- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอแค่มีชีวิตรอดและร่ำรวยก็พอ
- บทที่ 27 - ความผันแปร
บทที่ 27 - ความผันแปร
บทที่ 27 - ความผันแปร
บทที่ 27 - ความผันแปร
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
การทดสอบด่านนี้ สำหรับปุถุชนที่ยังไม่เคยผ่านการฝึกฝนย่อมต้องทรมานกว่าผู้ที่มีพื้นฐานมาแล้วเป็นธรรมดา
บางทีอาจมีคนรู้สึกว่านี่มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย แต่โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ก็ไม่เคยมีความยุติธรรมมาตั้งแต่ต้นแล้ว
บางคนเกิดมาพร้อมกองภูเขาขุมทรัพย์ทรัพยากรที่ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด บางคนแค่จะหาข้าวกินสักมื้อยังยากลำบาก บางคนเกิดมาพร้อมพรสวรรค์เทียมฟ้า แต่บางคนกลับเกิดมาพร้อมร่างกายที่พิการไม่สมประกอบ...
หากเทียบกับความโหดร้ายในโลกผู้บำเพ็ญเพียรของจริงแล้ว บททดสอบแค่นี้ยังถือว่าเด็กๆ ยิ่งนัก
ทว่าถึงจะดูไม่ยุติธรรมไปบ้าง แต่นี่ก็ยังเป็นการทดสอบของสำนักใหญ่ อย่างไรเสียก็ต้องมีขอบเขต
อย่างน้อยที่สุด ความแตกต่างระหว่างผู้เข้าทดสอบในแต่ละสนามก็ไม่ได้ห่างชั้นกันจนเกินไปนัก
มีการแบ่งเกณฑ์ตามระดับการบำเพ็ญเพียรและช่วงอายุ
แต่แม่หนูน้อยในกระจกวารีคนนั้น กลับดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาต่อความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย
ก็ไม่รู้ว่า "พรสวรรค์พิเศษ" นี้จะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่ เพียงแต่ความพิเศษของเสิ่นชิงอีจุดนี้ ทำให้เหล่าผู้อาวุโสอดที่จะจับตามองนางเพิ่มขึ้นอีกนิดไม่ได้
ส่วนทางด้านเหล่าผู้อาวุโสระดับแก่นทองคำและเจ้าของยอดเขาต่างๆ กลับคอยชำเลืองมองไปยังเหล่าปรมาจารย์ระดับวิญญาณใหม่ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงสุดเป็นระยะ
เพราะตัวเอกของการรับศิษย์ในครั้งนี้คือท่านปรมาจารย์ผู้นั้น
เซี่ยซิงเฉินหันไปมองเสียนฉือด้วยความตื่นเต้นระคนกังวล
"เป็นอย่างไรบ้าง ศิษย์พี่เสียนฉือ พอมองออกหรือไม่ว่าคนไหนคือศิษย์ลิขิตฟ้าของศิษย์พี่ข้า"
เหล่าผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำและระดับวิญญาณใหม่ที่อยู่รายรอบต่างพากันหูผึ่ง
เสียนฉือได้ยินดังนั้นก็หันกลับไปมองภาพในกระจกวารีที่ลอยเด่นอยู่กลางโถงอีกครั้ง
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"โธ่! ศิษย์พี่! ท่านอย่าขมวดคิ้วสิ!"
เซี่ยซิงเฉินกลัวท่านศิษย์พี่จอมเทพพยากรณ์คนนี้ขมวดคิ้วที่สุด
ศิษย์พี่สายเลือดเดียวกันของเขาที่เป็นเจ้าของดวงพิฆาตญาติมานับหมื่นปี กว่าจะรอจนได้เจอศิษย์ลิขิตฟ้าเพียงคนเดียวในชีวิต ตัวเขาในฐานะศิษย์น้อง พอได้เห็นท่าทางเฉยเมยเย็นชาของศิษย์พี่เสียนฉือแล้ว มันร้อนรนจนแทบจะบ้าตายแทนเจ้าตัวเขาเสียอีก
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย
แต่จะให้ไม่สนใจก็ไม่ได้ สายการสืบทอดของพวกเขารุ่นนี้เหลือเพียงแค่เขากับศิษย์พี่สือถงโจวแค่สองคน ส่วนท่านอาจารย์ ลุง และบรรพชนคนอื่นๆ ที่เลื่อนขั้นสู่ระดับถอดกายจิตได้ ต่างก็เดินทางไปยังแดนกลางกันหมดแล้ว
ในฐานะศิษย์น้องแท้ๆ เพียงคนเดียวของศิษย์พี่สือถงโจว เมื่อศิษย์พี่เป็นคนเย็นชา ไม่ประสาเรื่องความสัมพันธ์ เขาก็ต้องเป็นคนแบกรับหน้าที่ร้อนใจแทนศิษย์พี่นี่แหละ
เซี่ยซิงเฉินอดถอนหายใจไม่ได้ น่าเสียดายที่ท่านอาจารย์ไม่อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นหากท่านได้เห็นท่าทางของเขาในวันนี้ ท่านคงต้องเอ่ยปากชมว่าเขารู้จักโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแน่ๆ!
หลังจากเสียนฉือขมวดคิ้วมองกระจกวารีอยู่พักใหญ่ คิ้วของเขาก็ไม่ได้คลายออก หนำซ้ำยังขมวดแน่นกว่าเดิม
มือภายใต้ชายเสื้อขยับนิ้วคำนวณแล้วคำนวณเล่า
ท้ายที่สุดเขาก็หันไปมองเซี่ยซิงเฉินและสือถงโจว
"ศิษย์น้องเซี่ยไม่ต้องกังวล ศิษย์ลิขิตฟ้าของศิษย์พี่สือปรากฏตัวแล้ว เพียงแต่..."
เซี่ยซิงเฉินเพิ่งจะวางใจได้ไม่ทันไร พอได้ยินคำว่า เพียงแต่ หัวใจก็กระดอนกลับขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยอีกครั้ง
"ท่านอย่ามา เพียงแต่ สิ!"
ประโยคดีๆ พอมีคำว่าเพียงแต่ต่อท้ายทีไร มักจะมีเรื่องราวหักมุมให้ใจหายใจคว่ำทุกที
สือถงโจวที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดก็อดไม่ได้ที่จะหันมามอง
"เพียงแต่... เป็นอย่างไร?"
สีหน้าของเสียนฉือดูซับซ้อนชอบกล
"เพียงแต่ว่า เส้นทางดวงชะตาเดิมดูเหมือนจะเบี่ยงเบนไปจากเดิมเล็กน้อย"
สือถงโจวหรี่ตาลงเล็กน้อย
ฉายาผู้หยั่งรู้บัญชาสวรรค์ของศิษย์น้องผู้นี้ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย
ในเมื่อนิมิตปรากฏชัดแล้ว แต่กลางคันกลับมีความเปลี่ยนแปลง...
"หรือว่าจะมีคนสอดมือเข้ามาปั่นป่วน?"
เซี่ยซิงเฉินทนไม่ได้ที่สุดหากจะมีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญเช่นนี้ เขากลัวเหลือเกินว่าจะมีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาก่อกวน แม้การบิดเบือนบัญชาสวรรค์จะเป็นเรื่องยากเข็ญ แต่ก็ใช่ว่าจะมีคนทำไม่ได้เสียทีเดียว แม้คนผู้นั้นจะต้องแลกด้วยการถูกทัณฑ์สวรรค์ลงทัณฑ์ก็ตาม
แต่ที่น่ากลัวคือพวกบ้าเลือดที่ไม่กลัวตาย ยอมแลกชีวิตเพื่อปั่นป่วนบัญชาสวรรค์นี่สิ
เสียนฉือส่ายหน้า
"ตัวข้าเองก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย... แต่ข้ามั่นใจอยู่อย่างหนึ่ง"
ดวงตาของเสียนฉือเบนกลับมามองศิษย์น้องร่วมอาจารย์ที่นั่งอยู่ข้างกาย
เซ่อจื่อเจียงถูกสายตาของเสียนฉือจ้องมองจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เขาล่ะกลัวศิษย์พี่จอมเทพพยากรณ์คนนี้ใช้สายตาแบบนี้มองเขาที่สุดเลย
[จบแล้ว]