เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

​บทที่ 24.คิดจะฆ่าข้า? ไปถามพ่อบ้านของข้าก่อนเถอะ

​บทที่ 24.คิดจะฆ่าข้า? ไปถามพ่อบ้านของข้าก่อนเถอะ

​บทที่ 24.คิดจะฆ่าข้า? ไปถามพ่อบ้านของข้าก่อนเถอะ


​บทที่ 24.คิดจะฆ่าข้า? ไปถามพ่อบ้านของข้าก่อนเถอะ

​ยามเย็นย่ำ พระอาทิตย์อัสดงสาดแสงสีแดงฉานราวกับเลือดทาบทาไปทั่วขอบฟ้า

​รถม้าที่แล่นกลับจากสุสานหลวงมุ่งหน้าสู่จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง เคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้าบนถนนหลวงที่ขรุขระเล็กน้อย

​เซียวจวินหลินนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ในตัวรถ ในหัวยังคงครุ่นคิดถึงการประลองปัญญาที่สุสานหลวงเมื่อกลางวัน

​ความจอมปลอมของฮ่องเต้ ใบหน้าที่ตีสองหน้าของเหล่าขุนนาง ล้วนเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้

​เขาประสบความสำเร็จในการขัดขวางแผนการยึดอำนาจ และตระหนักชัดแจ้งแล้วว่าสถานะของตนตอนนี้ คือการถูกกักบริเวณในเมืองหลวงกลายๆ

​ตอนนี้ ก็แค่รอดูละครฉากต่อไป

​รถม้าแล่นมาถึงเส้นทางเปลี่ยวที่ตัดผ่านป่า เสียงนกร้องรอบข้างค่อยๆ เงียบหายไป จนบรรยากาศเงียบสงัดผิดปกติ

​“ฮึ่บ!”

​คนขับรถกระตุกบังเหียนอย่างแรง รถม้าหยุดกึกกะทันหัน

​“ท่านซื่อจื่อ... ถนนข้างหน้า... ถูกปิดขอรับ”

​เซียวจวินหลินลืมตาขึ้น มุมปากยกยิ้ม

​มาแล้วสินะ

​เขาเลิกม่านรถขึ้น เห็นต้นไม้ใหญ่หลายต้นถูกตัดโค่นขวางถนนไว้ ชายฉกรรจ์สวมชุดดำปิดหน้าด้วยหน้ากากผีสิบกว่าคน ถือดาบครบมือ เดินออกมาจากป่า ทั่วร่างแผ่รังสีอำมหิต

​“ซื่อจื่อ เงาทมิฬจู่ลู่ขอรับ” จ้าวมั่นฝูกระซิบเสียงเบา

​“ลุงจ้าว ท่านรู้จักหรือ?” เซียวจวินหลินขมวดคิ้ว

​จ้าวมั่นฝูพยักหน้า “เคยประมือกันขอรับ”

​หลายปีที่ผ่านมา เพื่อปกป้องเซียวจวินหลินในที่ลับ เขาเคยประมือกับนักฆ่าและหน่วยเดนตายสารพัดรูปแบบในเมืองหลวงมาไม่มากก็น้อย

​ตอนนี้แค่มองปราดเดียว เขาก็จำได้ทันทีว่าคนพวกนี้คือหนึ่งในนักฆ่าระดับพระกาฬที่ว่านกุ้ยเฟยชุบเลี้ยงไว้

​เซียวจวินหลินยิ้ม เงาทมิฬจู่ลู่งั้นหรือ? เป็นไปตามข่าวกรองจริงๆ ว่านกุ้ยเฟยคิดจะลงมือสังหาร

​“ลุงจ้าว เฝ้ารถให้ดี อย่าให้พวกมันทำรถเป็นรอยนะ บ้านเราจน ไม่มีปัญญาซ่อม”

​เขาทิ้งคำพูดไว้เบาๆ แล้วพริบตาเดียว ร่างของเขาก็พุ่งออกจากตัวรถ ไปยืนจังก้าอยู่ต่อหน้าเหล่านักฆ่าอย่างมั่นคง

​เขากำลังต้องการโอกาสทดสอบฝีมือพอดี ว่าหลังจากทะลวงเข้าระดับสี่แล้ว ตัวเองจะแกร่งขึ้นแค่ไหน

​“ฆ่า!”

​หัวหน้าเงาทมิฬเอ่ยคำเดียวสั้นๆ อย่างเย็นชา

​เงาร่างสิบกว่าสายพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกัน กลายเป็นเงาดำโอบล้อมเซียวจวินหลินไว้ทุกทิศทาง ประกายดาบกระบี่วูบวาบขังเขาไว้ตรงกลาง

​เงาทมิฬเหล่านี้ อย่างต่ำที่สุดก็คือนักยุทธ์ระดับสาม และยังมีระดับสี่อยู่อีกหลายคน การประสานงานยอดเยี่ยม จิตสังหารเต็มเปี่ยม

​ถ้าเป็นเซียวจวินหลินคนก่อน แค่เจอกันซึ่งหน้าคงโดนสับเป็นหมูบะช่อไปแล้ว

​แต่ตอนนี้… ​เซียวจวินหลินไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ร่างกายไหววูบ พุ่งสวนเข้าหาศัตรูทันที

​เขาไม่แม้แต่จะชักดาบ รวบรวมลมปราณในกายจนถึงขีดสุด กำปั้นคู่นี้แหละคืออาวุธที่ดีที่สุด

​ดาบกล้าของเงาทมิฬคนหนึ่งฟันแหวกอากาศลงมา หมายจะผ่ากบาลเขา แต่​เซียวจวินหลินไม่หลบไม่เลี่ยง ชกสวนออกไปปะทะคมดาบตรงๆ

​“เคร้ง!”

​เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว

​เงาทมิฬคนนั้นรู้สึกเหมือนถูกแรงมหาศาลกระแทกใส่ ง่ามมือฉีกขาดทันที ดาบในมือถูกต่อยจนหักสะบั้น

​ยังไม่ทันได้ตั้งตัว กำปั้นของเซียวจวินหลินก็กระแทกเข้าเต็มอก

​“กร๊อบ!”

​เสียงกระดูกแตกดังลั่น ร่างของเงาทมิฬคนนั้นลอยละลิ่วปลิวไปไกล ขาดใจตายตั้งแต่ยังไม่ถึงพื้น

เพียงแค่​หมัดเดียว ก็ปลิดชีพนักยุทธ์ระดับสาม ​เซียวจวินหลินมั่นใจในพลังของตัวเองแล้ว รอยยิ้มกว้างขึ้น

​ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ ร่างพริ้วไหวไปท่ามกลางวงล้อม ทุกหมัดที่ปล่อยออก ทุกเท้าที่เตะกราด ล้วนตามมาด้วยเสียงกระดูกหักและเสียงร้องโหยหวนของนักฆ่า

​กระบวนท่าของเขาเน้นความรุนแรงดุดัน เป็นวิชาฆ่าคนในสนามรบ ไร้ลีลาสวยงาม แต่ทุกท่วงท่าคือการปลิดชีพ

​เพียงแค่สิบกว่าลมหายใจ บนพื้นก็เกลื่อนไปด้วยศพเจ็ดแปดศพ

​เงาทมิฬระดับสี่ที่เหลือมองดูเซียวจวินหลินที่ไล่ฆ่าพวกพ้องราวกับผักปลา เริ่มใจเสีย

​ข้อมูลผิดพลาด… ซื่อจื่อคนนี้ ไม่ใช่ขยะที่ไก่สักตัวยังเชือดไม่เป็น ​แต่มันคือนักยุทธ์ฝีมือฉกาจที่น่ากลัวต่างหาก

​ในจังหวะที่จิตใจศัตรูสั่นคลอน เซียวจวินหลินก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง

​เขาย่อตัวหลบการโจมตีขนาบข้างของกระบี่คู่ แล้วปล่อยหมัดคู่กระแทกเข้าที่ท้องน้อยของเงาทมิฬสองคนพร้อมกัน

​ทั้งสองตัวงอเป็นกุ้ง เลือดสดๆ พ่นออกจากปากย้อมพื้นดินเป็นสีแดงสด

​ชั่วพริบตา เงาทมิฬจู่ลู่ที่มียอดฝีมือสิบกว่าคน ก็ถูกเซียวจวินหลินเก็บเรียบ

​เซียวจวินหลินยืนสงบนิ่ง ผ่อนลมหายใจยาว รู้สึกสบายตัวไปทั้งร่าง

​“ฝีมือแค่นี้ คิดจะฆ่าข้า?” เขาเบะปาก

​“ก็แค่พวกสวะจริงๆ นั่นแหละ”

​เสียงแหบพร่าดังมาจากในป่า ​รูม่านตาของเซียวจวินหลินหดเกร็ง

​ชายวัยกลางคนในชุดดำไร้หน้ากาก เดินออกมาจากหลังต้นไม้อย่างเชื่องช้า

​ทุกย่างก้าวที่เดิน แรงกดดันมหาศาลก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายที่เหนือกว่าระดับสี่หลายขุมกดทับลงมาที่เซียวจวินหลิน

​ระดับหก!

​นี่คือยอดฝีมือระดับหกตัวจริงเสียงจริง!

​หัวหน้าเงาทมิฬ!

​“ประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ” สายตาของหัวหน้าเงาทมิฬมองเซียวจวินหลินราวกับมองคนตาย

​“ฆ่าลูกน้องข้าได้ขนาดนี้ เจ้าควรภูมิใจได้แล้ว ทีนี้ ก็เตรียมตัวไปลงนรกอย่างหมดห่วงเถอะ”

​สิ้นเสียง ร่างของเขาก็หายวับไปจากที่เดิม

​วินาทีถัดมา เซียวจวินหลินสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตที่พุ่งมาจากด้านหลัง เขาหมุนตัวกลับทันที ยกแขนไขว้กันป้องกันหน้าอก

​“ปัง!”

​เสียงกระแทกหนักหน่วง ​เซียวจวินหลินรู้สึกเหมือนถูกแรงมหาศาลอัดเข้าที่แขน ร่างกระเด็นถอยหลังไปไกล เท้าลากพื้นเป็นรอยลึกสองสาย กว่าจะทรงตัวอยู่​รสเลือดคาวหวานก็ตีตื้นขึ้นมาในคอ

​แข็งแกร่งมาก!

​นี่คือพลังของระดับหกสินะ?

​แค่ฝ่ามือเดียว ก็ทำเขาบาดเจ็บได้แล้ว!

​“ปฏิกิริยาไวดีนี่” หัวหน้าเงาทมิฬปรากฏตัวตรงหน้าเขาอีกครั้ง

​“น่าเสียดาย ต่อหน้าพลังที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้น การดิ้นรนใดๆ ก็ไร้ความหมาย”

​ร่างนั้นพุ่งเข้ามาอีกครั้ง กลายเป็นเงาติดตา ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยพลังวัตรปกคลุมเซียวจวินหลินไว้ทั้งหมด

​เซียวจวินหลินเดินลมปราณ ‘คัมภีร์วิถีสวรรค์ฝังนภา’ ถึงขีดสุด รับมือสุดชีวิต

​หมัดปะทะฝ่ามือ เสียงระเบิดของลมปราณดังสนั่นหวั่นไหว ต้นไม้รอบข้างถูกแรงอัดอากาศหักโค่น ใบไม้ปลิวว่อน ​แต่ความห่างชั้นของระดับพลังมีมากเกินไป

​เซียวจวินหลินถอยร่นไม่เป็นท่า ​ทุกครั้งที่รับการโจมตี เลือดลมในกายปั่นป่วน แขนชาหนึบ

​ฝ่ายตรงข้ามยิ่งโจมตีก็ยิ่งโหดเหี้ยม เล็งจุดตายทุกดอก ลมฝ่ามือคมกริบบาดผิวหนังจนเจ็บแสบ

​หลังจากการปะทะกันอีกครั้ง เซียวจวินหลินก็กลั้นอาการบาดเจ็บไม่ไหว หน้าซีดเผือด

​“จบกันที”

​หัวหน้าเงาทมิฬแสยะยิ้ม ฉวยจังหวะที่เซียวจวินหลินพลังเก่าหมด พลังใหม่ยังไม่เกิด ซัดฝ่ามือเข้าใส่กลางกระหม่อม พลังวัตรหมุนวนที่ฝ่ามือ หมายจะสังหารให้ตายคาที่

​ความตายคืบคลานเข้ามาหาเซียวจวินหลิน

แต่​ในวินาทีเป็นตายเท่ากันนั้นเอง ​พ่อบ้านจ้าวมั่นฝูที่ยืนนิ่งอยู่ข้างรถม้า เปลือกตากระตุกเล็กน้อย

​ร่างของเขาไหววูบเพียงนิดเดียว ก็หายไปจากที่เดิม

​มาช้าแต่ถึงก่อน!

​เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มายืนขวางหน้าเซียวจวินหลิน เผชิญหน้ากับหัวหน้าเงาทมิฬที่กำลังลำพองใจ ยกมือขึ้นตบออกไปเบาๆ

​ฝ่ามือนี้ดูธรรมดาสามัญยิ่งนัก

​แววตาของหัวหน้าเงาทมิฬฉายแววดูถูก

​ตาแก่งั่กใกล้ลงโลง ก็กล้ามาหาที่ตาย?

​เขาไม่เพียงไม่หยุดมือ แต่ยังเพิ่มแรงอีกสามส่วน กะจะตบตาแก่นี่ให้ตายไปพร้อมกับเซียวจวินหลิน!

​ทว่าทันทีที่ฝ่ามือทั้งสองปะทะกัน ความดูถูกบนหน้าหัวหน้าเงาทมิฬก็แข็งค้าง รูม่านตาสั่นระริก

​เขารู้สึกเหมือนไม่ได้ตบโดนมือคน แต่ตบโดนภูเขาหินผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน!

​พลังอำนาจที่เขาไม่อาจเข้าใจ ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายอย่างง่ายดาย

​พลังนั้นดูเหมือนนุ่มนวลแต่เกรี้ยวกราดถึงขีดสุด ทำลายเกราะลมปราณคุ้มกันจนเส้นชีพจรและอวัยวะภายในแหลกลาญจนหมดสิ้น

​“อั่ก!”

​เลือดพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ดของหัวหน้าเงาทมิฬพร้อมกัน

​เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้อง ร่างกายแข็งทื่อ แววตาดับวูบลงอย่างรวดเร็ว

​จากนั้น ร่างทั้งร่างก็ร่วงลงกองกับพื้น ไร้ซึ่งลมหายใจ

​ที่หน้าอก มีรอยฝ่ามือประทับลึกลงไปจนเห็นได้ชัด

​ทีเดียวจอด!

​ยอดฝีมือระดับหกผู้ยิ่งใหญ่ ถูกตบตายในฝ่ามือเดียว!

​เส้นทางในป่าเงียบสนิท

​เซียวจวินหลินยืนอึ้งมองเหตุการณ์ทั้งหมด มองศพที่นอนตายแทบเท้า แล้วค่อยๆ เงยหน้ามองพ่อบ้านเฒ่าที่ชักมือกลับมาอยู่ในท่าทางสำรวมเหมือนเดิม

​จ้าวมั่นฝูปัดฝุ่นที่มือ โค้งคำนับเซียวจวินหลินอย่างนอบน้อม

​“ซื่อจื่อ ไม่เป็นไรนะขอรับ?”

​เซียวจวินหลินมองพ่อบ้านที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก คำคำหนึ่งที่เขาเคยได้ยินแต่ในตำนาน หลุดออกมาจากปากอย่างยากลำบาก

​“ปรมาจารย์... ขั้นหยวนติ่ง?”

จบบทที่ ​บทที่ 24.คิดจะฆ่าข้า? ไปถามพ่อบ้านของข้าก่อนเถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว