เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 : ข้าอยากตื่นมาพร้อมกับเจ้า (มั้งนะ)

บทที่ 6 : ข้าอยากตื่นมาพร้อมกับเจ้า (มั้งนะ)

บทที่ 6 : ข้าอยากตื่นมาพร้อมกับเจ้า (มั้งนะ)


[สรุปผลรางวัลเสร็จสิ้น]

[รางวัลที่ 1 : ฟื้นฟูระดับพลังยุทธ์ร่างต้นสู่ขั้นสมบูรณ์ของขอบเขตถ้ำนิมิต]

[รางวัลที่ 2 : สมบัติวิเศษเฉพาะกิจ 'ตุ๊กตาฟางแทนตัว' (ใช้งานได้หนึ่งครั้ง)]

ณ ส่วนลึกของแดนลับอันมืดมิดและอับชื้น

ซูฉางอันลืมตาโพลง

กระแสความร้อนมหาศาลปรากฏขึ้นกลางจุดตันเถียนราวกับเขื่อนแตก ชะล้างเส้นชีพจรที่แห้งเหือดมาเนิ่นนาน

เปรี๊ยะ

เหมือนพันธนาการบางอย่างในร่างกายถูกกระแทกจนแตกละเอียด

กลิ่นอายของนางพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่ธรณีประตูบานสำคัญนั้น

ขอบเขตถ้ำนิมิตขั้นสมบูรณ์

เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะผลักบานประตู "ความเป็นอมตะ" และฟื้นคืนพลังระดับมหาอริยะได้สำเร็จ

ซูฉางอันพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาหนึ่งเฮือก แล้วกำหมัดแน่น

ความรู้สึกที่พลังเปี่ยมล้นไปทั่วร่างทำให้นางรู้สึกเคลิบเคลิ้ม

นี่สินะความสุขของการนอนกินแรงชาวบ้าน

ร่างจำแลงออกไปเดต ส่วนร่างต้นนอนอัพเวลอยู่บ้าน

ความรู้สึกเกาะคนอื่นกินแล้วตัวเองเก่งขึ้นนี่มันช่างวิเศษจริงๆ

จิตสำนึกของนางพุ่งกลับไปยังร่างจำแลง ตกลงสู่ฝ่ามือ

ตุ๊กตาฟางขนาดเท่าฝ่ามือวางสงบนิ่งอยู่

งานสานหยาบโลน ดูน่าเกลียดหน่อยๆ แถมยังมีเศษหญ้าแห้งๆ ไม่ทราบชนิดติดอยู่สองสามเส้น

[ตุ๊กตาฟางแทนตัว: สามารถรับการโจมตีถึงตายได้หนึ่งครั้ง โดยไม่สนความต่างของระดับพลัง]

ของดี

ไพ่ตายช่วยชีวิตชั้นยอด

แต่ซูฉางอันกลับขมวดคิ้ว

ระบบไม่เคยทำการค้าที่ขาดทุน

จู่ๆ ก็ให้ของช่วยชีวิตระดับเทพขนาดนี้มา มองยังไงก็เหมือนลางบอกเหตุว่า "เอ็งกำลังจะซวยหนักแล้วนะ"

"ชิ"

"นี่กำลังใบ้ว่าข้าจะมีเคราะห์เลือดตกยางออกสินะ?"

ซูฉางอันยัดตุ๊กตาฟางใส่ไว้ในอกเสื้อ เก็บไว้แนบกาย

ช่างเถอะ

ทหารมาก็ใช้ขุนพลต้าน น้ำมาก็ใช้ดินกั้น

ยังไงซะเจ้าเสือทึ่มนั่นก็โดนหลอกจนหัวปักหัวปำแล้ว ขอแค่เกาะขาใหญ่นี้ไว้ให้แน่น ก็น่าจะเดินกร่างในมุมเล็กๆ ของทวีปตะวันตกนี้ได้สบาย

...

เมืองมนุษย์ อำเภอชิงเหอ

ตลาดสดจอแจไปด้วยผู้คน

เสียงร้องขายของ เสียงต่อราคา และเสียงร้องไห้ของเด็กทารกดังเซ็งแซ่ผสมปนเปกันจนกลายเป็นคลื่นเสียงขนาดมหึมา

ร่างสูงใหญ่ในชุดนักพรตขาดรุ่งริ่งกำลังเดินตัวแข็งทื่อฝ่าฝูงชน

ไป๋อวิ๋นกดหมวกไม้ไผ่ลงต่ำ

กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเขม็ง

หนวกหูเกินไป

เหม็นเกินไป

กลิ่นเหงื่อไคลของมนุษย์ กลิ่นเครื่องประทินผิวราคาถูก และกลิ่นมูลเป็ดไก่ ช่างเป็นความทรมานสำหรับปีศาจเสือที่มีประสาทรับกลิ่นไวเป็นเลิศ

ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นเรื่องเดียว ให้ตายเขาก็ไม่ยอมย่างเท้าเข้ามาในที่แบบนี้เด็ดขาด

เขาหยุดยืนหน้าแผงขายน้ำชาซอมซ่อ

กลางวงล้อม มีนักเล่านิทานเคราแพะกำลังพ่นน้ำลายฝอยเล่าเรื่อง "รักในหอแดง" อย่างออกรส

"...จางเซิงคนนั้นปีนกำแพงข้ามไป แล้วฝากรักสลักจิตไว้กับแม่นางชุยอิงอิง..."

ผู้คนรอบข้างฟังอย่างตั้งใจ ส่งเสียงเชียร์กันเกรียวกราว

ไป๋อวิ๋นไม่เข้าใจ

แต่เขาจำได้ว่าทหารยามหน้าประตูเมืองบอกว่า คนที่รู้เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ดีที่สุดในเมืองนี้ ก็คือตาเฒ่าแซ่อู๋คนนี้แหละ

ปัง

ทองคำก้อนเท่ากำปั้นถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง

โต๊ะไม้เนื้อแข็งส่งเสียงลั่นเอี๊ยด รอยร้าวปรากฏขึ้นบนผิวไม้

แผงน้ำชาเงียบกริบในพริบตา

สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่วัตถุสีทองอร่ามนั่น ลมหายใจถี่กระชั้น

เคราของนักเล่านิทานสั่นริกๆ ไม้เคาะจังหวะในมือแทบหล่นพื้น

เขาเงยหน้าขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ สบตากับดวงตาสีทองที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของหมวกไม้ไผ่

ดุร้าย

อำมหิต

เหมือนถูกสัตว์ร้ายจ้องจะขย้ำ

"จะ... จอมยุทธ์ มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้ขอรับ?" ตาเฒ่าถามเสียงสั่น

ไป๋อวิ๋นสูดหายใจลึก พยายามข่มความหงุดหงิดในใจ

เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูตาเฒ่า ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับจะฆ่าล้างตระกูล:

"ทำยังไงถึงจะทำให้สะ... สตรีสักคน ชอบข้า?"

หา?

ตาเฒ่าอ้าปากค้าง

แขกเหรื่อที่แอบฟังหูผึ่งก็อ้าปากค้าง

ไอ้ยักษ์หน้าโหดนี่ ทุ่มทองก้อนโตเพื่อถามเรื่องนี้เนี่ยนะ?

"เอ่อ..." ตาเฒ่ากลอกตาไปมา สายตากวาดมองทองคำอย่างโลภมาก "จอมยุทธ์ ท่านมีคนในใจแล้วหรือ?"

"มี"

"แล้วแม่นางผู้นั้นมีใจให้ท่านหรือไม่?"

"...ไม่รู้" ไป๋อวิ๋นครุ่นคิด "แต่นางพาข้าไปดูดาว"

"งั้นก็มีใจสิ!" ตาเฒ่าตบเข่าฉาด "ในเมื่อมีใจ ท่านต้องตีเหล็กตอนร้อน ใช้วาจาหว่านล้อมให้นางใจอ่อน!"

ไป๋อวิ๋นถามอย่างนอบน้อม: "ต้องพูดว่าอะไร?"

ตาเฒ่าลูบเครา วางมาดผู้รู้ลึกซึ้ง

"เรื่องของชายหญิง มันอยู่ที่ความ 'แยบยล' พูดตรงเกินไปมันดูหยาบโลน"

"เช่น ถ้าท่านอยากชมนางว่าสวย จะพูดดื้อๆ ว่า 'เจ้าสวยจัง' ไม่ได้ นั่นมันภาษาชาวบ้าน"

ไป๋อวิ๋นพยักหน้า

จริงด้วย

ซูเสี่ยวจิ่วเป็นดั่งนางฟ้า จะใช้คำพูดสามัญชนไม่ได้

"งั้นต้องพูดยังไง?"

"ท่านต้องพูดว่า—" ตาเฒ่าชี้ขึ้นฟ้า "คืนนี้พระจันทร์สวยนะ"

ไป๋อวิ๋นขมวดคิ้ว: "แล้วถ้าเป็นตอนกลางวันล่ะ?"

"กลางวันก็พูดได้!" ตาเฒ่าแถหน้าตาย "นี่เรียกว่าใช้ทิวทัศน์สื่อความรู้สึก หมายความว่าในสายตาข้า ท่านเจิดจ้ายิ่งกว่าตะวันจันทราดารา ขอแค่ได้เห็นท่าน แม้แต่กลางวันแสกๆ ก็กลายเป็นคืนจันทร์งามได้"

ไป๋อวิ๋นพลันตาสว่าง

ที่แท้ความรักก็มีลูกเล่นแพรวพราวขนาดนี้

ล้ำลึก

ล้ำลึกยิ่งนัก

"แล้ว..." ไป๋อวิ๋นลังเล ใบหูเริ่มแดงระเรื่อ "ถ้าข้าอยาก... นอนกับนางล่ะ?"

พรืด—

แขกโต๊ะข้างๆ พ่นน้ำชาออกมาเต็มพื้น

หน้าตาเฒ่าก็แดงก่ำ รีบไอแก้เขิน: "แค่ก แค่ก! จอมยุทธ์ ระวังคำพูดหน่อย! คำพูดหยาบโลนพรรค์นั้นจะพูดตรงๆ ได้ยังไง เดี๋ยวสาวเจ้าก็เตลิดหมด!"

ไป๋อวิ๋นร้อนรน: "แล้วต้องพูดยังไง?"

นี่คือความปรารถนาสูงสุด และเป็นสิ่งที่พูดยากที่สุดสำหรับเขา

ตาเฒ่ากลอกตาอีกรอบ นึกคำคมลวงโลกขึ้นมาได้

"ท่านต้องพูดว่า—ข้าอยากตื่นมาพร้อมกับเจ้า"

"ตื่น?" ไป๋อวิ๋นงุนงง

"ถูกต้อง!" ตาเฒ่าสอนอย่างใจเย็น

"ลองคิดดูสิ ต้องนอนด้วยกันก่อนถึงจะตื่นมาพร้อมกันได้ใช่ไหม? ประโยคนี้ทั้งสื่อความหมายนัยนั้น และยังดูอบอุ่น เป็นชีวิตจริง เต็มไปด้วยความคาดหวังถึงอนาคตที่สวยงาม สุดยอดเคล็ดวิชาเลยนะเนี่ย!"

ไป๋อวิ๋นพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

ตื่นมาพร้อมกัน

ลืมตามาก็เจอนางทุกเช้า

จริงด้วย... ช่างงดงามเหลือเกิน

เขาพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม สลักคำแนะนำทองคำสองประโยคนี้ลงในสมอง

(ขอบใจมากสหาย)

"ขอบคุณ"

ไป๋อวิ๋นหันหลังกลับ ก้าวย่างเบาสบายขึ้นมาก

ทิ้งให้นักเล่านิทานกอดก้อนทองยิ้มแก้มปริ ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของผู้คน...

เช้าวันรุ่งขึ้น

ณ ปากทางเข้าหุบเขาบึงอวิ๋นเมิ่ง

หมอกยามเช้ายังปกคลุมจางๆ

ไป๋อวิ๋นมายืนรออยู่เป็นชั่วโมงแล้ว

เขาเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดนักพรตสีซีดตัวเดิม แต่คราวนี้ใช้คาถา "รีด" จนเรียบกริบไร้รอยยับ

ผมเผ้าหวีเรียบร้อย มัดเป็นมวยสูงปักปิ่นไม้

แถมยังแวะไปส่องกระจกที่ริมแม่น้ำ เช็คแล้วเช็คอีกว่าไม่มีเศษเนื้อติดฟัน

ทุกอย่างพร้อม

ขาดแค่ลงมือ

สวบ สวบ

เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้น

หัวใจของไป๋อวิ๋นกระดอนขึ้นมาอยู่ที่คอหอยทันที

นางมาแล้ว

ซูเสี่ยวจิ่วเดินหาววอดๆ ออกมาจากหุบเขา

นางเพิ่งตื่น น้ำตาซึมที่หางตา ดูงัวเงียแต่ก็น่าเอ็นดู

"อรุณสวัสดิ์ เสี่ยวไป๋"

นางโบกมือทักทายง่ายๆ เตรียมจะไปล้างหน้าแปรงฟันที่ลำธาร

วูบ

เงาดำพุ่งเข้ามาขวาง

ไป๋อวิ๋นยืนขวางทางนาง ตัวตรงแด่วราวกับเสาธง

เหมือนกำแพงหนาๆ ตั้งตระหง่าน

ซูเสี่ยวจิ่วสะดุ้งโหยง ความง่วงหายไปครึ่งหนึ่ง

"ทำอะไรของเจ้าน่ะ?"

ไป๋อวิ๋นไม่พูด

เขาจ้องหน้าซูเสี่ยวจิ่วเขม็ง ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง

ตื่นเต้น

เหงื่อออกเต็มฝ่ามือ

"วจนะศักดิ์สิทธิ์" สองประโยคนั้นวนเวียนอยู่ในปากแปดร้อยรอบ แต่ดันพูดไม่ออก

"เสี่ยวไป๋?" ซูเสี่ยวจิ่วโบกมือตรงหน้าเขา "เป็นบ้าไปแล้วเหรอ?"

ไป๋อวิ๋นได้สติกลับมา

เอาวะ

เขาสูบปราณลงจุดตันเถียน แล้วตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังรายงานสถานการณ์รบ:

"คืนนี้พระจันทร์สวยนะ!"

ซูเสี่ยวจิ่ว: "..."

นางแหงนหน้ามองฟ้าโดยสัญชาตญาณ

ดวงอาทิตย์สีแดงฉานกำลังค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าทิศตะวันออก แสงเจิดจ้าจนแสบตา

ไหนวะพระจันทร์?

เจ้าเสือนี่ธาตุไฟเข้าแทรกจนสมองกลับไปแล้วรึไง?

[ระบบ ไอ้เสือทึ่มนี่มันเป็นบ้าอะไรของมัน?] ซูเสี่ยวจิ่วก่นด่าในใจ [กลางวันแสกๆ มาพ่นเรื่องไร้สาระอะไรเนี่ย?]

[ตรวจพบจิตวิญญาณของเป้าหมาย ไป๋อวิ๋น อยู่ในสภาวะสับสน สงสัยว่าถูกแทรกแซงด้วยข้อมูลขยะบางอย่างครับ]

มุมปากของซูเสี่ยวจิ่วกระตุกยิก

นางมองไป๋อวิ๋นด้วยสายตาเวทนาคนปัญญาอ่อน แล้วถามอย่างระมัดระวัง "เสี่ยวไป๋ เจ้า... โอเคไหม? ให้ข้าช่วยดูหัวให้ไหม?"

ไป๋อวิ๋นไม่ได้ยินสิ่งที่นางพูด

เขาเห็นแค่ว่าซูเสี่ยวจิ่วไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ได้โกรธ

นางยังคงมองเขาอยู่

ได้ผล!

ตาเฒ่านั่นไม่โกหกจริงๆ!

คำคมลึกซึ้งนี่ทำให้นางอึ้งได้จริงๆ ด้วย!

ความมั่นใจพองโตคับอกทันที

ไป๋อวิ๋นรู้สึกว่าตัวเองตอนนี้เท่ระเบิด

เขาตัดสินใจตีเหล็กตอนร้อน งัดไม้ตายก้นหีบออกมาใช้

เขาก้าวเข้าไปหาซูเสี่ยวจิ่วอีกก้าว

ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา เงาของเขาปกคลุมร่างเล็กๆ ของนางจนมิด

ในดวงตาสีทองนั้น มีเปลวไฟที่เรียกว่า "ความทะเยอทะยาน" ลุกโชน

"ซูเสี่ยวจิ่ว"

เขาเรียกชื่อนาง เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย

"ข้าอยากตื่นมาพร้อมกับเจ้า"

เงียบ

เงียบสนิท

ลมหยุดพัด

นกหยุดร้อง

แม้แต่ปลาในแม่น้ำยังลืมพ่นฟองอากาศ

ซูเสี่ยวจิ่วแข็งทื่อเป็นหิน สีหน้าแตกร้าว

ตื่น... พร้อมกัน?

นี่มันคำพูดบัดสีบัดเถลิงอะไรกัน?

เจ้าเสือน้อยใสซื่อไปหัดคำพูดพวกนี้มาจากไหน?

แล้วก็... "อยากตื่นพร้อมข้า?" ซูเสี่ยวจิ่วชี้ตัวเอง แล้วชี้พระอาทิตย์บนฟ้า "ตอนนี้เนี่ยนะ?"

นางคิดว่าเจ้าเสืออยากชวนนางออกกำลังกายยามเช้า

หรือไม่ก็อยากบอกให้นางตื่นเช้ามาบำเพ็ญเพียร

เพราะเจ้าเสือบ้าพลังนี่วันๆ ไม่บำเพ็ญเพียรก็ฆ่าคน ในหัวไม่มีขยะเรื่องอื่นหรอก

แต่ในหูของไป๋อวิ๋น คำถามย้อนกลับนี้มีความหมายไปอีกทาง

ตอนนี้เหรอ?

นางถามเวลาเหรอ?

ไม่สิ

นางกำลังบอกใบ้

นางกำลังถามว่า เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลยได้ไหม ที่เราจะสานสัมพันธ์แบบนั้น

ตูม—

เส้นสติในสมองของไป๋อวิ๋นขาดผึง

ความปิติยินดีมหาศาลถาโถมเข้ามาดั่งสึนามิ

สำเร็จ

สำเร็จแล้วจริงๆ

นางตกลงแล้ว

ตาเฒ่านั่นไม่หลอกเขา!

ภาพจินตนาการนับล้านแล่นพล่านในหัว

พวกเขาได้เป็นคู่บำเพ็ญเพียร

พวกเขาหาถ้ำเซียนที่ใหญ่ที่สุดในส่วนลึกของบึงอวิ๋นเมิ่ง

เขาออกไปล่าสัตว์ ส่วนนางนั่งนับดาวอยู่ในถ้ำ

แล้วก็... มีลูกเสือน้อยครอกใหญ่

หรือลูกจิ้งจอกน้อย

ขอเป็นจิ้งจอกหูเสือ หรือเสือเก้าหางก็ดี

คนโตสอนบำเพ็ญเพียร คนรองสอนล่าสัตว์ คนที่สาม... คนที่สามให้ตามนางไปดูดาวเฉยๆ ก็พอ

จะตั้งชื่อว่าอะไรดี?

ไป๋ต้า? เชยไป

ไป๋เอ้อ? โหลไป

ไป๋อวิ๋นจมดิ่งอยู่ในจินตนาการอันสวยหรู ถอนตัวไม่ขึ้น ปากฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวขาววับ

หน้าตาโง่ๆ นั่นดูไม่ได้เลยจริงๆ

ซูเสี่ยวจิ่วขนลุกซู่กับรอยยิ้มสยองขวัญนั่น

เจ้าเสือนี่กำลังวางแผนหลอกกินตับนางหรือเปล่า?

ทำไมยิ้มได้น่ากลัวขนาดนี้?

นางใช้นิ้วจิ้มกล้ามอกแข็งปั๋งของไป๋อวิ๋นแรงๆ

"นี่ เสี่ยวไป๋ ตื่นได้แล้ว"

"น้ำลายไหลแล้วย่ะ"

ไป๋อวิ๋นสะดุ้งตื่นจากภวังค์เพราะแรงจิ้ม

เขารีบเช็ดมุมปากโดยสัญชาตญาณ

ไม่มีน้ำลาย

แต่เขายังออกจากฝันหวานเรื่องลูกๆ ไม่ได้

มองใบหน้างดงามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม มองดวงตาที่สะท้อนเงาของเขา

สมองไป๋อวิ๋นกระตุก

เขาโพล่งออกมาว่า:

"ไป๋จิ่ว"

ซูเสี่ยวจิู่วอึ้ง: "อะไรนะ?"

ไป๋อวิ๋นมองนาง สายตาจริงจังจนน่ากลัว

"ลูกของเรา"

"จะชื่อไป๋จิ่ว"

ซูเสี่ยวจิ่ว: "..."

ในวินาทีนั้น

ซูเสี่ยวจิ่วรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสติสัมปชัญญะของตัวเองขาดผึง

ลมพัดใบไม้แห้งหมุนคว้างผ่านหน้าพวกเขาไปอย่างเงียบเหงา

ไป๋อวิ๋นยังคงโพสท่าบอกรักค้างไว้อย่างนั้น ไม่ขยับเขยื้อน

รอคำตอบจากนาง

ช่างสมกับบทกวีที่ว่า:

พยัคฆ์ร้ายลงเขาเฝ้าหารัก

ดันไปทักจิ้งจอกสาวเอามาฝัน

ชมจันทร์สวยทั้งที่เห็นตะวัน

อ้าปากพลันขอลูกซะงั้นเอย

ทองหนึ่งก้อนแลกตำรามั่วซั่ว

ทำเอาเก้าหางแห่งชิงชิวกลัวจนหัวหด

จบบทที่ บทที่ 6 : ข้าอยากตื่นมาพร้อมกับเจ้า (มั้งนะ)

คัดลอกลิงก์แล้ว