- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาเก้าสุริยันกลืนหยิน
- บทที่ 59: พวกยอดฝีมือเขาเล่นกันแผลงๆ แบบนี้รึ?
บทที่ 59: พวกยอดฝีมือเขาเล่นกันแผลงๆ แบบนี้รึ?
บทที่ 59: พวกยอดฝีมือเขาเล่นกันแผลงๆ แบบนี้รึ?
เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ใบหน้าของหัวหน้าโจวพลันแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็ง
"ทะ... ท่านปรมาจารย์เหยียนอวี้... พวกเรา... พวกเรากำลังทำความสะอาดสมุนไพรอยู่ครับ..." หัวหน้าโจวหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ
เหยียนอวี้พยักหน้าเล็กน้อย สายตาเหลือบไปมองสมุนไพรที่ซูเยี่ยถอนทิ้งไว้กองโต ซึ่งพวกเขายังไม่ทันปักคืนลงไป ขมวดคิ้วมุ่น "นี่มัน..."
หัวใจที่เคยแขวนอยู่บนเส้นด้ายของหัวหน้าโจวบัดนี้ขาดผึง พวกลูกน้องต่างหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย สมุนไพรคือรากฐานของยอดเขาโอสถวิญญาณ การทำลายไร่ยาเช่นนี้ โทษสถานเบาที่สุดคือการถูกขับออกจากสำนัก แต่ถ้าหากต้องชดใช้มูลค่าสมุนไพรเป็นหินลมปราณล่ะก็ ต่อให้พวกเขาทำงานหนักทั้งวันทั้งคืนจนตัวตายในชาตินี้ ก็ไม่มีทางหามาจ่ายได้หมด
ลูกน้องคนหนึ่งตัวสั่นงันงก "ทะ... ท่านปรมาจารย์ เรื่องนี้... พวกเราไม่เกี่ย..."
"พวกเราทำด้วยกันครับ!" ยังไม่ทันที่ลูกน้องจะพูดจบ หัวหน้าโจวก็ก้าวออกมาบังหน้าไว้ แม้ใบหน้าจะไร้สีเลือดแต่เขาก็ไม่ถอยหนี้ "พวกเราเป็นคนช่วยกันถอนสมุนไพรพวกนี้ทิ้ง... ทิ้ง..." ประโยคสุดท้าย เขาแทบจะเค้นเสียงออกมาไม่ได้อีก
ซูเยี่ยลอบถอนหายใจ แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก คนกลุ่มนี้ย่อมไม่รู้แผนการของเขากับเหยียนอวี้ ในสายตาพวกเขา สมุนไพรเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาล และการทำลายพวกมันคือหายนะครั้งใหญ่ถึงขั้นเปลี่ยนชีวิต แต่พวกเขาก็ยังเลือกที่จะรับผิดชอบร่วมกัน ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลยสักนิด
"ข้าเป็นคนถอนเองทั้งหมดแหละ" ซูเยี่ยตัดสินใจพูดความจริงขัดจังหวะ เพราะขืนปล่อยไว้พวกลูกน้องคงหัวใจวายตายไปเสียก่อน "สมุนไพรพวกนี้มัน..."
"พวกเราทำด้วยกัน!" หัวหน้าโจวโพล่งขัดซูเยี่ย "พวกเราจะรับผิดชอบร่วมกัน พวกเรา... ไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"ถอนแล้วก็ถอนไปสิ จะปักคืนทำไม? พวกเจ้าว่างงานกันมากรึไง?" เหยียนอวี้กล่าวด้วยท่าทีเอือมระอา
"ลงโทษพวก... หะ?" สมองของหัวหน้าโจวเกิดอาการลัดวงจรทันที เมื่อกี้... ข้าได้ยินอะไรนะ? ถอนแล้วก็ถอนไป? นี่คือยอดเขาโอสถวิญญาณนะ! ชื่อยอดเขาก็บอกอยู่โต้งๆ ว่าเพราะมีสมุนไพร! ในฐานะผู้ดูแลยอดเขา แทนที่จะโกรธจัดจนฟิวส์ขาด แต่คำพูดที่ว่า "ถอนแล้วก็ถอนไป" นี่มันหมายความว่ายังไง?
หัวหน้าโจวหันไปมองซูเยี่ยด้วยใบหน้าแข็งทื่อ ในหัวมีความคิดนับหมื่นแล่นพล่านไปหมด หรือซูเยี่ยจะเป็นลูกลับๆ ของปรมาจารย์เหยียนอวี้? แต่ถ้าเป็นลูก ทำไมใช้นามสกุลซู? แถมยังเรียกกันว่าพี่น้องอีก? พวกยอดฝีมือนี่เขาเล่นอะไรแผลงๆ กันแบบนี้รึ?
ความคิดฟุ้งซ่านเหล่านี้ ซูเยี่ยและเหยียนอวี้ย่อมไม่รับรู้ ความจริงคือทั้งคู่ตกลงกันแล้วว่า ด้วยสภาพดินและคุณภาพยาที่ย่ำแย่ระดับนี้ การปลูกต่อไปก็มีแต่จะเสียเวลาและทำลายหน้าดินเปล่าๆ หากต้องการให้ยอดเขาโอสถวิญญาณฟื้นคืนชีพ สิ่งเก่าที่เน่าเฟะต้องถูกกำจัดทิ้งให้สิ้น
เมื่อก่อนเหยียนอวี้ก็ได้แค่คิด เพราะการปฏิรูปครั้งใหญ่ต้องใช้ทุนทรัพย์และแรงงานมหาศาลเกินกว่าที่ยอดเขารั้งท้ายจะทำได้ แต่ตอนนี้เขามี 'โอสถทลายด่านลายมังกร' อยู่ในมือ ความมั่นใจของเขาจึงเต็มเปี่ยม
"ไม่ใช่แค่ที่นี่นะ แต่สมุนไพรทั้งหมดบนยอดเขาโอสถวิญญาณตอนนี้... ให้ทำลายทิ้งให้หมด!" เหยียนอวี้สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
หัวหน้าโจวอึ้งกิมกี่ไปรอบที่สอง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ปรมาจารย์เหยียนอวี้คิดจะก่อกบฏแล้วหนีออกจากสำนักงั้นรึ? ต่อให้หนีไปได้ ใครจะรับมือกับโทสะของสำนักหมื่นธรรมไหว? พวกเขาคงโดนตามล่าจนไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนเป็นแน่!
เหยียนอวี้เห็นสีหน้าของแต่ละคนก็พอเดาได้ว่าคิดไปถึงไหนต่อไหน เขาจึงกระแอมไอแล้วประกาศเสียงดังขึ้น "ฟังให้ดี ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป ทรัพยากรฝึกตนของพวกเจ้าทุกคน... จะเพิ่มขึ้นสิบเท่า!"
เอ๋? หัวหน้าโจวแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเหนือล้ำจินตนาการไปไกลมาก นอกจากจะสั่งทำลายรากฐานยอดเขาแล้ว ยังจะเพิ่มทรัพยากรให้อีกสิบเท่า... ยอดเขาโดนล้างบางไปแล้ว จะเอาทรัพยากรมาจากไหนแจก? ในใจของหัวหน้าโจวตอนนี้มีเพียงความคิดเดียว: ปรมาจารย์เหยียนอวี้... บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วจริงๆ
"เอาล่ะ ทำงานต่อไป" เหยียนอวี้ตัดบท "ถอนทิ้งให้หมดไม่ต้องกังวล อีกเดี๋ยวจะมีคนมาช่วยงานพวกเจ้าเอง พวกเจ้าแค่คอยดูแลจัดการก็พอ" พูดจบเขาก็หันไปหาซูเยี่ย "ตามข้ามา!"
ซูเยี่ยพยักหน้าแล้วเดินตามออกไป ทิ้งให้หัวหน้าโจวถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันไปมองลูกน้องด้วยสายตาจริงจัง "พวกแก... ใครอยากหนีตอนนี้ ข้าว่ายังทันนะ..."
อีกด้านหนึ่ง ซูเยี่ยและเหยียนอวี้กำลังมุ่งหน้าลงจากเขา "งานชุมนุมแบบนี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรอก ส่วนใหญ่ก็แค่มาสรุปสถานการณ์แต่ละยอดเขา เจ้าของยอดเขาส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมากันเอง" เหยียนอวี้พูดด้วยท่าทางผ่อนคลาย แต่ซูเยี่ยรู้ดีว่ามือของอีกฝ่ายกำลังชุ่มไปด้วยเหงื่อจากความตื่นเต้น
ในที่สุด ทั้งคู่ก็มาถึงยอดเขาใจกลางสำนักหมื่นธรรม ยอดเขานี้ถูกเรียกว่า 'ยอดเขาไร้นาม' เพราะไม่เคยมีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ ใช้สำหรับจัดงานพิธีการใหญ่ๆ หรือการประลองประจำสำนัก
เมื่อขึ้นไปถึง ซูเยี่ยถึงได้เห็นว่าพื้นที่บนนี้กว้างขวางมหาศาล มีการจัดแบ่งโซนไว้ทั้งหมด 108 จุดสำหรับแต่ละยอดเขาอย่างชัดเจน ระหว่างทางมีสายตาหลายคู่มองมาที่เหยียนอวี้และซูเยี่ยด้วยความฉงนสงสัย
"วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย? ร้อยวันพันปีไม่เคยโผล่หัวมางานชุมนุม วันนี้กลับมาเข้าร่วมเฉยเลย แปลกจริงๆ..." "ถ้าข้าอยู่อันดับร้อยกว่าๆ ข้าก็ไม่กล้ามาหรอก มันน่าขายหน้าจะตายไป..." "วันนี้ไม่กลัวหน้าแหกแล้วรึ? สงสัยหลายปีมานี้จะฝึก 'วิชาหน้าหนา' จนสำเร็จสินะ ฮ่าฮ่าฮ่า!"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังแว่วมาตามลม ทว่าเหยียนอวี้เพียงแค่แสยะยิ้มเย็นชา...