- หน้าแรก
- ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที
- บทที่ 27 - ตามหาพาร์ตเนอร์ขนส่ง
บทที่ 27 - ตามหาพาร์ตเนอร์ขนส่ง
บทที่ 27 - ตามหาพาร์ตเนอร์ขนส่ง
บทที่ 27 - ตามหาพาร์ตเนอร์ขนส่ง
"เดี๋ยวแม่ไปซื้อกับข้าวสำเร็จรูปมาเพิ่ม แล้วจะผัดผักร้อนๆ อีกสักสองอย่าง"
โจวอวิ๋นฟางพูดจบก็เดินลิ่วออกไปอย่างกระฉับกระเฉง
"วันนี้ฤกษ์ดี ต้องกินของดีๆ หน่อย"
เซี่ยตงมองแผ่นหลังที่ดูเบาสบายของแม่แล้วก็รู้สึกอุ่นวาบในใจ
เขารู้ดีว่า มื้อนี้ไม่ได้ฉลองแค่เพราะขายกล่องสุ่มได้ 34 กล่อง
แต่เป็นการฉลองให้โรงงานที่เคยเงียบเหงาเหมือนป่าช้าแห่งนี้ ที่ในที่สุดก็ได้ยินเสียงหัวใจเต้นอีกครั้ง
คนงานส่วนใหญ่ห่อข้าวมาเอง ใช้อุ่นไมโครเวฟโรงงาน หรือไม่ก็ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกิน
สำหรับพวกเขา วันนี้กับเมื่อวานก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน
ความทุกข์ความสุขของครอบครัวเถ้าแก่ ยังส่งไปไม่ถึงพวกเขาในตอนนี้
เซี่ยตงอาศัยจังหวะว่างนี้ กลับไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่
นิ้วเรียวพรมลงบนคีย์บอร์ด เปิดหน้าเว็บ Baidu (ไป่ตู้) ยุคเก่าที่หน้าตายังดูโล่งๆ เชยๆ ขึ้นมา
สิ่งที่เขาต้องหาคือ "บริษัทขนส่ง"
ในยุคนี้ เส้นเลือดใหญ่ของอีคอมเมิร์ซอย่าง "โลจิสติกส์" ยังไม่พัฒนาและแข่งขันกันเดือดเลือดสาดเหมือนในอนาคต
ในความทรงจำของเซี่ยตง ค่าส่งของปี 2008 นี่แพงหูฉี่
ส่งในเขตเจียงซู-เจ้อเจียง-เซี่ยงไฮ้ (โซนค่าส่งถูกสุด) น้ำหนักเริ่มต้น อาจจะปาไป 10 หรือ 12 หยวน ส่วนน้ำหนักที่เกิน ก็บวกเพิ่มทีละ 5-6 หยวน
ยิ่งถ้าส่งไปที่ไกลๆ อย่างซินเจียง หรือทิเบต ค่าส่งทะลุ 20-30 หยวน เป็นเรื่องปกติมาก
เทียบไม่ได้เลยกับอีกสิบกว่าปีข้างหน้า ที่เมืองอี้อูส่งทั่วประเทศแค่ 2.8 หยวน ทำให้ผู้บริโภคสัมผัสคำว่า "ค่าส่งฟรี" ได้จริง
สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ คือการค้นหา "ขาใหญ่" ในวงการขนส่งยุคบุกเบิกนี้ ที่ทั้งแข็งแกร่งและราคาถูกที่สุด
เซี่ยตงพิมพ์คำว่า "บริษัทขนส่ง" ลงในช่องค้นหา แล้วกด Enter
ผลลัพธ์เด้งขึ้นมา มีทั้งชื่อที่คุ้นเคยและไม่คุ้นหู
"เซินทง" (Shen Tong) "หยวนทง" (Yuan Tong) "ซุ่นเฟิง" (SF Express)
และบริษัทเล็กๆ อีกเพียบที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อ
เขาลองกดเข้าเว็บของ "ซุ่นเฟิง" ก่อน หาเบอร์ Call Center แล้วโทรไป
ถือสายอยู่นานกว่าจะมีคนรับ
"สวัสดีครับ ซุ่นเฟิงครับ"
ปลายสายเสียงดูเนือยๆ เหมือนไม่อยากรับแขก
"สวัสดีครับ ผมอยากสอบถามราคาค่าส่งพัสดุหน่อยครับ" เซี่ยตงเข้าประเด็น
"ส่งไปไหน?"
"ทั่วประเทศครับ"
ปลายสายหัวเราะ หึ ในลำคอ
"ราคามันไม่เท่ากันหรอกนะ เรามีตารางมาตรฐานอยู่ เจียงซู-เจ้อเจียง-เซี่ยงไฮ้ เริ่มต้น 15 หยวน ส่วนเกิน 8 หยวน ภาคอื่นก็ 18 ถึง 30 แล้วแต่โซน"
เซี่ยตงขมวดคิ้ว
ราคานี้โหดกว่าที่คิดไว้เยอะ
ถ้าส่งราคานี้ กล่องสุ่มราคา 39 หยวน จะโดนค่าส่งกินไปเกือบครึ่ง แล้วจะเอากำไรที่ไหน
"ผมทำร้านในเถาเป่าครับ อนาคตยอดส่งต่อวันน่าจะเยอะ มีส่วนลดไหม?"
"เยอะนี่เท่าไหร่?"
"วันละหลายร้อย หรืออาจจะถึงพันบ้าน" เซี่ยตงตอบเสียงเรียบ โยนตัวเลขที่ฟังดูเหมือนเรื่องเพ้อเจ้อในปี 2008 ออกไป
ปลายสายเงียบกริบ
ผ่านไปห้าวินาที อีกฝ่ายถึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหมือนคุยกับคนบ้า
"น้องชาย โม้ไม่เสียภาษีก็จริงนะ แต่เพลาๆ หน่อย"
"ถ้าเอ็งส่งได้วันละพันบ้านจริง เดี๋ยวยกบริษัทให้เลยเอ้า"
"ไม่มีอะไรแล้ววางนะ ยุ่งอยู่"
"ตู๊ดๆๆ..."
เซี่ยตงฟังเสียงสัญญาณตัดสายแล้วส่ายหน้าอย่างระอา
ก็นะ ไม่เกินคาดหรอก
ยุคนี้จินตนาการของผู้คนยังถูกขังอยู่ในกรอบของเศรษฐกิจแบบหน้าร้าน (Offline)
เขาไม่ท้อ โทรหาเจ้าที่สอง "เซินทง"
คราวนี้คนรับสายเป็นเจ๊เสียงดังฟังชัด สไตล์นักเลงหน่อยๆ
"ฮัลโหล! ว่าไง! จะส่งของเรอะ?"
"ใช่ครับคุณน้า อยากถามราคาหน่อยครับ"
"ส่งไปไหน? หนักเท่าไหร่?"
"ส่งทั่วประเทศครับ เป็นของชิ้นเล็กไม่เกิน 1 กิโล ผมทำเถาเป่า ปริมาณน่าจะเยอะอยู่"
คราวนี้เซี่ยตงฉลาดขึ้น ไม่พูดตัวเลขพันบ้านให้ไก่ตื่น
"อ๋อ! ทำเถาเป่าเหรอ!" น้ำเสียงเจ๊ดูกระตือรือร้นขึ้นทันที "เดี๋ยวนี้วัยรุ่นทำกันเยอะนะ! เราสนับสนุนอยู่แล้ว!"
"เอาล่ะ ทั่วไปเราคิด 8 หยวนต่อบ้าน เป็นไง? ราคามิตรภาพสุดๆ"
8 หยวน
ราคานี้ดูเข้าท่ากว่าซุ่นเฟิงเยอะ แต่สำหรับเซี่ยตง มันก็ยังแพงไป
"คุณน้าครับ ลดอีกหน่อยได้ไหม? ผมเพิ่งเริ่มทำ ต้นทุนมันสูง"
"ไอ้หนุ่ม ทำธุรกิจอย่ามองแต่ตรงหน้าสิ ของเราเซินทงจุดบริการเยอะ ส่งไว บริการดี ลองใช้แล้วจะรู้ ของดีราคาก็ต้องสมน้ำสมเนื้อ!"
เจ๊แกเริ่มร่ายยาวขายของ
เซี่ยตงฟังอย่างอดทน คอยแทรกจังหวะเพื่อต่อรองราคาลงมา
ยื้อยุดกันอยู่สิบกว่านาที สุดท้ายเจ๊แกก็ยอมคาย "ราคาตัดใจ" ออกมา
"7.5 หยวน! ต่ำกว่านี้ไม่ได้แล้ว! ต่ำกว่านี้ฉันเข้าเนื้อแล้ว!"
"โอเคครับคุณน้า เดี๋ยวผมขอคิดดูก่อน ขอบคุณนะครับ"
วางสายเสร็จ เซี่ยตงนวดขมับเบาๆ
การดีลกับพวกเขี้ยวลากดินรุ่นเก๋านี่กินพลังงานชะมัด
สุดท้ายเขาล็อกเป้าไปที่บริษัทชื่อ "ฮุ่ยทง" (Huitong)
ในความทรงจำของเขา บริษัทนี้ต่อมาจะถูกซื้อกิจการและปรับโครงสร้าง แต่ในช่วงแรกๆ เจ้านี้ขึ้นชื่อเรื่องใช้กลยุทธ์ "ราคาต่ำ" เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด
พอกดโทรออก คราวนี้เป็นเสียงผู้ชายวัยรุ่นรับสาย
"สวัสดีครับ ฮุ่ยทงยินดีให้บริการ"
"สวัสดีครับ สอบถามราคาค่าส่งหน่อยครับ"
เซี่ยตงงัดสคริปต์เดิมมาใช้อีกรอบ
พี่หนุ่มปลายสายคนนี้ดูซื่อๆ ไม่ลีลา บอกราคามาตรงๆ
"ตอนนี้บริษัทเรามีโปรฯ สำหรับร้านค้าเถาเป่าครับ น้ำหนักไม่เกิน 1 กิโล ทั่วประเทศราคาเดียว 6 หยวนครับ"
6 หยวน!
ตาเซี่ยตงเป็นประกาย
ราคานี้แหละที่อยู่ในเกณฑ์รับได้
"แล้วถ้าผมส่งเยอะมากๆ แบบเสถียรที่วันละร้อยบ้านขึ้นไป มีส่วนลดอีกไหมครับ?"
"ร้อยบ้านขึ้นไป?" น้ำเสียงพี่หนุ่มดูตกใจ
"เอ่อ... คือ... อันนี้ผมตัดสินใจเองไม่ได้ครับ ต้องให้ผู้จัดการลูกค้าสัมพันธ์คุย"
"เอาแบบนี้ไหมครับ คุณทิ้งที่อยู่ไว้ เดี๋ยวผมแจ้งผู้จัดการเขตให้เข้าไปหา ไปคุยรายละเอียดกันต่อหน้า ดีไหมครับ?"
"ได้ครับ" เซี่ยตงตอบรับทันที พร้อมบอกที่อยู่โรงงานของเล่นไป
"ผมชื่อเซี่ยตงครับ"
"โอเคครับคุณเซี่ยตง ผู้จัดการเราน่าจะไปถึงภายในหนึ่งชั่วโมง"
วางสายเสร็จ เซี่ยตงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
ในที่สุดเรื่องนี้ก็เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์
พอหันกลับไป ก็เจอเซี่ยเจี้ยนกั๋วกับจางเหว่ยหมิงมายืนซ้อนหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ชายวัยกลางคนสองคน ยืนทำหน้าสงสัยใคร่รู้เหมือนยักษ์เฝ้าประตูวัด
"ลูก... ลูกทำอะไรของลูกน่ะ?" เซี่ยเจี้ยนกั๋วอดถามไม่ได้ เสียงเขาเต็มไปด้วยความงุนงง
เมื่อกี้เขาได้ยินแค่ลูกชายคุยโทรศัพท์ เดี๋ยวก็ "พันบ้าน" เดี๋ยวก็ "ต่อราคา" ท่าทางและน้ำเสียงนั่น ดูภูมิฐานกว่าเขาที่เป็นเถ้าแก่มาหลายสิบปีซะอีก
นี่ใช่ลูกชายขี้อายคนเดิมที่ไม่กล้าคุยกับคนแปลกหน้าจริงเหรอ?
"พ่อ ผมกำลังติดต่อขนส่งอยู่"
เซี่ยตงชี้ไปที่แจ้งเตือนออเดอร์ใหม่ที่เด้งรัวๆ บนหน้าจอ
"ดูสิ ของเราต้องส่งออก ก็ต้องหาบริษัทขนส่งมารับ"
เซี่ยเจี้ยนกักลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มองตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บนหน้าจอ
เขารู้สึกเหมือนโลกทัศน์ของตัวเอง กำลังถูกลูกชายวัย 18 ทุบจนแตกละเอียด แล้วค่อยๆ ก่อร่างสร้างขึ้นมาใหม่ทีละชิ้นๆ
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา
ประตูเหล็กสนิมเขรอะของโรงงานก็ถูกผลักออก
ผู้หญิงสวมชุดสูทกระโปรงทำงาน ดัดผมลอนใหญ่ เดินสับส้นสูง "ตึก ตึก ตึก" เข้ามา
เธอดูน่าจะอายุประมาณ 35-36 แต่งหน้าสวยเป๊ะ บุคลิกดูเป็นสาวมั่นวัยทำงานที่มีเสน่ห์และคล่องแคล่ว