- หน้าแรก
- ผมมีระบบเชฟเทวดา: พลิกชีวิตสู่เถ้าแก่
- บทที่ 41 - จะเป็นใครก็ช่างขอแค่อย่าทำร้านเสียชื่อก็พอ
บทที่ 41 - จะเป็นใครก็ช่างขอแค่อย่าทำร้านเสียชื่อก็พอ
บทที่ 41 - จะเป็นใครก็ช่างขอแค่อย่าทำร้านเสียชื่อก็พอ
บทที่ 41 - จะเป็นใครก็ช่างขอแค่อย่าทำร้านเสียชื่อก็พอ
กำลังคิดหาทางลงอยู่พอดี จู่ๆ ลูกค้าประจำของร้านเฟิงเติงโหลวคนหนึ่งก็เดินสวนมา
เถ้าแก่หลิวยิ้มกว้าง ประสานมือทักทาย "อ้าว พี่หลี่ ไม่เจอกันหลายวันเลยนะครับ"
"อุ๊ย เถ้าแก่หลิว!" พี่หลี่ทำหน้าเลิ่กลั่ก ทักทายกลับแบบเก้ๆ กังๆ
"กำลังจะไปทานข้าวที่ร้านใช่ไหมครับ มาๆๆ เดินไปด้วยกันเลย ทางเดียวกัน!" เถ้าแก่หลิวชวนเชิญอย่างเป็นกันเอง
พี่หลี่โบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่ล่ะครับ วันนี้ผมต้องรีบกลับบ้าน"
คุยตามมารยาทกันสองสามประโยค เถ้าแก่หลิวก็ขอตัวกลับร้าน
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว สังหรณ์ใจแปลกๆ เลยหันกลับไปมองลูกค้าประจำคนนั้น
อ้าวเฮ้ย!
ตาลุงนั่นดันเดินไปต่อแถวที่ร้านของไอ้เด็กฝึกงานเฉินจวินซะงั้น
"ชิส์" เถ้าแก่หลิวเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้
"เฮ~ถุย ไม่มีตังค์ก็บอกว่าไม่มีตังค์ จะมาฟอร์มจัดทำไม!"
"ลดตัวไปกินร้านข้างทางแบบนั้น ตาต่ำชะมัด"
หาไอ้ตัวต้นเรื่องที่มาแย่งลูกค้าไม่เจอ เถ้าแก่หลิวก็หงุดหงิดพอแรงแล้ว พอมาเห็นลูกค้าประจำหนีไปกินร้านข้างถนนอีก ยิ่งทำให้เขาอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม
พอกลับถึงร้านเฟิงเติงโหลว ก้นยังไม่ทันแตะเก้าอี้ เชฟเหลียงก็เดินดุ่มๆ ออกมาจากครัว
มองหน้าเถ้าแก่หลิวแล้วถามเสียงห้วน "เป็นไงเถ้าแก่ ตกลงเจอตัวไหม?"
น้ำเสียงแบบนี้ มันจ้องจะซ้ำเติมกันชัดๆ
นั่นไง กะไว้แล้วเชียว!
เถ้าแก่หลิวถอนหายใจเบาๆ ส่ายหน้า "เจ้านั่นสงสัยจะรู้ข่าว วันนี้เลยไม่กล้าโผล่หัวมา"
"เหอะ ตกลงว่าไม่มา หรือว่ามันไม่มีตัวตนอยู่จริงกันแน่?" เชฟเหลียงแขวะเข้าให้
"ไม่มาจริงๆ เมื่อวานผมสืบข่าวมาแล้ว คาดว่าคงไม่กลับมาขายแถวนี้แล้วล่ะ" เถ้าแก่หลิวเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะแถต่อ "ผมเดาว่าน่าจะเป็นลูกศิษย์ของยอดเชฟสักคน ถูกส่งมาฝึกวิชาข้างถนน พอครบกำหนดสองสามวันก็กลับไปแล้ว"
แต่เชฟเหลียงไม่กินหญ้า หาไม่เจอก็คือหาไม่เจอ จะมาชักแม่น้ำทั้งห้าทำไม
"ในเมื่อหาตัวไม่เจอ งั้นค่าถั่วเมื่อวานจะมาหักเงินฝ่ายครัวไม่ได้นะ!"
เชฟเหลียงไม่ได้เสียดายเงินหรอก แต่เขาไม่ยอมรับความผิดที่ไม่ยุติธรรม
ชัดเจนว่าร้านอื่นจ้างหน้าม้ามาป่วน แต่เถ้าแก่หลิวดันหูเบาเชื่อคนง่าย
เถ้าแก่หลิวพยักหน้าอย่างจำยอม รับปากไปส่งๆ
จังหวะที่เชฟเหลียงกำลังจะหันหลังกลับเข้าครัว เถ้าแก่หลิวก็รีบรั้งตัวไว้
"เเล้ว เชฟเหลียงอย่าเพิ่งไปสิ เมื่อกี้ผมออกไปเจอคนคนหนึ่งมา คุณน่าจะคุ้นเคยดี"
"ใคร?" เชฟเหลียงทำหน้างง
เถ้าแก่หลิวยิ้มเจ้าเล่ห์ "ก็ไอ้เด็กฝึกงานที่โดนครัวไล่ออกไปเป็นเบ๊ไง ตอนนี้มันออกมาตั้งแผงขายกับข้าวแล้วนะ"
โดนครัวไล่ออก?
เชฟเหลียงหรี่ตา นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
เด็กฝึกงานในร้านมีเป็นโขยง พวกที่ผ่านเข้าออกในครัวยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่
เขาไล่ตะเพิดคนไปเป็นสิบๆ ใครจะไปจำได้หมด
"ตกลงมันเป็นใครกันแน่?"
เถ้าแก่หลิวไม่ตอบ ยืนอมยิ้มกวนประสาทเชฟเหลียงเล่น
เมื่อกี้โดนเชฟเหลียงตอกหน้ามา ตอนนี้เห็นอีกฝ่ายร้อนรนบ้างก็สะใจดี
คนอย่างเชฟเหลียงขี้สงสัยจะตาย ถ้าไม่ได้คำตอบคืนนี้คงนอนไม่หลับ
"โว๊ะ! ลีลาอยู่ได้ คนที่ผมไล่ออกมีตั้งเยอะแยะ ผมจะไปตรัสรู้ได้ไงว่าเป็นใคร?"
"ที่บอกว่าไปตั้งแผงเนี่ย มันเคยขึ้นเตามาก่อนหรือเปล่า?"
เถ้าแก่หลิวยังคงยิ้มไม่หุบ ปล่อยให้เชฟเหลียงเต้นเร่าๆ อยู่ตรงนั้น
"เออ! ไม่บอกก็ช่างหัวมัน เดี๋ยวผมออกไปดูเองก็ได้"
"เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งใจร้อน!"
เถ้าแก่หลิวรีบดึงแขนเชฟเหลียงไว้ "ผมก็จำชื่อมันไม่ได้เหมือนกัน จำได้แค่ว่าอยู่บ้านเดียวกับซ่าจู้ บ้านจนๆ ชอบลางานบ่อยๆ น่ะ"
อยู่บ้านเดียวกับซ่าจู้?
ได้ยินคำใบ้นี้ เชฟเหลียงก็ร้องอ๋อทันที
"อ้อ หมายถึงไอ้เฉินจวินน่ะเหรอ ไอ้เด็กนั่นมันพวกปากหนัก วันๆ ไม่พูดไม่จา ขนาดเตายังไม่เคยแตะ แล้วมันจะไปตั้งแผงขายอะไรได้?"
"มันไม่ได้เอาชื่อร้านเราไปแอบอ้างใช่ไหม?"
สิ่งที่เชฟเหลียงกลัวที่สุดคือเฉินจวินจะเอาชื่อ 'เด็กฝึกงานร้านเฟิงเติงโหลว' ไปหากิน แล้วทำอาหารหมาไม่แดกจนร้านเสียชื่อ
เถ้าแก่หลิวพยักหน้า "ใช่ๆๆ ชื่อเฉินจวินนั่นแหละ เห็นตั้งแผงอยู่ข้างนอก แต่ไม่ได้ขึ้นป้ายชื่อร้านเราหรอก ไม่งั้นผมพังร้านมันไปแล้ว!"
"แต่ไอ้เด็กนี่มันหัวหมอ เห็นร้านดังขายอะไรก็ก๊อปปี้เมนูมาขายบ้าง เห็นหมูผัดพริกขายดี มันก็ทำขายตาม คนหลงไปกินเยอะเหมือนกัน"
"ขนาดอีตาพี่หลี่ลูกค้าประจำเรา วันนี้ยังหลงกลไปกินร้านมันเลย"
เชฟเหลียงโบกมืออย่างไม่ยี่หระ ลูกค้าจะไปกินที่ไหนมันก็เรื่องของเขา ขอแค่เฉินจวินไม่ทำให้ร้านเฟิงเติงโหลวเสียชื่อเสียงก็พอ
ตัดภาพมาที่ถนนอีกฝั่ง
เฉินจวินกำลังผัดกับข้าวหัวหมุน ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนเถ้าแก่หลิวแห่งร้านเฟิงเติงโหลวนินทาระยะเผาขน
"เถ้าแก่ ปลาจี้อบเต้าหู้ยังมีไหม ขออีกจานสิ รสชาติสะใจมาก"
"เฮ้ยๆ รู้กฎหน่อย อยากกินก็ไปต่อแถวใหม่สิพี่!"
"เถ้าแก่ เงินวางนี่นะ ขอหมูผัดพริกกับไส้หมูผัดต้นหอม ไส้หมูขอเผ็ดๆ ยิ่งเผ็ดกูยิ่งชอบ"
"ขอข้าวสองถ้วยด้วย เติมข้าวไม่ต้องต่อคิวใช่ไหม?"
"ไม่ต้องๆ ข้าวตักเองได้เลย อย่าไปกวนเถ้าแก่เขา"
เฉินจวินมือควงตะหลิวไม่หยุด ปากก็สั่งงานหลินเหยาให้เก็บเงิน ดูจากความชุลมุนวันนี้ เผลอๆ ยอดขายน่าจะทะลุร้อยห้าสิบหยวน!
หลินเหยารับเงินเสร็จก็ชะโงกหน้าดูถังข้าว "พี่ ข้าวหมดแล้ว!"
"นึ่งเพิ่มเลย ใครรอไม่ไหวก็เอาหมั่นโถวไปก่อน"
"ได้เลย เดี๋ยวหนูไปนึ่งเดี๋ยวนี้แหละ"
พอเฉินจวินผัดหมูเสร็จกระทะหนึ่ง ลูกค้าชุดใหม่ก็กรูกันเข้ามาสั่งต่อทันที
"เถ้าแก่ พวกผมสั่งไส้หมูผัดต้นหอมกันหมดเลย ผัดรวมมาทีเดียวได้เลยครับ เงินอยู่นี่"
"จัดไป ไส้หมูรอแป๊บเดียว" เฉินจวินรับคำ สั่งหลินเหยาเก็บเงิน แล้วเริ่มบรรเลงเพลงกระทะเหล็กต่อ
กว่าจะได้พักหายใจหายคอก็ปาเข้าไปบ่ายสองกว่า
เฉินจวินกระดกชารวดเดียวหมดแก้ว แล้วคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดเหงื่อที่โซมกาย
ถึงจะเป็นหน้าหนาว แต่หน้าเตาร้อนระอุจนเหงื่อท่วมตัว
ของสดที่เตรียมมาขายเกลี้ยงแผง ขนาดน้ำแกงก้นหม้อปลาจี้อบเต้าหู้ ยังโดนลูกค้าตักไปราดข้าวจนแห้งขอด
ไม่รู้ใครเป็นคนเริ่มธรรมเนียมนี้ พอขายหมดปุ๊บ เศษผักเศษน้ำแกงก็โดนกวาดเรียบวุธ
พวกนี้นี่กินดุจริงๆ ไม่ปล่อยให้เหลือแม้แต่หยดเดียว
หลินเหยาเองก็เหนื่อยจนต้องนั่งนวดไหล่อยู่บนเก้าอี้ กำลังจะเปิดกระเป๋านับเงิน แต่เหลือบไปเห็นท่านหลิ่วยังนั่งอยู่ไม่ไปไหน
"อ้าว ท่านหลิ่ว วันนี้ทำไมอยู่ดึกจังครับ?" เฉินจวินทักทายด้วยรอยยิ้ม
ปกติตาแก่นี่กินอิ่มก็จรลี รีบเปิดทางให้ลูกค้าคนอื่น
แต่วันนี้แปลก ภรรยากลับไปแล้ว แต่ตัวแกยังนั่งแช่อยู่
ท่านหลิ่วยิ้มตาหยี ลุกเดินมานั่งข้างๆ เฉินจวิน ถอนหายใจอย่างชื่นชม "ปลาจี้อบเต้าหู้วันนี้เด็ดดวงจริงๆ ไส้หมูก็เยี่ยมยอด อายุแค่นี้ทำอาหารได้ขนาดนี้ อนาคตไกลแน่นอนไอ้หนุ่ม!"
[จบแล้ว]