เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

​บทที่ 38.การฝึกทหาร

​บทที่ 38.การฝึกทหาร

​บทที่ 38.การฝึกทหาร


​บทที่ 38.การฝึกทหาร

​เซียวจวินหลินคลี่ราชโองการออก กวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว

​เนื้อความในราชโองการเรียบง่าย คณะทูตจากแคว้นไป๋เยว่แห่งแดนตะวันตกกำลังจะเดินทางมาถึงเมืองหลวง นำโดยองค์หญิงไป๋เยว่ที่มีเป้าหมายมาเจริญสัมพันธไมตรีด้วยการแต่งงานกับราชวงศ์ต้าเซี่ย

​ตามธรรมเนียม ก่อนการอภิเษกสมรสระหว่างสองแคว้น จะต้องมีการประลองฝีมือทั้งบุ๋นและบู๊เพื่อกระชับมิตร

​ฮ่องเต้เจียงเฉียนยวนจึงถือโอกาสนี้ มีราชโองการให้จัดงานล่าสัตว์หลวงขึ้น

​ราชโองการระบุว่า องค์ชายทุกคนที่อยู่ในเมืองหลวง รวมไปถึงเซียวจวินหลิน ซื่อจื่อผู้ได้รับตำแหน่งว่าที่เจิ้นเป่ยอ๋องคนใหม่ จะต้องนำกองกำลังรักษาพระองค์ของตนเข้าร่วมการแข่งขัน

​ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดสามอันดับแรก จะได้รับสิทธิ์ในการเป็นคู่หมายขององค์หญิงไป๋เยว่ โดยองค์หญิงจะเป็นผู้เลือกคู่ครองด้วยตนเอง

​และผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่ง นอกจากจะได้รับสิทธิ์ในการแต่งงานแล้ว ยังจะได้รับรางวัลพิเศษลึกลับอีกหนึ่งอย่าง

​……

​ก่อนวันงานล่าสัตว์หลวง ที่ลานฝึกซ้อมชานเมืองทิศตะวันตก ​ธงทิวโบกสะบัด ม้าศึกส่งเสียงร้องกึกก้อง

​องค์ชายสาม เจียงจ้าน สวมชุดทะมัดทะแมง นั่งสง่าอยู่บนหลังม้าเหงื่อโลหิต เคียงข้างด้วยองค์ชายเจ็ด เจียงป๋อ ที่ดูฮึกเหิมไม่แพ้กัน

​เบื้องหลังพวกเขา คือกองทหารรักษาพระองค์หน่วยธนูร้อยนาย ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ

​คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดนักแม่นธนูที่คัดสรรมาจากกองทัพ สวมชุดเกราะเหล็กนิลกาฬ ถือธนูแข็งแรง ที่เอวห้อยลูกธนูเจาะเกราะ แววตาคมกริบ แผ่รังสีอำมหิตของทหารผ่านศึกออกมา

​“พี่สาม ‘กองพันเกราะนิล’ ของท่านช่างน่าเกรงขามจริงๆ!” องค์ชายเจ็ด เจียงป๋อ เอ่ยชมด้วยความอิจฉา

​“งานล่าสัตว์ครั้งนี้ ที่หนึ่งคงไม่พ้นมือท่านแน่”

​เจียงจ้านยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ กวาดสายตามองกองกำลังหัวกะทิของตน แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

​การล่าสัตว์ครั้งนี้มีความหมายยิ่งนัก

​แคว้นไป๋เยว่แห่งแดนตะวันตกนั้นร่ำรวยมหาศาล องค์หญิงไป๋เยว่เองก็ขึ้นชื่อเรื่องความงามเลื่องลือไปทั่วหล้า

​หากได้แต่งกับองค์หญิงไป๋เยว่ ไม่เพียงจะได้สาวงามมาครอง แต่ยังจะได้ทุนรอนมหาศาลมาสนับสนุน ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการชิงบัลลังก์

​แม้เขาจะรักแต่จิ้งเอ๋อ แต่จิ้งเอ๋อเป็นคนมีเหตุผล นางต้องเข้าใจความจำเป็นที่เขาต้องแต่งงานกับองค์หญิงไป๋เยว่แน่นอน

​“ได้ยินว่า เจ้าเซียวจวินหลินก็ได้สิทธิ์เข้าร่วมด้วยรึ?” เจียงป๋อเปลี่ยนเรื่องคุย

​“ก็แค่ตัวประกอบวิ่งตามม้า” เจียงจ้านแค่นเสียงฮึดฮัด แววตาดูแคลน

​“เสด็จพ่อให้มันมา ก็เพื่อเป็นตัวเปรียบเทียบ ให้เห็นถึงความสง่างามของพวกเราเหล่าองค์ชาย ว่าไม่แพ้ลูกหลานเจิ้นเป่ยอ๋องต่างหาก”

​“จริงด้วย!” เจียงป๋อหัวเราะร่า

​“ข้าได้ยินมาว่า สองสามวันก่อนมันเพิ่งเกณฑ์คนมาเป็นองครักษ์ ล้วนเป็นพวกอันธพาลข้างถนน ไม่ก็พวกสวะที่รวมตัวกันมั่วซั่ว ​ขนาดอุปกรณ์ขี่ม้ายิงธนูดีๆ ยังไม่มี ปัญญาแค่นั้นริอ่านจะมาร่วมงานล่าสัตว์หลวง? ​ระวังเถอะ ถึงเวลาแม้แต่กระต่ายสักตัวยังยิงไม่โดน จะขายขี้หน้าประชาชีเปล่าๆ!”

​องค์ชายคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างได้ยินเข้า ก็พากันผสมโรงหัวเราะเยาะอย่างสนุกสนาน

​ในสายตาพวกเขา กององครักษ์ของเซียวจวินหลินก็แค่กองทหารจับฉ่าย ไร้ราคาค่างวด

​แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ... ลานฝึกยุทธ์จวนเจิ้นเป่ยอ๋องในขณะนี้ การฝึกนรกเพื่อเปลี่ยนกระดูกเปลี่ยนร่างกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

​องครักษ์ที่เซียวจวินหลินรับสมัครมา ล้วนเป็นจอมยุทธ์ฝีมือดีจากยุทธภพ ฝีมือการต่อสู้ตัวต่อตัวเหนือกว่าทหารทั่วไปมาก

​แต่ข้อเสียก็ชัดเจน พวกเขาถนัดลุยเดี่ยว ขาดการทำงานเป็นทีม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทักษะการขี่ม้ายิงธนูที่เป็นระบบระเบียบ

​เอาทหารราบฝีมือดีไปสู้กับกองทหารม้าธนูระดับหัวกะทิของพวกองค์ชาย ก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบหิน

​เซียวจวินหลินไพล่มือยืนอยู่บนแท่นสูง มองดูองครักษ์ที่ยืนกระจัดกระจายต่างคนต่างอยู่ข้างล่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย

​“พวกเจ้าคิดว่า ตัวเองเก่งแล้วสินะ?”

​เสียงของเขาก้องกังวาน ราวกับย้อนกลับไปสมัยเป็นราชาทหาร แล้วมาฝึกทหารใหม่ในชาติก่อน

​เหล่าองครักษ์ได้ยินดังนั้น สีหน้าต่างแสดงความทนงตัว

​พวกเขาทุกคน มั่นใจว่าล้มทหารเลวทั่วไปได้ทีละสามสี่คนสบายๆ

​เซียวจวินหลินไม่พูดมาก เพียงแค่ตบมือสองสามที

​ไม่นาน ข้าราชการกรมโยธาก็นำทีมช่างขนอุปกรณ์ชุดใหม่เอี่ยมเข้ามา

​มันคืออานม้าหน้าตาประหลาด สองข้างมีห่วงเหล็กยื่นสูงขึ้นมา และที่นั่งดูลึกกว่าอานม้าทั่วไปมาก

​และยังมีคันธนูรูปทรงโบราณ ตัวคันธนูประกอบขึ้นจากวัสดุหลายชนิด ดูทรงพลัง

​“นี่มัน... ของเล่นอะไรเนี่ย?”

​องครักษ์คนหนึ่งหยิบอานม้าแบบใหม่ขึ้นมาพลิกดูด้วยความงุนงง

​“ธนูนี่... เบาหวิวเลย!” องครักษ์อีกคนลองดึงสายธนูคอมโพสิต ดึงได้ครึ่งทางอย่างง่ายดาย

​เซียวจวินหลินเดินลงจากแท่นสูง หยิบอานม้าอันหนึ่งขึ้นมา กล่าวเสียงเรียบ

​“สิ่งนี้ เรียกว่า ‘อานม้าสะพานสูง’ เมื่อใช้คู่กับ ‘โกลนคู่’ จะทำให้พวกเจ้านั่งบนหลังม้าที่วิ่งห้อได้นิ่งดั่งภูผา และปล่อยมือทั้งสองข้างได้อย่างอิสระ”

​เขาหยิบคันธนูคอมโพสิตขึ้นมาอีก

​“ส่วนนี่ เรียกว่า ‘ธนูคอมโพสิตเหล็กกล้า’ ระยะยิงไกลกว่าธนูกองทัพทั่วไปหนึ่งเท่าตัว และใช้แรงน้อยกว่า!”

​“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การฝึกของพวกเจ้ามีแค่อย่างเดียว!”

​สายตาของเซียวจวินหลินเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจดาบออกจากฝัก

​“ลืมวิธีสู้เดิมๆ ของพวกเจ้าไปให้หมด ​สิ่งที่พวกเจ้าต้องเรียนรู้ คือระเบียบวินัย คือการทำงานเป็นทีม และการใช้ธนูฉีกกระชากศัตรูให้เป็นชิ้นๆ บนหลังม้า!”

​สามวันต่อมา ลานฝึกยุทธ์กลายเป็นนรกบนดิน

​เซียวจวินหลินสวมวิญญาณครูฝึกปีศาจ งัดเอาวิธีการฝึกทหารหน่วยรบพิเศษจากชาติก่อนมาใช้แบบไม่มีกั๊ก

​วิ่งวิบากแบกน้ำหนักเพื่อสร้างความอึด

​ดึงสายธนูเปล่าพันครั้งเพื่อสร้างกำลังแขนและความนิ่ง

​ฝึกระเบียบแถวเพื่อสร้างวินัยและการทำงานเป็นทีม

​วิธีการฝึกที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนเหล่านี้ ทำเอาเหล่าองครักษ์โอดครวญ ในตอนแรกมีบางคนถึงกับไม่พอใจ

​พวกเขามาสมัครเป็นองครักษ์ ไม่ได้มาเป็นกรรมกรแบกหาม

​ทว่า เมื่อพวกเขาได้สวมใส่อุปกรณ์ชุดใหม่ ขึ้นขี่ม้าศึก และลงมือซ้อมรบจริงเป็นครั้งแรก ทุกคนถึงกับตกตะลึง!

​อานม้าสะพานสูงและโกลนคู่มอบความมั่นคงอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน พวกเขาสามารถทำท่าทางยากๆ บนหลังม้าได้โดยที่ตัวยังติดหนึบอยู่กับม้า

​ธนูคอมโพสิตในมือ ยิ่งทรงอานุภาพเหลือเชื่อ ​เป้าที่อยู่ห่างออกไปร้อยก้าว ลูกธนูพุ่งทะลุผ่านไปอย่างง่ายดาย ปักลึกเข้าไปในกำแพงหินด้านหลัง!

​“ยิง!”

​สิ้นเสียงคำสั่งเซียวจวินหลิน องครักษ์ร้อยนายปล่อยลูกธนูพร้อมกันบนหลังม้าที่ควบตะบึง

​ลูกธนูร้อยดอกบดบังท้องฟ้า ส่งเสียงหวีดหวิวแหลมคม พุ่งเข้าถล่มเป้าหมายในระยะไกลอย่างแม่นยำ!

​“ตูม!”

​พื้นที่เป้าหมายถูกถล่มราบเป็นหน้ากลอง เศษไม้ปลิวว่อน!

​องครักษ์ทุกคนมองภาพตรงหน้าตาค้าง แล้วก้มลงมองคันธนูในมือ สัมผัสความมั่นคงของอานม้าใต้ร่าง ในใจเกิดคลื่นยักษ์ถาโถม ​นี่... นี่คือฝีมือของพวกเขาจริงๆ หรือ?

​สามวัน!

​แค่สามวัน!

​พวกเขาคือกลุ่มคนที่ไร้ระเบียบ กลับกลายเป็นกองกำลังที่มีอำนาจการยิงทำลายล้างน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้

​นี่มันวิชาการฝึกทหารขั้นเทพชัดๆ!

​ชั่วพริบตา สายตาที่ทุกคนมองไปยังชายหนุ่มบนแท่นสูง เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

​ไม่ใช่แค่ความยำเกรง แต่คือความเลื่อมใสบูชาอย่างบ้าคลั่ง ​ท่านซื่อจื่อ... ไม่สิ ท่านอ๋อง คือเทพเจ้า

​“ขอถวายชีวิตแด่ท่านอ๋อง!”

​ไม่รู้ใครตะโกนนำขึ้นมา ตามด้วยเสียงโห่ร้องแสดงความจงรักภักดีดังกระหึ่มกึกก้องเสียดฟ้า!

​เหล่าองครักษ์ศิโรราบต่อวิธีการฝึกที่แปลกประหลาดแต่เปี่ยมประสิทธิภาพนี้อย่างหมดใจ ทีมเวิร์กก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พลังการรบพุ่งกระฉูด และความภักดีต่อเซียวจวินหลินก็หยั่งรากลึกถึงกระดูก

​เซียวจวินหลินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

​วันงานล่าสัตว์หลวง

​เซียวจวินหลินเตรียมพร้อมออกศึก

​[ระบบข่าวกรองรีเฟรชแล้ว!]

​[ข่าวที่ 1: ในคณะทูตแคว้นไป๋เยว่ สาวใช้คนสนิทขององค์หญิงเยว่ชิงเอ๋อร์ พกกล่องผ้าไหมที่มี ‘ยาคืนวิญญาณ’ ซ่อนอยู่ ยานี้เป็นยาวิเศษจากแดนตะวันตก มีฤทธิ์ชุบชีวิตคนตาย สร้างเนื้อใหม่จากกระดูกขาว สามารถฟื้นฟูเส้นชีพจรและซ่อมแซมอวัยวะภายในได้]

​[ข่าวที่ 2: รางวัลลึกลับสำหรับผู้ชนะเลิศการล่าสัตว์ครั้งนี้ ไม่ใช่แก้วแหวนเงินทอง แต่เป็นคันธนูชื่อ ‘จุยอวิ๋น’ ของแม่ทัพใหญ่พิชิตตะวันตกที่เร้นกายจากยุทธภพไปนาน แม่ทัพใหญ่เคยลั่นวาจาไว้ว่า ใครดึงสายธนูคันนี้ได้ เขาจะรับผู้นั้นเป็นศิษย์คนสุดท้าย และถ่ายทอดวิชาให้จนหมดสิ้น]

​[ข่าวที่ 3: องค์ชายสาม เจียงจ้าน ทุ่มเงินมหาศาลซื้อตัวเจ้าหน้าที่คุมสนามล่าสัตว์ ถึงเวลาแข่งขัน จะมีการต้อนสิงโตตัวผู้ตัวเต็มวัยที่หายากมาก เข้ามาในเขตล่าสัตว์ของเขา เพื่อช่วยให้เขาคว้าชัยชนะ]

​อ่านข่าวกรองสามข้อในหัว แววตาเซียวจวินหลินลึกล้ำขึ้น เขาหมายตา ‘ธนูจุยอวิ๋น’ ในข่าวที่สองไว้อย่างแน่วแน่

​เป้าหมายไม่ใช่คันธนู แต่คือ... แม่ทัพใหญ่พิชิตตะวันตก

จบบทที่ ​บทที่ 38.การฝึกทหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว