- หน้าแรก
- แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอเจ้าเห็นซื่อจื่อผู้นี้เป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาหรือไง
- บทที่ 27.อิงแอบกับเมียน้อย ไล่เมียหลวงไปนอกห้อง
บทที่ 27.อิงแอบกับเมียน้อย ไล่เมียหลวงไปนอกห้อง
​บทที่ 27.อิงแอบกับเมียน้อย ไล่เมียหลวงไปนอกห้อง
​บทที่ 27.อิงแอบกับเมียน้อย ไล่เมียหลวงไปนอกห้อง
​ในขณะเดียวกัน ในมุมลึกอันเงียบสงัดของจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง
​อวิ๋นเจาคลี่กระดาษลับในมือออก เป็นจดหมายที่องค์ชายห้าส่งมา ตัวอักษรหวัดทรงพลัง แต่เนื้อความทำให้นางใจสั่นระรัว
​“รีบจัดการรวบหัวรวบหางเซียวจวินหลิน เป็นคนข้างหมอนของเขาให้ได้ แล้วสืบหาความลับของจวนอ๋องมาซะ”
​อวิ๋นเจาขบริมฝีปากแน่น แววตาเด็ดเดี่ยว ​นางเป็นเพียงของขวัญที่องค์ชายห้าส่งมาเพื่อบำเรอเซียวจวินหลินอยู่แล้ว และ​คืนนี้ คือเวลาที่นางต้องบรรลุภารกิจ
นาง​จัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ยิ้มให้กับคันฉ่องทองแดงด้วยรอยยิ้มที่คิดว่ายั่วยวนที่สุด อวิ๋นเจาผลักประตูห้อง แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนใหญ่
​แต่ขาเพิ่งก้าวพ้นประตูเรือน เสียงเย็นชาเยือกแข็งก็ดังมาจากด้านหลัง
​“หยุด! ดึกดื่นป่านนี้ เจ้าจะไปไหน?”
​อวิ๋นเจาหันกลับไป เห็นซูฉานจิ้งในชุดนอนบางเบายืนตระหง่านใต้แสงจันทร์ แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง
​“คารวะพระชายาเจ้าค่ะ” อวิ๋นเจาย่อกายคำนับอย่างไม่เกรงกลัว
​“ข้าถามเจ้าอยู่!” น้ำเสียงซูฉานจิ้งเริ่มเกรี้ยวกราด
​เมื่อเห็นว่าปลอดคน อวิ๋นเจาก็เงยหน้าขึ้น เลิกเสแสร้งแกล้งทำ
​“พระชายาถามอะไรแปลกๆ เจ้าค่ะ ​ข้าน้อยเป็นเพียงของเล่นที่องค์ชายห้าประทานให้ท่านซื่อจื่อ ท่านซื่อจื่อจะทำอะไรกับข้าน้อย ก็ถือเป็นเรื่องถูกต้องตามครรลอง ​ผิดกับพระชายา ที่แต่งเข้าจวนอ๋องมาตั้งนาน แต่กลับแยกห้องนอนกับสามี หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป...”
​อวิ๋นเจาละไว้ในฐานความเข้าใจ แต่ความเยาะเย้ยถากถางนั้นทำให้หน้าของซูฉานจิ้งเย็นเฉียบลงทันตา
​เรื่องแยกห้องนอน นางเป็นคนวางแผนไว้เองตั้งแต่วันแต่งงานเพื่อหลอกใช้เซียวจวินหลิน
​แต่นึกไม่ถึงว่า วันนี้มันจะกลายเป็นความอัปยศที่สุดของนาง
​ซูฉานจิ้งมองหน้าอวิ๋นเจา สัญญาณเตือนภัยในใจดังลั่น
​นางเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่า ขืนยังวางท่าหยิ่งยโสต่อไป จวนเจิ้นเป่ยอ๋องแห่งนี้ คงไม่มีที่ให้นางยืนอีกแล้ว
​“ไสหัวไป!”
​ซูฉานจิ้งผลักอวิ๋นเจาออกไปให้พ้นทาง ไม่สนมาดกุลสตรีผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป ถลกชายกระโปรงวิ่งตรงไปยังห้องนอนใหญ่
​นางต้องพิสูจน์ให้เห็น ว่าใครคือนายหญิงตัวจริงของที่นี่!
​“ปัง!” ประตูห้องนอนใหญ่ถูกผลักเปิดอย่างหยาบคาย
​เซียวจวินหลินนั่งเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
​“ไสหัวออกไป”
​ภายใต้ชุดนอนบางเบา หน้าอกอวบอิ่มของซูฉานจิ้งกระเพื่อมไหวรุนแรง นางกำลังจะอาละวาด แต่เหลือบไปเห็นอวิ๋นเจาเดินตามมาถึงหน้าประตู
​ต่อหน้าหญิงอื่น นางจะแพ้ไม่ได้
​ซูฉานจิ้งสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าเป็นเศร้าสร้อยน่าสงสารในพริบตา เดินนวยนาดเข้าไปหาด้วยท่าทางอ่อนช้อย น้ำเสียงหวานหยดจนมดขึ้น
​“ท่านพี่ ดึกแล้วนะเจ้าคะ... ให้น้องปรนนิบัติท่านเข้านอนเถิด”
​ในที่สุดเซียวจวินหลินก็เงยหน้าขึ้น แต่สายตากลับมองข้ามไหล่นางไปหยุดที่อวิ๋นเจาหน้าประตู
​“เสี่ยวเจาอยู่ต่อ ส่วนเจ้า... ออกไป”
​ตูม!
​สมองของซูฉานจิ้งขาวโพลน
​เขา... เขากล้าฉีกหน้านางต่อหน้าบ่าวรับใช้แบบนี้เชียวหรือ
​ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง นางแทบจะกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่พอสบสายตาเย็นชาของเซียวจวินหลิน เสียงทุกอย่างก็จุกอยู่ที่คอหอย
​“ดะ... ได้... ได้!”
​ซูฉานจิ้งเสียงสั่น พูดคำว่าได้สองคำ แล้วหันหลังวิ่งหนีออกไป
​แต่นางไม่ได้ไปไหนไกล กลับไปแอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดนอกหน้าต่าง
​นางอยากจะรู้นัก ว่าไอ้คู่ชายโฉดหญิงชั่วนี่มันจะทำอะไรกัน!
​ในห้อง อวิ๋นเจาลอบยิ้มในใจ เดินเข้าไปข้างหลังเซียวจวินหลิน ใช้มือนุ่มนิ่มไร้กระดูกบีบนวดไหล่ให้เขา
​“ซื่อจื่อ วันนี้ทุกอย่างราบรื่นดีไหมเจ้าคะ?”
​“ก็ไม่เลว”
​เซียวจวินหลินหลับตาพริ้ม เพลิดเพลินกับการปรนนิบัติของสาวงาม เอ่ยขึ้นมาลอยๆ
​“เรื่องวันนี้ ทำให้ข้าเห็นชัดเจนแล้วว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู”
​อวิ๋นเจาหูผึ่ง ลองหยั่งเชิงถาม “ซื่อจื่อหมายความว่า?”
​เซียวจวินหลินหัวเราะเบาๆ
​“คนทั้งโลกนึกว่าข้ากับว่านกุ้ยเฟยและองค์ชายสามเป็นศัตรูกัน แม้แต่ท่านอัครเสนาบดีก็ยังทำท่าไม่พอใจข้า ​แต่หารู้ไม่ ทั้งหมดนั่นคือละครตบตาคนนอก ​ท่านอัครเสนาบดีแอบทำข้อตกลงลับกับข้าเรียบร้อยแล้ว ส่วนว่านกุ้ยเฟยกับองค์ชายสาม ก็คือพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของข้า ​รอวันพิธีแต่งตั้งอ๋องอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาที่เราจะร่วมมือกันกวาดล้างราชสำนัก ​ถึงตอนนั้น...”
​เซียวจวินหลินหันมาเชยคางอวิ๋นเจา
​“นังตัวดีอย่างเจ้า เผลอๆ อาจมีวาสนาได้เป็นถึงพระชายารอง ถึงเวลานั้นให้องค์ชายห้าเจ้านายเก่าเจ้าตกใจเล่น คงสนุกพิลึก จริงไหม?”
​อวิ๋นเจาตะลึงงัน ทำอะไรไม่ถูก
​ในเวลาเดียวกัน คำพูดเหล่านั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดใส่หัวซูฉานจิ้งที่แอบฟังอยู่นอกหน้าต่าง
​อะไรนะ?
​อัครเสนาบดี? ว่านกุ้ยเฟย? องค์ชายสาม?
​พวกนั้น... พวกนั้นเป็นคนของเซียวจวินหลินหมดเลยเหรอ?
​เป็นไปได้ยังไง!
​ซูฉานจิ้งรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนโง่
​นางหลงคิดว่าตัวเองมองทะลุทุกอย่าง คิดว่าเซียวจวินหลินเป็นแค่ไอ้ทึ่มสมองกลวง
​ที่ไหนได้ คนที่โดนปิดหูปิดตาคือตัวนางเอง!
​ผู้ชายที่นางดูถูกมาตลอด กลับวางแผนการใหญ่ซ้อนแผนไว้ลึกล้ำขนาดนี้!?
​ลมราตรียามค่ำคืนพัดมา นางรู้สึกว่าตัวเองในตอนนี้ ช่างไร้ค่ายิ่งกว่าอวิ๋นเจา ที่เป็นแค่หมากการเมืองขององค์ชายห้าเสียอีก?
​ขณะที่ซูฉานจิ้งกำลังสับสนว้าวุ่นใจ เสียงครางกระเส่าของสตรีก็ดังออกมาจากในห้อง เป็นเสียงของเสี่ยวเจาที่กำลังร้องบอกว่า ‘ซื่อจื่อ อย่าเพคะ...’
​นางหน้าดำคร่ำเครียด แนบหูชิดกระดาษกรุหน้าต่าง เสียงยิ่งชัดเจนขึ้น
​ได้ยินเสียงพลอดรักของชายโฉดหญิงชั่วในห้อง นางโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม
​เสียงอวิ๋นเจาเพราะเท่านางไหม?
​หุ่นดีเท่านางหรือเปล่า?
​ไอ้สารเลวเซียวจวินหลิน!
​……
​วันรุ่งขึ้น ฟ้าเพิ่งสาง
​พ่อบ้านเฒ่าจ้าวมั่นฝูก็วิ่งหน้าตื่นมารายงานผลด้วยความตื่นเต้น
​“ซื่อจื่อ! สำเร็จแล้วขอรับ! เรารับสมัครองครักษ์ได้สามร้อยนาย! ทุกคนร่างกายกำยำแข็งแรง ฝีมือดีทั้งนั้น!”
​“แค่สามร้อย?” เซียวจวินหลินขมวดคิ้ว
​จ้าวมั่นฝูทำหน้ามุ่ย “ซื่อจื่อ นี่สุดๆ แล้วขอรับ
​ทหารรักษาการณ์เมืองหลวงจับตาดูเราเข้มงวดมาก ขืนรับมากกว่านี้ เกรงว่าจะทำให้พวกมันตื่นตัว”
​“ทหารรักษาการณ์เมืองหลวง...” เซียวจวินหลินแสยะยิ้มเย็น
​เขาโบกมือไล่จ้าวมั่นฝูออกไป
​เมื่อครู่นี้ ระบบข่าวกรองในหัวเพิ่งรีเฟรช และมีข่าวหนึ่งที่เกี่ยวกับทหารรักษาการณ์เมืองหลวงพอดี
​[รีเฟรชระบบข่าวกรอง!]
​[ข่าวที่ 1: หวังต้าไห่ รองผู้บัญชาการทหารรักษาการณ์เมืองหลวง ขึ้นชื่อเรื่องกลัวเมียสุดขีด บ่ายวันนี้เมียของเขาจะไปร่วมงานชุมนุมบทกวีที่ฝั่งตะวันออกของเมือง]
​[ข่าวที่ 2: หลิงเตี๋ย ศิษย์น้องของว่านกุ้ยเฟย ธิดาศักดิ์สิทธิ์พรรคหมื่นบุปผา เดินทางถึงเมืองหลวงเมื่อคืน พักอยู่ที่โรงเตี๊ยมฝั่งตะวันออก นางพกยาพิษร้ายแรง ‘เจ็ดวันปลิดวิญญาณ’ ของสำนักมาด้วย เตรียมหาโอกาสวางยาพิษสังหารท่าน]
​[ข่าวที่ 3: เสิ่นจืออินยิ่งคิดยิ่งแค้น รู้สึกว่าวันก่อนโดนท่านลูบคลำจนขาดทุนย่อยยับ เตรียมจะไปฟ้องซูฉานจิ้ง ให้ช่วยทวงความยุติธรรม]