- หน้าแรก
- บรรพชนเอ๋ย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
- บทที่ 27 - เหตุการณ์พลิกผัน
บทที่ 27 - เหตุการณ์พลิกผัน
บทที่ 27 - เหตุการณ์พลิกผัน
บทที่ 27 - เหตุการณ์พลิกผัน
มีคนจะขึ้นเวทีเร็วขนาดนี้เลยเหรอ
นึกว่าพอได้ยินคำวิจารณ์ปากแจ๋วของเวทีนี้แล้ว คนที่เหลือจะลังเลกันซะอีก
'เป็นเธอนี่เอง?'
หลี่เฟิงผิงที่นั่งอยู่บนที่นั่งกรรมการจำจางอวิ๋นลู่ได้ทันที นี่คือเด็กผู้หญิงระดับกลั่นลมปราณที่กระตุ้นเจตจำนงกระบี่ของเขาได้ และเพราะสะกดรอยตามเธอเขาถึงโดนซ้อมปางตาย
ครั้งที่แล้วที่เจอยังอยู่กลั่นลมปราณชั้นแปด ตอนนี้ชั้นเก้าแล้ว แถมพลังวิญญาณในร่างยังเข้มข้นกว่าระดับกลั่นลมปราณชั้นเก้าทั่วไปอีก!
พัฒนาเร็วชะมัด
"หลานชายรู้จักนักเรียนคนนี้เหรอ?" ผู้อำนวยการถาม
ในฐานะระดับท็อปของขอบเขตแปลงเทพ แม้หลี่เฟิงผิงจะพันหัวเป็นมัมมี่ เขาก็ยังสังเกตเห็นความผิดปกติได้
"เคยเจอหน้ากันครั้งหนึ่งครับ"
"ทำให้หลานชายสนใจได้ ดูท่าจะเป็นต้นกล้าที่ดีทีเดียว"
หือ?
ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ
เห็นจางอวิ๋นลู่ก้าวเท้าเดินเข้าไปในสนาม เดินผ่านเวทีรอบนอก ท่ามกลางสายตาของทุกคน เธอเดินตรงไปหยุดที่หน้าเวทีที่ใหญ่ที่สุดตรงกลาง
ฮือฮา!
มั่นใจขนาดนั้นเชียว?
ถึงกับเลือกเวทีใหญ่สุดเลยเหรอ!
"จางอวิ๋นลู่ ขอคำชี้แนะจากเพื่อนๆ ทุกคน!" จางอวิ๋นลู่มือซ้ายถือกระบี่ สีหน้าสงบนิ่ง
ถ้าบอกว่าก่อนขึ้นเวทียังมีความประหม่าอยู่บ้าง พอขึ้นมายืนบนเวที จิตใจเธอกลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
ฟางฉือหน้าดำทะมึน
สองคนก่อนหน้านี้ยังรายงานห้องเรียน แต่จางอวิ๋นลู่บอกแค่ชื่อตัวเอง ชัดเจนว่าตั้งใจหักหน้าเขา
แต่ก็ดี เดี๋ยวพอเวทีปากหมานั่นวิจารณ์เสียๆ หายๆ จะได้ไม่ขายขี้หน้ามาถึงเขา
เขาหันไปมองฟางหลิน ตอนนี้ฟางหลินกำลังจ้องมองจางอวิ๋นลู่บนเวที
'จะขึ้นเลยไหม?' เขาลังเล
ทุกคนมีโอกาสแค่สองครั้ง การเลือกจึงสำคัญมาก แม้เขาจะมองข้ามนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนนี้ แต่ก็มีไม่กี่คนที่เขาต้องระวังตัวเหมือนกัน
ขณะที่เขากำลังลังเล ก็มีคนเดินออกมาแล้ว
นัยน์ตาสีเทาฉายประกายแสงวิญญาณ พลังวิญญาณเปี่ยมล้นจนแทบจะทะลักออกมา เด็กหนุ่มคนที่เคยคุยเรื่อง 'ชางเจี๋ยจื่อ' ในห้องเรียนนั่นเอง
เดินดุ่มๆ ผ่านเวทีอื่น เป้าหมายของเขาคือจางอวิ๋นลู่!
ก็ดี ให้พวกเขาตัดกำลังกันไปก่อน
มาถึงขั้นนี้ ฟางหลินไม่สนคำสั่งของฟางฉือแล้ว ใครจะไปรู้ว่าจางอวิ๋นลู่จะรีบขึ้นเวทีใหญ่ขนาดนี้ รักษาอันดับของตัวเองไว้สำคัญกว่า
"ห้องสาม โหวเซี่ยง ขอคำชี้แนะจากจางอวิ๋นลู่"
โหวเซี่ยงถือกระบี่ยาวในมือ ตัวกระบี่แวววาว คมกริบ แต่ก็เป็นแค่กระบี่ธรรมดาเหมือนกัน
ทั้งสองถือกระบี่ยาว ยืนประจันหน้ากัน
จางอวิ๋นลู่โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย วินาทีถัดมา ร่างทั้งร่างพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้ตรงๆ แสงวิญญาณบางๆ เคลือบตัวกระบี่ในขณะที่เธอพุ่งตัว
โหวเซี่ยงถอยหลังอย่างรวดเร็ว โคจรพลังวิญญาณ มือซ้ายร่ายคาถา ละอองน้ำก่อตัวขึ้นเตรียมจะกลายเป็นโล่วารี
ในจังหวะที่โล่วารีกำลังจะก่อตัวสำเร็จ จางอวิ๋นลู่ก็พุ่งมาถึงตรงหน้า แววตาดุร้ายและจิตสังหารในดวงตาเธอทำให้โหวเซี่ยงใจหายวาบ
เชี่ย!
นี่มันใช่สายตาที่นักเรียนควรจะมีเหรอวะ?
ความคิดแล่นเร็ว เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาที มือขวาวาดกระบี่ฟันใส่เอวของจางอวิ๋นลู่เพื่อบีบให้ถอย แล้วค่อยใช้โล่วารีทิ้งระยะห่าง
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น กระบี่ที่เขาฟันออกไปถูกกระบี่สั้นเล่มหนึ่งรับไว้ ส่วนปลายกระบี่ยาวของจางอวิ๋นลู่ทะลุผ่านม่านน้ำ จ่อห่างจากหว่างคิ้วเขาแค่นิดเดียว
ความเจ็บจี๊ดแล่นเข้ามา แสงสีขาวสว่างจ้าบดบังทัศนวิสัย รีบหลับตาแล้วถอยหลังหนีตาย
ตุ้บ!
เสียงทึบๆ ดังขึ้น ท้ายทอยเจ็บแปลบ เหมือนชนเข้ากับอะไรบางอย่าง
โหวเซี่ยงลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง เห็นจางอวิ๋นลู่ยืนมองเขาจากที่สูงด้วยความแปลกใจ
เขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองตกลงมาจากเวทีตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และที่หัวชนเมื่อกี้ก็คือขอบเวทีอีกเวทีหนึ่ง
【เพียงหนึ่งกระบี่ ตัดสินแพ้ชนะ ตัดสินเป็นตาย】
【ผู้รักษาเวที หนึ่งกระบี่สยบศัตรู ประเมินระดับดีเยี่ยม】
【ผู้ท้าชิง มีดีแค่พลังวิญญาณ ขาดความเด็ดขาด พ่ายในดาบเดียว ไม่เจียมตัว เรียกว่าผู้บำเพ็ญเพียร ที่แท้ก็แค่หมูในอวย】
คำด่ามึงสรรหามาเยอะจริงนะ!
โหวเซี่ยงนึกว่าเตรียมใจมาดีแล้ว แต่พอได้ยินคำวิจารณ์ก็ยังแทบกระอักเลือด โดยเฉพาะพอนึกสภาพตัวเองที่ตกเวทีแล้วยังตะเกียกตะกายถอยหนีเหมือนตัวตลก...
ไอ้สัส!
เวทีเฮงซวย!
จางอวิ๋นลู่เก็บกระบี่สั้น พอใจกับผลงานเมื่อกี้มาก
ถึงคู่ต่อสู้จะอ่อนไปหน่อย แต่ถ้าจะเอาชนะซึ่งหน้า อย่างน้อยก็ต้องใช้สามกระบี่
ไอ้สัตว์ประหลาดในบททดสอบนั่นถึงจะขี้โกงไปหน่อย แต่วิธีของมันก็ใช้ได้ผลดีทีเดียว
............
"สายตาหลานชายเฉียบคมจริงๆ สมกับเป็นศิษย์สำนักกระบี่" ผู้อำนวยการเอ่ยชม
คนอื่นอาจจะมองไม่ออก อาจจะคิดว่าจางอวิ๋นลู่ใช้เล่ห์เหลี่ยมชนะ แต่เขาไม่คิดแบบนั้น ต่อให้โหวเซี่ยงฟลุ๊คหลบกระบี่แรกได้ แต่โดนชิงจังหวะไปแล้ว ยังไงก็หลบกระบี่ที่สองไม่พ้น
ในโรงเรียนมีต้นกล้าที่มีพรสวรรค์การต่อสู้ยอดเยี่ยมขนาดนี้อยู่ด้วย
"ท่านผอ. ชมเกินไปแล้วครับ"
ดูท่าครั้งก่อนที่เธอกระตุ้นเจตจำนงกระบี่ของเขาได้จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เด็กคนนี้มีแววจะเป็นเซียนกระบี่ชั้นยอดจริงๆ
เขาเคยสงสัยว่าผู้ฝึกกายาที่ทำร้ายเขาจะเกี่ยวข้องกับเด็กคนนี้หรือเปล่า เลยส่งคนไปสืบดู
แต่ก็พบว่าพ่อแม่เธอเสียแล้ว พี่ชายคนเดียวก็แค่ระดับแก่นทองคำ แถมยังเป็นคนแรกที่พบผู้บำเพ็ญเพียรที่ออกจากด่านอีกต่างหาก
ช่วงนี้ก็นอกจากตอนที่รายงานตัวกับผู้อาวุโสสำนักเต๋าไท่ซั่งสองคนนั้นแล้ว สองพี่น้องคู่นี้ก็ไม่เคยติดต่อกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดคนไหนอีกเลย
ในสนาม
ไม่นานจางอวิ๋นลู่ก็เจอผู้ท้าชิงอีกหลายคน เพราะคนอื่นมองว่าเธอชนะครั้งแรกแบบฟลุ๊คๆ
ผลลัพธ์เหมือนเดิมเป๊ะ ผู้ท้าชิงทุกคนโดนจางอวิ๋นลู่ตบด้วยกระบี่เดียวร่วง
ฝีมือคนส่วนใหญ่ยังแย่กว่าโหวเซี่ยงคนแรกซะอีก
ฟางหลินหน้าเครียด เขาไม่กล้าดูถูกจางอวิ๋นลู่แล้ว ครั้งเดียวอาจจะฟลุ๊ค แต่หลายครั้งขนาดนี้คือของจริง
แต่ที่เขาไม่เข้าใจคือ อาของเขาสมองกลับหรือเปล่า?
แค่ค่าเรียนพิเศษนิดหน่อย ถึงกับไปเพ่งเล็งนักเรียนเก่งขนาดนี้ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเสียใจหรือยัง
ฟางฉือจะไม่เสียใจได้ยังไง เขาเสียใจจนใจจะขาด
ปีที่แล้วอาจารย์ห้องข้างๆ ปั้นนักเรียนสอบได้ที่หนึ่งของเมือง ทางโรงเรียนมอบรางวัลเป็นทรัพยากรการฝึกตนก้อนโต ดันให้เขาเลื่อนจากแก่นทองคำขั้นปลายขึ้นสู่ระดับวิญญาณแรกกำเนิดได้เลย
นักเรียนคนนั้นพอขึ้นปีสองก็เข้าสำนักเซียน อนาคตไกลลิบ ส่วนอาจารย์คนนั้นก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง
สำหรับคนเป็นครูอย่างพวกเขา ชาตินี้ได้ระดับวิญญาณแรกกำเนิด ได้เลื่อนตำแหน่ง ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว
ฟางฉือจินตนาการออกเลยว่าหลังจบการสอบประลองเวทครั้งนี้ จะมีอาจารย์กี่คนมารุมแย่งตัวจางอวิ๋นลู่ไปอยู่ห้องตัวเอง
............
"เพลงกระบี่ที่นางใช้ ไม่เคยปรากฏมาก่อน"
จ้าวศาสตราจื่อหวนนั่งอยู่บนยอดเมฆมองดูจางอวิ๋นลู่ วิชากระบี่ที่โรงเรียนมัธยมในเมืองเสวียนเจี้ยนสอนเขารู้จักหมด
แต่วิชาที่จางอวิ๋นลู่ใช้ตอนนี้ เขาไม่เคยเห็น
'หรือจะเกี่ยวข้องกับเซียนกระบี่ที่ออกจากด่านคนนั้น?'
เขาจำได้ว่าแม่หนูน้อยคนนี้มีพี่ชายที่ปลอมตัวเป็นระดับแก่นทองคำอยู่คนหนึ่ง ดูท่าจะไม่ธรรมดาจริงๆ รอให้สอบประลองเวทจบลง คงต้องไปลองถามดูสักหน่อย
ทันใดนั้น จ้าวศาสตราจื่อหวนใจหายวาบ ส่งสัมผัสวิญญาณพุ่งตรงไปยังจุดหนึ่งในเมืองเสวียนเจี้ยนอย่างรวดเร็ว
สัมผัสได้ถึงไอเมารอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างมิดชิดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
คนของฝ่ายมาร แถมยังเป็นจอมมารเฒ่าระดับผสานเต๋า!
"ม่ายยย!!!"
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
อะไรกัน?
อะไรที่ทำให้จอมมารระดับผสานเต๋าสิ้นหวังได้ขนาดนี้!
ในขณะเดียวกัน สวีสิงก็มองไปทางที่ไอเมารพุ่งขึ้นมา
"ขยันก่อเรื่องจริงๆ สงสัยต้องไปรับตัวมาหน่อยแล้ว"
[จบแล้ว]