาน พวกเขาทั้งสี่ก็มาถึงบริเวณป่าโล่ง
หนานเยว่ที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ ได้เดินเข้ามาหาพวกเล่ยเซียวในทันที
“นายท่าน ทุกอย่างปกติดีเจ้าค่ะ!” หนานเยว่ปัดฝุ่นบนศีรษะออกและรายงาน
หลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็หันไปมองเฉาเหยียนที่เธอเพิ่งพบหน้าเป็นครั้งแรกในทันทีพร้อมกับมีร่องรอยของความสงสับปรากฏขึ้นในสายตาของเธอ
แต่คนที่ตกใจมากยิ่งกว่าก็ย่อมต้องเป็นเฉาเหยียน
โอ้พระเจ้า พี่สาวผมสั้นแสนสวย… กลับมีถึงสองคน!
“งั้นก็เตรียมตัวกันเถอะ” หลังจากอธิบายสถานการณ์ให้หนานเยว่ฟังคร่าวๆ เล่ยเซียวก็ส่งสัญญาณให้ทุกคนถอยออกไปเล็กน้อยเพื่อให้เฉาเหยียนเริ่มทำการทำลายบาเรียป้องกัน
ในเวลาเดียวกัน เล่ยเซียวก็ได้ให้หู่จางที่ทรงพลังที่สุดนั้นยืนอยู่ตรงด้านหน้าเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ
หู่จางออกไปยืนอยู่ด้านหน้าพร้อมกับดาบใหญ่ การเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยพลังอันมหาศาล และมันก็เห็นได้ชัดว่าร่างกายอันสูงใหญ่ของเขานั้นได้ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยชั้นพลังงานสีเหลืองอมน้ำตาลอันหนาแน่น
ส่วนด้านหลังของหู่จางนั้นก็เป็นเฉาเหยียนที่ถือคัมภีร์เวทมนต์อยู่
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็เริ่มร่ายเวทมนตร์อย่างเงียบๆ พร้อมกับหลับตาลงอย่างช้าๆ