- หน้าแรก
- แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอเจ้าเห็นซื่อจื่อผู้นี้เป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาหรือไง
- บทที่ 30.ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง
บทที่ 30.ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง
​บทที่ 30.ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง
​บทที่ 30.ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง
​หลิงเตี๋ยสะดุ้งสุดตัว
​เจ็ดวันปลิดวิญญาณ?
​ทำไมเขาถึงรู้ชื่อนี้? นี่คือยาพิษสูตรลับเฉพาะของพรรคหมื่นบุปผา นอกจากสมาชิกระดับแกนนำแล้ว คนนอกไม่มีทางล่วงรู้ได้
​ใบหน้าของหลิงเตี๋ยซีดเผือดไร้สีเลือด น้ำเสียงสั่นเครือ สติแตกกระเจิง
​“เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่?”
​เซียวจวินหลินหมุนขวดยาถอนพิษในมือเล่น ยิ้มอย่างมีเลศนัย
​“ข้าไม่เพียงรู้จักเจ็ดวันปลิดวิญญาณ แต่ข้ายังรู้อีกว่า... เจ้ามาจากพรรคหมื่นบุปผา”
​สมองของหลิงเตี๋ยระเบิดตูม กลายเป็นสีขาวโพลนทันที
​จบกัน
​คราวนี้จบเห่จริงๆ แล้ว
​ผู้ชายคนนี้ ไม่เพียงรู้จักยาพิษ แต่ยังรู้กำพืดของนางด้วย ​นี่ไม่ใช่แค่ทำภารกิจพลาด แต่ตัวตนของนางถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก!
​ความลับสุดยอดของพรรคหมื่นบุปผา คือการมีอยู่ของพวกนางเอง ​บัดนี้ ความลับนั้นถูกคนนอกเอ่ยออกมาอย่างง่ายดาย
​นางจ้องมองเซียวจวินหลินด้วยความหวาดกลัว ความสยดสยองถาโถมเข้าใส่ดุจคลื่นยักษ์
​ผู้ชายคนนี้รู้ได้ยังไง? หรือว่ามีคนทรยศในพรรค?
​เซียวจวินหลินราวกับมองทะลุความคิดนาง เขาเอ่ยขึ้นช้าๆ
​“จะว่าบังเอิญก็บังเอิญ เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าบ่นกับคนรู้จักเล่นๆ ว่าขาดคนปรนนิบัติข้างกาย ไม่นึกว่าพวกนางจะส่งมาให้จริงๆ สักคน”
​ขาดคนปรนนิบัติ... ก็เลยส่งมา?
​ใครส่ง?
​คนในพรรคหรือ?
​ความคิดน่ากลัวอย่างหนึ่งผุดขึ้นในสมองนางและเติบโตอย่างรวดเร็ว
​หรือว่าจะเป็นศิษย์พี่? ศิษย์พี่ขายนางงั้นหรือ? ภารกิจครั้งนี้เป็นแค่ฉากบังหน้า แท้จริงแล้วคือแผนการส่งนางมาเป็น ‘ของขวัญ’ บนเตียงให้ท่านซื่อจื่อผู้นี้?
​เพื่อเอาใจเขา? หรือเพื่อจุดประสงค์อื่น?
​หน้าของหลิงเตี๋ยขาวซีดราวกับกระดาษ ความระแวงสงสัยเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้
​นางรู้สึกเหมือนกำลังร่วงหล่นลงสู่หลุมพรางอันมืดมิดไร้ก้นบึ้ง และชายตรงหน้าคือก้นบึ้งของหลุมพรางนั้น
​เซียวจวินหลินไม่ปล่อยให้นางฟุ้งซ่านต่อนาน เขาตวัดข้อมือวูบเดียว ลมปราณสายหนึ่งพุ่งเข้าสกัดจุดชีพจรสำคัญ ทำให้นางขยับตัวไม่ได้
​“อยากมีชีวิตอยู่ ก็ตามข้ามาดีๆ”
​พูดจบ เซียวจวินหลินก็หิ้วร่างอ่อนปวกเปียกของหลิงเตี๋ย พริบตาเดียวก็หายวับไปท่ามกลางแสงสลัวยามพลบค่ำ
​เมื่อกลับถึงจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง เซียวจวินหลินโยนหลิงเตี๋ยเข้าไปในห้องลับ สั่งให้คนเฝ้ายามอย่างแน่นหนา
​ทันทีที่จัดการเรื่องนี้เสร็จ พ่อบ้านจ้าวมั่นฝูก็วิ่งหน้าบานเข้ามารายงาน
​“ซื่อจื่อ รองแม่ทัพหวังต้าไห่ส่งข่าวมาขอรับ!”
​จ้าวมั่นฝูยื่นจดหมายให้ น้ำเสียงตื่นเต้น
​“ในจดหมายบอกว่า ได้ยินกิตติศัพท์ความสามารถอันล้ำเลิศของซื่อจื่อในงานชุมนุมกวีวันนี้ รองแม่ทัพหวังเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก แทบจะหมอบกราบกราน ​เขายังบอกอีกว่า... หากซื่อจื่อมีเรื่องอันใดให้รับใช้ ขอเพียงเอ่ยปาก เขาพร้อมจะบุกน้ำลุยไฟ ยอมตายถวายชีวิต!”
​เซียวจวินหลินรับจดหมายมากวาดสายตาอ่าน เป็นไปตามคาด
​“อืม รู้แล้ว” เขาโยนจดหมายทิ้งไปส่งๆ สั่งจ้าวมั่นฝูต่อ
​“ในเมื่อทหารรักษาการณ์เมืองหลวงไม่มีปัญหาแล้ว ลุงก็ลงมือได้เต็มที่ รีบไปเกณฑ์คนมา ยิ่งเยอะยิ่งดี”
​“รับทราบขอรับ!”
​จ้าวมั่นฝูโค้งคำนับรับคำสั่ง ในใจกลับเกิดคลื่นลูกใหญ่
​แค่นี้... ก็เรียบร้อยแล้ว?
​นั่นคือหวังต้าไห่ รองผู้บัญชาการทหารรักษาการณ์เมืองหลวงผู้กุมกำลังทหารสำคัญ และขึ้นชื่อเรื่องความหัวแข็งเลยนะ! ซื่อจื่อแค่ไปร่วมงานแต่งกลอนงานเดียว ก็ทำให้อีกฝ่ายยอมสยบแทบเท้าได้แล้ว?
​ฝีมือของซื่อจื่อ ช่างลึกล้ำยากหยั่งถึงดั่งภูตผีเทพเจ้าจริงๆ!
​ยิ่งคิด จ้าวมั่นฝูยิ่งตื่นตะลึง ทั้งปลื้มใจและยำเกรงในความเก่งกาจของนายน้อย รีบรับคำสั่งแล้วเดินตัวปลิวออกไปทำงานทันที
​ราตรีเริ่มดึกสงัด
​ซูฉานจิ้งนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง ข่มตาไม่ลง ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์ในงานชุมนุมกวีเมื่อตอนกลางวัน วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา
​ผู้ชายคนนั้น เริ่มแรกใช้กลอนห่วยแตกทำให้นางขายหน้าแทบแทรกแผ่นดินหนี แล้วตบท้ายด้วยบทกวีระดับตำนานที่ทำให้นางเชิดหน้าชูตาได้ไม่อายใคร
​ประโยคสุดท้าย “แต่งให้ภรรยาข้า ซูฉานจิ้ง” ยังคงก้องอยู่ในหัว ทำให้นางว้าวุ่นใจไม่หยุด
​นางแพ้แล้ว
​ตามสัญญาที่พนันกันไว้ นางต้องมอบเคล็ดวิชาส่วนที่เหลือของ ‘คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นไท่ชู’ ให้เซียวจวินหลิน
​แต่ไอ้คนบ้าคนนี้ ทำไมยังไม่มาเอาอีก?
​ดึกป่านนี้แล้ว เขาจะลืมแล้วหรือไง?
​ยิ่งคิด ซูฉานจิ้งยิ่งหงุดหงิด นางอุตส่าห์อาบน้ำรอจนตัวเปื่อย... ไม่ใช่สิ! นางไม่ได้อาบเพื่อรอเขา นางแค่รักสะอาดเฉยๆ!
​ใช่ มันต้องเป็นแบบนั้นแหละ
​นางไม่ได้อยากให้เซียวจวินหลินมาหา นางก็แค่คนรักษาสัจจะ ยอมรับความพ่ายแพ้ ก็เท่านั้นเอง
​คิดไปคิดมา ความคิดที่น่าโมโหยิ่งกว่าก็ผุดขึ้นมา
​ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่กลับ หรือว่าเขา... จะแอบไปพลอดรักกับนังแพศยาอวิ๋นเจาอีกแล้ว?
​พอคิดได้แบบนี้ ในอกซูฉานจิ้งเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งทับอยู่ นอนต่อไม่ไหวแล้ว
​นางลุกพรวดขึ้น สวมเสื้อคลุมตัวนอก แล้วเดินดุ่มๆ ไปทางห้องนอนใหญ่ราวกับผีสิง
​ทว่าเมื่อผลักประตูเข้าไป ห้องนอนใหญ่ว่างเปล่า เตียงนอนเรียบตึง ไร้ร่องรอยคนนอน
​เขาไม่อยู่?
​ดึกขนาดนี้ เขาหายไปไหน?
​ในขณะเดียวกัน ห้องลับที่ลึกที่สุดของจวนอ๋อง แสงเทียนสั่นไหว
​หลิงเตี๋ยถูกมัดตรึงอยู่กับแท่นทรมาน เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยผิวเนื้อวับๆ แวมๆ ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลพราก
​พิษเจ็ดวันปลิดวิญญาณกำลังกำเริบและลุกลามไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดรวดร้าวลึกถึงกระดูก เหมือนมีมดนับหมื่นตัวกำลังกัดกินอวัยวะภายใน ทำให้นางทรมานเจียนตาย
​“ขะ... ขอร้อง... ขอยาถอนพิษให้ข้าเถอะ...” เสียงของหลิงเตี๋ยแผ่วเบา เต็มไปด้วยการอ้อนวอน
​เซียวจวินหลินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้านาง สีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้าน
​“อยากรอด ก็ตอบคำถามข้า บอกรายชื่อสมาชิกพรรคหมื่นบุปผามาให้หมด”
​“ข้า... ข้าบอกแล้ว...” ภายใต้ความเจ็บปวดแสนสาหัส กำแพงจิตใจของหลิงเตี๋ยพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
​นางไม่กล้าปิดบังแม้แต่น้อย คายความลับเรื่องรายชื่อสมาชิกพรรคหมื่นบุปผาเท่าที่รู้ออกมาจนหมดเปลือก
​ตั้งแต่หัวหน้าสาขาที่แฝงตัวอยู่ตามเมืองต่างๆ ไปจนถึงสายลับที่แทรกซึมอยู่ในจวนขุนนางและเชื้อพระวงศ์ ชื่อแล้วชื่อเล่าหลุดออกมาจากปากนาง
​จนมาถึงคนในเมืองหลวง นางลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมเอ่ยชื่อที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งราชสำนักด้วยเสียงสั่นเครือ
​“ว่านกุ้ยเฟย... พระสนมเอกของฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน ว่านเจินเอ๋อร์... ก็เป็นคนของพวกเรา”
​เซียวจวินหลินหรี่ตาลง
​เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
​จากปากคำของหลิงเตี๋ย พรรคหมื่นบุปผานี้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพ แต่เน้นรวบรวมหญิงงามจากทั่วหล้า สอนวิชายั่วยวน การใช้พิษ และการลอบสังหาร
​เป้าหมายของพวกนางมีเพียงหนึ่งเดียว คือแทรกซึมเข้าไปในฮาเร็มของผู้มีอำนาจ เป็นปลิงดูดเลือดเกาะกินอำนาจ แล้วย้อนกลับมาควบคุมอำนาจนั้น เล่นตลกกับราชสำนัก
​และว่านกุ้ยเฟย ว่านเจินเอ๋อร์ คือหมากที่ประสบความสำเร็จที่สุดของพรรคหมื่นบุปผาในรอบหลายสิบปี
​นางถูกส่งเข้าไปในจวนอัครเสนาบดีในฐานะลูกนอกสมรส แล้วอาศัยการผลักดันของอัครเสนาบดีและการสนับสนุนลับหลังของพรรคหมื่นบุปผา จนก้าวขึ้นมาเป็นบุตรีภรรยาเอกอย่างเปิดเผย และได้เข้าวังเป็นพระสนม จนเป็นที่โปรดปรานที่สุดในวังหลัง
​ร้ายกาจนักนะ พรรคหมื่นบุปผา!
​เซียวจวินหลินหัวเราะเยาะในใจ
​ขุมกำลังนี้ถ้าเอามาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเพื่อรักษาชีวิตหรือทำการใหญ่ในอนาคต ล้วนเป็นไพ่ตายชั้นดี
​หลิงเตี๋ยเห็นสีหน้าของเซียวจวินหลินเปลี่ยนไปมา เพื่อความอยู่รอด นางจึงรีบคายความลับที่ใหญ่กว่าเดิมออกมา
​“ข้า... ข้ายังรู้อีกเรื่อง! ประมุขคนเก่าของพรรคหมื่นบุปผาเพิ่งจะเสียชีวิตกะทันหัน ตอนนี้ในพรรคไร้ผู้นำ กำลังจะคัดเลือกประมุขคนใหม่!
​ว่านกุ้ยเฟย... ว่านกุ้ยเฟยคือหนึ่งในตัวเต็งที่มีโอกาสมากที่สุด!”
​พูดจบ นางรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย อ้อนวอนเสียงสั่น
​“ข้าบอกทุกอย่างที่รู้ไปหมดแล้ว... ทีนี้... เอายาถอนพิษให้ข้าได้หรือยัง?”
​“วางใจเถอะ ข้าพูดคำไหนคำนั้น”
​เซียวจวินหลินลุกขึ้น เดินเข้าไปหานาง เปิดจุกขวดออก
​แต่เขาไม่ได้ยื่นขวดยาให้หลิงเตี๋ย ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของนาง เขาค่อยๆ เทน้ำยาถอนพิษชะโลมลงบนท่อนล่างของตัวเองอย่างเชื่องช้า
​เมื่อทำเสร็จ เขากระซิบข้างหูนางด้วยรอยยิ้ม
​“ยาถอนพิษอยู่นี่ อยากได้ก็มาเอาเอง”