- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในนิยายทั้งที ขอแค่มีชีวิตรอดและร่ำรวยก็พอ
- บทที่ 18 - ผู้มาเยือนจากสำนักธาราสวรรค์
บทที่ 18 - ผู้มาเยือนจากสำนักธาราสวรรค์
บทที่ 18 - ผู้มาเยือนจากสำนักธาราสวรรค์
บทที่ 18 - ผู้มาเยือนจากสำนักธาราสวรรค์
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ส่วนเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ หากพวกเขาให้ถือเป็นน้ำใจ หากไม่ให้ก็ถือเป็นเรื่องปกติ การคาดหวังมากเกินไปรังแต่จะทำให้เกิดความโลภในใจ
สิ่งที่นางควรทำคือจดจำบุญคุณ และเจียมเนื้อเจียมตัวทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด
จ้าวจี้เห็นท่าทางเกินวัยของแม่หนูน้อย ก็ได้แต่ส่ายหน้า
"เจ้ายังเด็กเกินไปจริงๆ"
เขายัดขวดกระเบื้องใบเล็กใส่มือนาง
"เอ้า นี่คือขี้ผึ้งสลายรอยช้ำที่ศิษย์พี่จากสำนักในให้ข้ามาเป็นรางวัลตอนไปช่วยจัดสวนคราวก่อน แม้จะเทียบไม่ได้กับยาวิเศษ แต่สำหรับบาดแผลภายนอกทั่วไปถือว่าได้ผลดีนักแล บ่ายนี้ข้าต้องกลับบ้าน คงไม่ได้อยู่คุยด้วย เจ้าดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ"
ตอนกำลังจะเดินจากไป จ้าวจี้ก็หันขวับกลับมา
"จริงสิ! เสิ่นชิงอี ถ้าเจ้ากล้าเอาขี้ผึ้งที่ข้าให้ไปขายแลกลูกปัดวิญญาณล่ะก็ เจ้าโดนดีแน่!"
เสิ่นชิงอีลูบจมูกแก้เก้อ นางเคยมีความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวจริงๆ...
ไม่ใช่แค่เพราะนางร้อนเงินต้องการลูกปัดวิญญาณ แต่เพราะนางรู้สึกว่าช่วงนี้ร่างกายทนทานต่อความหนาวเย็นได้ดีขึ้นมาก อาการมือบวมแดงแค่นี้เทียบกับเมื่อก่อนถือว่าเล็กน้อยมาก
"เสิ่นชิงอี!"
วันเวลาผ่านไปทีละวันอย่างเชื่องช้า
ในที่สุดก็เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนก่อนถึงวันทดสอบรับศิษย์ของสำนักวิถีวิญญาณ
ท่านผู้เฒ่าฉีและฉีหลิงเอ๋อร์เริ่มเตรียมตัวกันแล้ว
เสิ่นชิงอีเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แม้ช่วงที่ผ่านมานางจะขยันขันแข็งจนเก็บหินวิญญาณระดับต่ำได้เกือบสามก้อนแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายในการใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายเพื่อเดินทางไปสำนักวิถีวิญญาณนั้น อย่างน้อยต้องใช้ถึงสิบหินวิญญาณ นี่ขนาดยังไม่รวมค่ากินอยู่ระหว่างทางเลยด้วยซ้ำ
และสิ่งที่เสิ่นชิงอีคาดไม่ถึงก็คือ ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยปากขอร้องท่านผู้เฒ่าฉี สำนักศึกษาเล็กๆ แห่งนี้ก็ได้ต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์กลุ่มหนึ่ง และหนึ่งในนั้นก็นับว่าเป็น "คนคุ้นเคย" ของนางอยู่ครึ่งหนึ่ง
เฟิงลั่วได้รับคำสั่งจากสำนัก ให้เดินทางมายังตลาดเซียนแห่งนี้
แม้สำนักธาราสวรรค์จะเป็นเจ้าถิ่นผู้ยิ่งใหญ่ในแถบนี้ แต่ก็ใช่ว่าศิษย์อัจฉริยะทุกคนจะยินยอมพร้อมใจเข้าสังกัดสำนักธาราสวรรค์ ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรบางส่วนที่ไม่ต้องการ
เมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ในช่วงแรกสำนักธาราสวรรค์ใช้วิธีกดดันบีบคั้น แต่ผลลัพธ์กลับออกมาไม่ดีนัก ภายหลังจึงลองเปลี่ยนวิธีการ ในช่วงหลายปีมานี้ พวกเขาเริ่มปล่อยวาง ยอมให้ผู้ที่ไม่ต้องการเข้าสำนักธาราสวรรค์ได้ออกไปเผชิญโลกกว้าง แม้กระทั่งสนับสนุนให้ศิษย์อัจฉริยะในสังกัดได้มีโอกาสไปเข้าร่วมกับสำนักใหญ่ ผลลัพธ์กลับออกมาดีเกินคาด
ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรที่วัดกันด้วยพลังฝีมือ ศิษย์ที่ออกไปจากสำนักธาราสวรรค์ในแดนอุดรเหล่านั้น หากวันหน้าได้ดิบได้ดี ส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงถิ่นกำเนิดและกลับมาเกื้อกูล
วิธีการเช่นนี้กลับส่งผลดีต่อการพัฒนาของพวกเขาและแดนอุดรมากกว่า
ดังนั้น ทุกครั้งที่ถึงช่วงเวลานี้ หากมีลูกหลานผู้บำเพ็ญเพียรคนใดมีแววว่าจะได้เข้าสำนักใหญ่ ทางสำนักธาราสวรรค์ก็จะส่งตัวแทนศิษย์ไปแสดงความยินดีล่วงหน้า
และในตลาดเซียนเล็กๆ แห่งนี้ ผู้อาวุโสของสำนักก็ได้ข่าวมาว่ามีต้นกล้าชั้นดีอยู่หลายคน หนึ่งในนั้นก็คือฉีหลิงเอ๋อร์ที่มีโอกาสสูงมากที่จะได้เข้าสำนักใหญ่
เฟิงลั่วรับภารกิจนี้มาเยือนสำนักศึกษา
เพียงแต่เขาคาดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอเสิ่นชิงอีที่นี่
การพบกันอีกครั้ง เขาแทบจำไม่ได้ว่าเด็กหญิงผิวขาวอมชมพู รูปร่างสูงโปร่งขึ้นตรงหน้านี้ คือคนเดียวกับเด็กน้อยผอมแห้งตัวเหลืองที่ดูไร้ชีวิตชีวาคนนั้น
หากไม่ใช่เพราะกลิ่นอายบนตัวของเสิ่นชิงอียังคงเดิมไม่เปลี่ยน เขาคงไม่กล้าเชื่อมโยงนางเข้ากับเด็กน้อยในความทรงจำ
หลังจากเฟิงลั่วกล่าวแสดงความยินดีตามหน้าที่เสร็จ เขาก็มองไปยังเสิ่นชิงอีที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ไม่ไกล
"หลายวันมานี้ เจ้าอยู่ที่นี่ตลอดเลยหรือ?"
เสิ่นชิงอีพยักหน้า
จ้าวจี้มองดูทั้งสองคนสลับกันไปมา รู้สึกว่าสองคนนี้ดูเหมือนคนรู้จักกัน
แต่เสิ่นชิงอีตัวคนเดียวไร้ที่พึ่งไม่ใช่หรือ?
ผู้บำเพ็ญชายตรงหน้านี้ แม้จะเป็นเพียงศิษย์ฝ่ายนอกของสำนักธาราสวรรค์ แต่เมื่อเทียบกับเขาแล้วถือว่าแข็งแกร่งกว่ามาก
สำนักธาราสวรรค์อาจเทียบไม่ได้กับมหาอำนาจเหล่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ใครนึกอยากเข้าก็เข้าได้
หากเสิ่นชิงอีมีความสัมพันธ์อันดีกับคนผู้นี้ เหตุใดจึงไม่ขอความช่วยเหลือจากเขา แต่กลับมาอยู่ที่นี่...
จ้าวจี้คิดไม่ตก
เฟิงลั่วเม้มปาก เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"จะกลับไปไหม?"
เสิ่นชิงอีส่ายหน้าเบาๆ
"ชั่วคราวนี้คงยังไม่กลับเจ้าค่ะ"
เฟิงลั่วกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมรอบๆ
"ก็ดี"
สำหรับเด็กหญิงตรงหน้า สำนักธาราสวรรค์อาจจะไม่ใช่ที่ที่น่าอยู่เท่ากับสำนักศึกษาเล็กๆ แห่งนี้
[จบแล้ว]