- หน้าแรก
- คัมภีร์สวรรค์ ราชันย์แพทย์
- บทที่ 24.เหอเฟิงนำทีมบุกจับชู้
บทที่ 24.เหอเฟิงนำทีมบุกจับชู้
บทที่ 24.เหอเฟิงนำทีมบุกจับชู้
​สิบกว่านาทีต่อมา รถเบนท์ลีย์หรูแล่นนำขบวน ตามด้วยรถแลนด์โรเวอร์อีกสองคัน พุ่งเข้ามาจอดเอี๊ยดที่หน้าบ้านพักของหลินเสวี่ยโหรว
​เหอเฟิง และ หวังเทา ก้าวลงจากรถเบนท์ลีย์ด้วยท่าทางดุดัน ส่วนรถแลนด์โรเวอร์ทั้งสองคัน บรรทุกชายฉกรรจ์สิบกว่าคนพร้อมท่อนเหล็กครบมือกรูกันลงมา
​เฉินผิงเย่าที่ซุ่มรออยู่รีบเปิดประตูรถ ปรี่เข้าไปหาเจ้านายอย่างกระตือรือร้น
​“คุณท่านเหอ! คุณหวัง! ในที่สุดก็มากันสักที... คืนนี้ผมสะกดรอยตาม ผอ.หลินมาถึงที่นี่ครับ แล้วหลังจากเธอเข้าไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไอ้เด็กซูเฉินนั่นก็ตามเข้าไป! ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ข้างในด้วยกันครับ!”
​ใบหน้าของเหอเฟิงเคร่งขรึมเย็นชา น้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
​“ที่พูดมา... แน่ใจนะ?”
​“พันเปอร์เซ็นต์ครับ! ผมเห็นกับตาว่าซูเฉินเดินเข้าไปข้างใน ผ่านไปยี่สิบกว่านาทีแล้วยังไม่ออกมาเลยครับ”
​เหอเฟิงชี้หน้าเฉินผิงเย่า “แกยืนรออยู่ตรงนี้ ฉันยังไม่ออกมา ห้ามไปไหนเด็ดขาด”
​สั่งเสร็จ เขาก็หันไปตะโกนสั่งลูกน้องเสียงดังลั่น
​“แบ่งคนออกเป็นสองทีม! ครึ่งหนึ่งล้อมบ้านหลังนี้ไว้ ห้ามให้แมลงวันบินรอดออกไปได้แม้แต่ตัวเดียว! ที่เหลือตามฉันเข้าไป!”
​เหล่าชายฉกรรจ์แยกย้ายกันไปล้อมบ้านอย่างรวดเร็ว ส่วนอีกกลุ่มเตรียมพร้อมบุก
​หวังเทาตบไหล่เฉินผิงเย่าเบาๆ แล้วกระซิบข้างหู “รอรับรางวัลได้เลยหมอเฉิน... งานนี้พี่ชายฉันตบรางวัลไม่อั้นแน่”
​เหอเฟิงสั่งให้ลูกน้องงัดประตูบ้าน ปัง! แล้วพุ่งตัวเข้าไปด้านในทันที
​แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เขาชะงัก
​หลินเสวี่ยโหรวในชุดทำงานเรียบร้อย กำลังนั่งจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาเพียงลำพัง
​“ไอ้หน้าอ่อนนั่นอยู่ไหน?”
​เหอเฟิงไม่รอช้า ถามเข้าประเด็นทันที
​หลินเสวี่ยโหรววางถ้วยกาแฟลงช้าๆ แล้วลุกขึ้นยืนจ้องหน้าสามีด้วยสายตาเย็นชา
​“ไอ้บ้าเหอ... เป็นประสาทหรือไง? เรื่องเมื่อวานฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับแกเลยนะ”
​“เมื่อวานก็ส่วนเมื่อวาน แต่วันนี้แกแอบมาซื้อบ้านซุกไว้ แล้วยังเลี้ยงต้อยผู้ชายไว้ในบ้านอีก! บอกมา... มันอยู่ไหน? ถ้าเจอตัวเมื่อไหร่ ฉันจะฆ่ามันทิ้งซะ แล้วแกเตรียมตัวโดนดีได้เลย!”
​เหอเฟิงตวาดเสียงกร้าว สั่งลูกน้องทันที “ค้นให้ทั่ว! รื้อบ้านให้เละ! ลากคอไอ้เด็กนั่นออกมาให้ได้!”
​หลินเสวี่ยโหรวนั่งลงไขว่ห้าง จิบกาแฟต่ออย่างไม่ยี่หระ
​“เหอเฟิง... อย่าเอาสันดานตัวเองมาตัดสินคนอื่น ตัวเองมั่วเซ็กซ์ เที่ยวซ่อง เลี้ยงอีหนูไว้เป็นโขยง ก็อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะทำตัวต่ำตมเหมือนแก”
​เหอเฟิงเดินมานั่งลงตรงข้ามเธอ วางท่าเป็นต่อ
​“อย่ามาปากดี... เดี๋ยวพอฉันลากตัวชู้รักของแกออกมาได้ ฉันจะหักขามันให้ดู แล้วดูซิว่าแกจะยังปากเก่งได้อีกไหม”
​“ถ้าแกรู้จักเจียมตัว พรุ่งนี้ก็แต่งตัวสวยๆ ไปเอาใจลูกค้าซะ... ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”
​“ไอ้เดรัจฉาน! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่แก ฉันไม่เคยมั่วผู้ชาย!”
​“ยังจะแถอีก! เดี๋ยวเจอตัวมันก่อนเถอะ น่าดู!”
​หลินเสวี่ยโหรวยกกาแฟขึ้นจิบ ในใจพลางนึกทึ่ง... ซูเฉินไปเอาความสามารถพวกนั้นมาจากไหนกันนะ?
​เมื่อวานเพิ่งจะโชว์เทพรักษาเจี่ยเฉียนเฉียน วันนี้ก็หูทิพย์ตาทิพย์รู้ความเคลื่อนไหวของศัตรูล่วงหน้า
​แถมยังกระโดดลงจากชั้นสองสูงลิบลิ่วได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับจอมยุทธ์
​เขาเป็นใครกันแน่?
​เวลาผ่านไปสักพัก ลูกน้องของเหอเฟิงก็ทยอยเดินลงมาจากชั้นบน หน้าตาบ่งบอกความผิดหวัง
​“นายครับ... หาไม่เจอครับ ไม่มีใครอยู่เลย”
​“เป็นไปไม่ได้! เฉินผิงเย่าเห็นกับตาว่ามันเดินเข้ามา! มันจะหายตัวไปได้ยังไง? หาใหม่! ค้นให้ละเอียดกว่าเดิม!”
​เหอเฟิงตะคอกด้วยความหงุดหงิด
​หวังเทารีบสั่งลูกน้องให้กลับขึ้นไปค้นอีกรอบ
​ห้าหกนาทีผ่านไป หวังเทานำทีมกลับลงมาอีกครั้ง
​“ลูกพี่... ไม่มีจริงๆ ครับ ไม่เจอแม้แต่รอยเท้าผู้ชายเลย”
​“หลินเสวี่ยโหรว! บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าแกซ่อนมันไว้ที่ไหน?”
​เหอเฟิงสติขาดผึง พุ่งเข้าไปบีบคอภรรยาตัวเอง ตะคอกถามเสียงดังลั่น
​“ฉันบอกแล้วว่าฉันอยู่คนเดียว! ฉันชอบความสงบ! ถ้าไม่เชื่อก็เชิญค้นจนกว่าจะพอใจ!” หลินเสวี่ยโหรวตอบกลับเสียงแข็ง แม้จะหายใจลำบาก
​“เชื่อไหมว่าฉันบีบคอแกให้ตายตรงนี้ได้เลย?”
​“เอาสิ! บีบเลย! ต่อหน้าลูกน้องแกนี่แหละ... ขนาดวางยาเมียตัวเองแกยังทำมาแล้ว ฆ่าเมียตัวเองอีกสักคนจะเป็นไรไป!”
​หวังเทาเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาห้ามทัพ
​“ลูกพี่... ใจเย็นครับ บางทีพี่สะใภ้อาจจะพูดจริง เรากลับกันก่อนเถอะ”
​เพียะ!
​เหอเฟิงตบหน้าหวังเทาฉาดใหญ่
​“ไอ้โง่! แกเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่ามีคนอยู่! พามาคว้าน้ำเหลวชัดๆ!”
​เหอเฟิงลุกขึ้น ชี้หน้าคาดโทษหลินเสวี่ยโหรว
​“จำใส่กะโหลกไว้... ตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย แกอย่าหวังจะได้มีผัวใหม่! ถ้าฉันจับได้ว่าแกมีชู้เมื่อไหร่ ฉันจะฆ่ามันให้ตายโหง แล้วแกก็จะไม่รอดเหมือนกัน!”
​เหอเฟิงและพรรคพวกเดินกระแทกเท้าออกจากบ้านไปอย่างหัวเสีย
​เฉินผิงเย่าที่ยืนรออยู่หน้าประตู รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความหวัง
​“คุณท่านเหอ! คุณหวัง! เจอตัวมันไหมครับ? จัดการไอ้ชู้รักนั่นให้หนักเลยนะครับ!”
​หวังเทาที่เพิ่งโดนตบมาหมาดๆ กำลังหาที่ระบายอารมณ์พอดี
​เขาถีบเฉินผิงเย่าเต็มแรง พลั่ก!
​“ไอ้แก่ตารั่ว! ตาบอดหรือไงวะ! แกบอกว่าเห็นมันเข้าไป แต่พวกฉันค้นบ้านจนจะพังอยู่แล้ว ไม่เจอแม้แต่เงา!”
​“กระทืบมัน! เอาให้ปางตาย!”
​เหอเฟิงสั่งเสียงเหี้ยม
​ลูกน้องนับสิบคนกรูกันเข้าไปรุมสหบาทาเฉินผิงเย่าอย่างเมามัน ตุบตับ! ตุบตับ!
​“โอ๊ย! ผมเห็นจริงๆ นะครับ! ผมเห็นมันเข้าไปจริงๆ!”
​เฉินผิงเย่านอนคู้ตัวกุมหัวร้องโหยหวน เลือดเริ่มซึมออกมาตามร่างกาย
​“หยุด!”
​เหอเฟิงสั่งหยุด ลูกน้องถอยฉากออกมา
​เหอเฟิงคว้าท่อนเหล็กจากมือลูกน้อง เดินตรงเข้าไปหาเฉินผิงเย่าที่นอนตัวสั่นงันงก
​“คุณท่านเหอ... ผมพูดเรื่องจริงนะครับ... เชื่อผมเถอะ”
​“จริงกับผีสิวะ!”
​ผัวะ!
​เหอเฟิงฟาดท่อนเหล็กเข้าที่หน้าผากเฉินผิงเย่าเต็มแรง
​สมองเฉินผิงเย่ามึนตึ้บ เลือดสดๆ ไหลอาบลงมาปิดตาข้างหนึ่ง
​“จากนี้ไปอย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีก! ขืนโผล่มาให้เห็นอีกครั้ง ฉันจะเอาชีวิตแก!”
​เหอเฟิงโยนท่อนเหล็กทิ้ง แล้วเดินขึ้นรถไป
​หวังเทาเดินตามมา ก่อนขึ้นรถก็แถมลูกเตะเข้าที่อกเฉินผิงเย่าอีกหนึ่งที ปึก!
​“ไอ้สวะ! เลี้ยงเสียข้าวสุก!”
​ขบวนรถหรูแล่นจากไป ทิ้งให้เฉินผิงเย่านอนจมกองเลือดอยู่หน้าบ้าน
​เฉินผิงเย่าตะเกียกตะกายลุกขึ้นมานั่ง เอามือปาดเลือดที่หน้า ร่างกายบอบช้ำไปหมด แต่ยังดีที่กระดูกไม่หัก
​เขามองไปที่บ้านพักของหลินเสวี่ยโหรวด้วยความงุนงง... ก็เขาเห็นซูเฉินเดินเข้าไปจริงๆ นี่นา แล้วมันหายไปไหน?
​ขณะที่กำลังพยุงร่างอันบอบช้ำจะกลับไปที่รถ
​จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีออกมาจากมุมถนน มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกข้างถือถุงมื้อดึก
​“อ้าว! ท่านรองฯ เฉิน... ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาครับเนี่ย? สภาพดูไม่จืดเลย!”
​ซูเฉินเดินเข้ามาใกล้ ยิ้มเยาะเย้ยทับถมใส่ตาแก่ที่กำลังบาดเจ็บอย่างสะใจ