- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีผมพกทักษะจากอนาคต เพื่อปฏิวัติวงการบันเทิงพันล้าน
- บทที่ 20 - มาหาเรื่องอีกแล้ว!
บทที่ 20 - มาหาเรื่องอีกแล้ว!
บทที่ 20 - มาหาเรื่องอีกแล้ว!
บทที่ 20 - มาหาเรื่องอีกแล้ว!
ตลอด 5 นาทีต่อมา ทุกสายที่โทรเข้ามาในห้องส่งล้วนกล่าวชมเป็นเสียงเดียวกันว่าเพลง "อู่เจียโพ 1999" เพราะมาก
สิ่งนี้ทำให้จางอวี่เฟยรู้สึกอึดอัดใจมาก ปกติในช่วงพูดคุยกับผู้ฟังแบบนี้ ทุกคนจะต้องแสดงความรักและชื่นชมต่อตัวเขา แต่พอมาเป็นแบบนี้ แสงสปอตไลท์ทั้งหมดกลับถูกเจียงเผยอันแย่งไปจนหมดสิ้น
เจียงเผยอันยิ้มรับและตอบสายผู้ฟังอย่างใจเย็น และทุกครั้งที่ใกล้จะจบสาย เขาก็จะย้ำเวลาวางแผงของ "ศึกสามีผู้น่าสงสารกับภรรยาจอมเจ้าเล่ห์" อีกครั้ง พร้อมทั้งฝากให้ทุกคนช่วยอุดหนุน เมื่อถึงช่วงปิดท้าย เจียงเผยอันเอ่ยใส่ไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงว่า
"หวังเป่าชวนต้องเฝ้ารอสามีอยู่ในถ้ำที่อ้างว้างนานถึง 18 ปี ผู้ฟังทุกท่านอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างหวังเป่าชวนนะครับ..."
เจียงเผยอันยังพูดไม่ทันจบ จางอวี่เฟยก็รีบกระโดดออกมาขัดจังหวะทันที ไอ้หนู นายโดนฉันจับจุดได้แล้วนะ! บังอาจมาลบหลู่ผลงานระดับคลาสสิก!
จางอวี่เฟยแค่นยิ้มเย็นชาแล้วพูดว่า "ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เรื่องราวความรักของเซวียผิงกั้วกับหวังเป่าชวนถูกเล่าขานสืบต่อกันมานับพันปี ผู้คนมากมายต่างซาบซึ้งในความซื่อสัตย์ของหวังเป่าชวน ทัศนคติที่ซื่อตรงต่อความรักเช่นนี้ควรค่าแก่การที่ผู้หญิงหลายคนต้องเรียนรู้ คุณมาเตือนทุกคนไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่างหวังเป่าชวน นี่คุณกำลังท้าทายผลงานคลาสสิก ลบหลู่ผลงานระดับมาสเตอร์พีซอยู่หรือเปล่า?"
จางอวี่เฟยรีบสวมหมวกใบใหญ่ยัดเยียดความผิดเรื่องการลบหลู่ผลงานคลาสสิกให้เจียงเผยอันทันที ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของดินปืนในน้ำเสียงของเขา
ฉีเยว่เฟยที่อยู่ข้างนอกอดไม่ได้ที่จะลอบปาดเหงื่อแทนเจียงเผยอัน ผู้ฟังทั้งหมดกำลังฟังอยู่นะเนี่ย ถ้าเจียงเผยอันตอบคำถามนี้ได้ไม่ดี ความเชื่อมั่นและความรู้สึกดีๆ ที่ผู้ฟังมีให้ก่อนหน้านี้จะสลายไปในพริบตาทันที! และเผลอๆ อาจจะเกิดกระแสต่อต้านลำนำพื้นบ้านที่เจียงเผยอันเพิ่งจะโปรโมทไปจนไม่ยอมซื้อด้วยซ้ำ!
เจียงเผยอันยิ้มออกมาเบาๆ แล้วตอบอย่างผ่อนคลายว่า "คุณอวี่เฟยนี่เป็นคนจริงจังกับอารมณ์ความรู้สึกจริงๆ นะครับ คำพูดของผมยังไม่ทันจบเขาก็ขัดจังหวะซะแล้ว ฮ่าๆ ผมจะเตือนทุกคนครับ โดยเฉพาะผู้ฟังที่เป็นสุภาพสตรีทุกท่าน เรื่องราวของหวังเป่าชวนบอกเราว่า การยึดมั่นในความรักน่ะทำได้ แต่พวกคุณก็ต้องใส่ใจเรื่องวิธีการด้วยนะครับ"
"ยกตัวอย่างเช่นเรื่องอาหารการกินเนี่ย ถ้าจะบอกว่าเธอขี้เกียจ เธอก็ขุดผักป่ากินมาตั้ง 18 ปี แต่ถ้าจะบอกว่าเธอขยัน เธอก็ยอมที่จะขุดผักป่ากินตั้ง 18 ปีแทนที่จะปลูกผักเอง เกิดวันไหนกินแล้วท้องเสียขึ้นมา มันจะไม่ดีเอานะครับ! ทุกคนอย่าลืมไปอุดหนุนลำนำพื้นบ้านของผมในวันที่ 15 นี้นะครับ~"
"ไอ้..."
โชคดีที่ดีเจคุมเสียงตัดจบการออกอากาศได้รวดเร็วพอ ไม่อย่างนั้นคำสบถที่จางอวี่เฟยกำลังจะหลุดออกมาคงได้ออกอากาศไปทั่วเมืองแน่ จางอวี่เฟยนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง สายตาเหม่อลอยจ้องมองเจียงเผยอัน เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าสมองของคนคนนี้ทำมาจากอะไร เรื่องวิกฤตขนาดนั้นกลับถูกเขาคลี่คลายลงได้ด้วยคำพูดที่ดูทีเล่นทีจริงเพียงไม่กี่คำ
บางทีนี่อาจจะเป็นลักษณะของคนที่มีพรสวรรค์จริงๆ เขาเป็นดีเจวิทยุเพลง และยังเป็นนักเรียนระดับหัวกะทิที่จบจากสถาบันดนตรีเฉพาะทาง สำหรับเพลง "อู่เจียโพ 1999" เมื่อครู่ เขารู้ตัวดีว่าทั้งชีวิตนี้เขาคงไม่มีทางแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้นออกมาได้ แม้แต่การร้องที่นำเอาสไตล์งิ้วมาผสมผสานกับเพลงป๊อป เขาก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะคิด
แต่คนคนนี้ไม่เพียงแต่ทำมันออกมาเท่านั้น แต่ยังทำออกมาได้ในระดับที่สมบูรณ์แบบมากอีกด้วย! จากประสบการณ์หลายปีที่เขาเป็นดีเจรายการเพลงและศึกษาตลาดดนตรีมาอย่างโชกโชน เพลงแนวใหม่เพลงนี้ถ้าถูกปล่อยออกไปในวงการเพลงจีน จะต้องสร้างแรงสั่นสะเทือนได้อย่างแน่นอน!
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางอวี่เฟยก็เริ่มมีความคิดที่อยากจะทำความรู้จักขึ้นมาทันที ยังไงซะเป้าหมายที่เขาต้องการเล่นงานก็คือฉีเยว่เฟย ไม่ได้เกี่ยวกับคนคนนี้เสียหน่อย และเขาก็คงไม่ได้ไปล่วงเกินอีกฝ่ายจนถึงขั้นที่มองหน้ากันไม่ได้... มั้ง?
"เพลงเมื่อกี้ยอดเยี่ยมมากครับ รูปแบบก็แปลกใหม่ เป็นผลงานชั้นครูที่หาได้ยากยิ่ง!" จางอวี่เฟยพูดยิ้มๆ กับเจียงเผยอัน
เจียงเผยอันที่กำลังจัดเก็บเครื่องดนตรีอยู่ได้ยินเสียง ก็มองซ้ายมองขวา ก่อนจะชี้ที่ตัวเองแล้วถามด้วยความสงสัยว่า "คุณกำลังคุยกับผมเหรอ?"
"ในห้องส่งนี้ยังมีคนที่สามอยู่อีกเหรอครับ?" จางอวี่เฟยพูดพลางหัวเราะร่า
เจียงเผยอันพยักหน้า จากนั้นเขาก็พูดคำสั้นๆ สองคำใส่จางอวี่เฟย คำพูดนั้นทำให้จางอวี่เฟยถึงกับอ้าปากค้าง ตะลึงงันอยู่กับที่
"ไอ้โง่"
...
เจียงเผยอันเดินออกจากห้องส่งด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง สิ่งที่เขาพบก็คืออ้อมกอดอันใหญ่โตของฉีเยว่เฟย เจียงเผยอันทำหน้าไร้อารมณ์พลางเบี่ยงตัวหลบ
"ไม่ชอบไม้ป่าเดียวกันครับ ปฏิเสธการแตะเนื้อต้องตัว"
คำว่าเกย์ในตอนนี้ยังไม่ได้แพร่หลายมากนัก น่าจะรอจนถึงปี 2001 ที่ภาพยนตร์เรื่อง "Lan Yu" ที่หูจวินแสดงนำเข้าฉาย ถึงจะเริ่มมีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในฮ่องกง ฉีเยว่เฟยไม่ได้รู้สึกอายเลย เขาแสดงอาการตื่นเต้นพลางพูดว่า
"สุดยอดเลยน้องชาย ตั้งแต่ตอนเพลง 'ฉันจำได้' ผมก็รู้แล้วว่านายมีพรสวรรค์ด้านดนตรี มิน่าล่ะแม่สาวคนสวยจากปักกิ่งนั่นถึงได้ตามตื้อนายไม่ยอมปล่อย ผมว่านายก็ยอมๆ เธอไปเถอะ!"
เจียงเผยอันขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "ให้ดีเจคุมเสียงช่วยตัดต่อช่วงเพลง 'อู่เจียโพ 1999' เมื่อกี้ออกมาด้วยนะครับ เราจะเอากลับไปด้วย"
"เอากลับไปทำไมล่ะ?" ฉีเยว่เฟยงง
"ให้ทางโรงงานรีบอัดเทปออกมาขายคู่กับแผ่นดิสก์เลยครับ" เจียงเผยอันเพิ่งจะรับปากทุกคนในรายการไปว่าจะได้ยินเพลงนี้ในลำนำพื้นบ้าน ตอนนี้เขาย่อมต้องรีบหามาตรการมาแก้ไขให้สอดคล้องกัน ส่วนเหตุผลที่เลือกอัดเป็นเทปแทนที่จะปั๊มเป็นแผ่นดิสก์น่ะเหรอ ก็เพราะเทปมันต้นทุนต่ำกว่าไงล่ะ!
"แล้วเรื่องการตั้งราคาล่ะครับ?" ฉีเยว่เฟยถาม
เจียงเผยอันลูบคางพลางเสนอว่า "ลำนำพื้นบ้านชุดพรีเมียมจะมีเทปให้ด้วย ราคาก็จะสูงหน่อย ส่วนชุดธรรมดาไม่มี ก็ขายในราคาปกติ!"
ส่วนสไตล์เพลงอื่นๆ น่ะเหรอ... ลำนำพื้นบ้านนั่นไงล่ะคือสไตล์เพลงอื่นๆ แผ่นดิสก์ราคา 10 หยวนจะเอาอะไรมากมาย อยากฟังเพลงก็ไปซื้ออัลบั้มเอาสิ!
ฉีเยว่เฟยฟังจบก็ตาเป็นประกาย พูดด้วยความชื่นชมเต็มเปี่ยมว่า "พ่อค้าไม่มีใครไม่เจ้าเล่ห์จริงๆ!"
"ก็พอๆ กันนั่นแหละครับ!"
...
ออกจากสถานีวิทยุมาก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว เจียงเผยอันและฉีเยว่เฟยรีบเดินทางต่อไปยังโรงงานที่กำลังปั๊มแผ่นดิสก์ในคืนนั้นทันที ภายในโรงงานสว่างไสวด้วยแสงไฟ พนักงานกำลังเร่งมือทำงานล่วงเวลาเพื่อปั๊มแผ่นดิสก์กันอย่างแข็งขัน
ฉีเยว่เฟยนำเอาไฟล์เพลง "อู่เจียโพ 1999" ที่ตัดต่อมาจากสถานีส่งให้ผู้จัดการโรงงาน สั่งให้อัดเทป 3 หมื่นตลับเพื่อเตรียมจัดจำหน่ายพร้อมกับ "ศึกสามีผู้น่าสงสารกับภรรยาจอมเจ้าเล่ห์" หลังจากเดินตรวจงานในโรงงานหนึ่งรอบ เจียงเผยอันและฉีเยว่เฟยก็เดินทางออกมา
คืนนั้นฉีเยว่เฟยยืนกรานจะลากเจียงเผยอันไปจัดงานฉลองเล็กๆ ให้ได้ เพื่อฉลองที่การโปรโมททางวิทยุประสบความสำเร็จอย่างงดงาม! ใครที่เคยมาแถบหวั่นเป่ยคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า "ขนาดนกกระจอกยังดื่มได้ตั้งสองตำลึง" นั่นแสดงให้เห็นถึงความคอแข็งของคนหวั่นเป่ยได้เป็นอย่างดี
ฉีเยว่เฟยเป็นพวกคอทองแดง ชาติก่อนเจียงเผยอันเคยสัมผัสมากับตัวแล้ว ชาติที่แล้วเจียงเผยอันก็ดื่มเหล้าบ่อย แต่ร่างกายในชาตินี้เห็นได้ชัดว่ายังไม่เคยผ่านการขัดเกลาด้วยแอลกอฮอล์มาก่อน ดื่มไปแค่ครึ่งชั่งก็แทบจะไม่ไหวแล้ว เขาพยายามพยุงสติที่เหลืออยู่เอาไว้ ไม่ว่าฉีเยว่เฟยจะคะยั้นคะยออย่างไรเขาก็ไม่ดื่มต่อ
คืนนั้นฉีเยว่เฟยพาเจียงเผยอันกลับไปนอนที่บ้านของเขา ภรรยาของฉีเยว่เฟยรู้ว่าเขาจะพาแขกมาบ้าน จึงเตรียมห้องพักแขกไว้ให้เรียบร้อยแล้ว "ลำบากคุณซ้อแล้วครับ"
เจียงเผยอันได้พบกับนางเอกของเหตุการณ์ในสถานีวิทยุ แม้จะอายุขึ้นเลขสามแล้ว แต่เธอก็ยังดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี ความสวยสง่ายังคงมีอยู่ ดูเป็นแม่ศรีเรือนที่มีกิริยามารยาทนุ่มนวลอ่อนหวาน
"เข้าบ้านก่อนเถอะจ้ะ" ภรรยาของฉีเยว่เฟยพูดพลางยิ้ม
การตกแต่งภายในบ้านดูอบอุ่นมาก ในห้องนั่งเล่นมีเด็กสองคน คนโตคนหนึ่งคนเล็กคนหนึ่งกำลังเล่นของเล่นกันอยู่ ลูกชายลูกสาวคู่นี้ได้รับจุดเด่นมาจากทั้งพ่อและแม่ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูมาก
"ดึกขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่ให้เด็กๆ ไปนอนอีกล่ะ?" ฉีเยว่เฟยถามภรรยา ภรรยาเดินเอาเครื่องดื่มน้ำผึ้งมาส่งให้ทั้งสองคน พลางยิ้มแล้วตอบว่า "ก็พวกเขาจะรอคุณพ่อกลับบ้านน่ะสิคะ"
เด็กทั้งสองคนรีบมุดเข้าไปในอ้อมกอดของฉีเยว่เฟยพลางอ้อนทันที "คุณพ่อคะ หนูคิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ"
เจียงเผยอันยืนยิ้มมองดูครอบครัวที่อบอุ่นของพวกเขาอยู่ข้างๆ...
(จบแล้ว)