- หน้าแรก
- แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอเจ้าเห็นซื่อจื่อผู้นี้เป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาหรือไง
- บทที่ 21.พระชายาสามที่มาประเคนถึงที่
บทที่ 21.พระชายาสามที่มาประเคนถึงที่
บทที่ 21.พระชายาสามที่มาประเคนถึงที่
​บทที่ 21.พระชายาสามที่มาประเคนถึงที่
​ขณะเดียวกัน ท่ามกลางราตรีที่เริ่มหนาวเหน็บ ห้องหนังสือจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง
​เซียวจวินหลินเพิ่งจะจัดการสารลับจากแดนเหนือเสร็จไม่กี่ฉบับ ก็ได้ยินเสียงรายงานจากพ่อบ้านจ้าว
​“ซื่อจื่อ พระชายาสามขอเข้าพบด่วนเจ้าค่ะ”
​เซียวจวินหลินส่ายหัวยิ้มบางๆ ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้
​ปลา... กินเบ็ดแล้ว
​เมื่อตู๋กูชิวเสียในชุดคลุมสีดำดูลึกลับแต่เย้ายวน เดินตามพ่อบ้านเข้ามาในห้องหนังสือ ภาพแรกที่นางเห็นคือเซียวจวินหลินที่กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์
​“พระชายาสาม ไยถึงชอบมาหาข้ายามวิกาลนัก?”
​“เซียวจวินหลิน!”
​ความโกรธและความน้อยเนื้อต่ำใจ พังทลายกำแพงแห่งการเสแสร้งของนางจนหมดสิ้น
​ตู๋กูชิวเสียก้าวเร็วๆ เข้ามาหา จ้องหน้าเซียวจวินหลินเขม็ง เสียงสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์
​“เซียวจวินหลิน! สามีข้า... เขากับซูฉานจิ้ง ตกลงมีความสัมพันธ์กันยังไงแน่!”
​“พูดจาอะไรแบบนั้น ฮูหยินข้า จะไปมีความสัมพันธ์อะไรกับสามีท่านได้?”
​ตู๋กูชิวเสียขบเม้มริมฝีปากล่าง “เห็นข้าโง่หรือไง! วันนี้ที่เจ้าจงใจพาซูฉานจิ้งไปหาเจียงจ้าน ก็เพื่อจะบอกใบ้ข้าว่า สองคนนั้นกำลังแอบลักลอบได้เสียกันใช่ไหม!?”
​เซียวจวินหลินวางถ้วยชาลง เงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าหล่อเหลาพลันฉายแววโศกเศร้าและเดียวดาย “เฮ้อ... ในเมื่อท่านก็ดูออกแล้ว จะมาถามข้าอีกทำไม?”
​ท่าทีของเขาทำเอาตู๋กูชิวเสียใจหายวาบ “ข้าต้องการให้เจ้าพูดออกมาจากปาก! ว่าพวกเรา... ถูกคนรักหักหลังเหมือนกันใช่ไหม?!”
​เซียวจวินหลินลุกขึ้น เดินเข้าไปหานางช้าๆ ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความเศร้าที่ไม่อาจจางหาย “ท่านอยากรู้ความจริง?”
​“ใช่!”
​เซียวจวินหลินมายืนซ้อนหลังตู๋กูชิวเสีย ปลดชุดคลุมสีดำที่อำพรางกายออก เผยให้เห็นเรือนร่างเย้ายวนภายใต้ผ้าโปร่งบางที่ซ่อนรูป “บอกท่านไป ก็เท่ากับมอบจุดอ่อนข้าให้ท่านจับน่ะสิ? แต่ถ้า... เราเป็นคนบนเตียงเดียวกันแล้ว เรื่องนั้นค่อยคุยกันได้ทุกเรื่อง”
​“เจ้าคนหน้าด้าน!”
​ตู๋กูชิวเสียขยับตัวหนีโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที
​แต่เซียวจวินหลินกลับรุกคืบประชิดตัว ดึงร่างนางเข้ามาในอ้อมกอด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยมนต์สะกด
​“สามีท่าน ทรยศท่าน! ท่านไม่อยากแก้แค้นคืนบ้างหรือ? หรือว่า... ท่านไม่กล้า?”
​ตู๋กูชิวเสียโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม
​แต่เซียวจวินหลินยังทิ้งไพ่ตายใบสุดท้าย “อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว สำหรับเจียงจ้าน ท่านสู้ซูฉานจิ้งไม่ได้ ท่านเลยกลัวสินะว่า สำหรับข้าแล้ว... ท่านก็สู้ซูฉานจิ้งไม่ได้เหมือนกัน”
​ประโยคนี้ทำลายกำแพงในใจของตู๋กูชิวเสียจนพังทลาย
​“ใครว่าข้าสู้ไม่ได้!”
​นางคือตู๋กูชิวเสีย บุตรีอัครเสนาบดีผู้สูงศักดิ์ ทั่วหล้านี้นอกจากองค์หญิงแล้ว ใครจะมีชาติกำเนิดสูงส่งกว่านาง?
​เรื่องอะไรนางต้องกลัวว่าจะแพ้ลูกสาวกั๋วกง!
​นางหมุนตัวกลับ ผลักเซียวจวินหลินลงไปนั่งบนเก้าอี้ แล้วเริ่มปลดสายคาดเอวของตนเอง
​“ในเมื่อซูฉานจิ้งแย่งผู้ชายของข้า ข้าก็จะแย่งผู้ชายของนางบ้าง!”
​ตู๋กูชิวเสียเชยคางเซียวจวินหลินขึ้น “เปิ่นเสียวเจี่ย ยังไม่เคยลองมาก่อน ท่านซื่อจื่อ... อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ!”
​เซียวจวินหลินยิ้มมุมปาก สะบัดมือวูบเดียว ลมปราณซัดเทียนในห้องดับพรึ่บ
​เหลือเพียงเงาร่างสองเงาที่กอดรัดฟัดเหวี่ยง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา
​……
​สามชั่วยามผ่านไป
​ตู๋กูชิวเสียนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มไหม มองเซียวจวินหลินด้วยสายตาซับซ้อน กัดริมฝีปากแดงฉ่ำเอ่ยถาม
​“ทีนี้... เจ้าบอกข้าได้หรือยัง?”
​“บอกอะไร?” เซียวจวินหลินทำหน้าใสซื่อ
​ตู๋กูชิวเสียขมวดคิ้ว ลุกขึ้นนั่ง “บอกมาสิ ว่าเจียงจ้านกับซูฉานจิ้ง แอบไปมั่วกันอีท่าไหน!”
​เซียวจวินหลินกระพริบตาปริบๆ “หือ? พูดจาเลอะเทอะ พระชายาซื่อจื่อจะไปมั่วกับผัวชาวบ้านได้ยังไง?”
​เขาค่อยๆ สวมเสื้อผ้าอย่างใจเย็น แล้วพูดความจริงออกมาอีกข้อ “ซูฉานจิ้งแต่งให้ข้าทั้งที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง พระชายาสามอย่าได้กล่าวหาคนอื่นมั่วซั่วนะ”
​ตู๋กูชิวเสียได้ฟังถึงกับชะงัก แล้วตระหนักได้ถึงความผิดปกติ “เดี๋ยว... เจ้าหมายความว่ายังไง?!”
​เซียวจวินหลินผูกสายคาดเอวเสร็จสรรพ หันกลับมามอง
​“หมายความว่า เรื่องที่เราเพิ่งทำกันไปเมื่อกี้ สองคนนั้นเขาไม่เคยทำกัน”
​ตูม… ​สมองของตู๋กูชิวเสียอื้ออึงไปหมด ​นางนั่งอึ้งมองหน้าเซียวจวินหลิน ทำอะไรไม่ถูก
​นางไม่ได้ถูกเจียงจ้านทรยศ แต่... แต่นางทรยศเจียงจ้านไปแล้ว?
​“ข้านึกว่าสองคนนั้นมีอะไรกัน ข้าถึงยอมเจ้า... เมื่อกี้เจ้ายังทำท่าเหมือนจะตายให้ได้... ข้ารู้แล้ว! เซียวจวินหลิน! เจ้าหลอกข้า!!”
​ตู๋กูชิวเสียคว้าหมอนปาใส่เขาเต็มแรง ​แล้วรีบดึงผ้าห่มมาคลุมปิดร่างกายอันเปลือยเปล่า น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลทะลักออกมา
​“เจ้าหลอกข้า! เจ้าหลอกข้า!!”
​เซียวจวินหลินรับหมอนไว้ได้สบายๆ รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งดูเจ้าเล่ห์
​“พอได้แล้ว เจียงจ้านมันจ้องจะเคลมซูฉานจิ้งจริงๆ ​แต่ผู้หญิงที่ข้าเซียวจวินหลินจะเอาคืน มันไม่มีปัญญาแย่งไปได้หรอก ​ซึ่งในจำนวนนั้น... รวมถึงท่านด้วย พระชายาสาม”
​ความโกรธของตู๋กูชิวเสียเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว “เจ้าหมายความว่ายังไง!?”
​เซียวจวินหลินเก็บเสื้อผ้าบนพื้นโยนให้นาง “หมายความว่า ในเมื่อเราเป็นผัวเมียกันแล้วหนึ่งคืน ก่อนถึงพิธีแต่งตั้งอ๋อง รบกวนพระชายาช่วยพูดจาดีๆ ถึงข้าต่อหน้าท่านพ่อตาตู๋กูอัครเสนาบดีหน่อยนะ”
​ตู๋กูชิวเสียใจหายวาบ ​นางเข้าใจจุดประสงค์ของเซียวจวินหลินแล้ว
​ไม่ใช่แค่ตัณหาราคะ... แต่เขาต้องการอำนาจของพ่อของนาง
​“ผู้ชายสารเลว! เจ้ามันอำมหิต!”
​ข่าวลือว่าเซียวจวินหลินรักมั่นในตัวซูฉานจิ้งเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ นางนึกไม่ถึงว่าตัวจริงของเซียวจวินหลินจะเลวได้ขนาดนี้ ​และมีแผนการลึกล้ำขนาดนี้!
​“ไร้พิษสงมิใช่ชายชาตรี เชิญ”
​เซียวจวินหลินผายมือส่งแขก
​เป้าหมายบรรลุแล้ว… ​ถึงจะยังไม่เคยเจอหน้าท่านอัครเสนาบดีตู๋กู แต่ตอนนี้ถือว่าเป็นลูกเขยไปครึ่งตัวแล้ว มั่นคงแน่นอน
​ตู๋กูชิวเสียโกรธจนตัวสั่น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ​นางทำได้เพียงกัดฟัน สวมเสื้อผ้าอย่างลวกๆ แล้วกระแทกประตูเดินหนีไป
​เซียวจวินหลินจุดเทียนอีกครั้ง เริ่มกางแผนที่กองทัพแดนเหนือออกมาศึกษา “พรุ่งนี้เป็นวันฝังศพท่านพ่อราคาถูก คงต้องมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกแน่… ​แถมพิธีแต่งตั้งอ๋องยังมีเวลาอีกตั้งเดือน ข้าจะรอดไปถึงวันนั้นไหมยังไม่รู้เลย ​หรือจะหนีออกจากเมืองหลวงไปดื้อๆ? ​มีทหารนับล้านในมือ จะให้ก่อกบฏยึดอำนาจเลยก็ยังไหว!”