เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - แหวนมิติและงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่

บทที่ 12 - แหวนมิติและงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่

บทที่ 12 - แหวนมิติและงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่


บทที่ 12 - แหวนมิติและงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่

สินค้าสามชิ้นที่ปรากฏขึ้นในร้านค้าวันนี้ ทำเอาจ้าวเสวียนหลางใจเต้นระรัว

ชิ้นที่หนึ่ง: [แหวนมิติระดับต่ำ: 500 แต้มกุศล]

[อุปกรณ์วิเศษประเภทจัดเก็บสิ่งของ ภายในมีพื้นที่มิติขนาด 10 ลูกบาศก์เมตร]

ชิ้นที่สอง: [ยาวิถียุทธ์ระดับต่ำ: 50 แต้มกุศล]

[โอสถระดับต่ำ หนึ่งเม็ดช่วยเพิ่มพูนตบะวรยุทธ์ได้เทียบเท่าการฝึกฝน 1 ปี]

ชิ้นที่สาม: [อาภรณ์ไหมเพิ่มเสน่ห์ระดับต่ำ: 100 แต้มกุศล]

[อุปกรณ์วิเศษชนิดสวมใส่ ไม่ต้องใช้พลังปราณในการกระตุ้น เพียงสวมใส่จะช่วยเพิ่มค่าเสน่ห์และความน่าเอ็นดูแก่ผู้พบเห็น]

แม้รอบนี้จะต้องจ่ายไปถึง 650 แต้ม แต่จ้าวเสวียนหลางกลับยิ้มแก้มปริ ของดีระดับแรร์ไอเทมทั้งนั้น แต้มกุศลที่เหลืออยู่ 708 แต้มทำให้เขารู้สึกว่าต้องเร่งทำความดีหาแต้มเพิ่มโดยด่วน

ทว่าเมื่อพิจารณาดูดีๆ จ้าวเสวียนหลางก็พบปัญหาใหญ่ มีเพียง "อาภรณ์ไหมเพิ่มเสน่ห์" ชิ้นเดียวที่เขาใช้งานได้ในตอนนี้

แหวนมิตินั้นเป็นอุปกรณ์วิเศษ ต้องใช้พลังปราณหรือพลังเวทในการเปิดใช้งาน คนธรรมดาอย่างเขาไม่มีพลังตบะ ต่อให้หยดเลือดแสดงความเป็นเจ้าของก็เปิดไม่ได้ ทำได้แค่ใส่เท่ๆ เป็นเครื่องประดับไปก่อน

ส่วนยาวิถียุทธ์ เขายังไม่ได้เริ่มฝึกยุทธ์ขั้นพื้นฐาน ขืนกินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า พลังปราณอาจตีกลับจนธาตุไฟเข้าแทรกหรือตัวระเบิดตายได้

เมื่อเห็นของวิเศษวางอยู่ตรงหน้าแต่ใช้ไม่ได้ ความมุ่งมั่นที่จะกราบอาจารย์จิ่วเป็นอาจารย์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ

ยังดีที่มีอาภรณ์ไหมเพิ่มเสน่ห์ปลอบใจ มันเป็นชุดจีนโบราณตัดเย็บจากผ้าไหมสีดำขลับ ทรงคล้ายชุดเฟยอวี๋ของหน่วยองครักษ์เสื้อแพร แต่ไม่มีลายปักมังกร มีเพียงลายเมฆมงคลเรียบหรู

จ้าวเสวียนหลางลองสวมชุดแล้วส่องกระจก เขาพบว่าตัวเองดูดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ไม่ใช่แค่ความหล่อเหลาทางกายภาพ แต่เป็น "ออร่า" ที่แผ่ออกมา มันดูน่ามอง น่าคบหา และสบายตาอย่างบอกไม่ถูก

...

วันรุ่งขึ้น งานฉลองขึ้นบ้านใหม่ของสกุลจ้าวถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศในตำบลเริ่นเจียคึกคักราวกับวันตรุษจีน

อาเวยเกณฑ์ลูกน้อง 50 ชีวิตมาช่วยงานตั้งแต่ไก่โห่ เหล่าคฤหบดี เถ้าแก่ร้านค้า และผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีหน้ามีตาในตำบล ต่างทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี จ้าวเสวียนหลางในชุดใหม่ยืนต้อนรับแขกเหรื่อด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ

ใกล้เที่ยง เริ่นฟา เศรษฐีอันดับหนึ่งก็พาบุตรสาวสุดที่รัก "เริ่นถิงถิง" มาร่วมงาน

จ้าวเสวียนหลางอดไม่ได้ที่จะมองเริ่นถิงถิง นางเอกของเรื่องอย่างพินิจพิเคราะห์ แต่กลับพบว่าฝ่ายหญิงเองก็กำลังแอบชำเลืองมองเขาอยู่เช่นกัน แถมยังมีท่าทีขัดเขินแก้มแดงระเรื่อ

อาจารย์จิ่วก็มาตามนัด เขาไพล่มือเดินนำหน้า ชิวเซิงและเหวินไฉเดินตามหลังหิ้วของขวัญมาด้วย ของขวัญของอาจารย์จิ่วคือ "เหล้าดองยาสูตรพิเศษ" สรรพคุณบำรุงกำลังวังชา เสริมสร้างรากฐานร่างกาย เห็นได้ชัดว่าท่านอาจารย์ยังจำได้แม่นว่าจ้าวเสวียนหลางนั้น "ร่างกายกลวง" จึงจัดยาบำรุงมาให้ตรงจุดเป๊ะ

หลายวันมานี้ ชิวเซิงและเหวินไฉได้ยินชื่อเสียงความร่ำรวยของคุณชายจ้าวกรอกหูอยู่ทุกวัน วันนี้ร้านนั้นทำเงินได้เท่าไหร่ พรุ่งนี้ซื้อที่ดินตรงไหน มะรืนโปรยถั่วทองคำที่ใด

สองศิษย์บ่นกระปอดกระแปดใส่อาจารย์จิ่วไม่หยุดหย่อน ว่าทำไมวันนั้นถึงไม่รับเศรษฐีคนนี้เป็นศิษย์ ถ้าได้รับรองว่าพวกเขาสามคนศิษย์อาจารย์คงได้นอนนับเงิน สบายไปทั้งชาติ ไม่ต้องมานั่งอิจฉาพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ได้กินของดีแถมได้ทองคำ

อาจารย์จิ่วเองลึกๆ ก็แอบเสียดาย แต่จะให้กลืนน้ำลายตัวเอง เดินไปของ้อรับศิษย์ก็เสียศักดิ์ศรีครูบาอาจารย์แย่

วันนี้ทุกคนที่มาร่วมงานต่างรู้สึกเหมือนกันว่า จ้าวเสวียนหลางดูมีสง่าราศีผิดปกติ

สายตาของสาวน้อยสาวใหญ่ รวมถึงเริ่นถิงถิง ต่างจับจ้องเขาไม่วางตา อานุภาพของอาภรณ์ไหมเพิ่มเสน่ห์บวกกับรัศมีของเศรษฐีใหม่ ทำให้เขาดูเจิดจรัสที่สุดในงาน

แม้แต่ผู้ชายด้วยกันยังรู้สึกชื่นชมว่า นี่แหละคือภาพลักษณ์ของบัณฑิตผู้ดีที่แท้จริง รูปงาม กิริยามารยาทงาม วางตัวดี ใจกว้างดั่งมหาสมุทร

เอาเข้าจริงหน้าตาของจ้าวเสวียนหลางก็แค่พอไปวัดไปวา ไม่ได้หล่อขั้นเทพ แต่ด้วยบัฟจากชุดและบารมีเงินตรา ทำให้เขากลายเป็น "คุณชายหยกงาม" ในสายตาทุกคน

ได้ฤกษ์งามยามดี แขกเหรื่อมารวมตัวกันหน้าประตูจวน ประทัดแสนนัดถูกจุดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ควันโขมงคละคลุ้ง

การแสดงมหรสพเริ่มขึ้น มีทั้งเดินขาหยั่ง กายกรรม มายากล เชิดสิงโต เชิดมังกร บรรยากาศครึกครื้นสนุกสนาน

ไฮไลท์คือจังหวะที่จ้าวเสวียนหลางดึงผ้าแดงคลุมป้ายออก เผยให้เห็นตัวอักษรทองคำ "จวนสกุลจ้าว" สลักเสลาวิจิตรบรรจง

พิธีการเสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาเลี้ยงฉลอง

ภายในจวนจัดโต๊ะจีน 10 โต๊ะ สำหรับแขกวีไอพีที่มีเทียบเชิญและมีของขวัญติดมือมา

ส่วนภายนอกจวน บนถนนยาวเหยียด จ้าวเสวียนหลางจัด "โต๊ะจีนเลี้ยงฟรี" แบบไม่อั้น พ่อครัวจากทุกภัตตาคารในตำบลถูกเหมามาทำอาหารที่นี่ ใครผ่านมาแค่เอ่ยคำว่า "ยินดีด้วย" ก็มีสิทธิ์นั่งกินจนพุงกาง

ในห้องโถงหลัก มีโต๊ะพิเศษ 3 โต๊ะสำหรับบุคคลชั้นนำของตำบล

ชิวเซิงและเหวินไฉไม่มีสิทธิ์นั่งในห้องโถง ต้องไปนั่งที่ลานบ้าน แต่แค่นั้นสองหน่อก็ฟินจนน้ำตาไหล อาหารหรูหราที่เกิดมาไม่เคยเห็นวางเรียงรายเต็มโต๊ะ ทั้งสองโซ้ยแหลกไม่สนภาพลักษณ์ ปากเคี้ยวตุ้ยๆ สายตาก็สอดส่ายมองสาวงาม

เริ่นถิงถิงและคุณหนูตระกูลอื่นแต่งตัวสวยมาร่วมงาน สองศิษย์จอมทะลึ่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยสายตาหวานเยิ้ม โดยเฉพาะเริ่นถิงถิงที่โดนจ้องจนแทบพรุน ทำเอาสาวๆ หลายคนขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ ถ้าไม่เกรงใจอาจารย์จิ่วและเจ้าภาพคงได้มีด่ากราดกันบ้าง

โต๊ะประธานมี 10 ที่นั่ง ประกอบด้วย จ้าวเสวียนหลาง, อาจารย์จิ่ว, อาเวย, นายกเทศมนตรี, เริ่นฟา, ผู้อาวุโสตระกูลเริ่น 2 ท่าน และคฤหบดีใหญ่อีก 3 ท่าน

ตามศักดิ์แล้วอาเวยไม่ควรได้นั่งตรงนี้ แต่จ้าวเสวียนหลางจงใจยกเก้าอี้ให้ เพื่อเป็นการประกาศว่าอาเวยคือคนของเขา เป็นการเพิ่มบารมีให้อาเวยทางอ้อม ผู้หลักผู้ใหญ่คนอื่นเห็นแก่หน้าเจ้าภาพจึงไม่มีใครทักท้วง อาเวยจึงยืดจนตัวแทบแตกด้วยความภูมิใจ

งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างชื่นมื่น สุรารสเลิศ อาหารรสโอชา เมื่อทุกคนอิ่มหนำสำราญ จ้าวเสวียนหลางสั่งให้เคลียร์โต๊ะและเสิร์ฟชาชั้นดีพร้อมขนมหวาน

ได้จังหวะที่เหมาะสม จ้าวเสวียนหลางลุกขึ้นเดินตรงไปหาอาจารย์จิ่ว ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อทั้งห้อง

เขายืนนิ่ง สงบสำรวม ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมที่สุด...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - แหวนมิติและงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว