เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11.ท่านพ่อ ข้าจะไม่แก้แค้นแล้ว

บทที่ 11.ท่านพ่อ ข้าจะไม่แก้แค้นแล้ว

บทที่ 11.ท่านพ่อ ข้าจะไม่แก้แค้นแล้ว


บทที่ 11.ท่านพ่อ ข้าจะไม่แก้แค้นแล้ว

​ซูเฉิงลูบเครา ท่าทางมั่นใจเต็มที่ว่าเอาเซียวจวินหลินอยู่หมัด

​ในสายตาเขา แค่คำสั่งปากเปล่า บวกกับฐานะกั๋วกงและพ่อตา เซียวจวินหลินที่ถูกลูกสาวเขาปั่นหัวจนหัวหมุนมาตลอด มีหรือจะกล้าปฏิเสธ

​กล้าหรือ? เซียวจวินหลินไม่กลัวลูกสาวเขาโกรธหรือไง?

​กลัวแน่นอนอยู่แล้ว

​แต่ในขณะที่ซูเฉิงกำลังรอรับตราพยัคฆ์อย่างมั่นใจ

​“ให้ตราพยัคฆ์? ได้สิ” เซียวจวินหลินเอ่ยเสียงเรียบ “เอาราชโองการของฝ่าบาทมา แล้วข้าจะมอบให้”

​ใบหน้าเหี่ยวย่นของซูเฉิงแดงก่ำขึ้นมาทันที

​ราชโองการ?

​เขาจะไปหาราชโองการมาจากไหนกัน

​ฮ่องเต้ต้องการอาศัยจังหวะที่เจิ้นเป่ยอ๋องเพิ่งสิ้น ทำเรื่องนี้อย่างเงียบเชียบ ไม่ให้กระโตกกระตาก เพื่อยึดอำนาจทหารคืนแบบเนียนๆ

​ได้ทั้งประโยชน์ แถมไม่โดนชาวบ้านนินทาว่าแล้งน้ำใจ

​ขืนออกราชโองการจริงๆ ก็เท่ากับประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่า ฮ่องเต้รอจังหวะยึดอำนาจคืนจากขุนนางผู้ภักดี พอเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพลชัดๆ

​เรื่องนี้ ทำได้แต่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ได้

​กฎเกณฑ์ใต้โต๊ะพวกนี้ จะให้เอามาพูดบนโต๊ะได้ยังไง?

​ซูเฉิงตีหน้าเครียด “จวินหลิน! เจ้ากำลังสงสัยในตัวฝ่าบาท หรือสงสัยในตัวข้า? ​ข้าอุตส่าห์มาถ่ายทอดพระราชเสาวนีย์ด้วยตัวเอง จะมาหลอกลวงเจ้าเพื่ออะไร ​ในสายตาเจ้า ยังเห็นข้าเป็นพ่อตาอยู่ไหม!”

​ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งร้อนก็ดังมาจากสวนหลังบ้าน ​ซูฉานจิ้งกำลังซักผ้าอยู่พอดี

พอ​ได้ยินเสียงพ่อตะคอกดังมาจากลานหน้าบ้าน ก็เข้าใจไปเองว่าพ่อมาเพื่อทวงความยุติธรรมให้

​“เซียวจวินหลิน! เจ้าบังคับให้ข้าซักผ้า ทีนี้ท่านพ่อข้ามาแล้ว เจ้าเตรียมตัวชดใช้กรรมได้เลย!”

​ซูเฉิงเห็นสภาพทุลักทุเลของลูกสาว ไฟโทสะก็ยิ่งลุกโชน

​“อะไรนะ!? ​เซียวจวินหลิน! ลูกสาวข้าซูเฉิง เป็นถึงคุณหนูจวนกั๋วกง แต่งเข้าจวนอ๋อง เพื่อมาเป็นสาวใช้ซักผ้าให้เจ้าหรือ? ​เจ้ามันต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน!”

​เซียวจวินหลินมองสองพ่อลูกคู่นี้แล้วจู่ๆ ก็หลุดขำ

​เขาหันไปมองซูเฉิงอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงเจือแววเย้ยหยัน “ข้ากำลังช่วยท่านสั่งสอนลูกสาวต่างหาก ไม่ดีหรือ? ​ลูกสาวท่านแต่งงานกับข้าแล้ว แต่ยังให้องค์ชายสามมาตามตอแยถึงบ้าน ไม่รู้จักหน้าที่ภรรยา ไม่เคารพสามี ​คนเป็นพ่ออย่างท่าน ในเมื่อไม่สั่งสอนลูกให้ดีก่อนส่งมา งั้นข้าก็ต้องจำใจช่วยสั่งสอนแทน มันผิดตรงไหน?”

​“เจ้า... เจ้า...”

​ซูเฉิงชี้หน้าเซียวจวินหลิน ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ

​เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า ตั้งแต่ต้นจนจบ เซียวจวินหลินไม่เรียกเขาว่า ‘พ่อตา’ เลยสักคำ

​“เจ้าอะไรนักหนา!” เซียวจวินหลินขี้เกียจไว้หน้าสองพ่อลูกอีกต่อไป “ถ้าเห็นว่าข้าสอนไม่ดี ก็พานางกลับไปสอนเองที่บ้านนู่น ​แต่ว่า... อย่าลืมคืนสินสอดหนึ่งล้านตำลึงของข้ามาให้ครบทุกอีแปะด้วยล่ะ!”

​ซูเฉิงรู้สึกแสบหน้าเหมือนโดนตบฉาดใหญ่

​เงินล้านตำลึงนั่นเอาไปอุดรูรั่วของตระกูลซูหมดแล้ว จะเอาปัญญาที่ไหนมาคืน?

​วันนี้ตั้งใจจะมาเบ่งอำนาจยึดตราพยัคฆ์ ไหงกลายเป็นถูกไอ้เด็กนี่ต้อนจนมุมเสียเอง?

​เห็นซูเฉิงอึกอักพูดไม่ออก เซียวจวินหลินก็คร้านจะเสียเวลาด้วย “ลุงจ้าว ส่งแขก!”

​“ใต้เท้ากั๋วกง เชิญขอรับ”

​จ้าวมั่นฝูรีบก้าวออกมาผายมือเชิญ ท่าทางชัดเจนว่ากำลังไล่แขก

​หน้าของซูเฉิงเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว สุดท้ายทำได้แค่สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง พากองกำลังกลับไปอย่างหัวเสีย

​ซูฉานจิ้งอยากจะตามกลับไปด้วยแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่ก้มหน้าด้วยความอับอาย เดินคอตกกลับไปซักผ้าที่เรือนข้างต่อ

​……

​หน้าจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง องค์ชายสามเจียงจ้านกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ

​เห็นซูเฉิงเดินออกมา ก็นึกว่าสำเร็จแล้ว รีบปั้นหน้ายิ้มแย้มเข้าไปทักทาย

​“ยินดีด้วยท่านกั๋วกง ที่ช่วยแบ่งเบาภาระเสด็จพ่อ นำตราพยัคฆ์กลับ...”

​เจียงจ้านยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกซูเฉิงสวนกลับเสียงเย็น

​ซูเฉิงกำลังโมโหจนอกแทบระเบิด ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงจ้านไม่รู้กาลเทศะ บุกไปก่อเรื่องที่จวนอ๋องคราวก่อน

​วันนี้เขาคงไม่โดนเซียวจวินหลินเอาเรื่องนี้มาย้อนศรจนหน้าหงาย

​คำยินดีของเจียงจ้านในตอนนี้ ฟังดูเหมือนกำลังเยาะเย้ยถากถางเขาชัดๆ

​“ยินดีอะไร? ห๊ะ? ท่านภูมิใจมากใช่ไหม?”

​ซูเฉิงจ้องเจียงจ้านตาเขียว กดเสียงต่ำตวาดใส่

​“องค์ชายสาม! ข้าขอเตือนไว้ก่อน! วันหลังอยู่ให้ห่างลูกสาวข้าหน่อย! จะได้ไม่ต้องขายหน้ากันไปมากกว่านี้!”

​พูดจบ ซูเฉิงก็มุดเข้าเกี้ยวโดยไม่หันกลับมามอง สั่งให้ออกเดินทางด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

​เจียงจ้านยืนอึ้งอยู่กับที่ เต็มไปด้วยความงุนงงและโกรธเกรี้ยว

​กั๋วกงที่เคยให้ความเคารพยกย่องเขา มองเขาเป็นลูกเขย ไฉนถึงกล้าตวาดใส่เขาเช่นนี้

​“นี่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?”

​ขณะที่เขากำลังโกรธจัดจนอยากฆ่าคน เสียงแหลมเล็กเยียบเย็นก็ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลัง

​“องค์ชายสาม โปรดระงับโทสะ”

​เจียงจ้านหันขวับไปมอง เห็นชายชราในชุดขันทีเดินออกมาจากเงามืด เขาคือ เฉินจิ้ง หัวหน้าขันทีคนสนิทของฮ่องเต้นั่นเอง

​“เฉินกงกง?”

​“องค์ชาย ฝ่าบาททรงคาดการณ์ไว้แล้วว่า เซียวจวินหลินคงไม่ยอมจำนนง่ายๆ”

​เฉินกงกงกระซิบเสียงเบา

​“ฝ่าบาททรงสงสัยว่า จะมีผู้วิเศษคอยชี้แนะอยู่เบื้องหลัง จึงรับสั่งให้บ่าวและคนอื่นๆ คอยจับตาดูอย่างลับๆ ​เมื่อครู่นี้... ท่านใจร้อนเกินไปแล้ว”

​เจียงจ้านแววตาคมกริบ เข้าใจสถานการณ์ทันที

​มีของร้อนอย่างตราพยัคฆ์อยู่ในมือเซียวจวินหลิน ย่อมมีคนจ้องจะเล่นงานเขาอีกเพียบ ตัวเขาจะรีบร้อนไปทำไม

​“ขอบใจเฉินกงกงที่เตือนสติ”

​เจียงจ้านล้วงตั๋วทองออกจากอกเสื้อ ยัดใส่มือหัวหน้าขันที

​“หากกงกงพบเบาะแสอะไร หวังว่า... เรื่องเล็กจักกลายเป็นเรื่องใหญ่นะ!”

​เฉินกงกงยิ้มอย่างรู้กัน “องค์ชายวางพระทัย บ่าวเข้าใจดี”

​……

​ภายในจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง

​จ้าวมั่นฝูเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบกวาดมองไปบนหลังคา “ซื่อจื่อ มีหนูสกปรกขอรับ”

​“แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไป”

​เซียวจวินหลินโบกมือ แล้วเดินหายเข้าไปในหอวิญญาณ

​จ้าวมั่นฝูพยักหน้า ถอยฉากไปซ่อนตัวในมุมมืดอย่างระมัดระวัง

​บนหลังคา เฉินกงกงใช้วิชาตัวเบา แนบตัวราบไปกับกระเบื้องหลังคาอย่างไร้เสียง จ้องมองเซียวจวินหลินผ่านช่องว่างลงไปตาไม่กะพริบ

​ไอ้เด็กนี่ เอาตราพยัคฆ์ไปซ่อนไว้ไหน?

​แล้วใครกันแน่ที่หนุนหลังมันอยู่!

​เฉินกงกงครุ่นคิด สายตากวาดมองดุจเหยี่ยว แต่ครู่ต่อมากลับต้องชะงัก

​เห็นเซียวจวินหลินทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าป้ายวิญญาณดัง “ตุ้บ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

​“ท่านพ่อ… ​ท่านพ่อโปรดวางใจเถิด ​ด้วยความสามารถอันน้อยนิดของลูกตอนนี้ ชาตินี้คงไม่มีปัญญานำทัพออกศึก ​เรื่องแก้แค้นให้ท่าน เกรงว่า... เกรงว่าจะไม่มีหวังแล้ว!”

​พูดจบ เขาก็ล้วงมีดสั้นคมกริบออกมาจากอกเสื้อ ​เฉินกงกงใจหายวาบ ไอ้เด็กนี่จะทำอะไร?

​หรือว่าจะกรีดเลือดสาบาน แก้แค้นให้พ่อ?

​เสียงคร่ำครวญดังมาจากหน้าแท่นบูชาอีกครั้ง

​“แต่ถ้าไม่แก้แค้นให้ท่าน ข้าจะมีหน้าเป็นลูกท่านได้ยังไง?”

​เซียวจวินหลินเงื้อมีดสั้นขึ้น เล็งไปที่หน้าอกตัวเอง

​บนหลังคา เฉินกงกงมองด้วยสายตาชื่นชม ไอ้เด็กนี่ถึงจะไร้ค่า แต่กตัญญูใช้ได้ ดูท่าคงจะยอมตายเพื่อพิสูจน์ความตั้งใจสินะ

​ทว่าวินาทีถัดมา มีดสั้นในมือเซียวจวินหลินกลับตวัดลงฉับไว

​“แควก” เสียงมีดกรีดผ่านสายคาดเอวขาดสะบั้น

​เซียวจวินหลินลุกขึ้นยืน โยนสายคาดเอวที่ขาดวิ่นลงพื้น หันไปพูดกับป้ายวิญญาณด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว

​“วันนี้ ข้าขอตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับท่าน! หนี้แค้นฆ่าพ่อ ท่านไปจ้างคนอื่นมาทวงเถอะ! ลาก่อน!”

​พูดจบก็สะบัดตูดเดินหนี ราวกับตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ อีก

​“โครม!”

​เฉินกงกงบนหลังคาตกใจสุดขีดจนลมปราณสะดุด เท้าลื่นไถล พลัดตกลงมาจากชายคาหน้าคะมำ

​“ใครน่ะ!”

​เซียวจวินหลินหันขวับ รีบวิ่งออกมาจากหอวิญญาณ

​ที่ลานด้านนอก เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกทับจนหักเสียหาย ส่วนเงาคนหายวับไปแล้ว

​“ผู้มาเยือนน่าจะเป็นหัวหน้าขันที เฉินจิ้ง” จ้าวมั่นฝูเดินออกมา สีหน้าเลื่อมใส “ซื่อจื่อปราดเปรื่องยิ่งนัก! ฉากละครเมื่อครู่ที่แสดงให้เฉินจิ้งดู ต้องทำให้ความหวาดระแวงของฮ่องเต้ลดลงไปเกินครึ่งแน่!”

​เซียวจวินหลินปรายตามองเขา “ใครบอกว่าข้าแสดงละคร?”

​“หา?”

​จ้าวมั่นฝูสะดุดขาตัวเองแทบหน้าทิ่ม

​ไม่ใช่การแสดงหรอกรึ?

​เซียวจวินหลินเดินตรงไปกลางลาน ตั้งท่าเตรียมพร้อม “ช่วยดูหน่อย ตอนนี้ข้ามีกำลังภายในขั้นไหนแล้ว”

​จ้าวมั่นฝูตั้งสติ ไม่กล้าชักช้า รีบเข้าไปประมือกับเซียวจวินหลิน

​ผ่านไปไม่กี่กระบวนท่า แววตาของจ้าวมั่นฝูก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง “ซื่อจื่อ! ท่าน... ท่านทะลวงขั้นสามได้แล้วหรือขอรับ! นี่มันเพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเองนะ!”

​“ซูฉานจิ้งสอนมา”

​เซียวจวินหลินลดมือลง ตอบอย่างไม่ยี่หระ

​“ฮูหยินสอน?”

​หลังจากฟังเซียวจวินหลินเล่าจบ จ้าวมั่นฝูก็ถึงบางอ้อ ก่อนจะเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

​“ซื่อจื่อ! ท่านเจอของดีเข้าให้แล้ว ​ฮูหยินสามารถมองทะลุแก่นแท้ของวิทยายุทธ์ได้เพียงแค่ผ่านตา นี่มันคือ ‘กายาสวรรค์แห่งมรรคาบู๊’ ชัดๆ ​นางคือคู่บำเพ็ญเพียรในฝันที่ชาวยุทธ์ทุกคนปรารถนา ท่านต้องถนอมนางไว้ให้ดีนะขอรับ!”

​เซียวจวินหลินเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้คิดถึงจุดนี้มาก่อน

​“งั้นข้าก็ต้องให้นางสอนข้าบ่อยๆ สินะ?”

​“แน่นอนขอรับ ทั่วหล้าคงหาใครสอนได้ดีกว่าฮูหยินไม่มีอีกแล้ว”

​เซียวจวินหลินพยักหน้า เดินตรงไปยังเรือนข้างทิศตะวันตก

​เมื่อครู่ซูเฉิงโดนเขาตบหน้าฉาดใหญ่ ไม่รู้ป่านนี้ซูฉานจิ้งจะไปนั่งซึมกระทืออยู่ตรงไหน

​……

​เซียวจวินหลินเดินมาหยุดที่หน้าต่างเรือนข้าง​เดิมทีตั้งใจจะเรียกนาง แต่กลับได้ยินเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากในห้อง​ผ่านรอยแยกของกระดาษกรุหน้าต่าง

​เซียวจวินหลินเห็นซูฉานจิ้งนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่มุมเตียงเพียงลำพัง ซุกหน้าลงกับท่อนแขน ไหล่บางสั่นสะท้าน ร้องไห้อย่างน่าเวทนา...

จบบทที่ บทที่ 11.ท่านพ่อ ข้าจะไม่แก้แค้นแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว