เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 - เริ่มต้นออกเดินทาง

บทที่ 21 - เริ่มต้นออกเดินทาง

บทที่ 21 - เริ่มต้นออกเดินทาง


บทที่ 21 - เริ่มต้นออกเดินทาง

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"เจ้าอย่าได้เสียดายไปเลยนะ พวกเราน่ะอะไรที่ควรประหยัดก็ต้องประหยัด อะไรที่สมควรจ่ายก็ต้องจ่าย..."

"รีบไปเถอะ รีบไป! ช่างเถอะ! ข้าไปตลาดเซียนเป็นเพื่อนเจ้าดีกว่า เจ้าไม่รู้อะไร พ่อค้าแม่ค้าบางร้านในตลาดเซียนน่ะงกจะตายไป พูดไปแล้วก็กลัวว่าเห็นเจ้าเป็นเด็กแล้วจะรังแกเอาได้ เดี๋ยวจะโดนโก่งราคาเปล่าๆ ไปกันเถอะ! ไปๆ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้พาเจ้าไปเอง!"

จ้าวจี้พาเสิ่นชิงอีเดินตะลุยเที่ยวชมตลาดเซียนอย่างกระตือรือร้น

เวลาสามวันผ่านไปไวเหมือนโกหก

ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เสิ่นชิงอีก็แต่งกายเรียบร้อย สะพายห่อผ้าใบใหญ่ไว้ด้านหลัง ยืนรออย่างเงียบสงบอยู่ที่หน้าประตูสำนักศึกษา

"แอ๊ด!"

ประตูใหญ่ของสำนักศึกษาถูกผลักเปิดออกจาด้านใน

ท่านผู้เฒ่าฉีแต่งกายเต็มยศ ด้านหลังมีฉีหลิงเอ๋อร์เดินตามมาด้วย

เมื่อเห็นว่าเสิ่นชิงอีตื่นมารอแต่เช้าตรู่เช่นนี้ ท่านผู้เฒ่าฉีก็อดเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจไม่ได้

"เป็นอะไรไป? กลัวว่าตาเฒ่าคนนี้จะพาคนหนีไปก่อนรึไง"

ฉีหลิงเอ๋อร์คว้าชายเสื้อของท่านผู้เฒ่าฉีเอาไว้

"ท่านบรรพชน นางก็คงกลัวพวกเราทิ้งนางแล้วไปกันก่อนนั่นแหละเจ้าค่ะ!"

ท่านผู้เฒ่าฉีลูบศีรษะของฉีหลิงเอ๋อร์เบาๆ

"เอาเถอะน่า แม่หนูชิงอีไม่เหมือนเจ้านี่นา ที่วันๆ เอาแต่นอนตื่นสายตะวันโด่ง"

"ท่านบรรพชน! ท่านเผาข้าอีกแล้วนะ! ฮึ! ข้าไม่คุยกับท่านแล้ว!"

ฉีหลิงเอ๋อร์กระทืบเท้าด้วยความขัดใจเล็กน้อย

ท่านผู้เฒ่าฉีหัวเราะร่าพร้อมกับตบศีรษะนางเบาๆ อีกครั้ง

"เอาล่ะๆ ฟ้าเริ่มสางแล้ว ได้เวลาออกเดินทางกันเสียที"

ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยังลานกว้างขนาดเล็กแห่งหนึ่งในตลาดเซียน ซึ่งเป็นจุดรวมพลของผู้ที่จะเข้าร่วมการทดสอบในวันนี้

ตอนที่ทั้งสามคนไปถึง ก็มีคนมารรออยู่ก่อนแล้วจำนวนหนึ่ง

เด็กน้อยบางคนยังคงหวาดกลัวจนต้องซุกตัวร้องไห้กระซิกๆ อยู่ในอ้อมกอดของผู้ปกครอง

ผู้ที่จะเดินทางไปยังแดนบูรพา นอกจากเหล่าเด็กๆ ที่จะเข้าร่วมการทดสอบแล้ว ก็ยังมีผู้คุ้มกัน และตัวแทนผู้ดูแลจากแต่ละพื้นที่ ซึ่งท่านผู้เฒ่าฉีก็มาในฐานะผู้ดูแลของสำนักศึกษาชิงจื้อ

เมื่อท่านผู้เฒ่าฉีมาถึง ก็เริ่มทักทายพูดคุยกับคนที่รู้จัก ส่วนเสิ่นชิงอีและฉีหลิงเอ๋อร์ก็ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง

ดูเหมือนว่าคนผู้นั้นจะมีความสัมพันธ์อันดีกับท่านผู้เฒ่าฉีไม่น้อย เมื่อเห็นเด็กหญิงสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังท่านผู้เฒ่าฉี จึงอดเอ่ยแซวขึ้นมาไม่ได้

"ได้ยินมานานแล้วว่าบ้านพี่ฉีมีอัจฉริยะตัวน้อยอยู่คนหนึ่ง นึกไม่ถึงเลยว่าที่แท้ในบ้านจะมีต้นกล้าชั้นดีถึงสองคน ซุกซ่อนไว้ลึกจริงๆ นะเนี่ย! ไม่เบาเลยนะเรา! ไม่เบาเลย!"

คำพูดของชายชราทำให้ผู้ดูแลคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว ฉีหลิงเอ๋อร์นั้นนับว่ามีชื่อเสียงในแถบนี้พอสมควร

ตอนที่นางทดสอบได้รากปราณคู่ทอง-ไฟ เรื่องนี้ถึงกับสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งย่าน สำนักธาราสวรรค์เคยมาขอตัวนางไปหลายครั้ง แม้แต่สำนักอื่นๆ ในแดนอุดรก็ยังแห่กันมาตามคำร่ำลือ

น่าเสียดายที่ตระกูลฉีปฏิเสธไปทั้งหมด

แม้แต่บรรพชนระดับแก่นทองคำของสำนักธาราสวรรค์ยังเคยมาเยือนด้วยตนเอง แต่ก็ถูกผู้นำตระกูลหลักของตระกูลฉีปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล

จะบอกว่าสำนักธาราสวรรค์ไม่พอใจก็คงใช่ แต่ผู้นำตระกูลฉีเองก็ฉลาดเฉลียว อีกทั้งได้ข่าวว่าตระกูลฉียังมีท่านรองคนหนึ่งทำธุรกิจร่วมกับตระกูลใหญ่ในแดนทักษิณบูรพาอยู่ด้วย

ท้ายที่สุดสำนักธาราสวรรค์กับตระกูลฉีก็ตกลงผลประโยชน์บางอย่างที่ลงตัวกันได้ ทั้งสองฝ่ายจึงยอมถอยคนละก้าว

ท่านผู้เฒ่าฉีหันกลับมามองฉีหลิงเอ๋อร์และเสิ่นชิงอี

เขายิ้มพลางลูบเคราเบาๆ

"แม่หนูคนนั้นไม่ใช่ศิษย์อัจฉริยะของบ้านข้าหรอก นางเพียงแค่ติดตามข้ามาเพื่อเสี่ยงดวงดูเท่านั้น นางชื่อเสิ่นชิงอี"

"โอ้?"

ชายชราและคนอื่นๆ อดไม่ได้ที่จะมองไปยังคนที่ท่านผู้เฒ่าฉีเอ่ยถึง

"ที่แท้ก็ไม่ใช่ยอดฝีมือที่บ้านพี่ฉีซ่อนไว้หรอกรึ แต่ว่าคนที่พี่ฉีมองเห็นแวว ย่อมต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่! แม่หนูน้อยคนนี้ดูเฉลียวฉลาด แววตาสใสกระจ่าง ดูแล้วอนาคตคงไม่ธรรมดาแน่!"

พอชายร่างผอมเอ่ยชมเช่นนี้ คนอื่นๆ ก็พลอยเออออห่อหมกตามไปด้วย

ท่านผู้เฒ่าฉีเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร

คำพูดพวกนี้คนตาถึงย่อมดูออกว่าก็แค่คำเยินยอตามมารยาทเท่านั้น

ดูจากอายุกระดูกของเสิ่นชิงอีและร่างกายที่ไร้ซึ่งคลื่นพลังปราณ ใครที่เป็นผู้ฝึกตนย่อมมองออกได้ทันที

ทว่าชายคนนั้นพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง แววตาของเด็กคนนี้ใสกระจ่างมากจริงๆ ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรทุกวันนี้ ยากนักที่จะได้เห็นแววตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์เช่นนี้

เขาเองก็เอ็นดูแม่หนูคนนี้อยู่ไม่น้อย แต่หากนางผ่านพ้นครั้งนี้ไปแล้วยังไร้วาสนา...

เสิ่นชิงอีก้มหน้าลง ยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านข้าง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 21 - เริ่มต้นออกเดินทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว