เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

​บทที่ 10.สุนัขรับใช้ฮ่องเต้

​บทที่ 10.สุนัขรับใช้ฮ่องเต้

​บทที่ 10.สุนัขรับใช้ฮ่องเต้


​บทที่ 10.สุนัขรับใช้ฮ่องเต้

​พระราชวัง ตำหนักหยางซิน

​ฮ่องเต้แห่งต้าเซี่ย เจียงเฉียนยวน กำลังหารือกับกั๋วกง ซูเฉิง

​“อ้ายชิง ข้าได้ยินมาว่า บุตรสาวของเจ้า ดูจะใช้ชีวิตในจวนเจิ้นเป่ยอ๋องไม่ค่อยราบรื่นนัก?”

​เจียงเฉียนยวนเอ่ยถามคล้ายเปรยขึ้นลอยๆ

​ซูเฉิงใจหายวาบ ฮ่องเต้ทรงสนพระทัยเรื่องหยุมหยิมพรรค์นี้ด้วยหรือ?

​เขารีบโค้งคำนับ “บุตรสาวกระหม่อมยังเด็กนัก ไม่ประสาเรื่องราว ทำไห้ฝ่าบาทต้องขบขันแล้ว”

​“ไม่เป็นไรหรอก”

​เจียงเฉียนยวนโบกมือ ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นทอดถอนใจ

​“จะว่าไป ข้ากับเจิ้นเป่ยอ๋องก็รักกันประดุจพี่น้อง บุตรชายเขาแต่งงาน ข้าย่อมต้องใส่ใจเป็นธรรมดา ​นึกย้อนไป สมัยเริ่มก่อตั้งราชวงศ์ต้าเซี่ย บ้านเมืองยังไม่สงบสุข ก็ได้บรรพบุรุษตระกูลเซียว ติดตามไท่จู่ปฐมฮ่องเต้ ออกรบเหนือใต้ ช่วยตีชิงแผ่นดินผืนนี้มา ​สืบทอดมาจนถึงรุ่นเซียวอู๋เลี่ยง ด้วยความภักดีอันแรงกล้าถึงหกรุ่น ขยายกองทัพแดนเหนือจนมีกำลังพลนับล้าน สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วสี่ทิศ จนชายแดนต้าเซี่ยสงบสุข ไม่มีใครกล้ารุกรานมากว่าสิบปี!”

​น้ำเสียงของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความทรงจำและความอาลัย

​แต่ซูเฉิงกลับสัมผัสได้ถึงนัยยะอื่นที่แฝงอยู่

​และก็เป็นไปตามคาด ประโยคถัดมาเผยให้เห็นจุดประสงค์ที่แท้จริง

​“ในหมู่ชาวบ้านถึงกับมีข่าวลือว่า แผ่นดินต้าเซี่ยนี้ แซ่เจียงก็จริง แต่ก็เป็นของแซ่เซียวด้วย... อ้ายชิง เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?”

​แผ่นหลังของซูเฉิงชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เขารีบคุกเข่าลงโขกศีรษะ “ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ! นั่นเป็นเพียงคำพูดพล่อยๆ ของชาวบ้านร้านตลาดที่โง่เขลาเบาปัญญา หาความจริงมิได้พะยะค่ะ!”

​ในใจเขากำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว ​ฮ่องเต้กำลังจะลงมือจัดการตระกูลเซียวแล้ว ​ลูกเอ๋ย เจ้าทำเรื่องโง่เขลาลงไปแล้ว

​ต่อให้ต้องหาคนมาแต่งงานบังหน้าเพื่อช่วยองค์ชายสามพ้นข้อหาขัดราชโองการ

​ก็ไม่เห็นต้องเลือกแต่งกับเซียวจวินหลินที่กำลังอยู่บนปากเหวแห่งหายนะแบบนี้

​ถ้าตระกูลเซียวล่มสลาย ลูกสาวเขาคงพลอยติดร่างแหไปด้วย

​ทำยังไงดี?

​“หาความจริงมิได้? แต่กองทัพนับล้านทางเหนือนั้น อดีตฮ่องเต้ทรงอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ให้ฟังคำสั่งแต่ไม่ฟังราชโองการ ผู้ที่เคลื่อนพลได้ มีเพียงผู้ถือตราพยัคฆ์เท่านั้น... นี่คือเรื่องจริง”

​ซูเฉิงกลอกตาไปมา เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ฝ่าบาทต้องการริบตราพยัคฆ์คืน ​แววตาของซูเฉิงฉายความเด็ดเดี่ยว

​“ฝ่าบาท! กระหม่อมเห็นว่า เซียวซื่อจื่อยังเยาว์วัยนัก ซ้ำยังเพิ่งประสบเหตุการณ์สูญเสียบิดา จิตใจยังไม่มั่นคง หากให้ถือครองตราพยัคฆ์คุมทหารนับล้าน เกรงว่าจะเกิดภัยในภายภาคหน้า ​เพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์ และเพื่อความสบายใจของดวงวิญญาณท่านอ๋องผู้ล่วงลับ ราชสำนักควรเรียกคืนตราพยัคฆ์ แล้วคัดเลือกผู้มีความสามารถเหมาะสมขึ้นมาดูแลชายแดนเหนือแทนพะยะค่ะ!”

​เมื่อวานจิ้งเอ๋อไม่ได้กลับบ้าน แสดงว่าคงใช้คัมภีร์ปลอมหลอกล่อจนเซียวจวินหลินยอมสยบได้แล้ว

​ไอ้คนบ้ากามที่ถูกผู้หญิงจูงจมูกได้ง่ายๆ พ่อตาอย่างเขาจะจัดการให้อยู่หมัด ย่อมเป็นเรื่องกล้วยๆ

​“ซูอ้ายชิงกล่าวได้มีเหตุผล ส่วนวิธีการจะทำอย่างไรนั้น... ก็สุดแล้วแต่ซูอ้ายชิงจะจัดการ”

​เจียงเฉียนยวนประคองซูเฉิงให้ลุกขึ้นด้วยพระองค์เอง ให้เกียรติอย่างถึงที่สุด

​ซูเฉิงรู้ทันทีว่า ตนกำลังถูกฮ่องเต้จับขึ้นเขียงย่างไฟแล้ว

​ถ้าเขาริบตราพยัคฆ์คืนมาได้ ฮ่องเต้ย่อมเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยไม่ต้องเปลืองตัวโดนด่าว่าเนรคุณตระกูลเซียว

​แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ... คนที่ซวยก็คือตัวเขา ซูเฉิงเอง!

​“ไปจัดการเถิด ซูอ้ายชิง”

​“เอ่อ... พะยะค่ะ... รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ กระหม่อมทูลลา”

​ซูเฉิงเดินหน้าซีดออกจากตำหนัก ​บังเอิญเจอองค์ชายสาม เจียงจ้าน ที่หน้าประตูวังพอดี

​“ท่านกั๋วกง!”

​เจียงจ้านรีบเข้ามาทักทายอย่างนอบน้อม ​เมื่อคืนเขากลับไปนอนคิดทั้งคืน มั่นใจว่าซูฉานจิ้งต้องถูกเซียวจวินหลินข่มขู่แน่ๆ นางถึงไม่ได้เลือกเขาเมื่อวาน

​ซูฉานจิ้งยอมเสียสละเพื่อเขาขนาดนี้ เขาต้องรีบโค่นเซียวจวินหลินให้ได้ ​และซูเฉิง ก็คือว่าที่พ่อตาของเขาในอนาคต

​“องค์ชายสาม”

​ซูเฉิงอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง เขารู้สึกชื่นชมว่าที่ลูกเขยคนนี้มาก

​“ท่านอาซู เสด็จพ่อเรียกพบท่าน มีเรื่องอันใดหรือ?” เจียงจ้านขยับเข้าไปกระซิบถาม

​ซูเฉิงเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง ​พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เจียงจ้านก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

​“ท่านอาซู ให้ข้าไปกับท่านด้วยเถิด! ข้าอยากเห็นสีหน้าสิ้นหวังของไอ้เซียวจวินหลินกับตา!”

​แต่ซูเฉิงกลับส่ายหน้า

​“องค์ชาย ไม่เหมาะหรอกพะยะค่ะ ​เซียวจวินหลินในนามแล้ว ก็ยังเป็นลูกเขยของกระหม่อม ​หากท่านไปด้วย จะกลายเป็นว่าตระกูลซูจับมือกับราชวงศ์รังแกทายาทขุนนางผู้ภักดี จะเป็นขี้ปากชาวบ้านได้”

​เจียงจ้านพยักหน้าเข้าใจ ​เขาเองก็ตระหนักได้ว่า ช่วงนี้เขาใจร้อนเกินไปจริงๆ ​ช่วยไม่ได้ ก็จิ้งเอ๋อคือยอดดวงใจของเขานี่นา

​“งั้นข้าจะรอฟังข่าวดีอยู่หน้าจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง!”

​“ย่อมได้”

​ซูเฉิงบอกลาเจียงจ้าน แล้วนำขบวนผู้ติดตามมุ่งหน้าไปยังจวนเจิ้นเป่ยอ๋องอย่างเอิกเกริก

​……

​ครึ่งชั่วยามต่อมา

ภายในห้องโถงรับรองของจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง โต๊ะบูชาถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

​ซูเฉิงจุดธูปไหว้ป้ายวิญญาณเจิ้นเป่ยอ๋อง พูดจาตามมารยาทไม่กี่คำ แล้วก็เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ประธานอย่างถือวิสาสะ

​เซียวจวินหลินที่เพิ่งกลับจากจวนเสนาบดีกรมคลัง เข้ามาเห็นฉากที่พ่อตาราคาถูกกำลังเล่นใหญ่พอดี

​สุนัขจิ้งจอกมาอวยพรไก่ ย่อมไม่หวังดีแน่

​แต่เซียวจวินหลินไม่รีบร้อน เขายืนนิ่งๆ รอชมการแสดงของซูเฉิง โดยไม่พูดอะไรสักคำ

​ซูเฉิงกระแอมไอ วางมาดผู้อาวุโสเต็มที่

​“จวินหลินเอ๋ย พ่อมาครั้งนี้ เพราะได้ยินจากจิ้งเอ๋อว่า เมื่อวานเจ้าสองคนมีปากเสียงกัน​ เจ้าจะรังแกบุตรสาวข้าไม่ได้นะ นางยอมตกลงแต่งงานกับเจ้า นับเป็นวาสนาที่เจ้าเฝ้ารอมาหลายปี ต้องถนอมนางให้ดี!”

​ปูเรื่องเสร็จ เขาก็เข้าประเด็นทันที

​“ประจวบเหมาะ ฝ่าบาทมีรับสั่งฝากมาถึงเจ้า​ ฝ่าบาททรงเป็นห่วงว่าเจ้ายังเด็กนัก เกรงว่าจะดูแลกองทัพนับล้านได้ไม่ดี จึงมีรับสั่งให้ข้ามา เป็นตัวแทนเรียกคืนตราพยัคฆ์ ​ส่งมอบตราพยัคฆ์ให้คนที่เหมาะสมดูแล ให้กองทัพเจิ้นเป่ยอยู่ในการควบคุมของผู้มีความสามารถ วิญญาณท่านอ๋องบนสวรรค์จะได้หมดห่วง ไม่เสียแรงที่ท่านอุตส่าห์ฟูมฟักกองทัพนี้มา”

​เขาพล่ามไปเรื่อย แต่กลับพบว่าเซียวจวินหลินยังคงยืนเงียบ สีหน้าเรียบเฉยอ่านไม่ออก

​ซูเฉิงทึกทักเอาเองว่าลูกเขยคงเข้าใจสถานการณ์แล้ว

​ในเมื่อริบตราพยัคฆ์ไปแล้ว ฝ่าบาทก็คงเลิกระแวงเซียวจวินหลิน

​ตระกูลซูและซูฉานจิ้ง ก็จะได้ลอยตัวเหนือความขัดแย้ง

​รอวันข้างหน้าเจียงจ้านขึ้นครองราชย์ ตระกูลเซียวคงตกอับถึงขีดสุด

​ถึงตอนนั้นให้ซูฉานจิ้งแต่งงานใหม่ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

​คิดได้ดังนั้น ซูเฉิงก็ยิ่งได้ใจ วางก้ามเบ่งอำนาจพ่อตาเต็มที่

​“รีบไปเอาตราพยัคฆ์มาเถอะ พ่อจะได้นำไปถวายคืนฝ่าบาท แล้วจะช่วยพูดจาดีๆ ให้เจ้าต่อหน้าพระพักตร์ เรื่องบางเรื่องพวกเจ้าคนหนุ่มสาวอาจไม่เข้าใจ เฮ้อ... พ่ออุตส่าห์วิ่งเต้นจัดการแทนเจ้าขนาดนี้นะ!”

จบบทที่ ​บทที่ 10.สุนัขรับใช้ฮ่องเต้

คัดลอกลิงก์แล้ว