- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอแค่มีชีวิตรอดและร่ำรวยก็พอ
- บทที่ 37 - การคัดเลือก
บทที่ 37 - การคัดเลือก
บทที่ 37 - การคัดเลือก
บทที่ 37 - การคัดเลือก
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ด้วยคุณสมบัติที่เสิ่นชิงอีแสดงออกมา ต่อให้ไม่ได้เป็นศิษย์ของยอดเขาเทียนสุ่ยของพวกเขา ก็คงมีเจ้าของยอดเขาและผู้อาวุโสท่านอื่นแย่งชิงตัวกันหัวร้างข้างแตก ของวิเศษจำพวกยาวิเศษในอนาคตย่อมมีให้ใช้ไม่ขาดมือ
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นตกใจกับยาวิเศษระดับต่ำเพียงไม่กี่เม็ด
เมื่อเห็นว่าเสิ่นชิงอีกินยาและเริ่มดูดซับฤทธิ์ยาแล้ว ฉู่อวี้เหลียงก็ไม่รบกวนนางอีก เขาไปยืนรอผู้ผ่านการทดสอบคนอื่นๆ อยู่ด้านข้าง
ผู้เข้าร่วมการทดสอบคัดเลือกศิษย์ของสำนักวิถีวิญญาณแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่กลุ่มของเสิ่นชิงอีกลุ่มเดียว
แต่หลังจากผ่านการคัดกรองรอบแล้วรอบเล่า จำนวนคนที่หลงเหลืออยู่กลับมีน้อยนิด แทบไม่ถึงหนึ่งในสิบของผู้สมัครทั้งหมดด้วยซ้ำ
เมื่อทุกคนมากันครบแล้ว ฉู่อวี้เหลียงกวาดสายตามองคร่าวๆ ก็พอจะประเมินสถานการณ์การรับศิษย์ในครั้งนี้ได้
"ยินดีกับทุกท่านด้วย นับจากวินาทีนี้ไป พวกเจ้าคือศิษย์ของสำนักวิถีวิญญาณ!"
เหล่าผู้ผ่านการทดสอบที่อยู่ด้านล่างได้ยินคำพูดของฉู่อวี้เหลียง แววตาก็เปล่งประกายวาววับ
เพียงแค่ประโยคเดียวที่บอกว่าเป็นศิษย์สำนักวิถีวิญญาณ ก็เพียงพอที่จะทำให้เลือดลมในกายเดือดพล่าน
"ผลงานของพวกเจ้าในการทดสอบหลายด่านที่ผ่านมา ผู้อาวุโสในสำนักล้วนมองเห็นและได้ทำการจัดแบ่งระดับไว้แล้ว บางคนจะได้เข้าสู่สำนักฝ่ายใน หรืออาจโชคดีถึงขั้นถูกเจ้าของยอดเขาหรือผู้อาวุโสรับเป็นศิษย์ หรือแม้กระทั่งศิษย์สายตรง แต่บางคนอาจจะได้เป็นเพียงศิษย์สายนอกหรือศิษย์รับใช้ ข้าเชื่อว่าก่อนมาที่นี่พวกเจ้าคงพอจะรู้เรื่องพวกนี้มาบ้างแล้ว"
"แต่ว่า หากพวกเจ้าหลงระเริงกับความสำเร็จเพียงเท่านี้ หรือท้อแท้สิ้นหวังเพราะจุดเริ่มต้นที่ต่ำกว่าคนอื่น ข้าขอบอกเลยว่าพวกเจ้าแพ้แล้ว! นี่เป็นเพียงก้าวแรกที่พวกเจ้าได้เหยียบย่างเข้าสู่สำนักวิถีวิญญาณ! เป็นเพียงก้าวแรกในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร! โลกของผู้ฝึกตนนั้นกว้างใหญ่ไพศาลนัก! สำนักวิถีวิญญาณเมื่อเทียบกับโลกภายนอกแล้ว ก็เป็นเพียงเม็ดทรายในมหาสมุทร!"
"อนาคตข้างหน้า ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตรงนี้!"
ทุกคนเงยหน้ามองฉู่อวี้เหลียงบนแท่นสูง ฟังถ้อยคำอันหนักแน่นทรงพลังของเขา หัวใจก็พองโตด้วยความฮึกเหิม
ในตำหนักข้าง ท่านผู้เฒ่าฉีและคณะเองก็ได้รับผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ
ท่านผู้เฒ่าฉีกำถุงสมบัติในมือแน่น ในใจรู้สึกหนักอึ้งเล็กน้อย
ในกระจกวารี ทายาทของตระกูลเขาได้เข้าสำนักวิถีวิญญาณ และแม่หนูคนนั้นก็ได้เข้าสำนักวิถีวิญญาณเช่นกัน
ของรางวัลที่อยู่ในมือตอนนี้ เป็นเพียงรางวัลพื้นฐานสำหรับการแนะนำศิษย์ทั่วไป หากมีใครคนใดคนหนึ่งได้เข้าเป็นศิษย์ฝ่ายใน หรือไปเตะตาผู้อาวุโสท่านใดเข้า รางวัลที่จะได้รับย่อมมากมายมหาศาลกว่านี้หลายเท่า
แม้ผลงานของหลิงเอ๋อร์จะถือว่าดี แต่เมื่อเทียบกับผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมด นางก็ยังไม่ใช่คนที่โดดเด่นที่สุด
ผิดกับแม่หนูคนนั้นที่เรียกได้ว่าเป็นยอดมงกุฎของรุ่นนี้อย่างแท้จริง
ช่างตรงกับสุภาษิตที่ว่า ตั้งใจปลูกดอกไม้ดอกไม้ไม่บาน แต่ปักกิ่งหลิวโดยไม่ตั้งใจกลับกลายเป็นร่มเงาเสียอย่างนั้น
คนรอบข้างเห็นถุงสมบัติในมือท่านผู้เฒ่าฉี ก็อดรู้สึกอิจฉาตาร้อนไม่ได้
"พี่ฉี ครั้งนี้ท่านเดินหมากได้สวยจริงๆ มีสองคนนั้นอยู่ อนาคตของพี่ฉีรุ่งโรจน์แน่นอน"
"ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรใครจะไปรู้อะไรแน่นอน โลกนี้ชื่นชมอัจฉริยะก็จริง แต่คนที่จะเติบโตจนกลายเป็นยอดฝีมือได้จริงๆ นั่นต่างหากถึงจะเรียกว่าอัจฉริยะตัวจริง"
"ตอนนี้พวกเขายังเด็ก ยังไม่เคยผ่านลมฝนคาวเลือดของยุทธภพ ย่อมมีความฮึกเหิมเป็นธรรมดา รอให้ได้เจอของจริงก่อนเถอะ เดี๋ยวก็รู้เอง บางครั้งพรสวรรค์ที่ดีก็ไม่ได้การันตีทุกอย่าง"
"เหอะ บางคนก็แค่อิจฉา มีปัญญาก็ไปหาเด็กพรสวรรค์มาบ้างสิ! พรสวรรค์ก็ถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่งเหมือนกันนั่นแหละ!"
"เจ้า!"
ท่านผู้เฒ่าฉีคร้านจะสนใจถ้อยคำถากถางรอบข้าง เขาจดจ่ออยู่กับภาพในกระจกวารี
เมื่อเห็นฉีหลิงเอ๋อร์ที่ดูทำตัวไม่ถูกถูกศิษย์พี่พาตัวไป ขอบตาของเขาก็ร้อนผ่าว
อย่างไรเสียก็นางเป็นเด็กที่เขาและคนในตระกูลเฝ้าทะนุถนอมเลี้ยงดูมาอย่างดี
การเข้าสำนักวิถีวิญญาณในครั้งนี้ กว่าจะได้พบกันอีกครั้งอาจต้องรอไปอีกหลายปี หรือไม่แน่ว่าอาจจะเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์...
เสิ่นชิงอีมองดูคนรอบกายที่ค่อยๆ ลดน้อยลง จนสุดท้าย ในลานกว้างอันใหญ่โต เหลือคนอยู่ไม่ถึงห้าสิบคน
[จบแล้ว]