- หน้าแรก
- บรรพชนเอ๋ย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
- บทที่ 57 - ตัวตนระดับสูงสุดของเผ่าชาง
บทที่ 57 - ตัวตนระดับสูงสุดของเผ่าชาง
บทที่ 57 - ตัวตนระดับสูงสุดของเผ่าชาง
บทที่ 57 - ตัวตนระดับสูงสุดของเผ่าชาง
คนที่เลือกท้าทายผู้ฝึกตนขั้นรู้แจ้งเหมือนหลินฉิวเซียนมีไม่น้อย ศิษย์สำนักเซียนส่วนใหญ่ต่างก็ลองของกันดู
แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างจากหลินฉิวเซียน คือโดนฟันทีเดียวดับ
พอรู้ซึ้งถึงความห่างชั้น พวกเขาก็เงียบกริบ เปลี่ยนไปเลือกคู่ต่อสู้ที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า
แต่ก็มีพวกหัวรั้นอยู่บ้างเหมือนกัน
คนส่วนใหญ่เลือกจะอยู่ในมิติการทดสอบเพื่อขัดเกลาฝีมือ แต่ก็มีคนที่ออกมาแล้ว
เช่นเซียวฝาน
ตอนนี้เขานั่งอยู่บนเตียง มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ เสียงหวานหยดย้อยดังออกมาจากโทรศัพท์ ชวนให้เคลิบเคลิ้ม
อย่าเข้าใจผิด เขาไม่ได้ดูคลิปโป๊ แต่กำลังดูไลฟ์สด
ไลฟ์สดของเจียงจิ่วอวี้ ผู้ฝึกวิชาเสน่ห์แห่งนิกายประสานรัก
เห็นเจียงจิ่วอวี้ในชุดสีแดงสด ผมเกล้าสูง รูปร่างอรชรแต่ซ่อนรูป ส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนใจ มีเสน่ห์ดึงดูดทางเพศโดยธรรมชาติ
มุมซ้ายบนยังมีตัวหนังสือห้อยอยู่ —— [อันดับสามสิบสามในการทดสอบรอบแรก]
เธอก็เป็นส่วนน้อยที่ไม่อยู่ต่อในมิติการทดสอบ
สำหรับผู้ฝึกวิชาเสน่ห์นิกายประสานรัก จะมีอะไรสำคัญไปกว่าการเกาะกระแส
ขัดเกลาฝีมือ?
ค่อยไปตอนดึกๆ ที่ไม่มีคนดูก็ได้
คอมเมนต์ไหลเป็นน้ำตก จำนวนเยอะกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า
เซียวฝานจ้องหน้าจอเขม็ง
ในฐานะวัยรุ่นเลือดร้อน เขาเองก็เคยทำเรื่องผิดพลาดมาบ้าง ถึงจะพูดแล้วน่าอาย แต่เซียวฝานก็ไม่คิดว่ามันผิดปกติตรงไหน
ใครที่คิดว่าผิดปกติ... แน่จริงเอ็งก็อย่าดูสิวะ!
แต่ว่าวันนี้... เขากลับรู้สึกจิตใจสงบนิ่ง
ใช่ เขาไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด
ไม่ใช่แค่ไม่รู้สึก ในใจลึกๆ ยังมีความรังเกียจจางๆ ผุดขึ้นมาด้วย...
เชี่ย!
ตรูไม่ปกติแล้ว!
ความจริงตอนสู้กับเงาร่างผู้ฝึกวิชาเสน่ห์ที่สุ่มได้เมื่อคืน ก็เกิดอาการแบบนี้แล้ว
เรื่องความมุ่งมั่นของจิตใจ เขารู้จักตัวเองดีว่าอยู่แค่ระดับกลางๆ
แต่เมื่อคืนพอลองของวิชาเสน่ห์ของอีกฝ่ายเข้าไป เขากลับเมินเฉยต่อภาพวาบหวิวในหัวได้โดยสิ้นเชิง แล้วฆ่าทิ้งอย่างเยือกเย็น
พอคิดถึงตรงนี้ เซียวฝานก็ใจคอไม่ดี เรื่องแบบนี้เป็นผู้ชายปกติคนไหนก็ต้องใจเสียทั้งนั้น
'หรือจะเกี่ยวกับเลือดหยดนั้นอีกแล้ว?'
เขารู้สึกว่าเรื่องที่เจอช่วงนี้มันแฟนตาซีพิศวงงงงวยเหลือเกิน
เริ่มจากพี่ชายบาดเจ็บสาหัส ตัวเองกินน้ำยาฝ่าด่านเป็นรากฐานเทียมเพื่อหาเงินค่ารักษา แล้วก็มีคนแปลกๆ...
อะแฮ่ม!
แล้วท่านผู้อาวุโสฮั่วก็ให้เลือดหยดนั้นมา ต่อเส้นทางบำเพ็ญเพียรให้ใหม่ ถึงกระบวนการจะเจ็บปวดไปหน่อย (มหาศาล) แต่เทียบกับสิ่งที่ได้มา ความเจ็บปวดแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก
จากนั้นก็ได้ 'จอกตานฮวา' ของวิเศษที่มีแต่เขาที่ใช้ได้ เอาไว้ซ่อมแซมรากฐาน ขอแค่มีเวลา รวบรวมแก่นตะวันสีชาดกับแก่นจันทราบริสุทธิ์มาเติมเต็มรากฐานให้พอ ก็จะสร้างรากฐานวิถีฟ้าประทานได้แบบชิลๆ
เรื่องดีๆ แบบนี้จะไปหาที่ไหนได้อีก
นอกจากเสียงที่ดังขึ้นในใจตอนอยู่โรงพยาบาลวันนั้น ทุกอย่างก็ดูสมบูรณ์แบบไปหมด
จนกระทั่งการทดสอบที่โผล่มาปุบปับนี่แหละ เจอวิชาเสน่ห์เข้าไป ตัวเองดันไม่สะทกสะท้าน ดูไลฟ์ที่ปกติชอบดู ก็ไม่มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด
นี่มันทำให้เขาสังหรณ์ใจไม่ดีสุดๆ
'อย่าลืมตัวตน เพียงเจ้าตระหนักอยู่เสมอ ว่าตนเองเป็นเผ่ามนุษย์ก็พอ'
คำพูดของท่านผู้อาวุโสฮั่วเหมือนจะดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง รวมไปถึงเสียงที่ก้องอยู่ในใจตอนอยู่โรงพยาบาล
'เจ้าถูกทิ้งแล้ว...'
มาอีกแล้ว!
เซียวฝานหายใจสะดุด รู้สึกเหมือนหัวใจถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น จนหายใจไม่ออก
คำถามที่เคยพยายามเลี่ยงไม่คิด กลับมาวางอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
ทำไมท่านผู้อาวุโสฮั่วต้องเตือนเรื่องนี้เป็นพิเศษ
ตัวเรา... ยังเป็นคนอยู่ไหม?
…………
ในห้องทำสมาธิ จ้าวศาสตราจื่อหวนนั่งขัดสมาธิลอยอยู่กลางอากาศ หลับตาทำสมาธิ
แสงสีม่วงเป็นสายๆ ไหลเวียนรอบตัว วงล้อมค่อยๆ หดเล็กลง เหมือนกำลังพยายามกักขังตัวตนที่น่ากลัวบางอย่าง
ภายใต้แสงสลัว เงาของจ้าวศาสตราจื่อหวนทอดยาวลงพื้น เปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ตามการเคลื่อนไหวของแสง เหมือนปีศาจสีม่วงดำกำลังดิ้นรนคำราม
"ฟ้ากำเนิดสรรพสิ่งเพื่อเลี้ยงดูมนุษย์..."
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดราวกับส่งมาจากอดีตอันไกลโพ้น ดังขึ้นในใจเขา
แย่แล้ว!
จ้าวศาสตราจื่อหวนลืมตาโพลง แสงสีม่วงอันเย้ายวนและอัปมงคลไหลเวียนในดวงตา ดูน่าขนลุก
เขาอ้าปากสูดลมหายใจ แสงสีม่วงที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ ถูกดูดเข้าปากจนหมด ความผิดปกติในดวงตาถึงค่อยๆ ถูกกดลงไป
แต่ทว่า แม้จะกดความผิดปกติลงไปได้ แต่ในใจกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย
ค่อยๆ ร่อนลงพื้น สีหน้าจ้าวศาสตราจื่อหวนย่ำแย่ถึงขีดสุด
มารในใจของเขาไม่เพียงไม่ถูกกดข่ม กลับยังมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น และที่สำคัญกว่านั้น เรื่องที่ร้ายแรงยิ่งกว่าคือเสียงที่เขาเพิ่งได้ยิน
"เผ่าชาง..."
ในฐานะผู้ฝึกตนระดับผสานเต๋าแห่งสำนักเต๋าไท่ซั่ง เขาเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
เผ่าชาง อดีตเจ้าผู้ครองพิภพไท่เสวียน ยึดครองทวีปกลาง เผ่าพันธุ์นับหมื่นรวมถึงมนุษย์ล้วนตกเป็นทาส ถูกมองเป็นปศุสัตว์และอาหาร
แม้ตอนนี้จะถูกขับไล่ออกจากทวีปกลาง ไปหลบซ่อนอยู่ที่อีกฟากฝั่งของดวงดาวอันไกลโพ้น
แต่ในฐานะเผ่าพันธุ์ที่สวรรค์รักใคร่ เผ่าชางไม่เคยละทิ้งความทะเยอทะยานที่จะกลับมายึดครองทวีปกลาง
และในเผ่าของมันก็มีตัวตนระดับสูงสุดตนหนึ่ง ลึกลับคาดเดายาก เคยมีมนุษย์จำนวนมากถูกมันล้างสมอง ยอมละทิ้งสายเลือดมนุษย์ กลายเป็นเผ่าชาง
แต่คนที่ถูกมันล่อลวงล้างสมอง อย่างมากก็แค่ระดับหวนคืนสู่ความว่างเปล่า ระดับผสานเต๋ายังไม่เคยมีมาก่อน
"เพราะมารในใจสินะ..."
ไม่ได้การ!
จ้าวศาสตราจื่อหวนลุกพรวด กลายเป็นแสงสีม่วงพุ่งหนีออกไปข้างนอก
ต้องรีบกลับสำนักไปทิ้งวิชาสืบทอดไว้!
ถ้าตัวเองโชคร้ายโดนล้างสมองจริงๆ ยอมเป็นผสานเต๋าเผ่ามนุษย์ที่ตายไปแล้ว ยังดีกว่าให้เผ่าชางมีผสานเต๋าเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
…………
บนท้องฟ้า ฮั่วจ้องมองแสงสีม่วงที่พุ่งออกมานั้น
ทันใดนั้น ข้างกายเขาก็มีคนเพิ่มมาอีกคน คือสวีสิง
สวีสิงหลุบตามองแสงสีม่วงนั้นเช่นกัน
"ข้านึกว่าจะเป็นเจ้าหนูที่มีสายเลือดเผ่าชางติดตัวคนนั้นซะอีก นึกไม่ถึงว่า 'ท่านผู้นั้น' จะเลือกเจ้าหนูของสำนักเต๋าไท่ซั่งคนนี้" ฮั่วถอนหายใจ
"แค่เดินหมากสองทาง เจ้าหนูเซียวฝานนั่น ท่านผู้นั้นก็คงไม่ปล่อยไปหรอก" สวีสิงเอ่ยเสียงเรียบ
"ดูท่า พวกมันก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของพิภพไท่เสวียนหลังพี่ชายออกจากด่าน ไม่งั้นคงไม่ทำแบบนี้"
ระดับผสานเต๋าเป็นระดับที่พิเศษ ผสานเต๋าทุกคนล้วนแบกรับ 'น้ำหนัก' ส่วนหนึ่งของโลกไว้ ดังนั้นจึงยากจะถูกล้างสมอง
การเลือกจะลงมือกับระดับผสานเต๋า แสดงว่าหมาจนตรอก รนหาที่ตายแล้ว
"พี่ชายคิดว่าควรจัดการเจ้าหนูคนนี้ยังไง" ฮั่วถามอีกครั้ง
สวีสิงไม่ตอบ แต่ใช้นิ้วชี้กดลงไป ในความว่างเปล่า เหมือนมีความเชื่อมโยงบางอย่างถูกตัดขาดสะบั้น
แสงสีม่วงที่กำลังพุ่งไปไกลชะงักกึก
"พี่ชายเมตตา"
ฮั่วมองเห็นชัดเจน นิ้วเมื่อกี้ตัดความเชื่อมโยงอันเบาบางระหว่างตัวตนระดับสูงสุดของเผ่าชางกับเจ้าหนูระดับผสานเต๋าคนนั้นทิ้งไปดื้อๆ
ทำได้ง่ายดายขนาดนี้ เกรงว่าจะมีแต่พี่ชายเท่านั้นแหละ
"เจ้าหนูที่เจ้าหนุนหลังอยู่ จะให้ข้าช่วยตัดให้ด้วยไหม"
"หึหึ ไม่รบกวนพี่ชายหรอก เจ้าหนูนั่นแบกรับโชคชะตาเผ่าชาง เรื่องนี้ยังไม่มีอันตรายในตอนนี้"
"ตามใจเจ้า"
วินาทีถัดมา ร่างของสวีสิงก็หายวับไปเหมือนถูกยางลบถูออก
ฮั่วกำลังจะไป
"ฟ้ากำเนิดสรรพสิ่งเพื่อเลี้ยงดูมนุษย์..."
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นข้างหู เขาชะงัก ตรงหน้าเหมือนปรากฏภาพเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เก่าแก่ นั่งขัดสมาธิอยู่ท่ามกลางความโกลาหล
สายตาของทั้งสองปะทะกันข้ามผ่านกาลเวลาอันไกลโพ้น
"..."
ฮั่วมองเห็นความตื่นตะลึงในแววตาของ 'ท่านผู้นั้น' ได้อย่างชัดเจน
[จบแล้ว]