- หน้าแรก
- เหล่าผู้สิ้นหวังเอ๋ย จงรับเมล็ดพันธุ์วิญญาณของผมไป
- บทที่ 8 แหกหอผู้ป่วยคุมขัง
บทที่ 8 แหกหอผู้ป่วยคุมขัง
บทที่ 8 แหกหอผู้ป่วยคุมขัง
บทที่ 8 แหกหอผู้ป่วยคุมขัง
สิบนาทีต่อมา รถตำรวจแล่นมาจอดที่ชั้นล่างของตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาลเขต 5
เหลยเจิ้นไม่รอลิฟต์ เขาพาหลิวเว่ยพุ่งตรงไปที่บันไดหนีไฟ กระโดดข้ามขั้นบันไดทีละสามขั้น วิ่งตะบึงขึ้นไปยังชั้นบนสุด
หอผู้ป่วยคุมขังตั้งอยู่ที่ชั้นสิบสอง
เมื่อทั้งสองคนผลักประตูหนีไฟและก้าวเข้ามาในโถงทางเดินของเขตควบคุมด้วยอาการหอบเหนื่อย ฝีเท้าของเหลยเจิ้นก็ชะงักกึก
มันเงียบเกินไป
แม้ว่าที่นี่จะเป็นเขตควบคุมแยกต่างหาก ซึ่งปกติก็ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านอยู่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบการเฝ้ายามควรจะต้องประจำการอยู่ที่โถงทางเดินสิ
แต่ในเวลานี้ เก้าอี้หน้าห้องผู้ป่วยที่ปลายสุดทางเดินกลับว่างเปล่า
"เสี่ยวจางล่ะ?" หลิวเว่ยสีหน้าเปลี่ยนไป และเข้าสู่สถานวะระวังภัยขั้นสูงทันที
เหลยเจิ้นไม่พูดอะไร เขายกมือซ้ายขึ้นส่งสัญญาณให้หลิวเว่ยรักษาระยะห่างและเตรียมพร้อม
เขาผ่อนลมหายใจให้ช้าลง แนบตัวชิดกำแพง แล้วเคลื่อนตัวไปที่ประตูห้องผู้ป่วยด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบและรวดเร็ว
เมื่อไปถึงหน้าประตู เขาเห็นเจ้าหน้าที่เสี่ยวจางที่รับผิดชอบหน้าที่เฝ้ายาม นอนคุดคู้อยู่ที่มุมห้องหลังเก้าอี้ ไม่ทราบชะตากรรม
เหลยเจิ้นรีบก้าวเข้าไปตรวจสอบลมหายใจ
"ยังมีลมหายใจอยู่ ถูกตีจนสลบ"
เขาเงยหน้ามองประตูห้องผู้ป่วยที่ปิดสนิท แววตาเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง
การจะจัดการตำรวจอาชญากรรมที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีโดยไม่ทำให้เกิดสัญญาณเตือนใดๆ ไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะทำได้อย่างแน่นอน
"หลิวเว่ย พังประตู!"
"ครับ!"
หลิวเว่ยแนบตัวกับกรอบประตู แล้วใช้มือข้างหนึ่งผลักประตูเปิดออกอย่างแรง ขณะที่ระวังตัวอยู่ในตำแหน่งกำบังด้านนอก
สภาพภายในห้องปรากฏแก่สายตาอย่างชัดเจน
ห้องผู้ป่วยว่างเปล่า
บนเตียงสีขาว มุมผ้าห่มถูกเลิกขึ้น ยังมีรอยยับย่นที่เกิดจากความร้อนของร่างกายหลงเหลืออยู่
สายไฟที่เชื่อมต่อกับเครื่องติดตามสัญญาณชีพถูกกระชากออกอย่างหยาบๆ แผ่นอิเล็กโทรดกระจัดกระจายอยู่บนผ้าปูที่นอน
ขวดน้ำเกลือบนเสาแขวนยังคงแกว่งไกว เข็มถูกดึงออกและโยนทิ้งไว้บนพื้น สารอาหารยังคงหยดติ๋งๆ ลงบนพื้นดัง 'ติ๋ง ติ๋ง'
คนหายไปแล้ว
เหลยเจิ้นพุ่งเข้าไปในห้อง กวาดสายตาสำรวจพื้นที่เล็กๆ นี้อย่างรวดเร็ว
ห้องน้ำ ตู้ ใต้เตียงไม่มีใครอยู่เลย
"หลิวเว่ย แจ้งแผนกฉุกเฉินให้ขึ้นมาด่วน!" เหลยเจิ้นสั่งการอย่างรวดเร็ว "เสี่ยวจางมีร่องรอยถูกกระแทกอย่างแรงที่ศีรษะ ต้องการหมอเดี๋ยวนี้ เราแยกกัน นายอยู่ที่นี่รักษาสถานที่เกิดเหตุและประสานงานกับทีมแพทย์ เร็วเข้า!"
เสียงยังไม่ทันจางหาย เหลยเจิ้นก็หันหลังวิ่งออกจากห้องผู้ป่วย มุ่งหน้าตรงไปยังห้องรักษาความปลอดภัยที่อยู่ติดกับเคาน์เตอร์พยาบาลของชั้นนั้น
"ขอดูกล้องวงจรปิดหน้าหอผู้ป่วยคุมขัง ย้อนเวลาไปสิบนาทีที่แล้ว"
มือของยามรักษาความปลอดภัยสั่นเทาขณะกดแป้นพิมพ์ หน้าจอกระพริบสองสามครั้งก่อนจะหยุดนิ่งที่เวลา 14:55 น.
บนหน้าจอ ประตูห้อง 302 เปิดออกโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
เฉินกั๋วหัวก้าวออกมา
แผ่นหลังของเขาเหยียดตรง ร่างกายที่เคยเหี่ยวแห้งค้อมต่ำ บัดนี้แผ่รังสีแห่งพละกำลังระเบิดที่น่าตกตะลึงออกมา
เสี่ยวจางที่เฝ้าอยู่หน้าประตูมีปฏิกิริยารวดเร็ว รีบลุกขึ้นยืนขวางทางทันที
แต่เฉินกั๋วหัวเร็วกว่า
เขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าใดๆ อาศัยเพียงความเร็วและพละกำลังที่น่าตกใจ จู่ๆ ก็ยื่นมือออกไปคว้าแขนที่เสี่ยวจางใช้กันไว้ แล้วใช้อีกมือหนึ่งกำหมัดชกเปรี้ยงเข้าที่ข้างศีรษะของเสี่ยวจางอย่างแรง
เสี่ยวจางทรุดฮวบลงกับพื้นทันที หมดสติไปในพริบตา
เฉินกั๋วหัวไม่แม้แต่จะปรายตามองซ้ำ เขาผลักประตูหนีไฟและหายตัวไปในโถงบันได
ทางออกโดยตรงของบันไดหนีไฟอยู่ที่ประตูข้างชั้นหนึ่ง
"สลับไปที่กล้องประตูข้างชั้นหนึ่ง!" เหลยเจิ้นตะโกนลั่น
หน้าจอสลับภาพ
หนึ่งนาทีต่อมา ร่างของเฉินกั๋วหัวก็ปรากฏขึ้นที่ปากตรอกด้านข้างตึกผู้ป่วย
เขากวาดตามองซ้ายขวา ก่อนจะก้มตัวต่ำลงและกลมกลืนไปกับฝูงชนที่พลุกพล่านบนถนนใหญ่
เหลยเจิ้นจ้องมองทิศทางที่เฉินกั๋วหัวหายไปบนหน้าจอ
นั่นคือทิศตะวันออก
นั่นคือทิศทางที่มุ่งหน้าสู่ย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดใจกลางเมืองเฉินซี
เหลยเจิ้นหยิบโทรศัพท์ออกมาและกดโทรสายตรงหาผางซื่อหลง ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงเขต 5 ทันที
"ผอ.ผางครับ นี่เหลยเจิ้น มีเหตุฉุกเฉินครับ เฉินกั๋วหัว ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่ายกครัวตระกูลจ้าว แหกคุกหนีออกจากหอผู้ป่วยคุมขังเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และทำร้ายเจ้าหน้าที่เฝ้ายามจนหมดสติครับ"
"กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าความเร็วและพละกำลังของเขาขัดแย้งกับผลวินิจฉัยทางการแพทย์ว่าเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายอย่างสิ้นเชิง เขาอันตรายมากครับ จากแรงจูงใจในการก่อเหตุ ผมประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะยังคงตามล้างแค้นเป้าหมายเฉพาะเจาะจงต่อไป"
"ครั้งสุดท้ายที่พบเห็น เขาหายไปในตรอกด้านหลังทางทิศตะวันออกของโรงพยาบาล คาดว่ากำลังมุ่งหน้าไปทางใจกลางเมือง ผมขอนุมัติออกหมายจับด่วนที่สุดและประสานกำลังตำรวจเพื่อปิดล้อมและไล่ล่าในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องครับ"
"รับทราบ" เสียงของผางซื่อหลงเคร่งเครียดขึ้นทันที "ผมจะรายงานไปที่สำนักงานเทศบาลเดี๋ยวนี้ เพื่อขออนุมัติเปิดปฏิบัติการสืบสวนร่วมทั่วเมือง"
"เหลยเจิ้น นายอยู่ที่เกิดเหตุและดำเนินการดังนี้: หนึ่ง ตรวจสอบห้องผู้ป่วยและเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียดเพื่อเก็บหลักฐานทั้งหมด สอง ร่วมมือกับโรงพยาบาลเพื่อระบุจุดบกพร่องทั้งหมดในกระบวนการเฝ้าระวังและจัดทำรายงานเบื้องต้น สาม โดยมีโรงพยาบาลเป็นศูนย์กลาง ระดมกำลังตำรวจที่มีอยู่ทั้งหมดในตอนนี้เพื่อปูพรมค้นหาถนนโดยรอบ โดยเฉพาะตามแนวตรอกด้านหลัง เพื่อหาพยานและค้นหาเบาะแสที่อยู่แน่ชัดหลังจากเขาหลบหนีไป"
"ศูนย์บัญชาการของสำนักงานเทศบาลจะเข้ามารับหน้าที่ประสานงานภาพรวมทันที การออกหมายจับและการตั้งด่านสกัดจะถูกสั่งการจากส่วนกลาง หากมีความคืบหน้าทางฝั่งนาย ให้รายงานผมทันที"
สายตัดไป
หน้าจอดับลง สะท้อนใบหน้าที่เคร่งเครียดของเหลยเจิ้น
ในหัวของเขา ภาพร่างผอมแห้งที่นั่งตัวสั่นงันงกในห้องสอบสวน ตอนนี้กำลังตามหลอกหลอนเหมือนผีร้าย
ทุกคนในกรมตำรวจถูกต้มจนเปื่อย
"เฉินกั๋วหัว แกเป็นตัวอะไรกันแน่..."
เหลยเจิ้นกัดฟันเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา
ในเมื่อมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนั้น ทำไมถึงต้องใช้ชีวิตอย่างน่าเวทนาในบ้านเช่าขึ้นรานั่น?
ในเมื่อสามารถแหกคุกหนีได้อย่างง่ายดาย ทำไมถึงยอมกลับมาที่นี่และแกล้งตายหลังจากฆ่าล้างโคตรตระกูลจ้าว?
การฉีกหน้ากากปลอมตัวทิ้งในช่วงเวลาวิกฤตนี้ และไม่ลังเลที่จะทำร้ายตำรวจเพียงเพื่อหลบหนี... เขาชำเลืองมองเวลาที่ข้อมือ
วันศุกร์ 15:20 น.
ในช่วงเวลานี้ของวันที่ควรจะเต็มไปด้วยความเกียจคร้านและการรอคอยวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่มีสามชีวิตอยู่ในมือและมีความสามารถอันตราย ได้หายตัวไปในฝูงชนของเมืองเฉินซี
ถ้าเป็นแค่การหลบหนีธรรมดา เขาควรจะวิ่งหนีออกจากเมืองไปยังจุดบอดของกล้องวงจรปิด
แต่เขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยพุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองที่ผู้คนหนาแน่นที่สุด
ลางสังหรณ์อัปมงคลคืบคลานขึ้นมาตามสันหลังของเหลยเจิ้น
เขากำลังจะไปทำอะไร?
หรือต้องถามว่า เขากำลังจะไปฆ่าใครอีก?
......................................................................................................................................................
วันศุกร์ 16:00 น.
ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก ขอบฟ้าถูกย้อมด้วยสีส้มแดง เงาของตึกสูงทอดยาวหั่นเฉือนถนนออกเป็นชิ้นส่วนของแสงและเงา
บนถนนเล็กๆ สายหนึ่งที่เชื่อมต่อจากเขต 5 ไปยังใจกลางเมือง เงาดำสายหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหลือเชื่อ
นั่นคือเฉินกั๋วหัว
ในเวลานี้ เขาดูไม่เหมือนผู้ป่วยใกล้ตายอีกต่อไป
สถานะ 【การเผาผลาญชีวิต】 ถูกเปิดใช้งาน เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของเขากำลังกรีดร้อง แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์อันรุนแรง
เจ็บไหม?
เขาด้านชาไปนานแล้ว
อะดรีนาลีนและความด้านชาเหนือธรรมชาติบางอย่างได้ปิดกั้นความเจ็บปวดทางกายภาพไปจนหมดสิ้น
ตอนนี้ เขารู้สึกเพียงความเบาหวิว
ความเบาหวิวที่เกิดจากการสลัดพันธนาการอันหนักอึ้งของเนื้อหนังทิ้งไป ราวกับว่าเขาสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้
"เร็วกว่านี้... ต้องเร็วกว่านี้อีก..."
เฉินกั๋วหัวท่องในใจ
ข้างหน้าอีกประมาณสองกิโลเมตร แสงไฟสีแดงและน้ำเงินบาดตาสว่างวาบขึ้นที่สี่แยก
ด่านสกัดของตำรวจ
ห้าร้อยเมตรจากด่านตรวจ เฉินกั๋วหัวหักเลี้ยวฉับพลัน พุ่งเข้าไปในเขตก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จข้างทาง
รั้วสังกะสีสูงสองเมตรไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขาเลย
เขาไม่ลดความเร็วลง เท้ากระทืบพื้นอย่างแรง ร่างลอยตัวขึ้นไปในอากาศราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ มือข้างหนึ่งยันยอดรั้ว ร่างกายกลายเป็นภาพเบลอเลือนรางข้ามผ่านไปในพริบตา
ความวุ่นวายจากด่านตรวจถูกทิ้งไว้ข้างหลังไกลลิบ
ใจกลางเมือง โรงแรมคลาวด์ท็อปพาเลซ
ระยะทางเหลืออีกครึ่งหนึ่ง
เว่ยจื่อซวน... ตายซะ!
จบบท