เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23.แผนมีดสั้นเผยตัว? ถอยเพื่อรุก

บทที่ 23.แผนมีดสั้นเผยตัว? ถอยเพื่อรุก

บทที่ 23.แผนมีดสั้นเผยตัว? ถอยเพื่อรุก


บทที่ 23.แผนมีดสั้นเผยตัว? ถอยเพื่อรุก

​บรรยากาศภายในสุสานหลวงที่ชานเมืองหลวงเคร่งขรึมวังเวง

​พิธีฝังศพเจิ้นเป่ยอ๋องมีฮ่องเต้เจียงเฉียนยวนแห่งต้าเซี่ยเป็นประธาน ขุนนางทั้งฝ่ายบู๊และบุ๋นพร้อมหน้า สวมชุดไว้ทุกข์สีขาวทอดยาวเป็นทิวแถวหลายลี้

​เซียวจวินหลินสวมชุดกระสอบไว้ทุกข์ ประคองโลงศพบิดาด้วยมือตนเอง ใบหน้าฉายแววโศกสลด ก้าวเดินทีละก้าวสู่สุสานที่เตรียมไว้

​พิธีกรรมอันซับซ้อนดำเนินไปตามขั้นตอน เหล่าขุนนางต่างมีสีหน้าหลากหลาย บางคนไว้อาลัยด้วยใจจริง บางคนกลับกำลังคำนวณการเปลี่ยนแปลงของขั้วอำนาจหลังสิ้นเจิ้นเป่ยอ๋อง

​ทว่าในขณะที่พิธีดำเนินมาถึงครึ่งทาง จวนเจียนจะถึงขั้นตอนปิดดินฝังกลบ เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

​“ข่าวด่วนที่สุด! แจ้งเหตุร้ายจากแดนเหนือ!”

​ขันทีคนหนึ่งวิ่งกระเซอะกระเซิงเข้ามา เสียงแหลมสูงกรีดร้องทำลายความเงียบสงัดของสุสานหลวง

​เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้ หายใจหอบแฮก ร้องไห้ฟูมฟาย

​“ฝ่าบาท! แย่แล้วพะยะค่ะ! พวกชนเผ่าป่าเถื่อนทางเหนือฉวยโอกาสที่ท่านอ๋องเพิ่งสิ้น ระดมพลสามแสนบุกประชิดชายแดน!

​ด่านชายแดนคับขัน! แม่ทัพผู้รักษาด่านจะต้านไม่ไหวแล้วพะยะค่ะ!”

​สิ้นคำรายงาน ผู้คนในงานแตกฮือทันที

​เหล่าขุนนางซุบซิบวิจารณ์ สายตาที่มองเซียวจวินหลินมีทั้งเวทนาและสมน้ำหน้าปนเปกันไป

​สีหน้าฮ่องเต้เจียงเฉียนยวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาหาเซียวจวินหลินด้วยน้ำเสียงห่วงใย

​“จวินหลินเอ๋ย ภัยบ้านเมืองรุมเร้า ข้าเองก็ร้อนใจดั่งไฟสุม ​แต่เจ้ากำลังไว้ทุกข์ให้บิดา ความโศกเศร้ายังเต็มอก ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องมาพะว้าพะวังเรื่องราชการ”

​“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เพื่อให้เจ้าไม่ต้องกังวลใจ เจ้าจงมอบตราพยัคฆ์กองทัพเจิ้นเป่ยมาให้ข้าดูแลชั่วคราว ​แล้วข้าจะคัดเลือกแม่ทัพผู้เก่งกาจ นำทัพไปช่วยแดนเหนือทันที รับรองว่าแผ่นดินต้าเซี่ยจะปลอดภัย ​ส่วนเจ้า ก็จงวางใจอยู่ที่นี่ ส่งพ่อเจ้าสู่สุคติเถิด”

​แผนมีดสั้นเผยตัว!

​ขุนนางทุกคนในที่นั้น เข้าใจเจตนาของฮ่องเต้ทันที ที่ว่าแดนเหนือวิกฤต ที่ว่าเห็นอกเห็นใจขุนนาง ล้วนเป็นข้ออ้างทั้งเพ

​เป้าหมายที่แท้จริงของฮ่องเต้ คือฉวยโอกาสนี้ ใช้คุณธรรมข้ออ้างเรื่องความกตัญญูและภยันตรายของชาติ บีบบังคับให้เซียวจวินหลินคายอำนาจทหารออกมาต่างหาก

​หมากตานี้อำมหิตนัก แทบจะไร้หนทางแก้

​สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เซียวจวินหลิน รอดูว่าเขาจะรับมือกับคำสั่งอันตรายนี้อย่างไร

​ถ้าเขายอมมอบตราพยัคฆ์ อนาคตก็เท่ากับเป็นหุ่นเชิดให้คนอื่นชักใย แต่ถ้าไม่ยอม ก็เท่ากับขัดราชโองการ แบกรับชื่อเสียงอกตัญญูและไม่จงรักภักดี

​ท่ามกลางสายตาซับซ้อนของผู้คน ร่างของเซียวจวินหลินสั่นเทิ้มเล็กน้อย

​เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ

​เขาทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นหินหน้าโลงศพอย่างแรง จนเกิดเสียงทึบหนัก

​“เรื่องชาติบ้านเมืองสำคัญยิ่ง เรื่องส่วนตัวเป็นรอง!”

​น้ำเสียงของเซียวจวินหลินโศกสลดแต่ฮึกเหิม ก้องกังวานไปทั่วสุสานหลวง

​“ท่านพ่อข้าเจิ้นเป่ยอ๋อง ทำศึกบนหลังม้ามาทั้งชีวิต ภักดีต่อชาติจนลมหายใจสุดท้าย ​ความปรารถนาสูงสุดในชีวิตท่าน คือการขับไล่พวกป่าเถื่อนทางเหนือให้สิ้นซาก ปกป้องต้าเซี่ยให้สงบสุขชั่วลูกชั่วหลาน!”

​“บัดนี้ ศพท่านพ่อยังไม่ทันเย็น พวกคนถ่อยกล้าฉวยโอกาสบุกรุก ​นี่ไม่ใช่แค่การท้าทายต้าเซี่ย แต่เป็นการหยามเกียรติดวงวิญญาณท่านพ่อข้าอย่างให้อภัยไม่ได้!”

​น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความแค้นและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ไม่ยอมอยู่ร่วมโลกกับศัตรู

​“จวินหลินในฐานะลูกหลานตระกูลเซียว ในฐานะข้าราชบริพารต้าเซี่ย จะให้นั่งเฝ้าศพรักษาความกตัญญูแต่เพียงเปลือกนอก แล้วทนดูประตูเมืองถูกตีแตก ปณิธานพ่อถูกย่ำยีได้อย่างไร!”

​เขาโขกศีรษะให้โลงศพอีกครั้ง เสียงดังสนั่นดุจระฆัง

​“จวินหลินขอทูลเชิญฝ่าบาทโปรดมีราชโองการ! ให้จวินหลินนำทัพไปแดนเหนือเดี๋ยวนี้ ลูกขอสานต่อปณิธานพ่อ ล้างแค้นแทนบิดา แบ่งเบาภาระฮ่องเต้ ​ไม่ชนะพวกคนถ่อย ขอสาบานว่าจะไม่กลับเมืองหลวง!”

​คำประกาศอันเร่าร้อนและห้าวหาญนี้ ทำเอาทุกคนตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

​พวกเขาเคยคิดว่าเซียวจวินหลินอาจจะยอมจำนน หรืออาจจะขัดขืน แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะใช้แผน ‘ถอยเพื่อรุก’ แบบนี้

​นี่ไม่ใช่การขอไปไว้ทุกข์ แต่นี่คือการขอออกรบ ​สีหน้าของฮ่องเต้เจียงเฉียนยวนดำคล้ำลงทันที ​หมากตานี้ของเซียวจวินหลิน ทำให้พระองค์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

​ถ้าอนุญาต? ก็เท่ากับปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยให้เซียวจวินหลินพาตราพยัคฆ์กลับแดนเหนือ ถึงตอนนั้นท้องฟ้าสูงฮ่องเต้อยู่ไกล จะเรียกคืนอำนาจทหารก็ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา

​ถ้าไม่อนุญาต? พระองค์ก็จะกลายเป็นฮ่องเต้ที่เห็นแก่ตัว ไม่สนความปลอดภัยชายแดน จ้องแต่จะยึดอำนาจทหาร ชื่อเสียเรื่องความใจดำอำมหิตจะแพร่สะพัดไปทั่ว! พระองค์จะเสียทั้งใจทหารและใจราษฎร!

​“ฝ่าบาท! ได้โปรดมีราชโองการด้วยพะยะค่ะ!”

​เซียวจวินหลินทำราวกับมองไม่เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของฮ่องเต้ เอ่ยวิงวอนด้วยความจริงใจ

​ตานี้... ปิดตายทางถอยของฮ่องเต้จนหมดสิ้น

​ในขณะที่ฮ่องเต้กำลังนั่งบนหลังเสือลงไม่ได้ จะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยก็ไม่ได้ ม้าเร็วส่งข่าวอีกคนก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา สีหน้าดูร้อนรนยิ่งกว่าขันทีคนเมื่อกี้เสียอีก

​“รายงาน! ฝ่าบาท! ชัยชนะจากแดนเหนือ!”

​ม้าเร็วคุกเข่าลง เสียงเต็มไปด้วยความปิติยินดี

​“ทหารชายแดนเหนือ พอทราบข่าวการสิ้นชีพของท่านอ๋อง ก็โกรธแค้นและรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ​เหล่าทหารหาญร่วมแรงร่วมใจบุกตะลุยฆ่าฟัน จนศัตรูที่บุกมาต้องแตกพ่ายกลับไปจนหมดสิ้น! วิกฤตการณ์คลี่คลายแล้วพะยะค่ะ!”

​“ข่าวชัยชนะ” ที่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนี้ ทำให้ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้าแปลกประหลาดพิลึก

​เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าชายแดนวิกฤต จะต้านไม่ไหวอยู่แล้ว ผ่านไปแป๊บเดียวบอกศัตรูแตกพ่ายหมดแล้ว?

​ข่าวสงครามแดนเหนือนี่มันจะรวดเร็วทันใจเกินไปหน่อยไหม

​แต่ฮ่องเต้คว้าฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยให้รอดตายไว้ได้ทัน สีหน้ากระอักกระอ่วนหายวับไป พระองค์รีบประคองม้าเร็วให้ลุกขึ้น แล้วหัวเราะร่า

​“ดี! สวรรค์คุ้มครองต้าเซี่ย! วิญญาณเจิ้นเป่ยอ๋องศักดิ์สิทธิ์จริงๆ!”

​พระองค์หันกลับมา ประคองเซียวจวินหลินให้ลุกขึ้นด้วยสีหน้าเมตตาเอ็นดู ตบไหล่เขาอย่างหนักแน่น

​“จวินหลิน ความภักดีของเจ้า ข้าเห็นแล้ว ​ความกล้าหาญของทหารแดนเหนือ ข้าก็ประจักษ์แล้ว ​ข้าดีใจยิ่งนัก!”

​“ในเมื่อวิกฤตคลี่คลายแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องลำบากเดินทางไกลให้เหนื่อยกาย ​จงพักผ่อนอยู่ที่เมืองหลวงอย่างวางใจ อยู่เฝ้าศพบิดาจนครบกำหนดไว้ทุกข์ นั่นถึงจะเป็นหน้าที่ของลูกกตัญญูที่แท้จริง”

​เซียวจวินหลินเงยหน้าขึ้น ทำสีหน้าซาบซึ้งใจสุดขีด

​“ฝ่าบาททรงพระปรีชา จวินหลินขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณ!”

​ทว่ายามก้มหน้าลง แววตาของเขากลับลึกล้ำมืดมนยิ่งกว่าเดิม

​นี่คือละครตบตาฉากใหญ่

​ตั้งแต่ต้นจนจบ แดนเหนือไม่เคยเกิดเรื่อง วิกฤตที่ว่า ก็แค่ข้ออ้างบีบเอาตราพยัคฆ์

​ชัยชนะที่ว่า ก็แค่ทางลงที่ฮ่องเต้รีบหามาแก้เกี้ยว หลังจากโดนเขาย้อนศร

​เป้าหมายของฮ่องเต้ ไม่ใช่แค่อำนาจทหาร แต่คือการขังเขาไว้ในกรงขังที่ชื่อว่า ‘เมืองหลวง’ ให้เป็นเพียงซื่อจื่อไร้เขี้ยวเล็บตลอดไป

จบบทที่ บทที่ 23.แผนมีดสั้นเผยตัว? ถอยเพื่อรุก

คัดลอกลิงก์แล้ว