เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

​บทที่ 07.เคราะห์กรรมสาวงาม

​บทที่ 07.เคราะห์กรรมสาวงาม

​บทที่ 07.เคราะห์กรรมสาวงาม


​ที่มุมมืดของระเบียงทางเดิน เฉินผิงเย่าแอบโทรศัพท์หา 'หลิวเฟิง' หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยอย่างลับๆ

​เพียงไม่กี่นาที หลิวเฟิงก็นำกำลังเจ้าหน้าที่ รปภ. ห้าหกคน วิ่งกระหืดกระหอบมาถึงจุดเกิดเหตุ

​"ผอ.เฉิน มีคำสั่งอะไรให้ผมรับใช้ครับ?"

​"เดี๋ยวพอซูเฉินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ให้พวกแกคุมตัวมันไว้เลย อย่าปล่อยให้หนีไปได้"

​เฉินผิงเย่ามั่นใจในประสบการณ์แพทย์หลายสิบปีของตัวเอง เขามองปราดเดียวก็รู้ว่าอาการของเจี่ยเฉียนเฉียนนั้นเกินเยียวยา เข้าขั้นวิกฤตจนเทวดาก็ยื้อไม่ไหว

​เดี๋ยวพอซูเฉินเดินคอตกออกมา เขาจะสั่งจับกุมทันที แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้มันเป็นแพะรับบาป

​หลิวเฟิงรีบพยักหน้ารับคำสั่ง แล้วหันไปกำชับลูกน้องทันที

​เหล่า รปภ. หนุ่มต่างพากันหักนิ้วดังกร็อบแกร็บ เตรียมพร้อมลงไม้ลงมือด้วยท่าทางดุดัน

​เวลาผ่านไปสิบกว่านาที ภายในห้องฉุกเฉินยังคงเงียบกริบ เฉินผิงเย่าแอบมองลอดช่องประตูเข้าไป

​เห็นเจี่ยเฉียนเฉียนยังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ส่วนซูเฉินและหลินเสวี่ยโหรวยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง

​ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนจะจนปัญญา หมดหนทางรักษา

​ภาพที่เห็นทำให้เฉินผิงเย่ายิ่งมั่นใจ

คราวนี้แหละ... ไอ้ซูเฉินมันตายแน่

​ขณะที่เขากำลังยืนกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่นั้น ประตูห้องก็เปิดผัวะออก ซูเฉินเดินอาดๆ ออกมา

​สายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปที่เขาทันที

​"ไงจ๊ะพ่อหมอซู... เป็นไงบ้างล่ะ? คุณหนูเจี่ยหายดีแล้วหรือยัง?" ใครบางคนแกล้งตะโกนถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

​"หายดีแล้วครับ เดี๋ยวก็คงเดินออกมา"

​ซูเฉินตอบพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันหลังเดินมุ่งหน้าไปทางห้องน้ำ

​เฉินผิงเย่าเข้าใจผิดคิดว่าซูเฉินจะหนีความผิด จึงรีบส่งสัญญาณตาให้หลิวเฟิงทันที

​หลิวเฟิงนำทีมลูกน้องพุ่งเข้าไปล้อมกรอบ แล้วล็อคแขนซูเฉินไว้อย่างรวดเร็ว

​"แกรักษาคุณหนูเจี่ยจนตาย ก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ?"

​เฉินผิงเย่าเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม ตีหน้ายักษ์ชี้หน้าด่ากราดใส่ซูเฉินเสียงดังลั่น

​"เฒ่าเฉิน... เปลี่ยนสีไวจริงนะ เมื่อกี้ยังเป็นคนเชียร์ให้ผมรักษาอยู่หยกๆ พอตอนนี้จะมากลับคำซะแล้ว?"

​ซูเฉินรู้อยู่แล้วว่าตาแก่เจ้าเล่ห์คนนี้ไม่ได้หวังดีมาตั้งแต่ต้น

​"ตอนแรกฉันก็นึกว่าแกจะมีฝีมือจริงๆ ที่ไหนได้ แกมันก็แค่สิบแปดมงกุฎ หมอเถื่อนหลอกลวงต้มตุ๋น! เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์ไว้ใจ!"

​"จับมันมัดไว้! เอาเชือกมัดให้แน่น รอคุณนายไต้เดินออกมาค่อยให้ท่านชี้ชะตา"

​ซูเฉินมองใบหน้าอันน่ารังเกียจของเฉินผิงเย่าแล้วแค่นหัวเราะ

​"คงต้องทำให้คุณผิดหวังแล้วล่ะ... เพราะคุณหนูเจี่ยเธอหายดีแล้วจริงๆ"

​เฉินผิงเย่าแสยะยิ้มเหี้ยม

​"คิดว่าตัวเองเป็นใคร? คิดว่าเป็นเทวดาลงมาโปรดหรือไง?"

​เขาเดินตรงเข้าไปประชิดตัวซูเฉิน แล้วกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงอาฆาต "กล้าแตะต้องลูกชายฉัน! แกทำลายไข่ลูกฉันไปหนึ่งใบ ฉันจะเอาคืนให้แกพิการไปครึ่งชีวิต!"

​ซูเฉินถูกล็อคแขนอยู่ แม้พลังลมปราณในตัวจะถูกใช้ไปกับการรักษาเจี่ยเฉียนเฉียนจนเกือบหมด แต่เศษเสี้ยวพลังที่เหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะจัดการตาแก่คนนี้ได้

​สบโอกาสเหมาะ ซูเฉินตวัดขาเตะสวนเข้าไปที่ท้องน้อยของเฉินผิงเย่าเต็มแรง!

​เฉินผิงเย่าไม่ทันระวังตัว โดนลูกเตะเสยเข้าที่กล่องดวงใจอย่างจัง

​แม้ไข่จะไม่แตกเหมือนลูกชาย แต่ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นพล่านจากจุดยุทธศาสตร์พุ่งตรงขึ้นสู่สมองและกระดูกสันหลัง

​ความเจ็บปวดเกินจะบรรยาย ตาแก่เฉินร้องโหยหวน กุมเป้าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

​หลิวเฟิงเห็นเจ้านายโดนทำร้าย ก็ตบะแตก ง้างมือเตรียมจะตบสั่งสอนซูเฉิน

​"ไอ้บ้านนอก! ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้าดียังไงมาทำร้ายท่านรองฯ วันนี้ป๋าจะนวดกระดูกให้แกเอง!"

​"หยุดเดี๋ยวนี้!"

​ฝ่ามือของหลิวเฟิงชะงักค้างกลางอากาศ ห่างจากหน้าซูเฉินไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เมื่อมีเสียงตวาดแหลมสูงดังขึ้นจากด้านหลัง

​เสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยอำนาจและบารมี จนทำให้หลิวเฟิงรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

​เขารีบหันกลับไปมอง... ภาพที่เห็นคือคุณนายไต้กำลังประคองเจี่ยเฉียนเฉียนยืนอยู่ที่หน้าประตู

​แววตาของคุณนายไต้เย็นยะเยือก จ้องเขม็งมาที่หลิวเฟิงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

​หลิวเฟิงเป็นแค่หัวหน้า รปภ. แต่เขาก็พอรู้ว่าใครเป็นใครในเมืองนี้

​"คุณนายไต้ครับ... คือ... ไอ้เด็กนี่มันทำร้ายรอง ผอ. ของเราครับ"

​หลิวเฟิงรีบแก้ตัวตะกุกตะกัก

​"หมอซูคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตลูกสาวฉัน! ต่อให้เขาอยากจะตบตีใคร ถ้าเขาพอใจ เขาก็ทำได้! ใครกล้าหือกับเขา ก็เท่ากับเป็นศัตรูกับตระกูลเจี่ย!"

​สิ้นเสียงประกาศิต หลิวเฟิงถึงกับหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลพรากราวกับน้ำตก

​จริงอยู่ที่มีรอง ผอ. เฉินคอยหนุนหลัง แต่เมื่อเทียบบารมีกับตระกูลเจี่ยแล้ว มันคนละชั้นกันราวฟ้ากับเหว

​ถ้าไปทำให้ตระกูลเจี่ยขุ่นเคือง เขาอาจจะหายสาบสูญไปโดยไม่มีใครกล้าแม้แต่จะตามหาศพ

​"คุณนายไต้... ผมผิดไปแล้วครับ ผมผิดไปแล้วจริงๆ"

​หลิวเฟิงยืนตัวสั่นงันงก ก้มหัวขอขมาปลกๆ

​"ตบปากตัวเองสิบที แล้วขอโทษหมอซูซะ! ถ้าเขายกโทษให้ แกถึงจะไสหัวไปได้ แต่ถ้าเขาไม่ยกโทษให้... ฉันจะสั่งคนมาสับมือแกทิ้ง!"

​หลิวเฟิงไม่กล้ารอช้า ไม่สนแล้วว่าจะเสียหน้าต่อหน้าลูกน้องแค่ไหน

​เขาง้างมือตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ เพียะ! เพียะ! เพียะ!

​เขาตบจริงเจ็บจริง เพราะรู้ดีถึงความน่ากลัวของคำขู่

​ครบสิบที เลือดสดๆ ก็ไหลซึมออกมาที่มุมปาก

​"คุณนายไต้... แบบนี้พอได้หรือยังครับ?"

​"หูหนวกหรือไง! ฉันบอกให้ขอโทษหมอซู!"

​หลิวเฟิงหันไปหาซูเฉินด้วยใบหน้าบวมเป่งและน่าสมเพช

​"หมอซูครับ... ผมขอโทษครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดี อย่าถือสาคนผู้น้อยอย่างผมเลยนะครับ ปล่อยผมไปเถอะครับ"

​"เมื่อกี้ใครสั่งให้แกมาเล่นงานฉัน?"

​"คือ... คือท่านรองฯ เฉินสั่งครับ"

​เฉินผิงเย่าที่ยังกุมเป้าด้วยความเจ็บปวด รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา ทำหน้าตาตื่นกลัวมองไปที่คุณนายไต้

​"ผม... ผมเข้าใจผิดนึกว่าหมอซูรักษาคุณหนูไม่หาย... ไม่นึกว่าเขาจะรักษาได้จริงๆ"

​คุณนายไต้แสยะยิ้มเย็น

​"ตาแก่แซ่เฉิน! หมายความว่ายังไง? หมอซูรักษาลูกสาวฉันหาย แกไม่ดีใจงั้นเหรอ? หรือแกลึกๆ แล้วแช่งให้ลูกสาวฉันไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีกเลย!"

​เฉินผิงเย่าเหงื่อแตกพลั่ก รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้าใส่

​การทำให้ตระกูลเจี่ยแห่งเจียงโจวโกรธเคือง ก็เหมือนมีเพชฌฆาตเอาดาบมาจ่อคอหอย รอวันเชือด

​เขาไม่สนสายตาลูกน้องรอบข้าง กัดฟันตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ เพียะ! เพียะ!

​"คุณนายไต้ ผมผิดไปแล้วครับ ผมขอขมาคุณนายกับคุณหนูด้วยครับ"

​คุณนายไต้ไม่สนใจเขา นางรีบเดินเข้าไปหาซูเฉิน "หมอซู เป็นอะไรไหมคะ?"

​"ไม่เป็นไรครับ... แต่ถ้าคุณนายมาช้ากว่านี้อีกนิด ผมคงโดนหมาหมู่พวกนี้รุมกัดเละไปแล้ว"

​คุณนายไต้กวาดสายตามองเฉินผิงเย่าและหลิวเฟิงอย่างเหยียดหยาม

​"พวกแกฟังให้ดีนะ... ถ้าครั้งหน้าฉันเห็นพวกแกรังแกหมอซูอีก ฉันจะทำให้พวกแกไม่มีที่ยืนในเจียงโจว! ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"

​เฉินผิงเย่าและพรรคพวกเหมือนได้รับใบอภัยโทษ รีบก้มหัวขอบคุณแล้วเผ่นแน่บหนีไปอย่างรวดเร็ว

​"เขาเหรอคะที่ช่วยหนูไว้?"

​เจี่ยเฉียนเฉียนที่ยืนเงียบอยู่นาน เอ่ยถามแม่ของเธอ

​"ใช่จ้ะลูก หมอซูนี่แหละเทวดามาโปรดชัดๆ แค่ฝังเข็มไม่กี่เล่มลูกก็ฟื้นเลย แถมยังช่วยล้างมลทินให้ลูกด้วย... ไปขอบคุณพี่เขาเร็วเข้า"

​เจี่ยเฉียนเฉียนเดินเข้ามาหาซูเฉิน แล้วโค้งคำนับอย่างสวยงาม "ขอบคุณนะคะหมอซู"

​ตอนนี้เองที่ซูเฉินเพิ่งจะได้สังเกตเจี่ยเฉียนเฉียนชัดๆ

​แม้จะอายุแค่สิบเก้า แต่รูปร่างหน้าตาสะสวยหมดจด ผิวขาวเนียนละเอียด เครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา โดยเฉพาะริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อเหมือนดอกกุหลาบที่ดูเย้ายวน แม้จะยังดูอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่ความงามระดับนางงามในอนาคตก็ฉายแววออกมาอย่างชัดเจน

​ชุดเดรสสีดำขับเน้นผิวขาวผ่องและสัดส่วนโค้งเว้าให้ดูโดดเด่นน่ามอง

​แต่ทว่า... สายตาของซูเฉินกลับไปสะดุดเข้ากับรอยปานรูปดอกท้อที่จางๆ อยู่ตรงเนินอกของเธอ

​'เคราะห์กรรมสาวงาม'

​หรืออีกชื่อหนึ่งคือ 'กับดักราคะ'... เธอโดนคุณไสยเล่นงานเข้าให้แล้ว

​ผู้หญิงที่โดนคำสาปนี้ สัญชาตญาณดิบและราคะในกายจะถูกกระตุ้นให้รุนแรงผิดปกติ ทุกค่ำคืนจะโหยหาบุรุษเพศ

​ร้อนรุ่มดั่งไฟเผา จนควบคุมตัวเองไม่ได้

​จาก 'สาวงามผู้บริสุทธิ์' จะกลายเป็น 'สาวร่านราคะ'

​เจี่ยเฉียนเฉียนโดนคำสาปนี้เล่นงาน จนต้อง 'ช่วยตัวเอง' เพื่อระบายความใคร่ ส่งผลให้พลังงานชั่วร้าย แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายจนเกิดภาวะ 'ครรภ์วิญญาณ' ขึ้นมา

​ยังดีที่เธอเป็นเด็กสาวใสซื่อ ถ้าเป็นผู้หญิงกร้านโลกหน่อย ป่านนี้คงวิ่งพล่านหาผู้ชายมานอนด้วยทุกคืนไปแล้ว

​ซูเฉินมีร่างเซียน จึงมองเห็นร่องรอยของคำสาปนี้ได้ ในขณะที่คนธรรมดามองไม่เห็น

​เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า ใครกันนะที่จิตใจวิปริตขนาดนี้ ถึงได้ลงคำสาปต่ำช้าแบบนี้กับเด็กนักศึกษาวัยสิบเก้า

​ใจจริงเขาก็อยากจะช่วยรักษาให้หายขาด แต่พลัง 'ไอหยิน' ที่เขาได้รับมาจากหลินเสวี่ยโหรวถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว อีกทั้งอาการของเจี่ยเฉียนเฉียนตอนนี้ก็สงบลงชั่วคราว คงยังไม่กำเริบในเร็ววัน เอาไว้ค่อยหาโอกาสรักษาทีหลังก็แล้วกัน

​เขาจึงยิ้มตอบกลับไป

​"ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ หน้าที่หมอคือช่วยคนไข้... อีกอย่างแม่คุณรับปากว่าจะจ่ายค่ารักษาตั้งห้าแสนแน่ะ"

​พอซูเฉินพูดเรื่องเงิน บรรดาหมอและพยาบาลรอบข้างต่างส่งเสียงโห่เบาๆ ในใจ

​คนพวกนี้คิดว่าซูเฉินช่างโง่เขลาเบาปัญญา... สถานการณ์แบบนี้ใครเขาพูดเรื่องเงินกัน?

​เขาเพิ่งช่วยชีวิตคุณหนูใหญ่ตระกูลเจี่ย ถ้าเขาเลือกที่จะไม่รับเงินแต่ขอเป็นมิตรไมตรีแทน ตระกูลเจี่ยย่อมยินดีนับเขาเป็นเพื่อน

​และถ้าได้เป็นเพื่อนกับตระกูลเจี่ย ชาตินี้ทั้งชาติเขาก็สบายไปแล้ว

​หลินเสวี่ยโหรวที่ยืนอยู่ข้างๆ แทบอยากจะกระโดดถีบซูเฉินให้รู้แล้วรู้รอด

ไอ้เด็กบ้านนอกเอ๊ย... ไม่รู้จักมองการณ์ไกลเลยจริงๆ โลกทัศน์แคบชะมัด!

จบบทที่ ​บทที่ 07.เคราะห์กรรมสาวงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว