เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - แอบดูความลับแห่งวาสนาของเผ่ามนุษย์!

บทที่ 43 - แอบดูความลับแห่งวาสนาของเผ่ามนุษย์!

บทที่ 43 - แอบดูความลับแห่งวาสนาของเผ่ามนุษย์!


บทที่ 43 - แอบดูความลับแห่งวาสนาของเผ่ามนุษย์!

อีกด้านหนึ่ง สวีสิงกับฉือจิ่วอวี๋เดินออกจากสวนจระเข้ฟันเหล็กและมุ่งหน้าขึ้นเขาต่อ

"เร็วหน่อยสิอาจารย์อา!" ฉือจิ่วอวี๋ตะโกนเรียกจากที่สูงกว่า

สวีสิงมักจะเดินทอดน่องไม่รีบร้อน เธอเลยต้องหยุดรอเป็นพักๆ

ผ่านไปสักพัก ทั้งคู่ก็ขึ้นมาถึงยอดเขา

ยอดเขาราบเรียบกว้างขวาง เป็นลานกว้างขนาดใหญ่ ดูเหมือนถูกปาดหน้ายอดเขาออกไปดื้อๆ

ซึ่งความจริงก็เป็นแบบนั้น ตอนสร้างที่นี่เจ้าของได้เชิญผู้ฝึกกระบี่ระดับวิญญาณแรกกำเนิดมาฟันยอดเขาออกไปครึ่งหนึ่ง

ตอนนี้เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน แสงแดดแผดเผา แม้แต่ลมภูเขาที่พัดมายังเจือความร้อนระอุ

รอบลานกว้างปลูกต้นไม้ชนิดหนึ่ง เปลือกไม้เหมือนเกล็ดเรียงซ้อนกัน ผลที่ห้อยอยู่เหมือนไข่มังกรที่มีเกล็ดสีทองหุ้ม

นี่คือผลเกล็ดมังกร ต้นไม้ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับมังกรเลยสักนิด

ฉือจิ่วอวี๋มือไวใจเร็ว ปล่อยกระบี่ออกไปดุจดาวตก ตัดขั้วผลเกล็ดมังกรสองลูก แล้วใช้ตัวกระบี่รับไว้ก่อนที่มันจะตกถึงพื้น นำกลับมาหาตัว

เพราะค่าตั๋วแพง ผลไม้ข้างในนี้เลยกินได้ไม่อั้น

ยังไงก็ไม่ใช่ผลไม้วิเศษอะไร ตกกลางคืนแค่รดน้ำยารวมปราณหน่อย หาผู้ฝึกตนที่มีวิชาเรียกฝนมาช่วยร่ายคาถา พรุ่งนี้ก็งอกใหม่แล้ว

"อะ นี่ของท่าน อาจารย์อา"

เก็บกระบี่แล้ว เธอยื่นลูกหนึ่งให้สวีสิง

สวีสิงไม่ปฏิเสธ รับมาถือไว้

แกะเปลือกผลไม้ที่เหมือนเกล็ดออก เผยให้เห็นเนื้อสีขาวนวลข้างใน ฉือจิ่วอวี๋กัดคำหนึ่งแล้วชี้ไปข้างหน้า

"อาจารย์อา ข้างหน้าเหมือนมีการแข่งเหินกระบี่ประลองความเร็วด้วย ไปดูกันเถอะ"

"ได้สิ" สวีสิงพยักหน้าเบาๆ

การแข่งเหินกระบี่ เป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตของที่นี่ แม้แต่นักท่องเที่ยวถ้าเซ็นใบยินยอมรับความเสี่ยงก็เข้าร่วมได้

เมื่อก่อนเคยมีคนประท้วงว่า คนแข่งไม่ได้มีแค่ผู้ฝึกกระบี่ ทำไมถึงเรียกว่า 'แข่งเหินกระบี่'

ทางสวนตอบกลับว่า

แค่คุณชนะผู้ฝึกกระบี่ในการแข่งได้ เดี๋ยวเราเปลี่ยนชื่ออาชีพให้ตามที่คุณต้องการ

ผลคือผ่านมาหลายปี ที่นี่ก็ยังใช้ชื่อนี้อยู่

"อาจารย์อา พวกเราไปลองแข่งดูไหม!" ฉือจิ่วอวี๋คันไม้คันมือ

"จำกัดระดับพลังน่ะ"

"เอ๊ะ?"

เธอเหลือบมองป้ายประกาศข้างๆ ถึงเห็นตัวอักษรเล็กจิ๋วที่มุมขวาล่าง

[เฉพาะผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเท่านั้น]

ถ้าระดับสูงกว่านี้ เกิดมีการกระทบกระทั่งกัน ทางสวนคงห้ามปรามลำบาก

เห็นฉือจิ่วอวี๋ทำหน้าผิดหวัง สวีสิงก็ยิ้ม "ไว้กลับสำนัก ค่อยจัดงานประลองความเร็วของคนรุ่นใหม่แต่ละสำนักดูก็ได้"

"หือ?!" ตาฉือจิ่วอวี๋ลุกวาว "วางใจได้เลยอาจารย์อา ถึงตอนนั้นข้าคว้าแชมป์แน่นอน!"

ลำพังตัวเธอคงไม่มีบารมีพอจะจัด แต่ระดับอาจารย์อาน่ะเหรอ!

แค่ท่านเอ่ยปาก ก็จัดได้แน่นอน!

"มั่นใจก็ดีแล้ว"

ถือโอกาสดูด้วยว่าผ่านไปหลายปี วิชาเหินหาวของแต่ละสำนักพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

"อาจารย์อา ยืมมือถือหน่อย ข้าจะถ่ายรูปอีกสักหน่อย"

ส่วนมือถือของตัวเอง...

เมื่อกี้เพิ่งจะกวนประสาทอาจารย์ไป ตอนนี้ไม่กล้าหยิบออกมาใช้

"เอ้า"

รับมือถือมา เธอกดๆ จิ้มๆ เปิดโหมดกล้องเตรียมถ่ายรูป

ทันใดนั้น ข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา

ชื่อคนส่งคือ... 'ศิษย์พี่'

ศิษย์พี่?!

นั่นมันอาจารย์ไม่ใช่เรอะ?!

ฉือจิ่วอวี๋มือไม้สั่น มือถือร่วงหลุดมือ โชคดีที่สวีสิงยื่นมือไปรับไว้ทัน

"เป็นอะไรไป" สวีสิงถามยิ้มๆ

อึก!

ฉือจิ่วอวี๋กลืนน้ำลาย

"อะ... อาจารย์อา ท่านมีเฟรนด์อาจารย์ด้วยเหรอ?!"

"นางเป็นศิษย์พี่ข้า มีเฟรนด์กันก็ปกติไม่ใช่เหรอ แล้วเจ้าจะกลัวอะไร ศิษย์พี่นางไม่รู้สักหน่อยว่าเป็นเจ้า"

จริงด้วย!

อาจารย์ไม่รู้นี่นาว่าเป็นเรา!

พอตั้งสติได้เธอก็แบมือขอโทรศัพท์สวีสิงอีกรอบ แต่คราวนี้เขาไม่ให้

"อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะทำอะไร" สวีสิงดักคอ

"..."

โธ่อาจารย์อา คนกันเองแท้ๆ จะแบ่งแยกกันทำไมเล่า!

......

พลบค่ำ เซียวฝานกลับถึงบ้าน

หลังเลิกงานเขาไปเยี่ยมพี่ชายที่โรงพยาบาล มอบเงินค่าจ้างให้แม่ที่เฝ้าไข้ ส่วนพ่อเข้ากะดึก ออกไปทำงานแล้ว

มองบ้านที่ว่างเปล่า เขาเงียบอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะปิดประตูเดินเข้ามา

ดื่มน้ำแก้วหนึ่งแล้วเขาก็ตรงดิ่งเข้าห้องนอน

บ้านหลังเก่าขายไปแล้ว ที่นี่เป็นบ้านเช่า ห้องนอนเลยแคบมาก วางเตียงไปตัวหนึ่งก็แทบไม่มีที่เดิน

แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องเข้ามา เห็นฝุ่นละอองลอยฟุ้งในลำแสง

นั่งลงข้างเตียง เขาหยิบกล่องหยกออกมาจากอกเสื้ออีกครั้ง

เนื้อหยกเนียนละเอียด กลมกลืนเป็นเนื้อเดียว ถ้าไม่มีรอยต่อเล็กๆ นั่นคงดูไม่ออกว่าเป็นกล่อง

ลอง... เปิดดูดีไหม?

พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก็หยุดไม่ได้อีกต่อไป

ต่อให้สุดท้ายจะพบว่าเป็นแค่มุกตลกฝืดๆ ก็ยังดีกว่าเก็บความเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ ไว้กับตัวไม่ใช่เหรอ?

กัดฟันแน่น มือขวาออกแรงบิด

อื้ม... เปิดไม่ออก

หือ แน่นขนาดนี้เลยเหรอ?

เซียวฝานลุกขึ้น ใช้สองมือจับกล่องหยกแล้วออกแรงพร้อมกัน แต่จนหน้าแดงก่ำ กล่องหยกก็ยังไม่ขยับเขยื้อน

นี่มันของอะไรกันเนี่ย!

เขาเป็นถึงระดับสร้างรากฐานนะ ถึงจะเป็นรากฐานเทียม แต่ก็ไม่น่าจะอ่อนแอขนาดเปิดกล่องใบเดียวไม่ได้สิ?

ของชิ้นนี้ไม่ธรรมดา!

พอรู้แบบนี้ เขาก็ขมวดคิ้ว เดินออกจากห้องนอนไปหยิบกระบี่บินมา พยายามใช้คมกระบี่งัดรอยต่อ

แต่งัดจนตัวกระบี่บิดเบี้ยว กล่องหยกก็ยังนิ่งสนิท

วางกระบี่ลง เขาหยิบกล่องหยกมาพิจารณาละเอียด แรงงัดเมื่อกี้ไม่ทิ้งรอยขีดข่วนบนกล่องเลยแม้แต่นิดเดียว

"หรือว่า... จะเป็นของวิเศษจริงๆ?"

คิดแล้ว เซียวฝานก็ลองส่งปราณแท้เข้าไปในกล่องหยดนิดหน่อย

เหมือนโคลนจมทะเล ปราณแท้หายวับไปในกล่องหยก ไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ

แบบนี้ก็ไม่ได้เหรอ?

ขณะที่เขากำลังจะวางกล่องหยก เพื่อจะลองใช้วิธีหยดเลือดแสดงความเป็นเจ้าดู จู่ๆ แรงดูดมหาศาลก็พุ่งออกมาจากกล่องหยก

"เชี่ย!"

เซียวฝานตกใจ รีบสะบัดมือ แต่สะบัดยังไงก็ไม่หลุด

ในจุดตันเถียน กลิ่นอายสายหนึ่งจากรากฐานวิถีอันลึกลับแต่เปราะบางถูกแรงดูดนั้นดึงออกมา ไหลไปตามเส้นลมปราณ สู่ฝ่ามือ และเข้าไปในกล่องหยก

กริ๊ก!

เสียงเบาๆ ดังขึ้น แรงดูดหายไป กล่องหยกกลิ้งตกลงพื้น

หือ?

เซียวฝานชะงัก มองกล่องหยกที่ตกอยู่บนพื้น พบว่าฝากล่องเผยอออกครึ่งหนึ่งแล้ว

เปิดแล้ว?

ลังเลอยู่สองวิ เขาตัดสินใจก้มลงเก็บกล่องหยก คนหมดอนาคตอย่างเขา มีอะไรให้ใครมาหลอกกัน

ยิ้มเยาะตัวเองในใจ เขาพยายามเปิดกล่องหยกอีกครั้ง คราวนี้เปิดออกได้อย่างง่ายดาย

เขารีบมองเข้าไปข้างใน แล้วก็ต้องตะลึง

ข้างในคือ... เลือดหยดหนึ่ง?

เป็นหยดเลือดที่ใสกระจ่างราวกับคริสตัล เหมือนยังได้ยินเสียงชีพจรเต้นเบาๆ ดูเหมือนหยดหยกสีเลือด

นี่มันคืออะไร?

ยังไม่ทันได้คิด หยดเลือดนั้นก็เหมือนมีชีวิต พุ่งกลายเป็นแสงสีเลือดเจาะเข้าที่หว่างคิ้วของเขา

ภาพตรงหน้าพร่ามัว ในจิตวิญญาณเหมือนมีเสียงยิ่งใหญ่ดังก้องกังวาน

"วันนี้ จักได้ยลความลับแห่งวาสนาของเผ่ามนุษย์!"

พร้อมกับเสียงนั้น คือความเจ็บปวดเจียนตายเหมือนร่างถูกบดขยี้ เหมือนโดนมีดกรีดพันเล่ม!

"อ๊ากกก!!!"

เซียวฝานล้มกลิ้งลงกับพื้น ร่างกายขดงอ กรีดร้องโหยหวน

ทว่าในตอนนั้นเอง บนโซฟาที่ว่างเปล่ากลับปรากฏร่างหนึ่งขึ้น หน้าตาธรรมดา บุคลิกอบอุ่น

เขามองเซียวฝานที่ดิ้นทุรนทุรายด้วยรอยยิ้มบางๆ

"อาศัยจังหวะ พลิกชะตาเหินเวหา โอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว อยู่ที่เจ้าจะคว้าไว้ได้หรือไม่"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 43 - แอบดูความลับแห่งวาสนาของเผ่ามนุษย์!

คัดลอกลิงก์แล้ว