เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - ขายดีจนร้านแทบแตก หมูตุ๋นฟีเวอร์!

บทที่ 29 - ขายดีจนร้านแทบแตก หมูตุ๋นฟีเวอร์!

บทที่ 29 - ขายดีจนร้านแทบแตก หมูตุ๋นฟีเวอร์!


บทที่ 29 - ขายดีจนร้านแทบแตก หมูตุ๋นฟีเวอร์!

ปู่หลิ่วกระเป๋าหนัก เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แกสนแค่ว่าหมูตุ๋นจะอร่อยสมราคาคุยหรือเปล่า

แต่สำหรับลูกค้าคนอื่นๆ กระเป๋าตังค์ไม่ได้ตุงเหมือนท่านปู่

แปดสิบสตางค์สำหรับหมูตุ๋นหนึ่งจานถือว่าแพงเอาเรื่อง ราคานี้เอาไปซื้อหมูสามชั้นสดในตลาดได้ตั้งเกือบกิโล

แต่กลิ่นหอมยั่วยวนใจมันช่างทรมานพยาธิในท้องเหลือเกิน ไหนๆ ก็มายืนดมจนน้ำลายสอแล้ว กัดฟันจ่ายเพื่อความฟินสักครั้งจะเป็นไรไป

"เถ้าแก่! จัดหมูตุ๋นมาให้พี่ที่นึง วางเงินไว้ตรงนี้นะ"

"ฉันด้วย! เอามาที่นึง กลิ่นหอมขนาดนี้ยอมตายคาชามข้าวเลยเอ้า!"

"เถ้าแก่เร็วๆ หน่อย หิวจนไส้กิ่วแล้วเนี่ย!"

ตอนนี้ลูกค้าหน้าแผงแทบทุกคนสั่งหมูตุ๋นกันคนละจาน ใครๆ ก็อยากรู้นักว่าไอ้หมูราคาแปดสิบสตางค์นี่รสชาติมันจะเป็นยังไง

กลิ่นหอมระดับทำลายล้างขนาดนี้ มันปลุกวิญญาณความหิวของทุกคนจนตื่นตัวเต็มพิกัด

เฉินจวินยิ้มรับออเดอร์รัวๆ "ได้ครับๆ รอสักครู่นะครับ หมูตุ๋นต้องรอให้คลายร้อนนิดนึงถึงจะหั่นได้"

พูดจบเขาก็เปิดฝาหม้อ ใช้ทัพพีตักหมูสามชั้นก้อนโตขึ้นมาจากถังเหล็ก พักไว้ที่ขอบถังให้สะเด็ดน้ำแกงสักครู่ แล้ววางลงบนเขียง

หมูเพิ่งขึ้นจากเตาร้อนๆ ขืนหั่นตอนนี้มีหวังเละตุ้มเป๊ะ

โอ้โห!

พอหมูขึ้นมาสัมผัสอากาศ กลิ่นหอมยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกเท่าตัว

"พี่จ๋า... หนูขอชิมก่อนสักคำได้ไหม น้ำลายจะไหลหมดตัวแล้วเนี่ย!" หลินเหยาจ้องก้อนหมูตาเป็นมัน

มันหอมเกินไปแล้ว หอมจนเด็กน้อยทนไม่ไหว

เฉินจวินชำเลืองมองฝูงชนหน้าแผง แล้วแอบใช้มีดเฉือนเศษหมูชิ้นเล็กๆ จากมุมก้อน

"เอ้า เอาตะเกียบมาคีบไปชิมรสชาติดูซิ"

หลินเหยาพยักหน้ารัวๆ คว้าตะเกียบคีบหมูชิ้นนั้นส่งเข้าปากทันที

อื้ม!!!

แวบแรกที่สัมผัสลิ้น หลินเหยารู้สึกทันทีว่าพี่ชายตั้งราคาผิดไปแล้ว ของดีขนาดนี้ต่อให้ขายหนึ่งหยวนก็ต้องมีคนแย่งกันซื้อแน่นอน

"เฮ้ยๆๆ เถ้าแก่! ไหงแอบกินกันเองล่ะนั่น!"

"ใช่สิ! พวกเราจ่ายเงินแล้วนะ รีบๆ เสิร์ฟมาเร็วๆ สิโว้ย!"

"มาๆๆ ส่งมีดมา เดี๋ยวฉันหั่นเองก็ได้!"

ลูกค้าหลายคนเริ่มโวยวายด้วยความหิว เห็นคนขายกินโชว์แต่ตัวเองได้แค่ดม มันทรมานใจคนหิวโซนะรู้ไหม

หลินเหยารู้ตัวว่าความตะกละของตัวเองก่อเรื่องเข้าให้แล้ว รีบวางตะเกียบแล้วกุลีกุจอเชิญลูกค้าไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมเสิร์ฟน้ำชาและเครื่องเคียงเพื่อลดอุณหภูมิความเดือดดาล

แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเกาะติดขอบเขียงไม่ยอมไปนั่ง กลัวว่าถ้าเผลอละสายตาแล้วหมูส่วนของตัวเองจะโดนคนอื่นแย่งไป

เฉินจวินลองแตะๆ ดูเนื้อหมู เห็นว่าอุณหภูมิลดลงพอหั่นได้แล้ว

เขาหยิบจานสะอาดออกมา แล้วเริ่มลงมีดแล่เนื้อ

การแล่หมูตุ๋นเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความประณีต ต้องแล่ให้ความหนาเท่ากันทุกชิ้น ประมาณสองมิลลิเมตรคือกำลังดีที่สุด ได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยมที่สุด

แถมความหนาระดับนี้เวลาวางเรียงบนจานจะดูพูนน่ากิน ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า

ถ้าแล่หนาไปนอกจากจะเคี้ยวยากแล้ว ยังทำให้ต้นทุนสูงขึ้นด้วย

แต่ด้วยทักษะมีดระดับกุ๊กขั้นสามของเฉินจวิน การคุมความหนาแค่นี้ถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย

มือขวากระชับมีดมั่น นิ้วชี้กับนิ้วโป้งประคองใบมีด แล่เนื้อหมูด้วยความมั่นคงและรวดเร็ว

ท่ามกลางสายตาจับจ้องนับสิบคู่ หมูตุ๋นถูกแล่เป็นแผ่นบางสวยงาม วางเรียงซ้อนกันเป็นวงกลมบนจานอย่างมีศิลปะ

พอแล่หมูสามชั้นเสร็จ เฉินจวินก็หั่นลิ้นหมู ตับหมู และหัวใจหมูวางโปะไว้ตรงกลางจาน

ตักน้ำพะโล้ในถังมาราดให้ชุ่มฉ่ำ ปิดท้ายด้วยการโรยกระเทียมสับและต้นหอมซอยเพื่อเพิ่มสีสันและรสชาติ

หมูตุ๋นสูตรลับราคาแปดสิบสตางค์ พร้อมเสิร์ฟ!

หลินเหยารีบยกจานแรกไปเสิร์ฟที่โต๊ะของปู่หลิ่วทันที

ท่านผู้เฒ่าอุตส่าห์มาช่วยจองที่แต่เช้า แถมยังเป็นลูกค้าระดับวีไอพี สมควรได้รับเกียรติกินจานแรก

ปู่หลิ่วพิจารณาหมูตุ๋นในจาน ลายเนื้อสวยงามชัดเจน เนื้อหมูดูใสวาววับดั่งคริสตัล ชิ้นเนื้อวางเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ ตัดกับสีเขียวของต้นหอมและสีขาวของกระเทียม เห็นแล้วเจริญอาหารสุดๆ

"อื้ม ใช้ได้ๆ แค่ฝีมือการจัดจานก็ไม่แพ้พวกภัตตาคารใหญ่ๆ แล้ว"

ลูกค้าที่ยังยืนรอคิวอยู่ต่างพากันชะเง้อคอมองไปที่โต๊ะปู่หลิ่ว

ต่อให้คนที่ไม่รู้จักปู่หลิ่ว เห็นท่าทางการพิจารณาอาหารของแกก็รู้ทันทีว่าตาแก่คนนี้คือนักกินตัวยง

แค่ดมก็ว่าหอมแล้ว พอเห็นหน้าตาอาหารยิ่งน่ากินเข้าไปใหญ่

ปู่หลิ่ววิจารณ์หน้าตาอาหารเสร็จ ก็บรรจงคีบหมูขึ้นมาหนึ่งชิ้น น้ำซอสชุ่มฉ่ำเคลือบอยู่ทั่วแผ่น ส่งเข้าปากท่ามกลางสายตาอิจฉาของไทยมุง

อื้ม!

เคี้ยวไปคำแรก กลิ่นหอมก็ระเบิดอบอวลในปาก

กลิ่นหอมของเนื้อ กลิ่นเครื่องเทศพะโล้ รสชาติเค็มหวานกำลังดี ตัดเลี่ยนด้วยรสเผ็ดซ่าของต้นหอมกระเทียม

ยิ่งเคี้ยวยิ่งมัน!

แกละเลียดรสชาติอยู่นานกว่าจะยอมกลืนลงคอ

"เด็ด! รสชาติเด็ดขาดบาดใจจริงๆ!"

ลูกค้าที่ยืนรอได้แต่มองตาปริบๆ กลืนน้ำลายตามจังหวะการเคี้ยวของปู่หลิ่ว

เฮ้ย ลุงคนนี้เป็นใครวะ?

ทำไมท่าทางการกินมันดูโอเวอร์เหมือนหน้าม้าจังวะ!

ลูกค้าขาจรบางคนแอบนินทาในใจ

แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สนแล้วว่าจะเป็นหน้าม้าหรือไม่ เถ้าแก่ทำอาหารช้าเกินไปแล้ว!

"เถ้าแก่ เร็วๆ หน่อยได้ไหม ถ้าช้ากว่านี้ฉันจะนอนตายคาแผงให้ดู!"

"ใช่! ไส้จะขาดอยู่แล้ว เร่งมือหน่อยพี่ชาย!"

เจอแรงกดดันจากฝูงซอมบี้หิวโซ เฉินจวินต้องเร่งสปีดการหั่นหมูขึ้นอีก

มีดปังตอขยับขึ้นลงรวดเร็วจนแทบจะมองไม่ทันเห็นเป็นภาพติดตา

แต่ผลลัพธ์ก็น่าพอใจ หมูตุ๋นถูกลำเลียงเสิร์ฟขึ้นโต๊ะจานแล้วจานเล่า

บรรยากาศที่แผงคึกคักจนแทบจะระเบิด

"คุณพระช่วย! นี่เหรอหมูตุ๋น อร่อยวัวตายควายล้มเลยเว้ย!"

"เฮ้ยเพื่อน ขอชิมคำนึงสิ เดี๋ยวของฉันมาแล้วฉันคืนให้สองคำเลยเอ้า"

"ฝันไปเถอะ ของฉันเองยังไม่พอจะยาไส้เลย อร่อยชิบหาย แปดสิบสตางค์นี่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!"

"เถ้าแก่! ขอเบิ้ลอีกจาน จานเดียวไม่อิ่ม!"

"โห่ พี่ชาย บ้านพี่ทำอาชีพอะไรครับเนี่ย กินหมูตุ๋นทีละสองจาน? เหลือให้พวกผมกินบ้างเถอะ รอจนรากงอกแล้วเนี่ย"

"ไม่ได้เว้ย วันนี้ถ้าไม่ได้กินจนจุกฉันไม่กลับ จานเดียวมันแค่แหย่พยาธิ!"

หลินเหยาวิ่งวุ่นเป็นหนูติดจั่น ทั้งเทน้ำ เสิร์ฟอาหาร เก็บจาน

ลูกค้าวันนี้น่ากลัวมาก กับข้าวราคาแปดสิบสตางค์สั่งกันเหมือนแจกฟรี กินหมดแล้วยังสั่งเบิ้ลอีก

นี่มันเงินแปดสิบสตางค์นะ!

ราคานี้ไปกินภัตตาคารได้เลยนะ แต่พวกเขากลับยอมจ่ายไม่อั้นที่แผงลอยข้างถนน

ยิ่งลูกค้าจ่ายหนัก หลินเหยาก็ยิ่งยิ้มแก้มปริ

ไม่อยากจะคิดเลยว่าวันนี้ปิดร้านจะนับเงินได้เท่าไหร่

รวยเละแน่ๆ!

คิดได้ดังนั้น หลินเหยาก็ยิ่งบริการสุดใจขาดดิ้น เสิร์ฟเครื่องเคียงไม่อั้นให้ทุกโต๊ะ

กิมจิกับหัวไชเท้าดองเปรี้ยวขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ลูกค้าบางคนนั่งกินเครื่องเคียงรอหมูตุ๋นจนหมดไปเป็นจานๆ

แป๊บเดียว หมูที่เอาขึ้นมาพักไว้ก็โดนแล่จนเกลี้ยง

เฉินจวินตักหมูที่เหลือทั้งหมดในถังขึ้นมาพักบนถาดใหญ่ ระหว่างรอให้หมูเซตตัว เขาเช็ดมือแล้วเดินออกมาคุยกับลูกค้า

"พี่น้องครับ วันนี้เป็นวันแรกที่เราทำเมนูหมูตุ๋นขาย ถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่องหรือรสชาติไม่ถูกปาก ติชมกันได้เลยนะครับ เรายินดีปรับปรุง"

จบบทที่ บทที่ 29 - ขายดีจนร้านแทบแตก หมูตุ๋นฟีเวอร์!

คัดลอกลิงก์แล้ว