- หน้าแรก
- แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอเจ้าเห็นซื่อจื่อผู้นี้เป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาหรือไง
- บทที่ 22.ประโยชน์ของตู๋กูชิวเสีย
บทที่ 22.ประโยชน์ของตู๋กูชิวเสีย
บทที่ 22.ประโยชน์ของตู๋กูชิวเสีย
​บทที่ 22.ประโยชน์ของตู๋กูชิวเสีย
​อีกด้านหนึ่ง
​ตู๋กูชิวเสียไม่ได้กลับจวนองค์ชายสามโดยตรง แต่มุ่งหน้ากลับบ้านเดิม หรือก็คือจวนอัครเสนาบดี
​นางต้องรีบทำความสะอาดร่างกาย กำจัดคราบไคลของเซียวจวินหลินออกให้หมด และลบร่องรอยที่ไม่ควรมีให้เกลี้ยงเกลาก่อนฟ้าสาง เพื่อไม่ให้เจียงจ้านจับได้เมื่อกลับไป
​ภายในจวนอัครเสนาบดีตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม ห้องหนังสือสว่างไสวด้วยแสงไฟแม้จะเป็นยามวิกาล
​ตู๋กูอวิ๋นเฮ่อ อัครเสนาบดีผู้กุมอำนาจในราชสำนัก กำลังหารือกับขุนนางคนสนิทถึงสถานการณ์บ้านเมือง
​“พรุ่งนี้คือวันฝังศพเจิ้นเป่ยอ๋อง พิธีแต่งตั้งอ๋องคนใหม่ใกล้เข้ามาทุกที ​พวกท่านมีความเห็นว่าอย่างไร?”
​ภายใต้แสงเทียนวูบไหว ใบหน้าครึ่งหนึ่งของตู๋กูอวิ๋นเฮ่อซ่อนอยู่ในเงา ราวกับราชาในเงามืด
​ขุนนางคนหนึ่งลูบเครา เอ่ยเสียงขรึม
​“หากฝ่าบาทตั้งใจจะแต่งตั้งอ๋องจริงๆ ไยต้องรอถึงหนึ่งเดือน เห็นชัดว่าทรงต้องการยื้อเวลา ​ไม่กี่วันก่อน ทิศทางลมในราชสำนักต่างพัดไปทางประจบสอพลอเซียวจวินหลิน ​แต่มาวันนี้ ทุกคนเริ่มตาสว่างแล้วว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ เซียวจวินหลินผู้นี้ ยังคงเป็นเผือกร้อนที่ไม่มีใครกล้าถือ!”
​ไม่นาน ขุนนางอีกคนก็เสริมขึ้น “พวกเรามองทะลุปรุโปร่ง แต่ขุนนางบางคนยังแกล้งโง่อยู่ อีกอย่าง มังกรมีบุตรเก้าคน นิสัยใจคอต่างกัน ในบรรดาองค์ชายเหล่านั้น ย่อมมีคนที่กล้าเสี่ยงดวง ผูกมิตรกับกองทัพเจิ้นเป่ย หากแย่งชิงบัลลังก์ด้วยวิถีปกติไม่สำเร็จ ก็อาจยืมมือกองทัพเจิ้นเป่ย... ก่อกบฏยึดบัลลังก์ได้เหมือนกัน!”
​“สรุปสั้นๆ คือวุ่นวาย! วุ่นวายไปหมดแล้ว!”
​“ท่านอัครเสนาบดี พวกข้ายึดถือท่านเป็นผู้นำ ท่านเลือกข้างไหน พวกข้าก็ขออยู่ข้างนั้น!”
​“ใช่แล้ว ลูกเขยของท่านอัครเสนาบดี มีพระสนมว่านกุ้ยเฟยหนุนหลัง หึๆ ได้ยินว่าคืนนี้ฝ่าบาททรง ‘ตรากตรำ’ อยู่ที่ตำหนักว่านกุ้ยเฟยค่อนคืน ตำแหน่งรัชทายาทนี้ องค์ชายสามมีโอกาสสูงทีเดียว!”
​“โอ้! งั้นท่านอัครเสนาบดีก็คือว่าที่พ่อตาฮ่องเต้น่ะสิ! พวกข้าคงได้พลอยใบบุญไปด้วย ดีๆๆ!”
​สีหน้าของตู๋กูอวิ๋นเฮ่อเคร่งเครียด ไม่รู้กำลังคำนวณสิ่งใดในใจ
​เขารู้สึกทะแม่งๆ กับเรื่องที่ว่านกุ้ยเฟยปรนนิบัติฮ่องเต้อย่างหนักหน่วงผิดปกติ
​ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องหนังสือก็ดังขึ้น “ท่านพ่อ”
​“เสียเอ๋อร์?”
​ตู๋กูอวิ๋นเฮ่อสั่งให้เปิดประตูทันที เมื่อเห็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียว ก็แปลกใจเล็กน้อย “ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมเจ้าถึงกลับมา? เจียงจ้านรังแกเจ้าหรือ?”
​ตู๋กูชิวเสียหาข้ออ้าง “ลูกคิดถึงท่านแม่ เลยว่าจะกลับมาค้างสักคืนเจ้าค่ะ ​ได้ยินท่านพ่อกับท่านลุงท่านอาคุยกันเรื่องเซียวจวินหลิน ​ลูกเห็นว่า เซียวซื่อจื่อเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว อีกทั้งยังเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวของเจิ้นเป่ยอ๋อง ​ทั้งโดยเหตุและผล ตำแหน่งอ๋องนี้สมควรเป็นของเขา ​ข่าวลือในเมืองหลวงช่วงนี้ ข้าคิดว่าพวกท่านคงได้ยินกันหมดแล้ว”
​สิ้นคำพูดนาง ห้องหนังสือตกอยู่ในความเงียบสงัด ​เหล่าขุนนางมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แม้ไม่ได้เอ่ยปาก แต่ต่างก็เข้าใจความนัย
​ตู๋กูอวิ๋นเฮ่อมองลูกสาว แววตาฉายความเข้าใจบางอย่าง
​ลูกสาวเขาเป็นถึงพระชายาเอกขององค์ชายสาม แต่วันนี้กลับออกหน้าพูดช่วยเซียวจวินหลิน นี่มันบอกได้อย่างเดียว
​องค์ชายสามกับเซียวจวินหลิน จับมือเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกันแล้วจริงๆ
​ข่าวลือเป็นเรื่องจริง!
​ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาผู้เป็นพ่อตา ก็ควรแสดงจุดยืนได้แล้ว
​ตู๋กูอวิ๋นเฮ่อตัดสินใจเด็ดขาดทันที เอ่ยเสียงเรียบ
​“พรุ่งนี้เช้า ข้าจะรวบรวมขุนนาง ร่วมกันถวายฎีกา ทูลขอให้ฝ่าบาทรีบจัดพิธีแต่งตั้งเซียวซื่อจื่อเป็นอ๋องโดยเร็วที่สุด!”
​……
​ในเวลาเดียวกันที่จวนองค์ชายสาม
​เจียงจ้านนั่งหน้าถมึงทึงอยู่ในห้องหนังสือ เบื้องหน้าเขามีชายชุดดำหลายคนยืนเรียงราย แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบ
​คนเหล่านี้คือ ‘เงาทมิฬจู่ลู่’ หน่วยสังหารเดนตายที่ว่านกุ้ยเฟยแอบชุบเลี้ยงไว้
​พวกมันรวบรวมมาจากยอดนักฆ่าในยุทธภพ ​มีหน้าที่กำจัดศัตรูที่ขัดแย้งกับว่านกุ้ยเฟยอย่างลับๆ
​ใครที่เคยวิจารณ์ว่านางเป็นนางจิ้งจอกล่มเมือง...
​ใครที่เคยแย่งความโปรดปรานของฮ่องเต้ไปจากนาง...
​คนพวกนั้นที่หายสาบสูญไป ล้วนเป็นฝีมือของเงาทมิฬจู่ลู่ทั้งสิ้น
​“พรุ่งนี้วันฝังศพเจิ้นเป่ยอ๋อง เซียวจวินหลินจะต้องเป็นคนแบกโลงศพด้วยตัวเอง ​โอกาสของพวกเจ้า มีแค่ครั้งเดียว!”
​น้ำเสียงของเจียงจ้านเต็มไปด้วยจิตสังหาร
​“เมื่องานสำเร็จ ข้ามีรางวัลให้อย่างงาม!”
​“ฆ่า!!”
​หัวหน้าเงาทมิฬโค้งรับคำสั่ง ก่อนจะวูบหายไปในความมืดดุจภูตพราย
​เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เจียงจ้านก็เดินออกจากห้องหนังสือด้วยความตื่นเต้น
​“เซียวจวินหลินเอ๋ยเซียวจวินหลิน เจ้าบีบข้าเองนะ!”
​เจียงจ้านบังเอิญเห็นตู๋กูชิวเสียเดินกลับเข้ามาในจวนพร้อมสาวใช้พอดี
​ตั้งแต่ถูกนางเมินใส่คราวก่อน เจียงจ้านกลับรู้สึกโหยหาพระชายาเอกผู้นี้มากขึ้น
​ยิ่งคืนนี้ ภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าของตู๋กูชิวเสียแดงระเรื่อดุจลูกท้อสุกปลั่ง แววตาฉ่ำหวาน ดูเย้ายวนยิ่งกว่าซูฉานจิ้งเสียอีก
​เจียงจ้านใจเต้นแรง ความรู้สึกผิดที่ห่างหายไปนานผุดขึ้นมา เขาเดินเข้าไปทักทาย “ฮูหยิน ไปไหนมาหรือ?”
​ตู๋กูชิวเสียเห็นเขา ก็รู้สึกผิดจนไม่กล้าสบตา รีบถอยห่างโดยสัญชาตญาณ
​“ท่านแม่คิดถึง ข้าเลยกลับไปจวนอัครเสนาบดีมาเจ้าค่ะ”
​พูดจบ นางก็รีบยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก แสร้งไอเบาๆ สองสามที
​“องค์ชาย ข้า... ข้าโดนลมเย็นระหว่างทาง สงสัยจะเป็นหวัด กลัวจะเอาโรคมาติดพระองค์เพคะ”
​พูดจบก็รีบจ้ำอ้าวหนีไป
​“เดี๋ยวสิ! ฮูหยิน! ชิวเสีย!”
​เจียงจ้านมองแผ่นหลังอรชรด้วยความเสียดาย ยิ่งนางหนี ใจเขายิ่งคันยุบยิบ “คราวก่อนจิ้งเอ๋อช่วยเซียวจวินหลินเล่นงานข้า! ส่วนฮูหยินคงรอความโปรดปรานจากข้าจนเหงาแย่แล้ว... เห็นทีข้าต้องหาโอกาส สานสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับนางจริงๆ จังๆ เสียที!”
​……
​วันรุ่งขึ้น ภายในห้องนอนใหญ่ จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง
​เซียวจวินหลินที่เดินลมปราณ ‘คัมภีร์วิถีสวรรค์ฝังนภา’ และ ‘คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นไท่ชู’ มาตลอดทั้งคืน
ทำให้​พลังวัตรเสถียรอยู่ที่ระดับสี่ ​แต่หากจะเลื่อนขั้นไปอีก คงต้องใช้เวลาสักระยะ
​“เดี๋ยวเสร็จธุระวันนี้ จะไปหาซูฉานจิ้ง หลอกเอา ‘คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นไท่ชู’ ขั้นที่สี่มาให้ได้!”
​แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่าง เป็นลำแสงระยิบระยับ
​เซียวจวินหลินบิดขี้เกียจ กำลังจะก้าวเท้าออกจากห้อง เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
​[รีเฟรชระบบข่าวกรอง]
​[ข่าวที่ 1: เมื่อคืนฮ่องเต้วางกับดักสังหาร สั่งการให้คนใช้อ้างว่าเป็นข่าวด่วนจากแดนเหนือ หลอกล่อให้ท่านส่งมอบตราพยัคฆ์ในวันนี้]
​[ข่าวที่ 2: หน่วยสังหารเงาทมิฬจู่ลู่ของว่านกุ้ยเฟย วางค่ายกลดักซุ่มเรียบร้อย เตรียมลงมือลอบสังหารท่านหลังจบพิธีฝังศพ]
​[ข่าวที่ 3: เมื่อคืนตู๋กูชิวเสียฝันถึงท่าน ตอนนี้เพิ่งตื่น กำลังเปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่เปียกชุ่ม...]
​เซียวจวินหลินสูดหายใจลึก “แม่*เอ๊ย! เป็นวันอันตรายอีกแล้วสินะ! ลุงจ้าว!”