- หน้าแรก
- แต่งงานแต่ไม่ร่วมหอเจ้าเห็นซื่อจื่อผู้นี้เป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาหรือไง
- บทที่ 11.ท่านพ่อ ข้าจะไม่แก้แค้นแล้ว
บทที่ 11.ท่านพ่อ ข้าจะไม่แก้แค้นแล้ว
บทที่ 11.ท่านพ่อ ข้าจะไม่แก้แค้นแล้ว
บทที่ 11.ท่านพ่อ ข้าจะไม่แก้แค้นแล้ว
​ซูเฉิงลูบเครา ท่าทางมั่นใจเต็มที่ว่าเอาเซียวจวินหลินอยู่หมัด
​ในสายตาเขา แค่คำสั่งปากเปล่า บวกกับฐานะกั๋วกงและพ่อตา เซียวจวินหลินที่ถูกลูกสาวเขาปั่นหัวจนหัวหมุนมาตลอด มีหรือจะกล้าปฏิเสธ
​กล้าหรือ? เซียวจวินหลินไม่กลัวลูกสาวเขาโกรธหรือไง?
​กลัวแน่นอนอยู่แล้ว
​แต่ในขณะที่ซูเฉิงกำลังรอรับตราพยัคฆ์อย่างมั่นใจ
​“ให้ตราพยัคฆ์? ได้สิ” เซียวจวินหลินเอ่ยเสียงเรียบ “เอาราชโองการของฝ่าบาทมา แล้วข้าจะมอบให้”
​ใบหน้าเหี่ยวย่นของซูเฉิงแดงก่ำขึ้นมาทันที
​ราชโองการ?
​เขาจะไปหาราชโองการมาจากไหนกัน
​ฮ่องเต้ต้องการอาศัยจังหวะที่เจิ้นเป่ยอ๋องเพิ่งสิ้น ทำเรื่องนี้อย่างเงียบเชียบ ไม่ให้กระโตกกระตาก เพื่อยึดอำนาจทหารคืนแบบเนียนๆ
​ได้ทั้งประโยชน์ แถมไม่โดนชาวบ้านนินทาว่าแล้งน้ำใจ
​ขืนออกราชโองการจริงๆ ก็เท่ากับประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่า ฮ่องเต้รอจังหวะยึดอำนาจคืนจากขุนนางผู้ภักดี พอเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพลชัดๆ
​เรื่องนี้ ทำได้แต่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ได้
​กฎเกณฑ์ใต้โต๊ะพวกนี้ จะให้เอามาพูดบนโต๊ะได้ยังไง?
​ซูเฉิงตีหน้าเครียด “จวินหลิน! เจ้ากำลังสงสัยในตัวฝ่าบาท หรือสงสัยในตัวข้า? ​ข้าอุตส่าห์มาถ่ายทอดพระราชเสาวนีย์ด้วยตัวเอง จะมาหลอกลวงเจ้าเพื่ออะไร ​ในสายตาเจ้า ยังเห็นข้าเป็นพ่อตาอยู่ไหม!”
​ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งร้อนก็ดังมาจากสวนหลังบ้าน ​ซูฉานจิ้งกำลังซักผ้าอยู่พอดี
พอ​ได้ยินเสียงพ่อตะคอกดังมาจากลานหน้าบ้าน ก็เข้าใจไปเองว่าพ่อมาเพื่อทวงความยุติธรรมให้
​“เซียวจวินหลิน! เจ้าบังคับให้ข้าซักผ้า ทีนี้ท่านพ่อข้ามาแล้ว เจ้าเตรียมตัวชดใช้กรรมได้เลย!”
​ซูเฉิงเห็นสภาพทุลักทุเลของลูกสาว ไฟโทสะก็ยิ่งลุกโชน
​“อะไรนะ!? ​เซียวจวินหลิน! ลูกสาวข้าซูเฉิง เป็นถึงคุณหนูจวนกั๋วกง แต่งเข้าจวนอ๋อง เพื่อมาเป็นสาวใช้ซักผ้าให้เจ้าหรือ? ​เจ้ามันต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน!”
​เซียวจวินหลินมองสองพ่อลูกคู่นี้แล้วจู่ๆ ก็หลุดขำ
​เขาหันไปมองซูเฉิงอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงเจือแววเย้ยหยัน “ข้ากำลังช่วยท่านสั่งสอนลูกสาวต่างหาก ไม่ดีหรือ? ​ลูกสาวท่านแต่งงานกับข้าแล้ว แต่ยังให้องค์ชายสามมาตามตอแยถึงบ้าน ไม่รู้จักหน้าที่ภรรยา ไม่เคารพสามี ​คนเป็นพ่ออย่างท่าน ในเมื่อไม่สั่งสอนลูกให้ดีก่อนส่งมา งั้นข้าก็ต้องจำใจช่วยสั่งสอนแทน มันผิดตรงไหน?”
​“เจ้า... เจ้า...”
​ซูเฉิงชี้หน้าเซียวจวินหลิน ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
​เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า ตั้งแต่ต้นจนจบ เซียวจวินหลินไม่เรียกเขาว่า ‘พ่อตา’ เลยสักคำ
​“เจ้าอะไรนักหนา!” เซียวจวินหลินขี้เกียจไว้หน้าสองพ่อลูกอีกต่อไป “ถ้าเห็นว่าข้าสอนไม่ดี ก็พานางกลับไปสอนเองที่บ้านนู่น ​แต่ว่า... อย่าลืมคืนสินสอดหนึ่งล้านตำลึงของข้ามาให้ครบทุกอีแปะด้วยล่ะ!”
​ซูเฉิงรู้สึกแสบหน้าเหมือนโดนตบฉาดใหญ่
​เงินล้านตำลึงนั่นเอาไปอุดรูรั่วของตระกูลซูหมดแล้ว จะเอาปัญญาที่ไหนมาคืน?
​วันนี้ตั้งใจจะมาเบ่งอำนาจยึดตราพยัคฆ์ ไหงกลายเป็นถูกไอ้เด็กนี่ต้อนจนมุมเสียเอง?
​เห็นซูเฉิงอึกอักพูดไม่ออก เซียวจวินหลินก็คร้านจะเสียเวลาด้วย “ลุงจ้าว ส่งแขก!”
​“ใต้เท้ากั๋วกง เชิญขอรับ”
​จ้าวมั่นฝูรีบก้าวออกมาผายมือเชิญ ท่าทางชัดเจนว่ากำลังไล่แขก
​หน้าของซูเฉิงเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว สุดท้ายทำได้แค่สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง พากองกำลังกลับไปอย่างหัวเสีย
​ซูฉานจิ้งอยากจะตามกลับไปด้วยแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่ก้มหน้าด้วยความอับอาย เดินคอตกกลับไปซักผ้าที่เรือนข้างต่อ
​……
​หน้าจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง องค์ชายสามเจียงจ้านกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ
​เห็นซูเฉิงเดินออกมา ก็นึกว่าสำเร็จแล้ว รีบปั้นหน้ายิ้มแย้มเข้าไปทักทาย
​“ยินดีด้วยท่านกั๋วกง ที่ช่วยแบ่งเบาภาระเสด็จพ่อ นำตราพยัคฆ์กลับ...”
​เจียงจ้านยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกซูเฉิงสวนกลับเสียงเย็น
​ซูเฉิงกำลังโมโหจนอกแทบระเบิด ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงจ้านไม่รู้กาลเทศะ บุกไปก่อเรื่องที่จวนอ๋องคราวก่อน
​วันนี้เขาคงไม่โดนเซียวจวินหลินเอาเรื่องนี้มาย้อนศรจนหน้าหงาย
​คำยินดีของเจียงจ้านในตอนนี้ ฟังดูเหมือนกำลังเยาะเย้ยถากถางเขาชัดๆ
​“ยินดีอะไร? ห๊ะ? ท่านภูมิใจมากใช่ไหม?”
​ซูเฉิงจ้องเจียงจ้านตาเขียว กดเสียงต่ำตวาดใส่
​“องค์ชายสาม! ข้าขอเตือนไว้ก่อน! วันหลังอยู่ให้ห่างลูกสาวข้าหน่อย! จะได้ไม่ต้องขายหน้ากันไปมากกว่านี้!”
​พูดจบ ซูเฉิงก็มุดเข้าเกี้ยวโดยไม่หันกลับมามอง สั่งให้ออกเดินทางด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
​เจียงจ้านยืนอึ้งอยู่กับที่ เต็มไปด้วยความงุนงงและโกรธเกรี้ยว
​กั๋วกงที่เคยให้ความเคารพยกย่องเขา มองเขาเป็นลูกเขย ไฉนถึงกล้าตวาดใส่เขาเช่นนี้
​“นี่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?”
​ขณะที่เขากำลังโกรธจัดจนอยากฆ่าคน เสียงแหลมเล็กเยียบเย็นก็ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลัง
​“องค์ชายสาม โปรดระงับโทสะ”
​เจียงจ้านหันขวับไปมอง เห็นชายชราในชุดขันทีเดินออกมาจากเงามืด เขาคือ เฉินจิ้ง หัวหน้าขันทีคนสนิทของฮ่องเต้นั่นเอง
​“เฉินกงกง?”
​“องค์ชาย ฝ่าบาททรงคาดการณ์ไว้แล้วว่า เซียวจวินหลินคงไม่ยอมจำนนง่ายๆ”
​เฉินกงกงกระซิบเสียงเบา
​“ฝ่าบาททรงสงสัยว่า จะมีผู้วิเศษคอยชี้แนะอยู่เบื้องหลัง จึงรับสั่งให้บ่าวและคนอื่นๆ คอยจับตาดูอย่างลับๆ ​เมื่อครู่นี้... ท่านใจร้อนเกินไปแล้ว”
​เจียงจ้านแววตาคมกริบ เข้าใจสถานการณ์ทันที
​มีของร้อนอย่างตราพยัคฆ์อยู่ในมือเซียวจวินหลิน ย่อมมีคนจ้องจะเล่นงานเขาอีกเพียบ ตัวเขาจะรีบร้อนไปทำไม
​“ขอบใจเฉินกงกงที่เตือนสติ”
​เจียงจ้านล้วงตั๋วทองออกจากอกเสื้อ ยัดใส่มือหัวหน้าขันที
​“หากกงกงพบเบาะแสอะไร หวังว่า... เรื่องเล็กจักกลายเป็นเรื่องใหญ่นะ!”
​เฉินกงกงยิ้มอย่างรู้กัน “องค์ชายวางพระทัย บ่าวเข้าใจดี”
​……
​ภายในจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง
​จ้าวมั่นฝูเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบกวาดมองไปบนหลังคา “ซื่อจื่อ มีหนูสกปรกขอรับ”
​“แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไป”
​เซียวจวินหลินโบกมือ แล้วเดินหายเข้าไปในหอวิญญาณ
​จ้าวมั่นฝูพยักหน้า ถอยฉากไปซ่อนตัวในมุมมืดอย่างระมัดระวัง
​บนหลังคา เฉินกงกงใช้วิชาตัวเบา แนบตัวราบไปกับกระเบื้องหลังคาอย่างไร้เสียง จ้องมองเซียวจวินหลินผ่านช่องว่างลงไปตาไม่กะพริบ
​ไอ้เด็กนี่ เอาตราพยัคฆ์ไปซ่อนไว้ไหน?
​แล้วใครกันแน่ที่หนุนหลังมันอยู่!
​เฉินกงกงครุ่นคิด สายตากวาดมองดุจเหยี่ยว แต่ครู่ต่อมากลับต้องชะงัก
​เห็นเซียวจวินหลินทรุดตัวลงคุกเข่าหน้าป้ายวิญญาณดัง “ตุ้บ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
​“ท่านพ่อ… ​ท่านพ่อโปรดวางใจเถิด ​ด้วยความสามารถอันน้อยนิดของลูกตอนนี้ ชาตินี้คงไม่มีปัญญานำทัพออกศึก ​เรื่องแก้แค้นให้ท่าน เกรงว่า... เกรงว่าจะไม่มีหวังแล้ว!”
​พูดจบ เขาก็ล้วงมีดสั้นคมกริบออกมาจากอกเสื้อ ​เฉินกงกงใจหายวาบ ไอ้เด็กนี่จะทำอะไร?
​หรือว่าจะกรีดเลือดสาบาน แก้แค้นให้พ่อ?
​เสียงคร่ำครวญดังมาจากหน้าแท่นบูชาอีกครั้ง
​“แต่ถ้าไม่แก้แค้นให้ท่าน ข้าจะมีหน้าเป็นลูกท่านได้ยังไง?”
​เซียวจวินหลินเงื้อมีดสั้นขึ้น เล็งไปที่หน้าอกตัวเอง
​บนหลังคา เฉินกงกงมองด้วยสายตาชื่นชม ไอ้เด็กนี่ถึงจะไร้ค่า แต่กตัญญูใช้ได้ ดูท่าคงจะยอมตายเพื่อพิสูจน์ความตั้งใจสินะ
​ทว่าวินาทีถัดมา มีดสั้นในมือเซียวจวินหลินกลับตวัดลงฉับไว
​“แควก” เสียงมีดกรีดผ่านสายคาดเอวขาดสะบั้น
​เซียวจวินหลินลุกขึ้นยืน โยนสายคาดเอวที่ขาดวิ่นลงพื้น หันไปพูดกับป้ายวิญญาณด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
​“วันนี้ ข้าขอตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับท่าน! หนี้แค้นฆ่าพ่อ ท่านไปจ้างคนอื่นมาทวงเถอะ! ลาก่อน!”
​พูดจบก็สะบัดตูดเดินหนี ราวกับตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆ อีก
​“โครม!”
​เฉินกงกงบนหลังคาตกใจสุดขีดจนลมปราณสะดุด เท้าลื่นไถล พลัดตกลงมาจากชายคาหน้าคะมำ
​“ใครน่ะ!”
​เซียวจวินหลินหันขวับ รีบวิ่งออกมาจากหอวิญญาณ
​ที่ลานด้านนอก เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยต้นไม้ใบหญ้าที่ถูกทับจนหักเสียหาย ส่วนเงาคนหายวับไปแล้ว
​“ผู้มาเยือนน่าจะเป็นหัวหน้าขันที เฉินจิ้ง” จ้าวมั่นฝูเดินออกมา สีหน้าเลื่อมใส “ซื่อจื่อปราดเปรื่องยิ่งนัก! ฉากละครเมื่อครู่ที่แสดงให้เฉินจิ้งดู ต้องทำให้ความหวาดระแวงของฮ่องเต้ลดลงไปเกินครึ่งแน่!”
​เซียวจวินหลินปรายตามองเขา “ใครบอกว่าข้าแสดงละคร?”
​“หา?”
​จ้าวมั่นฝูสะดุดขาตัวเองแทบหน้าทิ่ม
​ไม่ใช่การแสดงหรอกรึ?
​เซียวจวินหลินเดินตรงไปกลางลาน ตั้งท่าเตรียมพร้อม “ช่วยดูหน่อย ตอนนี้ข้ามีกำลังภายในขั้นไหนแล้ว”
​จ้าวมั่นฝูตั้งสติ ไม่กล้าชักช้า รีบเข้าไปประมือกับเซียวจวินหลิน
​ผ่านไปไม่กี่กระบวนท่า แววตาของจ้าวมั่นฝูก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง “ซื่อจื่อ! ท่าน... ท่านทะลวงขั้นสามได้แล้วหรือขอรับ! นี่มันเพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเองนะ!”
​“ซูฉานจิ้งสอนมา”
​เซียวจวินหลินลดมือลง ตอบอย่างไม่ยี่หระ
​“ฮูหยินสอน?”
​หลังจากฟังเซียวจวินหลินเล่าจบ จ้าวมั่นฝูก็ถึงบางอ้อ ก่อนจะเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
​“ซื่อจื่อ! ท่านเจอของดีเข้าให้แล้ว ​ฮูหยินสามารถมองทะลุแก่นแท้ของวิทยายุทธ์ได้เพียงแค่ผ่านตา นี่มันคือ ‘กายาสวรรค์แห่งมรรคาบู๊’ ชัดๆ ​นางคือคู่บำเพ็ญเพียรในฝันที่ชาวยุทธ์ทุกคนปรารถนา ท่านต้องถนอมนางไว้ให้ดีนะขอรับ!”
​เซียวจวินหลินเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้คิดถึงจุดนี้มาก่อน
​“งั้นข้าก็ต้องให้นางสอนข้าบ่อยๆ สินะ?”
​“แน่นอนขอรับ ทั่วหล้าคงหาใครสอนได้ดีกว่าฮูหยินไม่มีอีกแล้ว”
​เซียวจวินหลินพยักหน้า เดินตรงไปยังเรือนข้างทิศตะวันตก
​เมื่อครู่ซูเฉิงโดนเขาตบหน้าฉาดใหญ่ ไม่รู้ป่านนี้ซูฉานจิ้งจะไปนั่งซึมกระทืออยู่ตรงไหน
​……
​เซียวจวินหลินเดินมาหยุดที่หน้าต่างเรือนข้าง​เดิมทีตั้งใจจะเรียกนาง แต่กลับได้ยินเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากในห้อง​ผ่านรอยแยกของกระดาษกรุหน้าต่าง
​เซียวจวินหลินเห็นซูฉานจิ้งนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่มุมเตียงเพียงลำพัง ซุกหน้าลงกับท่อนแขน ไหล่บางสั่นสะท้าน ร้องไห้อย่างน่าเวทนา...