เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

​บทที่ 30.ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง

​บทที่ 30.ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง

​บทที่ 30.ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง


​บทที่ 30.ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง

​หลิงเตี๋ยสะดุ้งสุดตัว

​เจ็ดวันปลิดวิญญาณ?

​ทำไมเขาถึงรู้ชื่อนี้? นี่คือยาพิษสูตรลับเฉพาะของพรรคหมื่นบุปผา นอกจากสมาชิกระดับแกนนำแล้ว คนนอกไม่มีทางล่วงรู้ได้

​ใบหน้าของหลิงเตี๋ยซีดเผือดไร้สีเลือด น้ำเสียงสั่นเครือ สติแตกกระเจิง

​“เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่?”

​เซียวจวินหลินหมุนขวดยาถอนพิษในมือเล่น ยิ้มอย่างมีเลศนัย

​“ข้าไม่เพียงรู้จักเจ็ดวันปลิดวิญญาณ แต่ข้ายังรู้อีกว่า... เจ้ามาจากพรรคหมื่นบุปผา”

​สมองของหลิงเตี๋ยระเบิดตูม กลายเป็นสีขาวโพลนทันที

​จบกัน

​คราวนี้จบเห่จริงๆ แล้ว

​ผู้ชายคนนี้ ไม่เพียงรู้จักยาพิษ แต่ยังรู้กำพืดของนางด้วย ​นี่ไม่ใช่แค่ทำภารกิจพลาด แต่ตัวตนของนางถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก!

​ความลับสุดยอดของพรรคหมื่นบุปผา คือการมีอยู่ของพวกนางเอง ​บัดนี้ ความลับนั้นถูกคนนอกเอ่ยออกมาอย่างง่ายดาย

​นางจ้องมองเซียวจวินหลินด้วยความหวาดกลัว ความสยดสยองถาโถมเข้าใส่ดุจคลื่นยักษ์

​ผู้ชายคนนี้รู้ได้ยังไง? หรือว่ามีคนทรยศในพรรค?

​เซียวจวินหลินราวกับมองทะลุความคิดนาง เขาเอ่ยขึ้นช้าๆ

​“จะว่าบังเอิญก็บังเอิญ เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าบ่นกับคนรู้จักเล่นๆ ว่าขาดคนปรนนิบัติข้างกาย ไม่นึกว่าพวกนางจะส่งมาให้จริงๆ สักคน”

​ขาดคนปรนนิบัติ... ก็เลยส่งมา?

​ใครส่ง?

​คนในพรรคหรือ?

​ความคิดน่ากลัวอย่างหนึ่งผุดขึ้นในสมองนางและเติบโตอย่างรวดเร็ว

​หรือว่าจะเป็นศิษย์พี่? ศิษย์พี่ขายนางงั้นหรือ? ภารกิจครั้งนี้เป็นแค่ฉากบังหน้า แท้จริงแล้วคือแผนการส่งนางมาเป็น ‘ของขวัญ’ บนเตียงให้ท่านซื่อจื่อผู้นี้?

​เพื่อเอาใจเขา? หรือเพื่อจุดประสงค์อื่น?

​หน้าของหลิงเตี๋ยขาวซีดราวกับกระดาษ ความระแวงสงสัยเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้

​นางรู้สึกเหมือนกำลังร่วงหล่นลงสู่หลุมพรางอันมืดมิดไร้ก้นบึ้ง และชายตรงหน้าคือก้นบึ้งของหลุมพรางนั้น

​เซียวจวินหลินไม่ปล่อยให้นางฟุ้งซ่านต่อนาน เขาตวัดข้อมือวูบเดียว ลมปราณสายหนึ่งพุ่งเข้าสกัดจุดชีพจรสำคัญ ทำให้นางขยับตัวไม่ได้

​“อยากมีชีวิตอยู่ ก็ตามข้ามาดีๆ”

​พูดจบ เซียวจวินหลินก็หิ้วร่างอ่อนปวกเปียกของหลิงเตี๋ย พริบตาเดียวก็หายวับไปท่ามกลางแสงสลัวยามพลบค่ำ

​เมื่อกลับถึงจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง เซียวจวินหลินโยนหลิงเตี๋ยเข้าไปในห้องลับ สั่งให้คนเฝ้ายามอย่างแน่นหนา

​ทันทีที่จัดการเรื่องนี้เสร็จ พ่อบ้านจ้าวมั่นฝูก็วิ่งหน้าบานเข้ามารายงาน

​“ซื่อจื่อ รองแม่ทัพหวังต้าไห่ส่งข่าวมาขอรับ!”

​จ้าวมั่นฝูยื่นจดหมายให้ น้ำเสียงตื่นเต้น

​“ในจดหมายบอกว่า ได้ยินกิตติศัพท์ความสามารถอันล้ำเลิศของซื่อจื่อในงานชุมนุมกวีวันนี้ รองแม่ทัพหวังเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก แทบจะหมอบกราบกราน ​เขายังบอกอีกว่า... หากซื่อจื่อมีเรื่องอันใดให้รับใช้ ขอเพียงเอ่ยปาก เขาพร้อมจะบุกน้ำลุยไฟ ยอมตายถวายชีวิต!”

​เซียวจวินหลินรับจดหมายมากวาดสายตาอ่าน เป็นไปตามคาด

​“อืม รู้แล้ว” เขาโยนจดหมายทิ้งไปส่งๆ สั่งจ้าวมั่นฝูต่อ

​“ในเมื่อทหารรักษาการณ์เมืองหลวงไม่มีปัญหาแล้ว ลุงก็ลงมือได้เต็มที่ รีบไปเกณฑ์คนมา ยิ่งเยอะยิ่งดี”

​“รับทราบขอรับ!”

​จ้าวมั่นฝูโค้งคำนับรับคำสั่ง ในใจกลับเกิดคลื่นลูกใหญ่

​แค่นี้... ก็เรียบร้อยแล้ว?

​นั่นคือหวังต้าไห่ รองผู้บัญชาการทหารรักษาการณ์เมืองหลวงผู้กุมกำลังทหารสำคัญ และขึ้นชื่อเรื่องความหัวแข็งเลยนะ! ซื่อจื่อแค่ไปร่วมงานแต่งกลอนงานเดียว ก็ทำให้อีกฝ่ายยอมสยบแทบเท้าได้แล้ว?

​ฝีมือของซื่อจื่อ ช่างลึกล้ำยากหยั่งถึงดั่งภูตผีเทพเจ้าจริงๆ!

​ยิ่งคิด จ้าวมั่นฝูยิ่งตื่นตะลึง ทั้งปลื้มใจและยำเกรงในความเก่งกาจของนายน้อย รีบรับคำสั่งแล้วเดินตัวปลิวออกไปทำงานทันที

​ราตรีเริ่มดึกสงัด

​ซูฉานจิ้งนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง ข่มตาไม่ลง ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์ในงานชุมนุมกวีเมื่อตอนกลางวัน วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา

​ผู้ชายคนนั้น เริ่มแรกใช้กลอนห่วยแตกทำให้นางขายหน้าแทบแทรกแผ่นดินหนี แล้วตบท้ายด้วยบทกวีระดับตำนานที่ทำให้นางเชิดหน้าชูตาได้ไม่อายใคร

​ประโยคสุดท้าย “แต่งให้ภรรยาข้า ซูฉานจิ้ง” ยังคงก้องอยู่ในหัว ทำให้นางว้าวุ่นใจไม่หยุด

​นางแพ้แล้ว

​ตามสัญญาที่พนันกันไว้ นางต้องมอบเคล็ดวิชาส่วนที่เหลือของ ‘คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นไท่ชู’ ให้เซียวจวินหลิน

​แต่ไอ้คนบ้าคนนี้ ทำไมยังไม่มาเอาอีก?

​ดึกป่านนี้แล้ว เขาจะลืมแล้วหรือไง?

​ยิ่งคิด ซูฉานจิ้งยิ่งหงุดหงิด นางอุตส่าห์อาบน้ำรอจนตัวเปื่อย... ไม่ใช่สิ! นางไม่ได้อาบเพื่อรอเขา นางแค่รักสะอาดเฉยๆ!

​ใช่ มันต้องเป็นแบบนั้นแหละ

​นางไม่ได้อยากให้เซียวจวินหลินมาหา นางก็แค่คนรักษาสัจจะ ยอมรับความพ่ายแพ้ ก็เท่านั้นเอง

​คิดไปคิดมา ความคิดที่น่าโมโหยิ่งกว่าก็ผุดขึ้นมา

​ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่กลับ หรือว่าเขา... จะแอบไปพลอดรักกับนังแพศยาอวิ๋นเจาอีกแล้ว?

​พอคิดได้แบบนี้ ในอกซูฉานจิ้งเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งทับอยู่ นอนต่อไม่ไหวแล้ว

​นางลุกพรวดขึ้น สวมเสื้อคลุมตัวนอก แล้วเดินดุ่มๆ ไปทางห้องนอนใหญ่ราวกับผีสิง

​ทว่าเมื่อผลักประตูเข้าไป ห้องนอนใหญ่ว่างเปล่า เตียงนอนเรียบตึง ไร้ร่องรอยคนนอน

​เขาไม่อยู่?

​ดึกขนาดนี้ เขาหายไปไหน?

​ในขณะเดียวกัน ห้องลับที่ลึกที่สุดของจวนอ๋อง แสงเทียนสั่นไหว

​หลิงเตี๋ยถูกมัดตรึงอยู่กับแท่นทรมาน เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยผิวเนื้อวับๆ แวมๆ ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลพราก

​พิษเจ็ดวันปลิดวิญญาณกำลังกำเริบและลุกลามไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดรวดร้าวลึกถึงกระดูก เหมือนมีมดนับหมื่นตัวกำลังกัดกินอวัยวะภายใน ทำให้นางทรมานเจียนตาย

​“ขะ... ขอร้อง... ขอยาถอนพิษให้ข้าเถอะ...” เสียงของหลิงเตี๋ยแผ่วเบา เต็มไปด้วยการอ้อนวอน

​เซียวจวินหลินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้านาง สีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้าน

​“อยากรอด ก็ตอบคำถามข้า บอกรายชื่อสมาชิกพรรคหมื่นบุปผามาให้หมด”

​“ข้า... ข้าบอกแล้ว...” ภายใต้ความเจ็บปวดแสนสาหัส กำแพงจิตใจของหลิงเตี๋ยพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

​นางไม่กล้าปิดบังแม้แต่น้อย คายความลับเรื่องรายชื่อสมาชิกพรรคหมื่นบุปผาเท่าที่รู้ออกมาจนหมดเปลือก

​ตั้งแต่หัวหน้าสาขาที่แฝงตัวอยู่ตามเมืองต่างๆ ไปจนถึงสายลับที่แทรกซึมอยู่ในจวนขุนนางและเชื้อพระวงศ์ ชื่อแล้วชื่อเล่าหลุดออกมาจากปากนาง

​จนมาถึงคนในเมืองหลวง นางลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมเอ่ยชื่อที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งราชสำนักด้วยเสียงสั่นเครือ

​“ว่านกุ้ยเฟย... พระสนมเอกของฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน ว่านเจินเอ๋อร์... ก็เป็นคนของพวกเรา”

​เซียวจวินหลินหรี่ตาลง

​เป็นอย่างที่คิดจริงๆ

​จากปากคำของหลิงเตี๋ย พรรคหมื่นบุปผานี้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพ แต่เน้นรวบรวมหญิงงามจากทั่วหล้า สอนวิชายั่วยวน การใช้พิษ และการลอบสังหาร

​เป้าหมายของพวกนางมีเพียงหนึ่งเดียว คือแทรกซึมเข้าไปในฮาเร็มของผู้มีอำนาจ เป็นปลิงดูดเลือดเกาะกินอำนาจ แล้วย้อนกลับมาควบคุมอำนาจนั้น เล่นตลกกับราชสำนัก

​และว่านกุ้ยเฟย ว่านเจินเอ๋อร์ คือหมากที่ประสบความสำเร็จที่สุดของพรรคหมื่นบุปผาในรอบหลายสิบปี

​นางถูกส่งเข้าไปในจวนอัครเสนาบดีในฐานะลูกนอกสมรส แล้วอาศัยการผลักดันของอัครเสนาบดีและการสนับสนุนลับหลังของพรรคหมื่นบุปผา จนก้าวขึ้นมาเป็นบุตรีภรรยาเอกอย่างเปิดเผย และได้เข้าวังเป็นพระสนม จนเป็นที่โปรดปรานที่สุดในวังหลัง

​ร้ายกาจนักนะ พรรคหมื่นบุปผา!

​เซียวจวินหลินหัวเราะเยาะในใจ

​ขุมกำลังนี้ถ้าเอามาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเพื่อรักษาชีวิตหรือทำการใหญ่ในอนาคต ล้วนเป็นไพ่ตายชั้นดี

​หลิงเตี๋ยเห็นสีหน้าของเซียวจวินหลินเปลี่ยนไปมา เพื่อความอยู่รอด นางจึงรีบคายความลับที่ใหญ่กว่าเดิมออกมา

​“ข้า... ข้ายังรู้อีกเรื่อง! ประมุขคนเก่าของพรรคหมื่นบุปผาเพิ่งจะเสียชีวิตกะทันหัน ตอนนี้ในพรรคไร้ผู้นำ กำลังจะคัดเลือกประมุขคนใหม่!

​ว่านกุ้ยเฟย... ว่านกุ้ยเฟยคือหนึ่งในตัวเต็งที่มีโอกาสมากที่สุด!”

​พูดจบ นางรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย อ้อนวอนเสียงสั่น

​“ข้าบอกทุกอย่างที่รู้ไปหมดแล้ว... ทีนี้... เอายาถอนพิษให้ข้าได้หรือยัง?”

​“วางใจเถอะ ข้าพูดคำไหนคำนั้น”

​เซียวจวินหลินลุกขึ้น เดินเข้าไปหานาง เปิดจุกขวดออก

​แต่เขาไม่ได้ยื่นขวดยาให้หลิงเตี๋ย ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของนาง เขาค่อยๆ เทน้ำยาถอนพิษชะโลมลงบนท่อนล่างของตัวเองอย่างเชื่องช้า

​เมื่อทำเสร็จ เขากระซิบข้างหูนางด้วยรอยยิ้ม

​“ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง”

จบบทที่ ​บทที่ 30.ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว