เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 06.ไม่รนหาที่ตายก็ไม่วายชีวา

บทที่ 06.ไม่รนหาที่ตายก็ไม่วายชีวา

บทที่ 06.ไม่รนหาที่ตายก็ไม่วายชีวา


​แม้หลินเสวี่ยโหรวจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่เธอก็ทำใจปล่อยให้ซูเฉินเดินหน้าต่อไปไม่ได้จริงๆ

​ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ เขาไม่ตายก็คงพิการแน่

​ไม่ว่าจะอย่างไร ไอ้เด็กนี่ก็เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ เธอจะทนเห็นเขาตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไงกัน

​เธอรีบสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวซูเฉิน แล้วกระซิบข้างหูเขาเสียงเบา "เลิกบ้าได้แล้วน่า!"

​"ผอ.หลิน... ช่วยไปหาเข็มเงินสำหรับฝังเข็มมาให้ผมสักชุดสิครับ"

​ซูเฉินทำหูทวนลมเหมือนไม่ได้ยินคำเตือนของเธอ แถมยังสั่งงานหน้าตาเฉย

​ไต้เหยาขยับเข้ามาใกล้ "ผอ.หลินคะ... ขอแค่มีความหวังแม้เพียงริบหรี่ เราก็ต้องลองดูนะคะ ให้หมอซูลองรักษาลูกสาวฉันเถอะค่ะ"

​หลินเสวี่ยโหรวส่ายหน้าอย่างจนใจ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอทำได้แค่ภาวนาในใจขออย่าให้ไอ้เด็กบ้านี่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะเรื่องนี้เลย

​ซูเฉินมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาวางมือลงบนท้องน้อยของเจี่ยเฉียนเฉียน

​การกระทำของเขาในสายตาคนอื่น มันคือการรนหาที่ตายชัดๆ

​ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของผู้มีอิทธิพลอย่างเจี่ยเจิ้งเต้า มีหรือจะยอมให้ไอ้เด็กผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้มาลูบคลำตรงจุดสงวนแบบนี้

​ไต้เหยายืนมองอยู่ข้างๆ แม้ในใจจะห่วงลูกสาวแทบขาดใจ แต่พอเห็นภาพนี้ สีหน้าของนางก็เริ่มบึ้งตึงขึ้นมา

​ถ้าไอ้หนุ่มนี่รักษาลูกสาวนางหาย แน่นอนว่าต้องมีรางวัลให้อย่างงาม

​แต่ถ้ารักษาไม่หาย... นั่นเท่ากับว่ามันมีเจตนาแอบแฝง ฉวยโอกาสลวนลามลูกสาวนาง... ถึงตอนนั้น นางรับรองได้เลยว่ามันจะไม่มีวันได้ตายดี

​"ผอ.หลินครับ เร็วๆ หน่อยสิ ช่วยไปหาเข็มเงินมาให้ผมที"

​หลินเสวี่ยโหรวเริ่มทำตัวไม่ถูก สถานการณ์มันถลำลึกมาขนาดนี้แล้ว ถ้าจะให้ซูเฉินหยุดตอนนี้ เรื่องมันคงจบไม่สวยแน่

​แต่ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองอยู่ จะถอยก็ไม่ได้แล้ว

​เธอจึงจำใจหันไปถามเหล่าแพทย์อาวุโสรอบข้าง "มีใครพกเข็มเงินมาบ้างไหมคะ?"

​หมอผู้ชายวัยสี่สิบกว่าคนหนึ่งรีบล้วงกล่องเข็มออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์แล้วยื่นให้

​หลินเสวี่ยโหรวรับเข็มมาส่งต่อให้ซูเฉิน

​แววตาของเธอเต็มไปด้วยความวิตกกังวล

​แต่ซูเฉินกลับดูไม่ยี่หระเลยสักนิด

​ที่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน ดวงตาหลายสิบคู่ต่างจับจ้องมาที่ซูเฉินเป็นตาเดียว

​จู่ๆ ซูเฉินก็นึกอะไรขึ้นได้ เขาวางเข็มลงข้างตัว แล้วดึงชายกระโปรงของเจี่ยเฉียนเฉียนลงมาคลุมหน้าท้องของเธอไว้เหมือนเดิม

​เห็นดังนั้น เฉินผิงเย่าก็ลิงโลดในใจ นึกว่าซูเฉินถอดใจยอมแพ้แล้ว

​เขารีบพูดดักคอทันที "หมอซู... ไหนบอกว่าเวลาเหลือน้อยแล้วไง! มัวรออะไรอยู่ รีบรักษาคุณหนูเจี่ยสิครับ"

​"วิชาการรักษาของผมเป็นความลับ ไม่ใช่ใครจะมาดูสุ่มสี่สุ่มห้าได้... คุณนายไต้ ผอ.หลิน พวกคุณสองคนอยู่ต่อได้ ส่วนคนอื่นออกไปให้หมดครับ"

​"แหม... หมอซู ก็ให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาหน่อยเถอะน่า"

​เฉินผิงเย่าแสร้งทำเป็นพูดดี

​"ไม่ได้ครับ เชิญออกไปให้หมด... ร่างกายอันสูงส่งของคุณหนูเจี่ย ไม่ใช่ของที่จะให้ตาแก่หัวงูอย่างพวกคุณมาจ้องมองกันได้"

​เฉินผิงเย่าไม่มีทางเลือก จึงได้แต่ตอบรับ "ก็ได้ๆ งั้นพวกเราจะออกไปรอฟังข่าวดีข้างนอกนะ"

​ทุกคนทยอยเดินออกไป ในจังหวะที่ไต้เหยากำลังจะปิดประตู หลินเสวี่ยโหรวก็แอบหยิกเอวซูเฉินเต็มแรง แล้วตวัดสายตาคาดโทษใส่เขา

​เพราะมีไต้เหยาอยู่ด้วย เธอจึงพูดอะไรมากไม่ได้ ได้แต่ใช้วิธีนี้เตือนสติเขา

​แต่สิ่งที่หลินเสวี่ยโหรวคาดไม่ถึงก็คือ... ไอ้เด็กบ้ากามนี่กลับฉวยโอกาสลูบเอวเธอคืน แถมยังทำท่าทางกรุ้มกริ่มใส่ซะอย่างนั้น

​หลินเสวี่ยโหรวโกรธจนแทบจะขบกรามให้แตก ถ้าไต้เหยาไม่อยู่ตรงนั้น เธอคงบีบคอไอ้หมอนี่ให้ตายคามือไปแล้ว

​ไต้เหยาปิดประตูสนิท แล้วหันกลับมามองทั้งคู่ แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าวิงวอน "หมอซู... ลูกสาวฉันยังมีทางรอดจริงๆ ใช่ไหม?"

​"คุณนายไต้ไม่ต้องห่วง มีผมอยู่ทั้งคน รับรองว่าอีกครึ่งชั่วโมงลูกสาวคุณจะกลับมาวิ่งปร๋อได้เหมือนเดิมแน่นอน"

​"จริงเหรอคะ? ถ้าทำได้จริง คุณอยากได้อะไรบอกฉันมาได้เลย ฉันให้หมดทุกอย่าง"

​พอได้ยินว่าลูกสาวยังมีทางรอด ไต้เหยาก็ดีใจจนเนื้อเต้น

​"คุณพูดแบบนี้ ผมก็นึกขึ้นได้พอดี... ผมช่วยลูกสาวคุณแน่ แต่คุณต้องจ่ายค่ารักษามาห้าแสน"

​ซูเฉินยิ้มร่า พลางชูนิ้วขึ้นมาห้านิ้ว

​หลินเสวี่ยโหรวแทบจะร้องไห้โฮ ในใจก่นด่าไม่หยุด ไอ้บ้านี่มันสติแตกไปแล้วหรือไง! ยังไม่ทันจะรักษา ก็มาหน้าเลือดเรียกเงินเขาแล้ว

​อีกอย่าง หมอรักษาคนไข้ก็มีเรทราคามาตรฐานอยู่แล้ว ต่อให้ช่วยชีวิตเจี่ยเฉียนเฉียนได้ ก็ไม่น่าจะเรียกเงินแพงขนาดนั้น

​ไม่ใช่ว่าชีวิตของเจี่ยเฉียนเฉียนไม่มีค่าพอกับเงินห้าแสน แต่เขาแทบจะไม่ได้ใช้อุปกรณ์การแพทย์หรือยาแพงๆ อะไรเลยด้วยซ้ำ

​ไต้เหยาพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น "หมอซูคะ ขอแค่ช่วยลูกสาวฉันให้ฟื้นขึ้นมาได้ อย่าว่าแต่ห้าแสนเลย ห้าล้าน หรือห้าสิบล้าน ฉันก็จ่ายให้ได้ค่ะ"

​หลินเสวี่ยโหรวรู้สึกปวดหัวตุบๆ จนแทบจะระเบิด ไม่รู้ในสมองของไอ้เด็กบ้านี่มันบรรจุอะไรไว้บ้าง เธออดไม่ได้ที่จะเอานิ้วจิ้มหลังเขาเบาๆ อีกสองที

​ซูเฉินไม่แม้แต่จะหันมอง ทำเหมือนเธอเป็นธาตุอากาศ

​"ตกลงตามนี้นะครับ... อีกห้านาที คอยดูผมเสกให้ลูกสาวคุณฟื้นคืนชีพได้เลย"

​ซูเฉินเปิดกล่องเข็มเงินพลางพูดด้วยรอยยิ้ม

​"หมอซูคะ... ตกลงลูกสาวฉันป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่คะ?"

​มองดูลูกสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ไต้เหยาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

​"ท้องครับ!"

​"หา?!!"

​"หา?!!"

​ทั้งหลินเสวี่ยโหรวและไต้เหยาอุทานออกมาพร้อมกัน

​หลินเสวี่ยโหรวยังจำได้แม่นว่า เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เซี่ยนาเพิ่งจะโดนตบหน้าหันเพราะพูดคำนี้แหละ

​"หมอซู... ระวังปากหน่อยนะคะ ลูกสาวฉันเพิ่งจบ ม.ปลาย เพิ่งจะสอบติดมหาลัย อายุเพิ่งจะย่างสิบเก้า ช่วงปิดเทอมนี้แกก็ตัวติดกับฉันตลอด ท้องแกเพิ่งจะมาป่องเอาสองสามวันนี้เอง แกจะไปท้องได้ยังไงคะ?"

​น้ำเสียงของไต้เหยาเริ่มเย็นชาลงทันที

​ซูเฉินยังคงยิ้มระรื่น "ที่ว่าท้องน่ะ ไม่ใช่ท้องลูกคนหรอกครับ แต่เธอท้อง 'ลม' ต่างหาก"

​"ท้องลม?"

​หลินเสวี่ยโหรวงงเป็นไก่ตาแตก เธอเรียนหมอมาห้าปี ต่อโทต่อเอกเมืองนอกเมืองนามาตั้งเท่าไหร่

​ไม่เคยได้ยินคำว่า 'ท้องลม' มาก่อนเลยในชีวิต

​ไต้เหยาเองก็อดถามไม่ได้ "ท้องลมคืออะไรคะ?"

​"ท้องลม ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ 'ครรภ์วิญญาณ' ครับ... ไม่มีรูปกายเนื้อ แต่มีตัวตนอยู่จริง"

​ไม่ว่าจะไต้เหยาหรือหลินเสวี่ยโหรว ต่างก็ฟังภาษาเทพของซูเฉินไม่รู้เรื่อง ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่

​"หมอซู... งั้นรีบรักษาเถอะค่ะ"

​"ครับ... รบกวนช่วยเปิดกระโปรงลูกสาวคุณขึ้น แล้วดึงกางเกงในลงหน่อยครับ"

​……

​ในขณะเดียวกัน

​ที่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน เหล่าแพทย์หัวกะทิแห่งโรงพยาบาลประจำเมืองต่างพากันเอาหูแนบประตู แอบฟังความเคลื่อนไหวข้างในอย่างตั้งใจ

​พอได้ยินซูเฉินเปิดฉากเรียกเงินห้าแสน เฉินผิงเย่าก็แสยะยิ้มเหยียดหยาม

​"อายุแค่นี้ ริอาจจะมาหากินทางลัดแล้วเหรอ?"

​ลูกน้องคนสนิทของเฉินผิงเย่าจับน้ำเสียงเจ้านายได้ทันที อีกทั้งยังรู้เรื่องความแค้นระหว่างเฉินตงกับซูเฉินดีอยู่แล้ว

​จึงรีบผสมโรงด้วยรอยยิ้มดูแคลน "แค่เด็กฝึกงานกระจอกๆ จะไปมีปัญญาทำอะไรได้ครับ ไม่รนหาที่ตายก็ไม่วายชีวาวาตม์... เดี๋ยวเรามารอดูกันว่ามันจะจบไม่สวยยังไง"

​"ไอ้ระยำนั่น... มันบอกให้ถอดกางเกงในคุณหนูเจี่ยแล้วครับ... มันกะจะฆ่าตัวตายชัดๆ"

​หมออีกคนที่แอบมองผ่านช่องประตู หันมาบอกเฉินผิงเย่าด้วยน้ำเสียงสมน้ำหน้า

​เฉินผิงเย่าแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

ไอ้คนแซ่ซู... แกเตะไข่ลูกชายฉันแตกไปข้างหนึ่ง วันนี้แหละฉันจะทำให้แกต้องกลายเป็นคนพิการ!

​เขาวางแผนไว้เสร็จสรรพแล้ว รอให้ซูเฉินรักษาล้มเหลวเมื่อไหร่ เขาจะใส่ไฟยุแยงไต้เหยาให้หนัก

​ยืมมือตระกูลเจี่ยจัดการซูเฉินให้สิ้นซาก อย่างน้อยๆ ก็ต้องเอาให้พิการ ให้มันต้องไปคลานขอทานข้างถนนเหมือนหมาข้างทาง!

จบบทที่ บทที่ 06.ไม่รนหาที่ตายก็ไม่วายชีวา

คัดลอกลิงก์แล้ว