- หน้าแรก
- แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอเจ้าเห็นซื่อจื่อผู้นี้เป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาหรือไง
- บทที่ 37.น้าสาวผู้แสนดี
บทที่ 37.น้าสาวผู้แสนดี
​บทที่ 37.น้าสาวผู้แสนดี
​บทที่ 37.น้าสาวผู้แสนดี
​จวนกั๋วกง
​“ท่านน้า... เรื่องเซียวจวินหลิน...” เจียงจ้านเอ่ยด้วยความหงุดหงิด
​“วางใจเถอะ พี่สาวกำชับข้ามาแล้ว” เสียงหวานหยดย้อยชวนให้กระดูกอ่อนดังมาจากหลังฉากกั้น แสงไฟส่องให้เห็นเงาร่างอรชรอ้อนแอ้นหลังฉากนั้นอย่างชัดเจน
​ครู่ต่อมา ร่างงามนั้นก็เดินเยื้องย่างออกมา กลิ่นอายเย้ายวนที่แผ่ออกมาทำให้เจียงจ้านอดไม่ได้ที่จะมองตาค้าง
​สตรีผู้นี้คือน้าสาวของซูฉานจิ้ง หวังเยียนหนิง
​นางอายุยังน้อย แทบจะเด็กกว่าเจียงจ้านด้วยซ้ำ ดูไม่เหมือนน้าของซูฉานจิ้ง แต่เหมือนพี่สาวเสียมากกว่า
​ทว่าความบริสุทธิ์บนใบหน้ากับความยั่วยวนในรอยยิ้มกลับผสมผสานกันอย่างลงตัว เพียงแค่ปรายตามอง ก็ทำให้ใจคนเต้นไม่เป็นจังหวะ
​“ท่านน้า” เจียงจ้านลุกขึ้น ฝืนยิ้มทักทาย
​“มีเรื่องอะไรอีกหรือจ๊ะ?” หวังเยียนหนิงป้องปากหัวเราะเบาๆ ดวงตาหวานฉ่ำจับจ้องไปที่เจียงจ้าน
​“คิดถึงฉานจิ้งหลานข้าล่ะสิ?”
​เจียงจ้านหน้าเจื่อนลง ถอนหายใจยาว
​“ไม่ปิดบังท่านน้า ช่วงนี้ข้ารู้สึกว่าฉานจิ้ง... เปลี่ยนไปนิดหน่อย ​ข้าเลยอยากรบกวนท่านน้าตอนไปจวนอ๋อง ช่วยลองเลียบเคียงถามนางดูหน่อย ว่านางถูกใครรังแกหรือได้รับความลำบากอะไรหรือเปล่า”
​“ลำบาก?” ซูฮูหยินที่นั่งอยู่ข้างๆ แค่นเสียงฮึดฮัด
​“ไอ้เซียวจวินหลินมันจะกล้าทำให้นางลำบากใจรึ? ให้มันกินดีหมีหัวใจเสือมาก่อนเถอะ ​ในสายตาข้า ฉานจิ้งแค่กำลังหลงใหลได้ปลื้มไอ้เด็กนั่นจนโงหัวไม่ขึ้นต่างหาก ​ผู้ชายพอมีผลงานหน่อย ก็หลอกเด็กสาวให้หมุนตามก้นได้ง่ายๆ”
​หวังเยียนหนิงกลับไม่ใส่ใจนัก ดวงตาคู่สวยพินิจมองเจียงจ้านอย่างสนใจ เอ่ยเย้าแหย่
​“วัยรุ่นหนุ่มสาวนี่ดีจังนะ ใจเดียวรักเดียว มั่นคงต่อคนรัก ​ไม่เหมือนน้าสิ วันๆ ผ่านไปจืดชืดเหมือนน้ำเปล่า ไร้รสชาติสิ้นดี”
​พูดจบ นางก็จงใจแอ่นอกอวบอิ่มขึ้น ริมฝีปากแดงระเรื่อเผยอนิดๆ พ่นลมหายใจหอมกรุ่น
​“ถ้าน้ามีผู้ชายดีๆ อย่างเจ้ามาคอยเอาใจบ้าง ก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะ”
​คำพูดบวกกับสายตากระชากวิญญาณ เปรียบเสมือนขนนกที่ปัดผ่านหัวใจเจียงจ้านเบาๆ
​ไฟราคะลุกโชนขึ้นในท้องน้อย พุ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างควบคุมไม่ได้
​หวังเยียนหนิงตรงหน้าทั้งที่ดูเด็กและใสซื่อ แต่กลับมีเสน่ห์ยั่วยวนลึกลับ สำหรับชายหนุ่มเลือดร้อนอย่างเขา อานุภาพทำลายล้างช่างรุนแรงเหลือเกิน
​ลมหายใจของเจียงจ้านเริ่มติดขัดโดยไม่รู้ตัว
​หวังเยียนหนิงเก็บอาการประหม่าของเขาไว้ในสายตา รอยยิ้มที่มุมปากกว้างขึ้น ลึกๆ แล้วนางดูถูกผู้ชายที่ควบคุมง่ายแบบนี้
​นางค่อยๆ ลุกขึ้น เดินไปหาเจียงจ้าน โน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
​“ดูทำหน้าเข้า... ใจเสาะจริง”
​ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดใบหู ทำเอาเจียงจ้านสะท้านไปทั้งตัว
​“วางใจเถอะ น้าไม่สนใจเด็กเมื่อวานซืนอย่างพวกเจ้าหรอก”
​หวังเยียนหนิงยืดตัวตรง ตบไหล่เจียงจ้านเบาๆ ก่อนจะบิดเอวคอดกิ่วเดินนวยนาดออกไปอย่างมั่นใจ
​“คอยดูเถอะ ข้าจะไปจัดการไอ้ซื่อจื่อจอมโอหังนั่น ให้สยบอยู่แทบเท้าข้าเอง!”
​......
​ราตรีดึกสงัด ห้องหนังสือ จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง
​เซียวจวินหลินเพิ่งจัดการงานราชการทหารเสร็จ เตรียมจะพักผ่อน จ้าวมั่นฝูก็เข้ามารายงานว่า หวังเยียนหนิง น้าสาวของตระกูลซู มาขอเข้าพบ
​เซียวจวินหลินแค่นหัวเราะ รู้ทันทีว่าคนตระกูลซูทนรอไม่ไหวอีกแล้ว
​ไม่นาน หวังเยียนหนิงก็ถูกเชิญเข้ามา
​ทันทีที่ก้าวเข้ามา นางก็ย่อกายคารวะด้วยท่าทางน่าสงสารจับใจ น้ำเสียงอ่อนหวานหยดย้อยราวกับจะคั้นออกมาเป็นน้ำได้
​“ท่านซื่อจื่อเจ้าคะ เมื่อกลางวันพี่สาวกับหลานชายข้าทำตัวไม่รู้ความ สร้างเรื่องขายหน้าในจวนท่าน ข้ามาที่นี่ เพื่อขอขมาแทนพวกเขาน่ะเจ้าค่ะ”
​ท่าทีของนางอ่อนน้อมถ่อมตนสุดขีด ราวกับมาขอโทษจริงๆ
​แต่เซียวจวินหลินเป็นใคร?
​สายตาเขาแม่นยำยิ่งกว่าไม้บรรทัด
​“เข้าเรื่องเถอะ” เซียวจวินหลินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ น้ำเสียงเย็นชา
​รอยยิ้มบนหน้าหวังเยียนหนิงกระตุกวูบ นึกไม่ถึงว่าเซียวจวินหลินจะเป็นพวกตายด้านไร้อารมณ์ขนาดนี้
​นางก่นด่าในใจ แต่ใบหน้ายังคงฉีกยิ้มหวาน ล้วงเอารายการสินค้าออกมาจากแขนเสื้อ
​“คืออย่างนี้เจ้าค่ะ ท่านซื่อจื่อ
​ข้าได้ยินว่าในท้องพระโรง ท่านเสนอจะสร้างอาวุธวิเศษที่เรียกว่าเครื่องยิงหิน พอดีตระกูลหวังของเรามีโรงค้าไม้ชานเมืองอยู่หลายแห่ง มีไม้เนื้อแข็งชั้นดีพร้อมสรรพ
​ข้าเลยคิดว่า ธุรกิจจัดซื้อยุทโธปกรณ์แบบนี้ ให้คนนอกทำ สู้ให้คนกันเองดูแลไม่ได้ ท่านว่าจริงไหมเจ้าคะ?”
​นางวางรายการสินค้าลงบนโต๊ะเบาๆ เลื่อนไปตรงหน้าเซียวจวินหลิน
​“ขอเพียงท่านพยักหน้า ไม้ทั้งหมดที่ต้องใช้สร้างเครื่องยิงหิน ตระกูลหวังเราจะเหมาจัดการให้หมด เรื่องราคาคุยกันได้ ถือซะว่าเป็น... ของขวัญไถ่โทษจากสองตระกูลของเรา
​วันหน้าท่านกับฉานจิ้งจะได้ครองคู่กันอย่างสงบสุข ตระกูลหวังกับตระกูลซูจะไม่ถือสาหาความเรื่ององครักษ์เมื่อตอนกลางวันอีก ส่วนฉานจิ้ง... นางก็จะกลับมามอบใจให้ท่านเหมือนเดิมแน่นอนเจ้าค่ะ”
​น้ำเสียงของหวังเยียนหนิงเต็มไปด้วยความรู้สึกของการ ‘ประทานให้’ ในสายตานาง นี่คือนางยอมถอยให้มากแล้วนะ
​ใช้ธุรกิจที่กำไรเห็นๆ มาแลกกับการให้อภัยจากเซียวจวินหลิน แถมยังเอาซูฉานจิ้งมาเป็นข้อต่อรอง เพื่อให้เขาสำนึกในบุญคุณ
​ดีลนี้ ไม่ว่าจะคิดยังไง เซียวจวินหลินก็ได้กำไรมหาศาล
​ทว่า เซียวจวินหลินฟังจบ ก็เงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงอวดฉลาดตรงหน้า
​“ข้าต้องการให้ซูฉานจิ้งกลับมามอบใจให้... ไปทำไม?”
​คำพูดเย็นเยียบ ราวกับน้ำเย็นจัดสาดโครมใส่หน้า ​รอยยิ้มของหวังเยียนหนิงแข็งค้างทันที ​นางจ้องมองเซียวจวินหลินอย่างไม่อยากเชื่อ สงสัยว่าหูฝาดไปหรือเปล่า
​ผู้ชายคนนี้ ยอมตายเพื่อซูฉานจิ้งได้ไม่ใช่หรือ?
​ทำไม... ทำไมถึงพูดแบบนี้ออกมาได้?
​เซียวจวินหลินค่อยๆ ลุกขึ้น เดินย่างสามขุมเข้ามาหา มองนางด้วยสายตาของนักล่า
​“เจ้าคิดว่า... แค่เอาชื่อซูฉานจิ้งมาอ้าง ยังจะควบคุมข้าได้อีกหรือ?”
​“จะ... เจ้าจะทำอะไร?” หหวังเยียนหนิงใจสั่นกับสายตานั้น ถอยหลังหนีโดยสัญชาตญาณ
​ความยั่วยวนที่นางแสดงออกปกติ เป็นแค่การแสดง เป็นแค่คารมปาก ส่วนผู้ชายที่หลงเสน่ห์นาง ล้วนเป็นพวกบัณฑิตหน้าบางที่ชอบวางมาดสุภาพบุรุษ
​นางปั่นหัวผู้ชายพวกนั้นไม่เคยพลาด
​ทำไมพอมาเจอเซียวจวินหลิน มารยาพวกนี้ถึงใช้ไม่ได้ผล?
​เซียวจวินหลินคว้าข้อมือนาง กระชากเข้าสู่อ้อมกอด
​“ธุรกิจน่ะคุยกันได้ แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้”
​……
​อีกเรือนหนึ่งในจวนอ๋อง
​ซูฉานจิ้งเดินวนไปวนมาในห้องด้วยความกระวนกระวาย ​นางรู้ข่าวว่าน้าสาวมา
​แต่น้าสาวมาตั้งนานแล้ว กลับตรงดิ่งไปที่ห้องหนังสือของเซียวจวินหลิน ไม่แวะมาหาหลานสาวอย่างนางแม้แต่เงา
​ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจ ​ด้วยความที่รู้นิสัยแม่และน้าสาวดี พวกนางไม่ได้มาเยี่ยมนางแน่ๆ เป้าหมายคือเซียวจวินหลินชัดๆ
​เพื่อเรื่ององครักษ์? หรือเพื่ออย่างอื่น?
​เวลาผ่านไปทีละนิด ดึกดื่นป่านนี้แล้ว น้าสาวยังไม่ออกมาจากห้องหนังสือ ​ชายหญิงอยู่กันตามลำพังในห้องหับ… ​ความคิดบ้าบอที่นางเองยังขำ ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
​หรือว่า? จะเป็นอย่างที่แม่พูดจริงๆ น้าสาวมา ‘ปรนนิบัติ’ เซียวจวินหลิน?
​ไม่... เป็นไปไม่ได้! น้าสาวจะทำแบบนั้นได้ยังไง...
​ยิ่งคิด ซูฉานจิ้งยิ่งร้อนรน นั่งไม่ติดที่ ตัดสินใจเดินออกจากเรือน ตรงดิ่งไปที่ห้องหนังสือราวกับต้องมนต์
​เมื่อใกล้ถึงห้องหนังสือ นางสั่งให้บ่าวไพร่ถอยไปให้หมด แล้วย่องเข้าไปใกล้เพียงลำพัง
​หน้าต่างห้องหนังสือปิดสนิท แต่มีเสียงแปลกๆ เล็ดลอดออกมา
​ซูฉานจิ้งกลั้นหายใจ แนบหูชิดบานประตูเย็นเฉียบ
​วินาทีถัดมา เสียงครวญครางของสตรี ก็พุ่งเข้ากระแทกโสตประสาทอย่างจัง!
​ตูม!
​สมองของซูฉานจิ้งขาวโพลน!
​เสียงนั้น... เสียงนั้นมันเสียงน้าสาวนางชัดๆ!
​น้าสาวแท้ๆ ของนาง กำลังอยู่กับสามีของนาง ในห้องหนังสือ...
​ความรู้สึกอัปยศ โกรธแค้น และถูกหักหลัง ถาโถมเข้าใส่จนอกแทบระเบิด!
​ตัวนางสั่นเทิ้ม ถึงนางจะหน้าอกใหญ่ แต่ใจนางไม่ได้กว้างขนาดนั้นนะ น้าสาวแท้ๆ กำลังแย่งผู้ชายของนาง?
​ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ประตูห้องก็เปิดออกแอ๊ด
​เซียวจวินหลินเดินออกมาด้วยสีหน้าสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ตามด้วยหวังเยียนหนิงที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย แก้มแดงก่ำ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและตัดพ้อ
​ในมือของหวังเยียนหนิง กำสัญญาฉบับใหม่ที่เพิ่งเซ็นสดๆ ร้อนๆ ไว้แน่น
​นางจัดผมเผ้าให้เข้าที่ แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวหนีไปทางเดินเล็กอีกทางด้วยความโมโห
​เพื่อตระกูล... นางเสียสละมากเกินไปแล้ว!
​ไม่นานนัก ราชโองการฉบับหนึ่งก็ถูกส่งมาถึงมือเซียวจวินหลินท่ามกลางความมืด
​“ท่านซื่อจื่อ ราชโองการจากวังหลวงขอรับ!”