เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

​บทที่ 36.ความรู้พลิกชะตา

​บทที่ 36.ความรู้พลิกชะตา

​บทที่ 36.ความรู้พลิกชะตา


​บทที่ 36.ความรู้พลิกชะตา

​สิ้นคำพูด ทั้งโรงงานตกตะลึง

​ลงมือเอง?

​ซื่อจื่อผู้สูงศักดิ์ที่วันๆ ไม่เคยหยิบจับอะไรหนักกว่าพู่กัน จะมาทำงานไม้ด้วยตัวเอง?

​ว่านเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลิงโลดในใจ นี่มันเจ้าเอาหน้ามาให้ข้าตบชัดๆ จะโทษใครไม่ได้นะ

​“ดี!” เขาตบโต๊ะรับคำทันที กลัวเซียวจวินหลินจะเปลี่ยนใจ

​“ในเมื่อท่านซื่อจื่อมีอารมณ์สุนทรีย์อยากลองทำ พวกข้าก็ขอล้างตารอชม ​เด็กๆ! เตรียมไม้และเครื่องมือที่ดีที่สุดมาให้ท่านซื่อจื่อเดี๋ยวนี้!”

​เขาอยากจะเห็นนักว่า ไอ้ขยะที่เก่งแต่ปากคนนี้ พอเหงื่อแตกพลั่ก จับกบไสไม้ยังไม่เป็น จะมีสภาพน่าสมเพชขนาดไหน

​โอวหยางเจิ้งทำท่าจะห้าม แต่ถูกสายตาอันอบอุ่นมั่นใจของเซียวจวินหลินปรามไว้เสียก่อน

​ไม่นาน วัสดุอุปกรณ์ก็วางเรียงรายพร้อมสรรพ

​เซียวจวินหลินถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อตัวในทะมัดทะแมง เขาหยิบเต้าหมึกขึ้นมา ดีดเส้นบนท่อนไม้อย่างชำนาญ

​สำหรับราชาแห่งทหาร การสร้างเครื่องมือเอาตัวรอดในป่า เป็นเรื่องพื้นฐานยิ่งกว่ากินข้าว

​สายตาที่แม่นยำและการลงมือที่มั่นคงของเขา ทำให้โอวหยางเจิ้งและเหล่าช่างฝีมืออาวุโสตาค้างในทันที

​เซียนเหยียบเมฆ แค่ขยับก็รู้ว่าของจริง!

​นี่... นี่มันฝีมือระดับปรมาจารย์ที่คลุกคลีกับงานช่างมาหลายสิบปีชัดๆ!

​“คานหลักตัวนี้ ใช้ระบบเข้าลิ้นเข้าเดือย เสริมความแข็งแรงสองทิศทาง!”

​“มุมของคานถ่วงน้ำหนัก ยกสูงขึ้นอีกสามส่วน ใช้ไม้ซ้อนกันสามชั้น เพิ่มความยืดหยุ่น!”

​“เชือกเหวี่ยง ใช้เอ็นวัวผสมเชือกป่าน แช่น้ำมันแล้วทุบให้นิ่ม เพื่อเพิ่มแรงส่ง!”

​หนึ่งชั่วยามต่อมา เซียวจวินหลินกลายเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของโรงงานแห่งนี้

​บางครั้งเขาลงมือเลื่อยไม้ บางครั้งใช้ขวานถาก บางครั้งปรับองศา ทุกคำสั่งชัดเจนเด็ดขาด ทุกการเคลื่อนไหวไร้ที่ติ

​เหล่าช่างฝีมือที่เคยสงสัย ตอนนี้ถูกทักษะขั้นเทพของเขาสยบจนราบคาบ ต่างพากันมาเป็นลูกมือให้อย่างเต็มใจ แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสบูชา

​รอยยิ้มบนหน้าว่านเฉิงแข็งค้างไปนานแล้ว

​จากความสะใจกลายเป็นไม่อยากเชื่อ และตอนนี้คือความหวาดกลัวจับใจ

​ไอ้เซียวจวินหลินคนนี้... มันเป็นปีศาจหรือไง?

​ในที่สุด ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน เครื่องยิงหินจำลองย่อส่วนที่มีความสูงหนึ่งวา โครงสร้างซับซ้อนประณีต ก็ตั้งตระหง่านอยู่กลางโรงงาน!

​“ไปเอาหินสลักหนักห้าสิบชั่งมา!” เซียวจวินหลินสั่ง

​หินสลักถูกวางลงในถาดส่ง

​“ยิง!”

​สิ้นเสียงคำสั่ง คานถ่วงน้ำหนักทิ้งตัววูบ แรงมหาศาลถูกส่งผ่านคานงัด เชือกเหวี่ยงส่งเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู!

​ฟุ่บ!

​หินหนักห้าสิบชั่งพุ่งแหวกอากาศราวกับกระสุนปืนใหญ่ วาดวิถีโค้งอันน่าตื่นตะลึง ข้ามระยะไปไกลกว่าห้าสิบก้าว ก่อนจะกระแทกเข้ากับเป้าหินหนาเตอะกลางลานฝึกยุทธ์

​“ตูม!”

​เป้าหินแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ!

​ทั้งโรงงานเงียบกริบราวป่าช้า

​ทุกคนอ้าปากค้าง มองเศษหินที่แตกกระจาย แล้วหันกลับมามองเครื่องจักรหน้าตาดุดันเครื่องนั้น สมองขาวโพลนไปหมด

​นี่แค่แบบจำลองย่อส่วนหนึ่งต่อสิบ ​ถ้าสร้างขนาดจริงขึ้นมา อานุภาพมัน... จะน่ากลัวขนาดไหน?

​“ปาฏิหาริย์... ปาฏิหาริย์ชัดๆ!”

​โอวหยางเจิ้งตื่นเต้นจนน้ำตาไหลพราก เขาโผเข้าไปลูบคลำเครื่องยิงหินราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า

​ส่วนว่านเฉิงหน้าซีดเผือดเหมือนคนตาย เข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น

​เขารู้ตัวแล้วว่าแพ้ราบคาบ แพ้จนหมดรูป ไอ้เซียวจวินหลินคนนี้ทำไมถึงน่ากลัวขนาดนี้?

​ไหนว่าเป็นคุณชายเสเพล? ไหนว่าดีแต่สร้างภาพ? มีฝีมือขนาดนี้ มันต้องแกล้งทำเป็นคนโง่มาตลอดแน่ๆ!

​เซียวจวินหลินปัดเศษไม้ออกจากมือ เดินไปหาโอวหยางเจิ้ง เอ่ยถามเสียงเรียบ

​“ท่านเสนาบดี ตอนนี้ท่านคิดว่าของสิ่งนี้... สร้างได้หรือยัง?”

​“สร้างได้! สร้างได้แน่นอน!” โอวหยางเจิ้งเงยหน้ามองเซียวจวินหลินด้วยความยำเกรง

​“ท่านซื่อจื่อ... ท่านต่างหากคือปรมาจารย์ตัวจริง! ข้าน้อย... ขอคารวะ!”

​พูดจบ เขาโค้งคำนับเซียวจวินหลินอย่างนอบน้อมในฐานะศิษย์ ต่อหน้าธารกำนัลทุกคน

​การคำนับครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันสถานะอันสูงส่งเหนือใครของเซียวจวินหลินในกรมโยธาอย่างสมบูรณ์

​หลังจากนั้น ในห้องทำงานเสนาบดี

​โอวหยางเจิ้งรินชาให้เซียวจวินหลินด้วยตัวเอง

​“ท่านซื่อจื่อ ข้าน้อยมีเรื่องบังอาจรบกวน” โอวหยางเจิ้งท่าทีนอบน้อม

​“กรมโยธายังมีเครื่องจักรล้าสมัยอีกมาก เช่น กังหันวิดน้ำ ที่ทำงานได้ช้า ไม่ทราบว่าท่านซื่อจื่อจะพอ... สละเวลามาช่วยชี้แนะบ้างได้หรือไม่?”

​เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยความจริงใจ

​“ข้าน้อยไม่ถนัดเรื่องการเมือง ช่วยท่านในราชสำนักไม่ได้มาก ​แต่ชีวิตนี้ ลูกศิษย์ลูกหาที่ข้าเคยสอน ช่างฝีมือที่ข้าเคยปั้นมา กระจายอยู่ทุกหัวเมืองทั่วต้าเซี่ย ​ขอเพียงท่านซื่อจื่อเอ่ยปาก แค่คำสั่งเดียว พวกเขาพร้อมจะรับใช้ท่านเยี่ยงม้าและสุนัข!”

​นี่แหละ คือเครือข่ายเส้นสายของเจ้าพ่อสายเทคนิค ​เซียวจวินหลินรอประโยคนี้อยู่แล้ว

​สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่เสียงสนับสนุนในสภา แต่คืออำนาจควบคุมที่หยั่งรากลึกไปถึงระดับรากหญ้าทั่วประเทศแบบนี้ต่างหาก

​“ท่านเสนาบดีพูดเกินไปแล้ว ได้ช่วยทำประโยชน์ให้ต้าเซี่ย จวินหลินย่อมยินดี” เซียวจวินหลินยิ้มบางๆ

​“วันหน้า ไม่ใช่แค่กังหันน้ำ ข้าจะช่วยวางระบบชลประทาน ขุดคลองส่งน้ำ สร้างประโยชน์ให้ราษฎรด้วย”

​การสร้างชื่อเสียง บารมี เริ่มต้นจากระบบน้ำของกรมโยธานี่แหละ

​โอวหยางเจิ้งดีใจจนเนื้อเต้น ตบโต๊ะฉาดใหญ่

​“ประเสริฐ ท่านซื่อจื่อมีเมตตาธรรมเช่นนี้ นับเป็นวาสนาของราษฎร ​การสร้างเครื่องยิงหิน ข้ามอบอำนาจให้ท่านซื่อจื่อดูแลทั้งหมด ​การจัดซื้อไม้และเชือก ให้จวนอ๋องเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนต่างกำไร ท่านซื่อจื่อจัดการได้ตามเห็นสมควร ​กรมโยธาของข้า จะรับผิดชอบแค่การประกอบเท่านั้น!”

​นี่เท่ากับเอาเนื้อก้อนโตที่มันที่สุด มาป้อนใส่ปากเซียวจวินหลินถึงที่

​เซียวจวินหลินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

เป้าหมายบรรลุ เขาจึงขอตัวลากลับ

​เมื่อกลับถึงจวน ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว

​เช้าวันรุ่งขึ้น

​[ระบบข่าวกรองรีเฟรชแล้ว]

​[ข่าวที่ 1: หวังเยียนหนิง น้าสาวของซูฉานจิ้ง แอบตกลงลับๆ กับองค์ชายสามเจียงจ้านแล้ว นางจะใช้ข้ออ้างเรื่องการส่งไม้ เอาไม้คุณภาพต่ำมาสับเปลี่ยนทำชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยิงหิน และติดสินบนรองเสนาบดีว่านเฉิง เพื่อให้เครื่องยิงหินพังเสียหายต่อหน้าพระพักตร์ในวันตรวจสอบ หวังให้ท่านโดนข้อหาหลอกลวงเบื้องสูง จนชื่อเสียงป่นปี้]

​[ข่าวที่ 2: เมื่อคืนเสิ่นจืออินฝันอีกแล้ว ในฝันท่านสวมเกราะทอง เหยียบเมฆมงคล บุกเข้าไปเด็ดหัวแม่ทัพข้าศึกท่ามกลางกองทัพนับหมื่น ส่วนนางยืนอยู่บนกำแพงเมือง ดีดพิณส่งกำลังใจให้ท่าน พอตื่นขึ้นมา นางเหม่อมองดวงจันทร์นอกหน้าต่าง ใจหายวาบ นอนไม่หลับทั้งคืน]

​[ข่าวที่ 3: รองเสนาบดีกรมโยธา ว่านเฉิง ลักลอบเป็นชู้กับอนุภรรยาคนที่แปดของบิดาตัวเอง]

​อ่านข่าวแรกจบ เซียวจวินหลินแค่นหัวเราะ

​คิดจะล้มข้า?

​ตระกูลซู, เจียงจ้าน... ดีมาก

​เรามาเล่นกันยาวๆ

​ส่วนข่าวที่สาม? ช่างเป็นพ่อลูกที่ ‘รักใคร่กลมเกลียว’ กันดีจริงๆ ได้จุดอ่อนเด็ดๆ มาอีกหนึ่งอย่างแล้วสิ

จบบทที่ ​บทที่ 36.ความรู้พลิกชะตา

คัดลอกลิงก์แล้ว